Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 716

I Shall Seal The Heaven Chapter 716

ตอนที่ 716

สะกดข่ม!

“เจ้าต้องการจากไป?” เมิ่งฮ่าวกล่าว รังสีสังหารสาดประกายออกมาจากดวงตา ทันทีที่เขามองไปยังผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหลัว ความต้องการเข่นฆ่าก็เริ่มไม่อาจจะสะกดข่มไว้ได้อีก! และเขาก็ไม่ต้องการจะสะกดมันไว้!

เขาต้องการจะปลดปล่อยมันออกมา! เขาต้องการ…จะฆ่าฟัน!

คนอื่นๆ สามารถจากไป แต่สำหรับผู้ฝึกตนจากสำนักชิงหลัว ถ้าเขาไม่เห็นพวกมันก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้เมื่อเขาเห็นแล้ว…พวกมันก็ต้องตาย!

พวกมันต้องตายอย่างแน่นอน!

ขณะที่คำพูดหลุดออกมาจากปาก เมิ่งฮ่าวก็เคลื่อนที่ตรงไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ พุ่งตรงไปยังปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สาม ซึ่งมีสีหน้าสลดลงในทันที แน่นอนว่ามันได้เตรียมตัวไว้นานแล้ว และพุ่งถอยไปด้านหลังเพื่อหลบหนีไปในทันใด

“เมิ่งฮ่าว เจ้าเอาทะเลสาบพวกข้าไป พวกข้ากำลังจะไปจากที่แห่งนี้แล้ว!!”

“ไม่มีทาง!” เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบเสียงเย็นชา ด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อที่เขาพุ่งตรงไป ทำให้ไปปรากฏกายขึ้นอยู่ที่ด้านหน้าของปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สาม เขาโบกสะบัดมือ ทำให้เกิดเป็นเสียงกระหึ่มกึกก้องขึ้น จนทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นเริ่มหอบหายใจและมองมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าปรมาจารย์ตัดวิญญาณ ซึ่งมีดวงตาเจิดจ้า พวกมันคาดคิดว่าการต่อสู้ครั้งนี้คงจะดุเดือดรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง ราวกับเป็นการต่อสู้กันระหว่างมังกรและพยัคฆ์ อย่างไรก็ตาม ขณะที่พวกมันกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น…

เมิ่งฮ่าวยกมือขึ้นมา และทำท่าคว้าจับตรงไปยังปรมาจารย์ตัดวิญญาณครั้งที่สามแห่งสำนักชิงหลัว ทันใดนั้นกระแสน้ำวนขนาดใหญ่สีโลหิตก็ปรากฏขึ้นอยู่รอบๆ ร่างมัน ในเวลาเดียวกันนั้น มือยักษ์สีโลหิตก็ปรากฏขึ้นอย่างน่ามหัศจรรย์ คว้าจับไปที่ตัวมันอย่างดุร้าย

ตูม!

“ไมมมม่!!” ชายชราจากสำนักชิงหลัวแผดร้องเสียงโหยหวน มันทุ่มสุดกำลังขณะที่พยายามดิ้นรนให้หลุดรอดออกไป แต่ก็ไม่อาจจะทำได้ ร่างกายมันเริ่มเหี่ยวแห้งลงไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ปราณและโลหิตของมันถูกเมิ่งฮ่าวดูดกลืนเข้าไป

ภาพที่เห็นนี้ทำให้พวกที่มุงดูอยู่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ เสียงอุทานด้วยความประหลาดใจได้ยินออกมาจากทั่วทุกทิศทาง

“เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต!”

“นั่นคือเวทที่แท้จริงแห่งสำนักเซี่ยเยา, เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต!”

เจี้ยนเหล่าจากสำนักอีเจี้ยนจ้องมองไปในสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ สีหน้ามันเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาสาดประกายด้วยแสงเจิดจ้าเข้มข้น และมันกำลังสูดลมหายใจเข้าไปอย่างหนักหน่วง

ม่านตาของปรมาจารย์รุ่นสิบเก้าตระกูลหลี่หดเล็กลง และจิตใจมันเริ่มเต้นรัว

ในกลุ่มคนตระกูลซ่ง มีผู้ฝึกตนที่ดูเหมือนจะเป็นชายชราที่ธรรมดา ทันใดนั้นมันเงยหน้าขึ้น ดวงตาสาดประกายด้วยแสงแปลกๆ

ในสำนักจื่อยิ่น สีหน้าแปลกๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้อาวุโสเต๋าเหี่ยวแห้ง มันมองไปยังเมิ่งฮ่าวและแอบถอนหายใจอยู่ภายใน

ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาในการอธิบาย แต่จริงๆ แล้วก็เกิดขึ้นเพียงแค่ไม่กี่อึดใจเท่านั้น เสียงแผดร้องอย่างโหยหวนของปรมาจารย์สำนักชิงหลัว ดังก้องออกไปทั่วทุกทิศทาง แต่มันก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด เมื่อมันเห็นว่าร่างกายกำลังแห้งเหี่ยวลงไปอย่างรวดเร็ว และตระหนักว่าไม่อาจจะหลบหนีจากไปได้แล้ว มันก็ตัดสินใจในทันที กัดฟันแน่นและเลือกที่จะระเบิดตัวเอง

ร่างกายมันระเบิดออก ทำให้พลังของปราณและโลหิตกระจายออกไป เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตของเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน ในเวลาเดียวกันนั้น แรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์สำนักชิงหลัวก็พุ่งออกมา จากภายในกระแสน้ำวนสีโลหิตด้วยความรวดเร็วสูงสุด

“เจ้าสารเลวเมิ่งฮ่าว!” แรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์แผดร้องออกมา “ถ้าข้ามีโอกาส, ข้าจะทรมานนางแพศยาสวี่ชิงให้มากขึ้นกว่าเดิม!” มันพุ่งฝ่าอากาศ ตรงไปยังรอยแยกที่เพิ่งจะเกิดขึ้น และกำลังจะผ่านเข้าไป แต่…

เมื่อเมิ่งฮ่าวได้ยินคำพูดของชายชรา รังสีสังหารของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นจนถึงจุดสูงสุด เขายกมือขวาขึ้นมา จากนั้นก็ผลักออกไปที่เบื้องหน้า

จากนั้นไข่มุกดำขาวและขุนเขาที่เก้าก็ปรากฏขึ้นในกลางอากาศ พวกมันแทบจะคล้ายกับเป็นมือของเมิ่งฮ่าว กระแทกลงไปยังแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังหลบหนีไป

ตูมมมมมม!!

พื้นดินสั่นสะเทือนอากาศสั่นสะท้าน ขุนเขาที่เก้าบดขยี้ลงไป ทำให้เกิดเป็นเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจดังออกมา เมื่อภูเขาหายไป แรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์สำนักชิงหลัวก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ตกตายไปอย่างสมบูรณ์

ขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงแค่สิบลมหายใจเท่านั้น สำหรับเมิ่งฮ่าว การสังหารผู้แข็งแกร่งตัดวิญญาณครั้งที่สาม ช่างง่ายดายเหมือนกับการพลิกฝ่ามือของตนเองเท่านั้น ภาพที่เห็นนี้ทำให้พวกที่มุงดูอยู่ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบอย่างน่ากลัว

แน่นอนว่า กลุ่มคนจากสำนักเซี่ยเยาทั้งหมดต่างก็รู้สึกตื่นเต้น และมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความคลั่งไคล้มากขึ้นกว่าเดิม

“ถอยกลับมา!” เจี้ยนเหล่ากล่าว คำพูดนี้ดังก้องอยู่ในจิตใจของผู้ฝึกตนสำนักอีเจี้ยน ขณะที่กลับเข้าไปในทะเลสาบทั้งสามของพวกมัน

ผู้ฝึกตนสำนักจินหานก็ล่าถอยกลับไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยด้วยเช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับกลุ่มคนตระกูลหลี่ ทั้งหมดกลับไปยังทะเลสาบเต๋าของพวกมัน เฝ้าจับตาดูเมิ่งฮ่าวด้วยความระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

“อย่าปล่อยให้ผู้ฝึกตนสำนักชิงหลัวรอดชีวิตไปได้แม้แต่ผู้เดียว” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ ทันใดนั้น ศิษย์สำนักเซี่ยเยาที่ยังเหลืออยู่สิบกว่าคน ก็พุ่งตรงไปยังผู้ฝึกตนสำนักชิงหลัวที่อยู่ด้านข้างทะเลสาบ

นี่ไม่ใช่การเข่นฆ่าอย่างไร้เหตุผลของเมิ่งฮ่าว แต่ศิษย์สำนักชิงหลัวเหล่านี้ทั้งหมด เป็นส่วนหนึ่งของค่ายกลเวทที่ใช้หลอมละลายสวี่ชิง เสียงแผดร้องอย่างโหยหวนและเศร้าเสียใจดังเต็มอยู่ในอากาศ เป็นเวลาสิบลมหายใจเข้าออก ขณะที่กองกำลังของสำนักชิงหลัวถูกสังหารไปจนหมดสิ้น ถึงแม้ว่าคนทั้งหมดในบริเวณนั้นจะมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ แต่ก็ไม่มีแม้แต่คนเดียวจะพยายามสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยว

ยังมีทะเลสาบเต๋าขนาดหนึ่งร้อยจ้างในบริเวณนี้ ที่ห้อมล้อมอยู่รอบๆ ทะเลสาบเต๋าหนึ่งพันจ้างอยู่ด้วยเช่นกัน เมิ่งฮ่าวบินตรงไปยังพวกมันและโบกสะบัดมือ ทำให้ธงสีโลหิตปักลงไปในพื้นดินใกล้กับทะเลสาบ

“ทะเลสาบนี้เป็นของข้า!” เขาประกาศขึ้น

ธงสีโลหิตนี้แน่นอนว่าเป็นธงของสำนักเซี่ยเยา และบนผืนผ้าก็ปักด้วยอักษร ‘孟’ (เมิ่ง) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นธงของเจ้าสำนักน้อย, เมิ่งฮ่าว ที่ถูกจัดทำขึ้นเป็นพิเศษจากศิษย์ของสำนักเซี่ยเยาในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา

ธงเช่นนี้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึง อำนาจในฐานะที่เป็นเจ้าสำนักน้อยของเขา

เมื่อเขาปักธงลงไปบนพื้น และพูดจาดังก้องออกมา สีหน้าของกลุ่มคนในบริเวณนั้นก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าผู้ฝึกตนที่กำลังยืนเฝ้ายามอยู่ข้างทะเลสาบเหล่านั้น

เมิ่งฮ่าวเข้าไปยังอีกทะเลสาบที่อยู่ใกล้เคียง จากนั้นก็โบกสะบัดมือทำให้ธงอีกผืนลอยลงไป

“ทะเลสาบนี้เป็นของข้า”

“ทะเลสาบนี้ด้วย!”

“และก็นี่อีก!”

“นี่ก็เช่นกัน!” ร่างเมิ่งฮ่าวแวบไปมา อย่างน่าตกใจ เพียงแค่พริบตาเดียว ทะเลสาบขนาดหนึ่งร้อยจ้างมากกว่าครึ่งก็ถูกทำเครื่องหมายด้วยธงของเจ้าสำนักน้อยเมิ่งฮ่าว

เพียงไม่นานธงสีโลหิตก็เต็มอยู่ในบริเวณนั้น เมิ่งฮ่าวราวกับเป็นน้ำป่าที่ไหลหลาก ม้วนกวาดออกไปอย่างน่ากลัว

ไม่ว่าทะเลสาบเต๋านั้นเดิมทีจะเป็นของสำนักหรือตระกูลไหน ตราบเท่าที่ผู้คนซึ่งกำลังยืนเฝ้ายามอยู่ข้างทะเลสาบ ไม่ได้มาจากสำนักจื่อยิ่น เมิ่งฮ่าวก็จะยึดมันไว้

สำนักและตระกูลอื่นๆ ต่างก็สั่นสะท้านด้วยการสังหารศิษย์สำนักชิงหลัวของเมิ่งฮ่าว จึงไม่กล้าจะทำอะไรที่จะไปหยุดยั้งเขา เมิ่งฮ่าวพุ่งผ่านอากาศจนเป็นเสียงแหลมเล็ก ทำให้ศิษย์สำนักเซี่ยเยา ที่บินตามหลังไปยึดครองทะเลสาบต่างๆ ไว้ รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับผู้ฝึกตนที่ครอบครองทะเลสาบเหล่านั้นในตอนแรก พวกมันเริ่มล่าถอยไปทีละคนโดยไม่ลังเล

เมื่อเมิ่งฮ่าวกำลังอยู่ในท่ามกลางการยึดครองทะเลสาบแห่งแล้วแห่งเล่า ทันใดนั้นการปะทุย่อยก็เกิดขึ้น มีของวิเศษโผล่ออกมาจากทะเลสาบไม่มากนัก โดยเฉพาะเขตศูนย์กลางที่เมิ่งฮ่าวอยู่ แต่ก็มีหนึ่งในทะเลสาบขนาดร้อยจ้างที่อยู่ด้านหน้าเขา กำลังพ่นสิ่งของบางอย่างออกมา

ในกรณีนี้ มันไม่ได้เป็นภาพสะท้อนเต๋า หรือเป็นสิ่งของเวท แต่เป็น…สัตว์อสูรที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์สีม่วง ดูท่าทางดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง มีปีกคล้ายกับค้างคาว และมีเขายื่นออกมาจากหน้าผาก ขณะที่มันพุ่งออกมาจากทะเลสาบเต๋า ก็กลายเป็นลำแสงสีม่วงอันเจิดจ้าบาดตา

มันแผดร้องออกมา ขณะที่พุ่งตรงไป พยายามจะทะลวงผ่านเกราะป้องกันที่อยู่รอบๆ ทะเลสาบ

ทันใดนั้น เสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้นก็ดังขึ้น

“มันเป็นอสูร! อสูรสีม่วง!!”

“นั่นก็คืออสูรม่วง! ร่างกายมันคล้ายกับเป็นของวิเศษ! สามารถกลั่นสกัดสิ่งของออกมาจากมันได้มากมายนับไม่ถ้วน! อสูรม่วงเช่นนี้เหมือนจะสูญพันธุ์ไปแล้ว!!”

บางคนก็ตกตะลึงจนไม่อาจจะพูดจาออกมาได้

ทันทีที่สัตว์อสูรนี้ปรากฏขึ้น กลุ่มผู้ฝึกตนที่ยืนเฝ้ายามอยู่ข้างทะเลสาบก็พุ่งตรงไปยังมัน ก่อนที่พวกมันจะทันได้เข้าไปใกล้ เสียงระเบิดก็ดังก้องออกมา สัตว์อสูรส่งเสียงคำราม เสียงของมันกลายเป็นระลอกคลื่น กระจายตรงไปยังกลุ่มผู้ฝึกตน

กลุ่มผู้ฝึกตนล่าถอยออกไป แต่เมิ่งฮ่าวก็เคลื่อนที่ตรงมา ตบมือลงไป ทำให้ภาพของมือยักษ์ปรากฏขึ้น จากนั้นก็พุ่งตรงไปยังอสูรม่วง

อสูรม่วงแผดร้องเสียงแหลมเล็กออกมา และกำลังจะต่อสู้กลับไป แต่มือยักษ์ก็กระแทกลงมา ทำให้ร่างมันเริ่มแตกสลายไป และจากนั้นก็พุ่งไปกระแทกเข้ากับพื้นผิวของทะเลสาบ กระดูกและชิ้นเนื้อกระจายออกไปทั่ว เมิ่งฮ่าวเก็บรวบรวมไว้อย่างรวดเร็ว

“ทะเลสาบนี้ก็เป็นของข้าด้วย” เขากล่าวเสียงราบเรียบ ขว้างธงให้ปักลงไป

ในชั่วพริบตา เมิ่งฮ่าวก็ยึดครองทะเลสาบขนาดร้อยจ้างไปเกือบเจ็ดในสิบส่วน ในที่สุดเขาก็หยุดลง คนทั้งหมดมองมาด้วยสีหน้าอันซับซ้อน ขณะที่เขากลับไปยังบริเวณพื้นที่ของทะเลสาบขนาดหนึ่งพันจ้าง

ตามติดมาด้วยศิษย์คนอื่นๆ ของสำนักเซี่ยเยา เขายึดครองทะเลสาบที่เดิมทีสำนักจื่อยิ่นส่งมอบให้ หลังจากนั้นศิษย์สำนักเซี่ยเยาก็อธิบายทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รวมทั้งเรื่องที่สำนักจื่อยิ่นได้มอบทะเลสาบให้ด้วย

เมื่อได้ยินคำอธิบาย เมิ่งฮ่าวก็มองตรงไปยังสำนักจื่อยิ่น มีอยู่หลายคนที่กำลังมองกลับมาที่เขา และสายตาของพวกเขาก็สบประสานกัน

เมิ่งฮ่าวมองเห็นฉู่อวี้เยียนและหานเสวี่ยซาน มองเห็นอันจ้ายไห่, หลินไห่หลง และเยี่ยเฟยมู่ รวมทั้งชายชราผู้นั้น

“ไป๋หยุนหลาย…” เมิ่งฮ่าวคิด เขาจดจำมันได้ในทันที มันเคยเป็นนักปรุงยาฝึกหัดพร้อมกับเขา ในตอนที่เข้าสังกัดสำนักจื่อยิ่นตอนแรก

ในอดีตนั้น ไป๋หยุนหลายเลื่องชื่อในฐานะที่เป็นบุรุษหนุ่มที่รู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับแผนกเม็ดยาบูรพา ตอนนี้มันกลายเป็นชายชราที่มีอายุขัยน้อยลงไปเรื่อยๆ

เมิ่งฮ่าวหลบเลี่ยงสายตาของฉู่อวี้เยียน ในจิตใจเขา มีเพียงสวี่ชิงเท่านั้น

ฉู่อวี้เยียนดูเหมือนจะสามารถรับรู้ได้ถึงจิตใจเขา และแรงสั่นสะเทือนก็วิ่งผ่านไปทั่วร่าง นางก้มศีรษะลง

เมิ่งฮ่าวแอบถอนหายใจ จากนั้นก็มองไปยังเจ้าอ้วนและเฉินฝาน ในที่สุด เขาก็หลับตาลงอยู่ชั่วครู่ เมื่อลืมขึ้นมาใหม่ ม่านตาเขาก็เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขึ้นอีกครั้ง

เขาหันหน้าไปมองยังตระกูลหลี่ จากนั้นก็เริ่มเดินไปหาพวกมัน ศิษย์สำนักเซี่ยเยาติดตามไปด้วยความตื่นเต้น

สีหน้าของปรมาจารย์รุ่นสิบเก้าตระกูลหลี่เปลี่ยนไป ชายชราอีกสี่คนจากตระกูลหลี่ก็เดินออกมายืนอยู่ข้างกายมัน ราวกับว่าพวกมันกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูอันน่ากลัว สมาชิกของตระกูลหลี่คนอื่นๆ ต่างก็หยิบอาวุธเวทออกมาด้วยความวิตกกังวล

“เมิ่งฮ่าว, เจ้ากำลังจะทำอะไร?!” ปรมาจารย์รุ่นสิบเก้าตระกูลหลี่แผดร้องออกมา

“ไสหัวไป!” เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบ เพียงแค่คำสั่งเดียว แต่ก็ดังก้องออกไปราวกับเสียงฟ้าผ่า คนทั้งหมดในตระกูลหลี่ที่อยู่ต่ำกว่าขั้นตัดวิญญาณ ต่างก็กระอักโลหิตออกมา สำหรับปรมาจารย์รุ่นสิบเก้าตระกูลหลี่และปรมาจารย์ตัดวิญญาณอีกสี่คน ใบหน้าพวกมันซีดขาว และสองในพวกมันก็เดินโซเซถอยไปด้านหลัง

“จะมากเกินไปแล้ว!” ปรมาจารย์รุ่นสิบเก้าตระกูลหลี่ร้องออกมา “สหายเต๋าเจี้ยนเหล่า และหานอวิ๋น อย่าบอกข้านะว่าพวกท่านจะไม่สนใจเรื่องนี้?!” เห็นได้ชัดว่า ปรมาจารย์รุ่นสิบเก้าตระกูลหลี่หวาดกลัวต่อเมิ่งฮ่าว อันเนื่องมาจากการเข่นฆ่าสังหารที่เพิ่งจะเกิดขึ้น กับสำนักชิงหลัวเมื่อครู่นี้

“ไสหัวไป!” เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นอีกครั้ง ดวงตาแวบความต้องการเข่นฆ่าอย่างเข้มข้นขึ้น อีกครั้งที่เพียงคำสั่งเดียว แต่ก็ทำให้สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน ยกเว้นปรมาจารย์รุ่นสิบเก้า ปรมาจารย์ตัดวิญญาณทั้งหมดต่างก็กระอักโลหิตออกมา สำหรับศิษย์ธรรมดาทั่วไป บางคนก็ไม่อาจจะต้านทานได้ ร่างกายพวกมันระเบิดออก

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: