I Shall Seal The Heaven Chapter 726

0 Comments

ตอนที่ 726

ฝ่าด่านความเป็นตาย!

“จากข้อตกลงในสมัยโบราณ พวกเจ้าต้องเป็นส่วนหนึ่งในการฝ่าด่านความเป็นตายในที่แห่งนี้ ถ้าพวกเจ้าชนะ…ด้วยกฎในสมัยโบราณ พวกเจ้าก็จะได้ครอบครองของวิเศษในที่แห่งนี้”

“ถ้าพ่ายแพ้ สถานที่แห่งนี้ก็จะเป็นหลุมฝังศพของพวกเจ้า!”

“มีทั้งหมดสามด่าน และถ้าสามารถผ่านด่านที่สองไปได้ พวกเจ้าก็มีสิทธิ์ที่จะจากไปตามที่ต้องการ”

“ถ้าผ่านไปถึงด่านที่สาม พวกเจ้าสามารถเข้าไปในดินแดนที่ถูกคุ้มกันโดยลูกหลานของชนเผ่าข้า ที่นั่น…พวกเจ้าจะได้ครอบครองโชควาสนาอันยิ่งใหญ่”

“โชควาสนานั่นก็คือแก่นแท้เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ เป็นสุดยอดเปลวไฟที่มีอยู่ในสวรรค์และปฐพี แม้แต่ประกายเล็กๆ ของเปลวไฟนั่น ก็สามารถจะเผาไหม้ให้เซียนต้องตายไป!”

“ในยุคนี้ พวกเจ้าเป็นกลุ่มที่สองที่เข้ามาในสถานที่แห่งนี้ สำหรับกลุ่มแรก มีทั้งหมดสิบเก้าคน ซึ่งมีอยู่สองคนที่ผ่านไปถึงด่านที่สอง หนึ่งคนจากไป และอีกคนตายอยู่ในด่านที่สาม”

ขณะที่เสียงของมันดังก้องออกมา จิตใจเมิ่งฮ่าวก็เต้นรัว หยุดชะงักนิ่งอยู่กับที่ บุรุษหนุ่มจากสำนักอีเจี้ยน รวมทั้งลู่ปั๋ว ต่างก็มีประกายตาแปลกๆ สำหรับห้าปรมาจารย์แห่งสำนักจินหาน ดวงตาพวกมันสาดประกายเจิดจ้า

“กลุ่มที่สองของพวกเจ้าค่อนข้างจะแข็งแกร่ง ยังแข็งแกร่งกว่ากลุ่มแรกอีก…”

หนึ่งในชายชราจากสำนักจินหานลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่จะค่อยๆ ถามขึ้น “พวกเราสามารถปฏิเสธไม่ยอมฝ่าด่านความเป็นตายนี้ได้หรือไม่?”

ทันทีที่คำพูดหลุดออกมาจากปากของมัน ดวงตาของผู้นำสีทองเข้มแวบขึ้น มองมายังชายชรา “หือ?!?!”

ทันใดนั้นชายชราก็เริ่มสั่นไปทั้งร่าง ราวกับว่าพื้นฐานฝึกตนของมันจู่ๆ ก็เริ่มไม่คงที่

แววตาเยาะเย้ยดูถูกปรากฏขึ้นในดวงตาของผู้นำสีทองเข้ม “เมื่อเจ้าเข้ามายังที่แห่งนี้ เจ้าต้องเข้าร่วม! ถ้าไม่ยอมเข้าร่วม…เจ้าต้องตาย! ทั้งหมดนี้เป็นข้อตกลงจากในสมัยโบราณ ชนเผ่าข้าให้คำรับรองไว้ ดังนั้นข้อตกลงนี้จะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง!”

“เมื่อไหร่ที่เจ้าผ่านด่านที่สองไปได้ เจ้าก็มีสิทธิ์ที่จะจากไป!”

“ด่านแรก ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นสถานที่แห่งนี้ของพวกเรา!”

“เจ้าจะต้องต่อสู้กับสมาชิกของชนเผ่าข้า ถ้าเจ้าผ่านเข้าไปในประตูเปลวไฟนั่นได้ ก็หมายความว่าเจ้าผ่านด่านแรกไปได้!” เสียงของผู้นำสีทองเข้มดังก้องออกไปทั่วทุกทิศทาง

ดวงตาลู่ปั๋วสาดประกายเจิดจ้า และมันก็กล่าวขึ้นด้วยความระมัดระวัง “ผู้อาวุโส ท่านอยู่ในขั้นสูงสุดค้นหาเต๋า! แล้วพวกข้าจะไปเทียบกับท่านได้อย่างไร?”

“ข้าจะไม่เข้าร่วม” มันกล่าวตอบเสียงราบเรียบ “ยิ่งไปกว่านั้น มีสมาชิกสีทองเพียงตัวเดียวของชนเผ่าข้าเท่านั้น ที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้”

บุรุษในชุดเกราะสีทองจากสำนักจินหานถามขึ้นในทันที “พวกข้าต้องต่อสู้ทีละคน หรือสามารถต่อสู้พร้อมกันได้?”

“ครั้งละหนึ่งคน หนึ่งคนหนึ่งด่าน พวกเจ้ามีโอกาสสามครั้งเพื่อให้ผ่านไปในแต่ละด่าน ถ้าพ่ายแพ้ทั้งสามครั้ง พวกเจ้าต้องตาย!”

ผู้ที่พูดต่อจากนั้นก็คือบุรุษหนุ่มจากสำนักอีเจี้ยน “ถ้าพวกข้าสังหารคนของท่านไปมากมาย ท่านจะเสียใจที่ปล่อยให้พวกข้ามีโอกาสต่อสู้หรือไม่?”

“สังหารไปมากมาย?” ผู้นำสีทองเข้มหัวเราะเป็นเสียงดังออกมา “เผ่าพันธุ์ของข้าสืบทอดมาจากชนเผ่าอมตะศักดิ์สิทธิ์ เจ้าคิดว่าจะสามารถสังหารพวกข้าได้จริงๆ?” ขณะที่เสียงของมันดังก้องออกไป เปลวไฟสีดำก็พุ่งออกมาจากร่างของสัตว์อสูรที่อยู่ด้านล่าง ทันทีที่เปลวไฟนั้นปรากฏขึ้น ระดับพลังของพวกมันก็พุ่งขึ้นไป!

การระเบิดพลังออกมานี้ช่างน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง สัตว์อสูรสีม่วงจำนวนมากมาย อยู่ในวงจรอันยิ่งใหญ่ขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ซึ่งเกินขีดจำกัดของขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งไปแล้ว และอีกก้าวเดียวก็จะอยู่ในขั้นตัดวิญญาณ

สำหรับสัตว์อสูรสีเงิน พลังของพวกมันก็พุ่งขึ้นไปเช่นเดียวกัน

“ดี, เหล่าฟู กู้เทียนเสียง จะฝ่าด่านเป็นคนแรก” บุรุษหนุ่มจากสำนักอีเจี้ยนกล่าว ยกมือขวาขึ้นมา ทำให้กระบี่ยาวเจ็ดฉื่อ และกระบี่สั้นสามฉื่อเก้าเล่มที่หมุนวนอยู่รอบๆ ปรากฏขึ้น พลังที่กระจายออกมานั้นอยู่ในขั้นต้นค้นหาเต๋า ดวงตาของบุรุษหนุ่มแวบขึ้นขณะที่พุ่งตรงไป

ทันทีที่มันพุ่งตรงไป สัตว์อสูรสีม่วงก็เริ่มบินตรงมาที่มันตัวแล้วตัวเล่า เสียงระเบิดดังก้องออกไปโดยไม่ได้หยุดลง ขณะที่กู้เทียนเสียงแห่งสำนักอีเจี้ยนพุ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ เข่นฆ่าสังหารไปตลอดเส้นทาง แต่ในที่สุดสีหน้ามันก็เปลี่ยนไป สัตว์อสูรสีม่วงมีความเหี้ยมหาญอย่างถึงที่สุด เมื่อพวกมันได้รับบาดเจ็บ ก็จะมีเปลวไฟปกคลุมไปทั่วร่าง เพื่อรักษาบาดแผลที่ร่างกายพวกมันในทันที

แต่กู้เทียนเสียงก็มีความกล้าหาญอย่างน่าเหลือเชื่อด้วยเช่นเดียวกัน ขณะที่มันต่อสู้ไปตลอดทาง สัตว์อสูรสีเงินก็ปรากฏขึ้น กู้เทียนเสียงต่อสู้ไปจนกระทั่งอยู่ห่างจากประตูเปลวไฟสามร้อยจ้าง ในตอนนั้นเองที่มันต้องพ่ายแพ้ กลุ่มสัตว์อสูรสีเงินยี่สิบตัวมาห้อมล้อมมันไว้ พร้อมกับเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจ มันล่าถอยกลับไปยังตำแหน่งเดิม

“สามร้อยจ้าง ความพยายามครั้งแรกของเจ้าล้มเหลว” ผู้นำสีทองเข้มกล่าวย้ำด้วยเสียงราบเรียบ “การที่เจ้าล่าถอยได้สำเร็จในคราเดียว เจ้าก็มีโอกาสที่จะผ่านด่านแรกนี้ไปได้”

สีหน้าของเมิ่งฮ่าวและคนอื่นๆ สลดลง เมื่อพวกเขามองเห็นพลังอันน่าเหลือเชื่อของร่างกายสัตว์อสูร ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่มีความสามารถศักดิ์สิทธิ์ หรือวิชาเวทใดๆ แต่ร่างกายของพวกมันช่างแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง จนถึงจุดที่ดูเหมือนว่าไม่อาจจะถูกสังหารไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บ เปลวไฟของพวกมันก็จะช่วยรักษาให้ในทันที

ดวงตาลู่ปั๋วแวบขึ้นและทันใดนั้นมันก็ก้าวเดินตรงไป มันเป็นผู้แข็งแกร่งจากดินแดนทางเหนือ ซึ่งสามารถใช้พลังของช่องว่างแห่งกาลเวลาได้ และมีของวิเศษช่วยชีวิตอยู่มากมาย ด้วยขั้นตัดวิญญาณ มันเคยสังหารผู้แข็งแกร่งขั้นต้นค้นหาเต๋ามาแล้ว

มันกลายเป็นริ้วรอยลำแสงพุ่งตรงไปในทันที ถูกห้อมล้อมด้วยช่องว่างแห่งกาลเวลาที่บิดเบี้ยวไปมา ขณะที่มันพุ่งตรงไป แทบจะราวกับว่าสัตว์อสูรไม่อาจแม้แต่จะแตะต้องสัมผัสโดนตัวมันได้ ทุกๆ การโจมตีกระแทกลงไปยังอากาศที่ว่างเปล่า

ม่านตากู้เทียนเสียงหดเล็กลง และสีหน้าอันน่าเกลียดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของห้าผู้ฝึกตนจากสำนักจินหาน สำหรับเมิ่งฮ่าว ดวงตาเขาเริ่มสาดประกายเจิดจ้า

“อี๋?!” ผู้นำสีทองเข้มอุทานออกมา สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ขณะที่มองไปยังลู่ปั๋ว “ผู้เชี่ยวชาญวิชาลับแห่งกาลเวลา พร้อมกับเต๋าของตนเอง ไม่เลว เจ้าเทียบได้กับสองคนนั่นในผู้แปลกหน้ากลุ่มแรก ที่ผ่านเข้ามายังที่แห่งนี้”

ตูม!

ลู่ปั๋วสังหารไปตลอดเส้นทาง จนผ่านเขตสามร้อยจ้างเข้าไป แต่ทันใดนั้นก็ถูกห้อมล้อมด้วยสัตว์อสูรสีเงินยี่สิบตัว เมื่อเกิดขึ้นเช่นนั้น มันก็เริ่มเหงื่อตก แต่ยังคงสังหารจนไปได้ไกลอีกหนึ่งร้อยจ้าง ตอนนี้มันอยู่ห่างจากประตูเปลวไฟเพียงแค่สองร้อยจ้างเท่านั้น กู้เทียนเสียงแห่งสำนักอีเจี้ยนมีสีหน้าที่ดูน่าเกลียดขึ้นมาเป็นอย่างมาก

“นี่เป็นขีดจำกัดของข้าจริงๆ…?” ดวงตาลู่ปั๋วกลายเป็นสีแดงด้วยเส้นเลือดฝอย ขณะที่มันขยับมือขวาร่ายเวท และจากนั้นก็ชี้ขึ้นไปในท้องฟ้า

“แม่น้ำแห่งกาลเวลา!” มันร้องออกมา ทันใดนั้น ปะจุแสงมากมายนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นอยู่รอบๆ ร่างมัน กลายเป็นแม่น้ำที่ยืดยาวออกไปไกลและเป็นวงกว้าง สัตว์อสูรสีเงินยี่สิบตัวไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องถอยหลังกลับไป ลู่ปั๋วพุ่งทะยานไปได้อีกหนึ่งร้อยจ้าง

ตอนนี้มันอยู่ห่างจากประตูเปลวไฟเพียงแค่หนึ่งร้อยจ้างเท่านั้น!

ผู้นำสีทองเข้มที่อยู่สูงขึ้นไปในกลางอากาศ มองมาด้วยแสงแปลกๆ ซึ่งสาดประกายอยู่ในดวงตา

ในตอนนี้เองที่สัตว์อสูรสีทองได้ลุกขึ้นมายืนในทันที พุ่งตรงมายังลู่ปั๋วด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ เมื่อทั้งสองปะทะกัน เสียงระเบิดขนาดใหญ่ก็ดังขึ้นไปในท้องฟ้า โลหิตกระจายออกมาจากปากลู่ปั๋ว แต่สีหน้ามันก็ดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ถอยไปทางด้านหลัง และตบไปที่ถุงสมบัติ ทันใดนั้น ซากศพมังกรดำก็ปรากฏขึ้น

นี่เป็นซากศพมังกรดำที่มันได้มาจากช่วงการปะทุขึ้นของทะเลสาบเต๋า

“เวลาไหลย้อนกลับ, จงฟื้นคืนชีพขึ้นมา!” บนหน้าผากลู่ปั๋วมีเส้นเลือดโผล่ขึ้นมา และทันใดนั้นก็ดูเหมือนว่ามันจะแก่ลงไปสิบปี แม่น้ำแห่งกาลเวลาระเบิดออก กลายเป็นแสงหลากสีมากมายนับไม่ถ้วน จากนั้นก็ปกคลุมไปทั่วทั้งซากศพมังกรดำ

ตอนนี้เห็นได้ชัดว่ามังกรได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากความตาย ดวงตามันจู่ๆ ก็ลืมขึ้นมา และกลิ่นอายอันน่าตกใจม้วนกวาดออกไป ซึ่งประกอบไปด้วยพลังแห่งเซียน!

พลังนั้นระเบิดออกเพียงชั่วขณะ จากนั้นก็หายไป และมังกรได้ตายไปอีกครั้ง

แต่เวลาในชั่วขณะนั้น ก็กลายเป็นสิ่งที่น่าตกใจอย่างถึงที่สุด!

กู้เทียนเสียงแห่งสำนักอีเจี้ยนอ้าปากค้าง และมีแววตาที่ประหลาดใจเป็นอย่างมาก มันจะคาดคิดได้อย่างไรว่าลู่ปั๋ว…จะมีวิชาลับที่น่ามหัศจรรย์เช่นนี้?!

ห้าผู้ฝึกตนจากสำนักจินหานต่างก็มองไปด้วยความตกตะลึง จิตใจเต็มไปด้วยเสียงกระหึ่ม วิชาลับเช่นนี้พวกมันเพิ่งจะเคยพบเห็น ดูๆ ไปแล้วช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!

ดวงตาเมิ่งฮ่าวเบิกกว้าง ก่อนหน้านี้ เขารู้สึกได้ว่าลู่ปั๋วแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ก็ตระหนักได้ว่า…ลู่ปั๋วมีความแข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดคิดไว้มากนัก!

“อย่างไรก็ตาม มันก็ใช้วิชาลับนั้นได้แค่เล็กน้อยเท่านั้น!” เขาคิด ทันใดนั้น ความต้องการจะต่อสู้ที่เขาเคยเห็นในแววตาลู่ปั๋วก็ปรากฏขึ้นกับตนเอง “ข้าอยากรู้นักว่าระหว่างพวกเราทั้งสอง…ใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน!?”

ลู่ปั๋วที่ถูกห้อมล้อมด้วยฝูงสัตว์อสูร ใช้วิชาลับปลดปล่อยพลังของมังกรให้ระเบิดออกมา จนกลายเป็นการโจมตีอย่างน่าเหลือเชื่อ พุ่งตรงไปยังสัตว์อสูรสีทอง สีหน้าของสัตว์อสูรสีทองสลดลง มันต้องการจะหลบหนีจากไป แต่ก่อนที่จะทันได้ทำอันใด การโจมตีนั้นก็กระแทกเข้าไปในร่างมันพร้อมกับเสียงระเบิด ร่างกายมันฉีกขาดออกเป็นเส้นยาว ส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่าอนาถใจออกมา และพุ่งถอยไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว เปลวไฟระเบิดออกมา ช่วยรักษาบาดแผลของมันอย่างรวดเร็ว

มันไม่ได้ตายไป แต่ก็ถูกบังคับให้ต้องล่าถอยออกไป ซึ่งนั่นก็คือโอกาสที่ลู่ปั๋วต้องการ มันกระอักโลหิตออกมา พุ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วสูงสุด ทะลวงผ่านเขตหนึ่งร้อยจ้างสุดท้าย ก้าวเท้าเข้าไปในประตูเปลวไฟ

มันกระอักโลหิตออกมาอีกครั้ง จากนั้นก็โบกสะบัดมือเพื่อเก็บซากศพมังกรดำกลับไป

“ช่างเป็นผู้ฝึกตนที่ยอดเยี่ยมนัก!” ผู้นำสีทองเข้มกล่าวด้วยสีหน้ายกย่องชมเชย “ด้วยการผ่านด่านแรกเพียงแค่ครั้งเดียว…เจ้าสามารถไปต่อในด่านที่สองได้ ข้าอยากเห็นว่าเจ้าจะผ่านด่านนั้นได้อย่างไร หลังจากที่ผ่านด่านที่สอง เจ้าก็จะได้รับของวิเศษอันล้ำค่าจากชนเผ่าของข้า”

“เมื่อวิชาลับกาลเวลาของเจ้าบรรลุถึงระดับสุดยอด เจ้าก็สามารถทำให้สิ่งที่ตายไปแล้วกลับมามีชีวิตได้ใหม่ แต่น่าเสียดายที่พื้นฐานฝึกตนของเจ้ายังอ่อนแอมากเกินไป ถ้าเจ้าสามารถกลายเป็นเซียน และใช้วิชานั่น…ก็จะสามารถชุบชีวิตเหยี่ยนหลง (มังกรฝันร้าย) ให้มาช่วยเจ้าได้ตลอดการต่อสู้นี้!”

“ไม่จำเป็นต้องรอให้กลายเป็นเซียนแท้!” ลู่ปั๋วกล่าวเสียงราบเรียบ กวาดเช็ดโลหิตออกจากมุมปาก “วันที่ข้าบรรลุขั้นสุดยอดค้นหาเต๋า ข้าก็สามารถชุบชีวิตให้มันมาช่วยต่อสู้ได้!” มันหันหน้ามองกลับไปยังเมิ่งฮ่าว ที่กำลังยืนอยู่ห่างไกลออกไปหนึ่งพันจ้าง

สายตามันเลยผ่านฝูงสัตว์อสูร จ้องนิ่งไปยังเมิ่งฮ่าว

“เมิ่งฮ่าว, เจ้าสามารถผ่านมาได้หรือไม่?” มันถามเสียงราบเรียบ “อย่าทำให้ข้าต้องผิดหวัง” ด้วยเช่นนั้นมันก็หันหลังไป ไม่สนใจเมิ่งฮ่าวอีกต่อไป ขณะที่ก้าวเท้าเข้าไปในประตูเปลวไฟ เพียงชั่วพริบตามันก็หายตัวไป

“ถึงตาเจ้าแล้ว” ผู้นำสีทองเข้มกล่าว สายตามันกวาดมองไปยังเมิ่งฮ่าวและคนอื่นๆ “ถ้าพวกเจ้าไม่มั่นใจ ก็สามารถรออยู่ที่นี่จนกระทั่งมีความมั่นใจ แล้วค่อยลองฝ่าด่านแรกไปก็ได้”

“เวลาไม่มีความหมายต่อพวกข้า ถ้าพวกเจ้าต้องการจะฝึกฝนตนเองอยู่ในที่แห่งนี้สักหนึ่งพันปี ก่อนที่จะลองฝ่าด่านมา ก็สามารถทำได้”

“ที่แห่งนี้ค่อนข้างจะเงียบเหงา ยากที่จะได้พบเห็นคนแปลกหน้าเช่นพวกเจ้า ในใจข้า…ไม่อยากจะให้พวกเจ้าต้องตายไปจริงๆ”

“แต่ถ้าพวกเจ้าพ่ายแพ้ติดต่อกันสามครั้ง ข้าก็จะสังหารพวกเจ้าไปด้วยมือข้าเอง แต่แน่นอนว่า มักจะเป็นไปได้ที่พวกเจ้าจะถูกสมาชิกในชนเผ่าข้าสังหารไปในช่วงของการฝ่าด่าน”

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย

“หนึ่งพันปี…? ข้าไม่อาจจะรอได้ ศิษย์พี่หญิงสวี่มีชีวิตอยู่ได้แค่เก้าสิบเก้าปีเท่านั้น ข้าจำเป็นต้องใช้ชีวิตนี้ร่วมกับนาง ไม่อาจจะมาติดอยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้!” ดวงตาเขาสาดประกายด้วยความเย็นชา ขณะที่ก้าวเท้าออกไป กลายเป็นลำแสงพุ่งตรงไปยังฝูงสัตว์อสูร

ครั้งนี้เป็นกู้เทียนเสียงแห่งสำนักอีเจี้ยน ที่จ้องนิ่งไปยังเมิ่งฮ่าว ขณะที่เขาพุ่งทะยานออกไป

“ข้ามักจะคิดว่าเมิ่งฮ่าวเป็นผู้ฝึกตนที่มหัศจรรย์มากที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเห็นมา ไม่เคยจะคาดคิดเลยว่าลู่ปั๋วจะน่าตกตะลึงยิ่งกว่า…ถึงแม้ว่าลู่ปั๋วจะต้องใช้ความพยายามเพื่อที่จะฝ่าด่านนี้ไปได้ก็ตามที แต่เมิ่งฮ่าวผู้นี้…ต้องไม่อาจจะฝ่าไปได้อย่างแน่นอน”

ห้าผู้ฝึกตนสำนักจินหานกำลังมองไปด้วยหน้าตาที่ดูน่าเกลียด ถ้าพวกมันรวมพลังกัน ก็อาจจะมีโอกาส แต่ให้ฝ่าด่านเพียงลำพังคนเดียว คนทั้งห้าไม่มีใครมีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย

สำหรับพวกมันแล้ว สถานที่แห่งนี้คือจุดจบแห่งความตาย หลังจากที่ได้เห็นกู้เทียนเสียงพ่ายแพ้กลับมา และจากนั้นก็เห็นลู่ปั๋วฝ่าด่านได้สำเร็จ พวกมันเต็มไปด้วยอารมณ์อันซับซ้อนมากมาย ในตอนนี้พวกมันกำลังมองดูเมิ่งฮ่าวอยู่

เมิ่งฮ่าวพุ่งทะยานตรงไปอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นเสียงดังกระหึ่มเมื่อเขากระแทกเข้าไปในฝูงสัตว์อสูร

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: