Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 698

I Shall Seal The Heaven Chapter 698

ตอนที่ 698

คลุ้มคลั่ง

ในสำนักชิงหลัวแห่งดินแดนด้านใต้ เมิ่งฮ่าวถูกปกคลุมด้วยแสงสีแดงจ้า กลุ่มผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหลัวกำลังส่งพลังเวทและวิชาเวททั้งหมดไปต่อสู้กับเขา รวมถึงอาวุธเวทต่างๆ ด้วยเช่นกัน แม้ว่าเขาจะมีกายเนื้อที่แข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ก็ยังไม่อาจจะยืนหยัดต่อต้านได้นานนัก

ธวัชสามแฉกล่าถอยอย่างเต็มกำลัง แม้แต่ดอกปี่อ้านก็ยังต้องกระเด็นไปทางด้านหลัง ศิษย์สำนักชิงหลัวเริ่มบ้าคลั่ง ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะมองไปยังร้อยหนึ่งพันภูเขา ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของสำนักพวกมัน กำลังถูกขุดรากถอนโคนขึ้นไปแล้วจะไม่บ้าคลั่ง

“ไม่มีเวลารอให้ครบทั้งหนึ่งแสนแล้ว” เมิ่งฮ่าวคิด “แค่ห้าหมื่นก็ได้!” ด้วยเช่นนั้น เขาก็ยื่นมือขวาออกไปในทันที และชี้ขึ้นไปในท้องฟ้า ภูเขาทั้งห้าหมื่นเริ่มส่งเสียงดังกระหึ่ม และจากนั้นก็ตกลงมาด้วยความรวดเร็วอย่างน่าตกใจ

พวกมันพุ่งตรงไปยังค่ายกลเวทที่ถูกสร้างขึ้นมาจากผู้ฝึกตนสำนักชิงหลัวหนึ่งแสนคน จากนั้นก็เริ่มกระแทกเข้าไปในกลุ่มคนเหล่านั้น เสียงแผดร้องโหยหวนดังเต็มอยู่ในอากาศคนแล้วคนเล่า ดวงตาเมิ่งฮ่าวฉับพลันนั้นก็แวบขึ้นด้วยความคลุ้มคลั่งที่กำลังลุกโชนขึ้นมา

“ระเบิด!” เขากล่าว เพียงแค่สองคำเท่านั้น

สองคำนี้ทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นสะท้าน ภูเขาทั้งห้าหมื่นระเบิดออกทีละลูก ท้องฟ้าฉีกขาดพื้นดินสั่นไหว แม้แต่เก้าสิบเก้าขุนเขาก็มีผลกระทบอย่างรุนแรง และเริ่มพังทลายลงมา

โลหิตพ่นออกมาจากปากของผู้ฝึกตนหนึ่งแสนคน ขณะที่ค่ายกลพังทลายกลายเป็นชิ้นๆ อย่างน้อยก็มีกลุ่มคนครึ่งหนึ่งที่ช่วยสร้างค่ายกล ส่งเสียงแผดร้องอย่างน่ากลัวออกมา ขณะที่พวกมันถูกทำลายลงไปทั้งร่างกายและวิญญาณ

“ไมมมม่!!” ปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สองแผดร้องออกมา มันปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ออกมา ทำให้เต่าเสวียนอู่ยักษ์พร้อมด้วยกระดองที่เป็นเดือยแหลมอย่างน่ากลัวปรากฏขึ้น ขณะที่มันพุ่งตรงมา เมิ่งฮ่าวก็ชี้นิ้วออกไป ทำให้เศษชิ้นส่วนขนาดใหญ่ห้าชิ้น จากภูเขาที่พังทลายลงมา พุ่งตรงไปบดขยี้ชายชรา โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก ขณะที่มันลอยละลิ่วปลิวไปทางด้านหลัง ในเวลาเดียวกันนั้น เมิ่งฮ่าวก็กดมือลงไปบนพื้นอีกครั้ง ทำให้พื้นดินในสำนักชิงหลัวแยกออกจากกัน

พลังลมปราณกระจายออกมา ยอดเขาพังทลายลง ท้องฟ้ามืดสลัว เมิ่งฮ่าวก้าวตรงไปยังภูเขาแรก

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เขาก้าวเท้าลงไป อากาศที่เบื้องหน้าก็เกิดเป็นระลอกคลื่นขึ้น และปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สามแห่งสำนักชิงหลัวก็ก้าวเท้าออกมา

มองเห็นสีหน้าอันดุร้ายอยู่บนใบหน้ามัน รวมทั้งความเกลียดชังที่พุ่งขึ้นมา ตอนที่มันปรากฏขึ้น ก็โบกสะบัดชายแขนเสื้อไปด้วย อย่างน่าตกใจ พยัคฆ์ขาวเก้าตัวปรากฏขึ้น แต่ละตัวมีความยาวถึงสิบจ้าง

ด้านหลังพยัคฆ์ขาว ปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สามส่งเสียงแผดร้องออกมา จากนั้นก็ยกมือขึ้นไป เครื่องหมายผนึกก็ปรากฏขึ้นจากภายในมือ และมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ที่ห่างไกลออกไป ปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สองกัดฟันแน่น เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่มันได้รับ แต่กระนั้นก็ยังคงพุ่งเข้ามา มือมันขยับร่ายเวทอย่างรวดเร็ว ทำให้กลุ่มหมอกสีดำหมุนวนอยู่รอบๆ ร่าง และจากนั้นก็กลายเป็นรูปปั้นเต่าเสวียนอู่ ซึ่งกระจายแสงอันลี้ลับออกมา และทำให้เกิดเป็นเสียงแผดร้อง จนทำให้ทุกสรรพสิ่งในบริเวณนั้นต้องสั่นสะท้าน

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้น และตบลงไปที่ถุงสมบัติ ทันใดนั้น ปลายกระบี่ไม้แห่งกาลเวลาที่ยังคงเหลืออยู่ก็ปรากฏขึ้น เขาใช้นิ้วคีบมันไว้และจากนั้นก็หายตัวไปในทันที เมื่อปรากฏกายขึ้นใหม่ ก็ไปอยู่ที่เบื้องหน้าปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สอง เขาโบกสะบัดมือ และปลายกระบี่ก็ลอยออกไป

เมื่อปลายกระบี่กระแทกลงไปยังเต่าเสวียนอู่ สัตว์อสูรตัวนี้ก็เริ่มแห้งเหี่ยวไป ส่งเสียงแผดร้องอย่างโหยหวนออกมา และจากนั้นก็เริ่มพังทลายและกระจัดกระจายหายไป สีหน้าของปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สองสลดลง ขณะที่ปลายกระบี่เข้ามาใกล้ มันกำลังพยายามจะหลบเลี่ยงไปที่ด้านข้าง แต่เมิ่งฮ่าวก็ยื่นนิ้วออกไป

“ผนึก!”

เพียงแค่คำเดียว แต่ทันใดนั้นก็ทำให้ปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สองสั่นสะท้านหยุดชะงักนิ่ง ปลายกระบี่แทงทะลุผ่านมันไป ทำให้ไม่เพียงแต่โลหิตจะกระจายออกไปเท่านั้น แต่อายุขัยหนึ่งหมื่นปีของมันก็หายไปด้วยเช่นกัน!

“อ๊ากกกก!!”

ความเจ็บปวดทางผิวกายอาจจะไม่มากนัก แต่ความเจ็บปวดที่ถูกทำลายอายุขัยไป ทำให้ชายชราต้องส่งเสียงแผดร้องอย่างน่ากลัวออกมา ในตอนนี้เมิ่งฮ่าวได้หมุนตัวไป โบกสะบัดชายแขนเสื้อ และลมพายุก็พุ่งขึ้นมา ส่งผลให้เก้าพยัคฆ์ขาวลอยละลิ่วปลิวไปทางด้านหลัง จากนั้นเขาก็มองขึ้นไปยังเครื่องหมายผนึก ซึ่งกำลังตกลงมาบนร่าง ตอนนี้เครื่องหมายนั้นมีความสูงถึงหนึ่งร้อยจ้าง และทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างส่งเสียงดังกระหึ่มขณะที่มันใกล้เข้ามา

“สะกด!!” ปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สามแผดร้อง ขยับร่ายเวทด้วยสองมือ ทำให้เครื่องหมายผนึกกระแทกลงไปยังเมิ่งฮ่าว

“ที่ใดมีภูเขาอยู่ ที่นั่นก็จะเป็นอาณาเขตของข้า!” เมิ่งฮ่าวกล่าว ขยับมือร่ายเวทด้วยมือขวา และจากนั้นก็ชี้ออกไป อย่างน่าตกใจยิ่งภาพลวงตาของภูเขาห้าหมื่นลูก ทันใดนั้นก็ปรากฏขึ้นอยู่รอบๆ ร่าง นี่ก็คือห้าหมื่นภูเขาที่เพิ่งจะถูกทำลายลงไป!

ขณะที่ภูเขาปรากฏขึ้น พวกมันก็กลายเป็นอาณาเขตของเมิ่งฮ่าว กระจายออกตรงไปยังผนึกที่ใกล้เข้ามา ทำให้เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ภูเขาได้พุ่งตรงไปยังปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สอง ซึ่งได้รับบาดเจ็บอยู่อีกด้วย การโจมตีครั้งใหม่นี้ทำให้มันต้องส่งเสียงแผดร้องด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจออกมา ขณะที่ร่างมันสั่นสะท้านและจากนั้นก็ระเบิดออก ตกตายไปทั้งร่างกายและวิญญาณ

ในเวลาเดียวกันนั้น เมิ่งฮ่าวก็ใช้พลังของแรงระเบิด พุ่งผ่านปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สามไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา เขาก็ไปอยู่บนภูเขาแรกที่ด้านข้างกระถางธูป

โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาเข้าไปใกล้ด้วยความกระวนกระวายใจ และยื่นมือขวาออกมา ขณะที่กำลังจะวางมือลงไปบนเงาร่างที่สั่นสะท้านอยู่ภายใน เสียงแผดร้องอย่างมีโทสะก็ดังก้องออกมาจากด้านหลัง

เสียงแผดร้องนั้นกระจายออกไป ประกอบด้วยบางสิ่งที่ทำให้หนังศีรษะเมิ่งฮ่าวต้องด้านชาด้วยความรู้สึกถึงอันตราย

“เจ้าต้องการจะช่วยหญิงสาวนางนั้น? ข้ายอมที่จะให้การกลั่นสกัดเม็ดยากำเนิดใหม่ล้มเหลว ดีกว่าที่จะยอมให้เจ้าทำได้สำเร็จ! กระถางฟ้าดิน สลายเม็ดยา และทำลายร่างนั้นไป!”

ทันทีที่เสียงนั้นดังก้องออกมา กระถางธูปก็สั่นสะท้านและเริ่มกระจายความร้อนอย่างเข้มข้นออกมา

“ถ้าเจ้าถอยออกไป คนรักที่อยู่ภายในกระถางของเจ้าก็จะถูกสังหารไป ถ้าไม่ถอย เจ้าก็ต้องตายไปพร้อมกัน!”

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป ขณะที่มองเห็นเปลวไฟพุ่งขึ้นมาในกระถางธูป อันตรายอันร้ายแรงกำลังเข้ามาใกล้เขาจากด้านหลังด้วยเช่นเดียวกัน โดยไม่ลังเล เขาหยุดชะงักนิ่งดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ไม่ยอมถอยไปด้านหลัง

เมิ่งฮ่าวใช้สองมือขยับร่ายเวทอย่างรวดเร็ว และไม่สนใจทั้งอันตรายจากทางด้านหลัง และความร้อนที่พุ่งขึ้นมาจากกระถางธูป เขาพุ่งตรงไป ผ่านเข้าไปในกระถางธูปและโอบแขนกอดไปรอบๆ ร่างที่แข็งทื่อด้านใน

ร่างเมิ่งฮ่าวถูกโจมตีด้วยความร้อนอันเข้มข้นนั้นในทันที เส้นผมลุกไหม้ และผิวหน้าก็ถูกย่างจนไหม้เกรียม นิ้วทั้งสิบแห้งเหี่ยวไป เผยให้เห็นกระดูก แม้แต่หน้าอกก็ถูกกัดกินไปจนกระทั่งมองเห็นหัวใจ

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงเข้าไปในกระถางธูปเพื่อโอบกอดไปรอบๆ ร่างสวี่ชิง ทันใดนั้นแรงสั่นสะเทือนก็วิ่งผ่านไปทั่วร่าง ขณะที่อันตรายจากด้านหลังในที่สุดก็มาถึง

โฮกกกกก…

เมิ่งฮ่าวสั่นสะท้านขณะที่แปดพยัคฆ์ขาว ได้กลายเป็นหอกสีขาวแปดเล่ม แทงเข้าไปที่แผ่นหลังของเขา

อันที่จริง ตอนที่ร่างกายรู้สึกเจ็บปวด เขาไม่แม้แต่จะไปสังเกตสนใจมัน ตอนนี้เขากำลังจ้องมองไปยังสวี่ชิงด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ขณะที่กอดนางไว้ในอ้อมแขน นางไม่ได้งดงามเหมือนที่เขาเคยจำได้ ร่างกายนางผอมแห้งเหี่ยว ใบหน้าดูแก่ชรา ไม่มีพลังชีวิต หรือวิญญาณอยู่ภายในร่าง

นางไม่มี…อะไรทั้งสิ้น

เมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน และดวงตาก็เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา

“ศิษย์พี่สวี่…” ความเจ็บปวดราวถูกแทงเต็มอยู่ในจิตใจ ราวกับว่ามันกำลังจะฉีกร่างเขาออกมาเป็นชิ้นๆ ฉับพลันนั้นเขาก็ตกอยู่ในความคลุ้มคลั่งโดยสิ้นเชิง ในเวลาเดียวกันนั้น เสียงของปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สามก็ดังก้องอยู่ที่ด้านหลัง

“ทัณฑ์แปดพยัคฆ์ทำลายเซียน!!”

พร้อมกับคำพูดเหล่านี้ หอกแปดเล่มที่แทงเข้าไปในร่างเมิ่งฮ่าว ก็เริ่มกระจายพลังอันน่ากลัวอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้ ฉับพลันนั้นก็กระจายเต็มไปทั่วร่างเขา

ดวงตาเมิ่งฮ่าวกลายเป็นสีแดงเข้ม ขณะที่มองไปยังสวี่ชิง หัวเราะอย่างขมขื่นออกมา ไม่ได้ทำอะไรเพื่อป้องกันปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สาม ที่กำลังใกล้เข้ามาและโจมตีเขาด้วยความสามารถศักดิ์สิทธิ์

โลหิตกระจายออกมาจากปากเมิ่งฮ่าว แต่ก็ถูกเผาไหม้จนเหือดแห้งหายไปในทันที

“ทัณฑ์ครั้งแรก!” ปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สามกล่าว เสียงระเบิดดังเต็มอยู่ในร่างเมิ่งฮ่าว

“ทัณฑ์ครั้งที่สอง!”

“ทัณฑ์ครั้งที่สาม!”

เสียงระเบิดดังก้องออกไปอย่างต่อเนื่อง หอกทั้งแปดเล่มที่แทงอยู่ในร่างเมิ่งฮ่าวแตกกระจายไปทีละเล่ม พวกมันโจมตีไปที่วิญญาณและฉีกร่างเขาออกเป็นชิ้นๆ แต่เขาก็ไม่สนใจ สิ่งเดียวที่เขาสนใจก็คือซากศพของหญิงสาวที่เขากำลังโอบกอดอยู่

เขารู้สึกเกลียดชัง, คลุ้มคลั่ง, เสียสติ และเสียใจ

เขามาถึงช้าเกินไป…

“ท่านอยู่ ข้าอยู่, ท่านตาย ข้าตาย…”

“ถ้าท่านแก่ชราลงไป ข้าก็จะแก่ชราไปพร้อมกับท่าน…” เมิ่งฮ่าวได้ยินคำพูดนี้มาจากเสียงที่ดังก้องอยู่ในหูเขาเมื่ออดีตที่ผ่านมา เขาหัวเราะอย่างขมขื่นขณะที่ร่างกำลังระเบิดออก

“ทัณฑ์ครั้งที่ห้า!”

“ทัณฑ์ครั้งที่หก!”

“ทัณฑ์ครั้งที่เจ็ด!”

ทันใดนั้น ความหวังอันเข้มข้นก็เต็มอยู่บนใบหน้าเมิ่งฮ่าว เขาเริ่มสูดลมหายใจเข้าไปอย่างเร่งร้อน และแม้แต่ขณะที่คำว่า ‘ทัณฑ์ครั้งที่แปด’ จะดังออกมาอยู่ด้านหลัง เขาก็ตระหนักว่ายังมีปัญหาบางอย่าง

“วิญญาณของสวี่ชิง…วิญญาณไม่ได้อยู่ภายในร่างนางอีกต่อไป วิญญาณของนาง…”

“ร่างกายสามารถฟื้นฟูกลับมาได้ ตราบเท่าที่วิญญาณของนางยังไม่กระจัดกระจายไป นางยังไม่ตาย แต่ก็ไร้ร่องรอยใดๆ ภายในร่างนาง มันแทบจะคล้ายกับว่า…มีใครบางคนดึงออกไป!” ทั่วทั้งร่างเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน และเสียงกระหึ่มก็ดังเต็มอยู่ภายในร่าง เขาค่อยๆ ใส่ซากศพของสวี่ชิงเข้าไปในถุงสมบัติ ขณะที่ทำเช่นนั้น อาณาจักรความเป็นนิรันดร์ของเขาก็ดูเหมือนจะรวมตัวเข้าด้วยกัน พร้อมกับแสงสว่างที่จู่ๆ ก็ระเบิดออกมาพร้อมกับทัณฑ์ครั้งที่แปด

ในตอนนี้เองที่เปลวไฟก็ส่งเสียงกระหึ่มขึ้น ระเบิดออกมาจากร่างเมิ่งฮ่าวในทันที ศิษย์สำนักชิงหลัวที่ยังคงเหลืออยู่อีกนับแสนคนมองเห็นภาพนี้ เช่นเดียวกับปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สาม

พวกมันเห็นเปลวไฟ และข้างในเปลวไฟมีคนอยู่ผู้หนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ด้านบนและด้านล่างสลัวเลือนลาง ใบหน้าของศิษย์สำนักชิงหลัวเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ในที่สุดปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สามก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา อันตรายจากเมิ่งฮ่าวเป็นสิ่งที่มันไม่อาจจะจัดการได้ และมันก็กังวลว่าเนื่องจากสวี่ชิง ทำให้มันไม่อาจจะสังหารเขาไปได้

“ในที่สุด เรื่องราวก็จบลง…” ปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สามพึมพำ แต่ขณะที่คำพูดหลุดออกมาจากปากมัน สีหน้าทันใดนั้นก็เปลี่ยนไป และเต็มไปด้วยความตกตะลึง โดยไม่ลังเล มันพุ่งถอยไปด้านหลังในทันที

ขณะที่มันล่าถอยออกไป เมิ่งฮ่าวก็ก้าวเท้าออกมาจากภายในเปลวไฟที่ร้อนแรงนั้น ซึ่งจากนั้นก็มอดดับลงไปในทันที เมิ่งฮ่าวเป็นอมตะ และสิ่งที่เป็นอมตะก็ไม่อาจจะถูกกำจัดลงไปได้!

มีเพียงทางเดียวเท่านั้นที่จะสังหารเขาได้ ก็คือใช้วิธีการอื่นที่ยากเย็นแสนเข็ญเป็นอย่างยิ่ง กำจัดทั้งร่างกายและวิญญาณเขาไปพร้อมกัน

สำหรับปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สาม ก็เห็นได้ชัดว่ามันไม่มีคุณสมบัติที่จะกระทำได้เช่นนั้น!

ขณะที่มันเริ่มล่าถอยออกไป รังสีสังหารของเมิ่งฮ่าวก็ระเบิดขึ้นอย่างน่าตกใจ

“วิญญาณของสวี่ชิงอยู่ที่ไหน!?” เขากล่าว จ้องมองไปยังปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สามโดยตรง เขากล่าวอย่างช้าๆ และดวงตาก็เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและความต้องการฆ่าฟัน ใครก็ตามที่ได้ยินเสียงนี้ ก็จะรับรู้ได้ถึงอันตรายอย่างน่าเหลือเชื่อ

ศิษย์สำนักชิงหลัวมากกว่าหนึ่งแสนคนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นกำลังสั่นสะท้าน ในที่สุดตอนนี้ก็มีอยู่ไม่น้อยที่ตระหนักว่าทำไมเมิ่งฮ่าวถึงได้ดูคุ้นตานัก ก่อนหน้านี้พวกมันรู้สึกว่าคุ้นเคย แต่ก็ไม่มีเวลาที่จะขบคิดถึงเรื่องนี้ให้ลึกซึ้ง แต่ในตอนนี้ทันใดนั้นเองที่พวกมันคิดไปถึงนามเมื่อในอดีตที่ผ่านมา

“เมิ่งฮ่าว!!”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: