Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 727

I Shall Seal The Heaven Chapter 727

ตอนที่ 727

สีทองที่สมบูรณ์แบบ!

ทันใดนั้น สัตว์อสูรร่างมนุษย์สีม่วงมากมายนับไม่ถ้วน กระพือปีกมาห้อมล้อมอยู่รอบๆ ร่างเมิ่งฮ่าว สิ่งที่เขาสามารถมองเห็นก็คือสีม่วงที่อยู่เต็มไปหมด

จากระยะทางหนึ่งพันจ้างที่จะไปถึงประตูเปลวไฟ ห้าร้อยจ้างแรกแน่นอนว่ามีสัตว์อสูรสีม่วงยึดครองอยู่ หลังจากที่ผ่านไปจนสุดเขตที่พวกมันเฝ้าอยู่ ก็จะเป็นสัตว์อสูรสีเงินอยู่ในเขตสามร้อยจ้าง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่กู้เทียนเสียงแห่งสำนักอีเจี้ยนพ่ายแพ้

ถ้าสามารถผ่านสัตว์อสูรสีเงินไปได้ สิ่งที่จะมาต่อสู้ต่อจากนั้นก็คือสัตว์อสูรสีทอง

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย เขาไม่อาจจะสูญเสียเวลาอยู่ในที่แห่งนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงพุ่งทะยานไปต่อสู้ในทันที ไข่มุกดำขาวและขุนเขาที่เก้าส่งเสียงกระหึ่มออกไป ขณะที่ขุนเขาที่เก้าตกลงมา โดยมีไข่มุกดำขาวหมุนวนอยู่รอบๆ ภูเขา ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะท้าน อากาศสั่นสะเทือน ระลอกคลื่นมากมายหลายชั้นกระจายตัวออกไป กลายเป็นแรงกดดันอันน่าประหลาดใจ กดทับลงมายังทุกสรรพสิ่ง

แรงกดดันอันเข้มข้นนี้คล้ายกับเป็นผนังที่บดขยี้ลงไปยังสัตว์อสูรสีม่วง ขณะที่เมิ่งฮ่าวพุ่งตรงไป พวกมันก็รีบถอยไปที่ด้านหลังตัวสั่นเทา ส่งเสียงแผดร้องคำรามออกมา แม้แต่สัตว์อสูรสีม่วงที่โดดเด่นมากที่สุด ก็ยังไม่อาจแม้แต่จะเข้ามาใกล้เมิ่งฮ่าวได้ ก่อนที่มันจะถูกกดดันให้ถอยไปที่ด้านหลัง

หนึ่งร้อยจ้าง, สองร้อยจ้าง, สามร้อยจ้าง, สี่ร้อยจ้าง…

ภายในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ เมิ่งฮ่าวก็มุ่งหน้าตรงไปราวกับว่าเขากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ราบเรียบ บรรลุถึงเขตห้าร้อยจ้างอย่างรวดเร็ว โดยมีสัตว์อสูรสีม่วงคลุกฝุ่นอยู่ที่ด้านหลัง พวกมันจ้องมองไปที่เขา แต่ก็ไม่ได้ไล่ตามหรือโจมตีมาอีก

ที่ด้านหน้าขึ้นไปมีแสงสีเงินที่เป็นประกายแวววาว ซึ่งก็คือสัตว์อสูรสีเงิน มันพุ่งตรงมาด้วยสีหน้าอันดุร้าย พร้อมกับความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ดูเหมือนว่าพลังของมันจะเทียบเท่ากับตัดวิญญาณครั้งที่สอง

เมิ่งฮ่าวแค่นเสียงอย่างเย็นชา ขณะที่โบกสะบัดมือขวาออกไป ขุนเขาที่เก้าพุ่งเข้ามา บดขยี้ลงไปยังสัตว์อสูรสีเงิน มันส่งเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจออกมา ขณะที่ร่างกายเริ่มฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ อย่างไรก็ตาม เปลวไฟก็พุ่งออกมาและรักษาฟื้นฟูมันอย่างรวดเร็ว

เมิ่งฮ่าวมุ่งหน้าไปอย่างรวดเร็วได้อีกหนึ่งร้อยจ้าง ทำให้เขาอยู่ห่างจากประตูเปลวไฟสี่ร้อยจ้าง

จากนั้นสัตว์อสูรสีเงินอีกหกตัวก็มาร่วมต่อสู้พร้อมกับสัตว์อสูรจากก่อนหน้านี้ กลายเป็นเจ็ดตัว ห้าตัวมีพื้นฐานฝึกตนขั้นตัดวิญญาณครั้งที่สอง และสองตัวอยู่ในขั้นตัดวิญญาณครั้งที่สาม พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

“บดขยี้!” เมิ่งฮ่าวตะโกนขึ้น ชี้นิ้วขวาออกไป ขุนเขาที่เก้าขยายขนาดออก เกิดเป็นเสียงดังกระหึ่มขึ้น ขณะที่มันบดขยี้ลงไปบนร่างสัตว์อสูรสีเงินทั้งเจ็ดตัว

เมิ่งฮ่าวพุ่งตรงไป ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากประตูเปลวไฟเพียงแค่สามร้อยจ้างเท่านั้น

ตรงจุดนี้ สัตว์อสูรสีเงินมากกว่าสิบตัวได้โจมตีมาอย่างดุร้าย เสียงระเบิดดังออกมาจากขุนเขาที่เก้า ขณะที่สัตว์อสูรสีเงินทั้งเจ็ดตัวกำลังพุ่งออกมาจากภายในภูเขา ร่างกายพวกมันลุกโชนด้วยเปลวไฟ เข้ามารุมล้อมอยู่รอบๆ ร่างเมิ่งฮ่าว

ห้าผู้ฝึกตนจากสำนักจินหานกำลังมองไปด้วยความตั้งใจ ขณะที่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ที่ด้านข้าง ดวงตาของกู้เทียนเสียงสาดประกาย ตอนนี้เมิ่งฮ่าวอยู่ในตำแหน่งเดียวกับมัน ก่อนที่มันจะพ่ายแพ้ไป “เจ้าลู่ปั๋วผู้นั้นไม่ใช่มนุษย์!” มันคิด “เมิ่งฮ่าวอาจจะแข็งแกร่ง แต่ถ้ามันคิดว่าจะสามารถมุ่งหน้าต่อไปได้อีก ก็ไม่มีทางเป็นไปได้!”

ผู้นำสีทองเข้ม ที่อยู่สูงขึ้นไปในกลางอากาศ กำลังเฝ้าจับตาดูอยู่อย่างใกล้ชิด และคิดว่า “มันกำลังจะพ่ายแพ้ไปอย่างแน่นอน”

แต่ทันใดนั้นมือขวาของเมิ่งฮ่าวก็แวบขึ้น ด้วยการร่ายเวทอย่างรวดเร็ว และเขาก็โบกสะบัดชายแขนเสื้อออกไป

“เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต!”

เสียงกระหึ่มได้ยินมา ขณะที่กระแสน้ำวนขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นมา ปกคลุมไปทั่วทั้งสัตว์อสูรสีเงินยี่สิบตัวนั้น ในเวลาเดียวกัน หัตถ์ยักษ์สีโลหิตก็ปรากฏขึ้น คว้าจับไปที่เหล่าฝูงสัตว์อสูรไว้อย่างแน่นหนา

“ขั้นปราณและโลหิต!” เมิ่งฮ่าวแผดร้อง สัตว์อสูรสีเงินทั้งยี่สิบตัวเริ่มสั่นสะท้านไปมา มองเห็นได้ว่าสีหน้าพวกมันเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ร่างกายเริ่มแห้งเหี่ยวลงไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ปราณและโลหิตจำนวนมากพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

แรงสั่นสะเทือนวิ่งผ่านไปทั่วร่างเขา ปราณและโลหิตมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และทันใดนั้นร่างกายเขาก็บรรลุถึงขีดจำกัดของขั้นตัดวิญญาณ

สัตว์อสูรสีเงินดิ้นรนอย่างรุนแรงมากขึ้น จนถึงจุดที่ดูเหมือนว่ากระแสน้ำวนใกล้จะพังทลายลงไปได้ทุกเมื่อ เห็นได้ชัดว่าเมิ่งฮ่าวมาถึงขีดจำกัดของเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตระดับสองแล้ว

ดวงตากู้เทียนเสียงสาดประกาย “มันกำลังจะพ่ายแพ้แล้ว!”

ห้าสมาชิกสำนักจินหานถอนหายใจออกมา ถ้าเมิ่งฮ่าวไม่อาจจะผ่านด่านแรกนี้ไปได้ พวกมันทั้งหมดก็ไร้ความหวังใดๆ

สูงขึ้นไปในกลางอากาศ ผู้นำสีทองเข้มเพ่งมองไปยังเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตของเมิ่งฮ่าว และสีหน้ามันก็เปลี่ยนไป แต่จากนั้นก็กลับคืนเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้ สัตว์อสูรสีเงินกำลังดิ้นรนและส่งเสียงแผดร้องคำรามออกมาอย่างรุนแรง จนกระแสน้ำวนไม่อาจจะรองรับได้ เสียงแตกร้าวได้ยินมา และรอยแตกก็กระจายออกไป อย่างไรก็ตาม เมิ่งฮ่าวก็ชี้นิ้วออกไปและร้องตะโกนขึ้น “มอดไหม้!”

ตัวอักษร ‘มอดไหม้’ จากวิชาเต๋าเดิมแท้เวทอสูรไฟมอดไหม้ ทำให้ร่างกายของสัตว์อสูรสีเงินสั่นสะท้าน กายเนื้อของพวกมันเริ่มแห้งเหี่ยวลงไปรวดเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และพื้นฐานฝึกตนของพวกมันก็ถูกสะกดข่มไว้ในทันที แม้แต่พลังชีวิตของพวกมันก็แสดงให้เห็นถึงสัญญาณแห่งการมอดดับลงไป

เนื่องจากการอ่อนแอลงไปของพวกมัน กระแสน้ำวนเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตก็ไม่ได้ตกอยู่ในแรงกดดันเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป ส่งเสียงกระหึ่มหมุนวนอย่างรวดเร็วขึ้นอีกครั้ง ถ้ามองมาจากที่ห่างไกล ก็จะเห็นว่ากระแสน้ำวนนี้มีขนาดใหญ่อย่างน่าตกใจยิ่ง

ตูม!

กระแสของปราณและโลหิตอันหนาแน่น ไหลออกมาจากกระแสน้ำวน และถูกเมิ่งฮ่าวดูดซับเข้าไป ร่างเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ขณะที่กายเนื้อจู่ๆ ก็พุ่งทะยานจากขั้นตัดวิญญาณเข้าไปสู่ขั้นค้นหาเต๋า

สัตว์อสูรสีเงินยี่สิบตัวแห้งเหี่ยวลงไปอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนแทบจะตกตายไปได้ทุกเมื่อ เปลวไฟปรากฏขึ้นเพื่อฟื้นฟูร่างกาย แต่พลังของพวกมันก็ถูกเมิ่งฮ่าวดูดออกไป ในขณะที่เกิดการฟื้นฟูขึ้น

เป็นวัฏจักรที่คล้ายกับเป็นแหล่งกำเนิดพลังสำหรับเมิ่งฮ่าว แทบจะราวกับว่าเขาสามารถจะแข็งแกร่งมากขึ้นไปได้เรื่อยๆ…ไร้ขีดจำกัด!

ค้นหาเต๋าขั้นต้น, ค้นหาเต๋าขั้นกลาง…

เมิ่งฮ่าวเงยหน้าขึ้นและกู่ร้องออกมา ขณะที่รู้สึกได้ถึงระดับพลังที่ผ่านเข้ามาในร่างอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตามมาด้วยพลังของกายเนื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อจนทำให้เขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ

นี่ก็คือพลังอำนาจการต่อต้านสวรรค์ ของเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต!

แต่ความแข็งแกร่งอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ ได้ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องทุกข์ทรมานด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรงด้วยเช่นเดียวกัน รู้สึกราวกับว่าร่างกายแทบจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ เมื่อกู้เทียนเสียงมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ มันก็อ้าปากค้าง ห้าผู้ฝึกตนจากสำนักจินหานมองไปพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง

แม้แต่ผู้นำสีทองเข้มที่อยู่สูงขึ้นไปในกลางอากาศ ก็รู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้น มันอ้าปากค้างและคิดว่า “นั่นเป็นความสามารถศักดิ์สิทธิ์อะไรกัน!? ช่างน่าตกใจนัก!! มันแตกต่างไปจากแม่น้ำแห่งกาลเวลาโดยสิ้นเชิง แต่จริงๆ แล้วก็น่ากลัวกว่ามากนัก!”

ยิ่งไปกว่านั้น การฟื้นฟูของสัตว์อสูรสีเงินยี่สิบตัว จริงๆ แล้วก็ไม่อาจจะไล่ตามพลังการดูดซับของกระแสน้ำวนได้ทัน แม้แต่สัตว์อสูรบางตัวก็มีท่าทางสิ้นหวังอยู่บนใบหน้าอีกด้วย

ดูราวกับว่าเมิ่งฮ่าวจะกลายเป็นกระแสน้ำวนเอง ขณะที่เขากลืนกินพลังของปราณและโลหิตเข้าไปทั้งหมด

สีหน้าของผู้นำสีทองเข้มสลดลง “บัดซบ! ถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไป มันก็คงจะทำให้สมาชิกของชนเผ่าข้าต้องแห้งเหี่ยวจนตายไป!!”

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้น ขณะที่ร่างกายเขาระเบิดพลังออกมา พุ่งทะยานเข้าไปในขั้นกลางค้นหาเต๋า และจากนั้นก็ก้าวเข้าไปในขั้นสุดท้ายค้นหาเต๋า!

ในตอนนี้เอง ที่จู่ๆ กระแสน้ำวนเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตก็เปลี่ยนสีไป เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีทอง!

เมื่อมันกลายเป็นสีทอง เสียงกระหึ่มอย่างรุนแรงก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ และแรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อก็กดทับลงมายังทุกสรรพสิ่ง สีหน้าของห้าผู้ฝึกตนสำนักจินหานเต็มไปด้วยความตกตะลึง และจิตใจก็เต้นรัว พวกมันรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงความน่ากลัวของกระแสน้ำวนสีทองนั้น และรู้ว่าถึงแม้ว่าพวกมันจะรวมพลังกันกลายเป็นหุ่นเชิด ก็ยังไม่อาจจะทำให้เมิ่งฮ่าวเป็นรอยขีดข่วนได้แม้แต่น้อยนิด

กู้เทียนเสียงแห่งสำนักอีเจี้ยน ยังตกตะลึงมากยิ่งกว่า ม่านตามันหดเล็กลง ขณะที่ตระหนักว่าเมิ่งฮ่าวจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่มนุษย์เหมือนกับลู่ปั๋ว!

กระแสน้ำวนสีทองดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากระดับขั้นพื้นฐาน แรงกดดันระเบิดออกเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า และเมิ่งฮ่าวก็สั่นสะท้านอยู่ภายในใจ ขณะที่เขารับรู้ได้ถึงธรรมชาติอันน่ากลัวของกระแสน้ำวนสีทอง

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมข้าถึงไม่อาจจะฝึกฝนได้ถึงระดับสาม กระแสน้ำวนสีโลหิต…ไม่ใช่ขีดจำกัดสุดท้ายของระดับสองเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต! มีแต่เปลี่ยนเป็นกระแสน้ำวนสีทองเท่านั้น ข้าถึงสามารถบรรลุถึงวงจรอันยิ่งใหญ่ของขั้นปราณและโลหิต!”

เมื่อรู้แจ้ง ตอนนี้เมิ่งฮ่าวก็เชื่อมั่นว่า เขาสามารถดูดซับพลังที่มีอยู่ทั้งหมดของสัตว์อสูรสีเงินได้อย่างง่ายดาย แต่เขาก็ไม่เลือกที่จะกระทำเช่นนั้น

นอกจากนี้ ผู้นำสีทองเข้มก็เป็นผู้ควบคุมสถานที่แห่งนี้ไว้ทั้งหมด ดังนั้นน่าจะดีที่สุดถ้าไม่ไปตอแยมัน

“บัดซบ!” ผู้นำสีทองเข้มครุ่นคิด “อมนุษย์คนเดียวก็เพียงพอแล้ว ทำไมยังมีคนที่สองปรากฏขึ้นมาอีก! และเจ้าคนใหม่นี้ก็น่าตกใจมากกว่าคนก่อนหน้านี้ซะอีก!!”

ลู่ปั๋วฝ่าด่านแรกนี้ได้โดยการใช้แม่น้ำแห่งกาลเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงสัตว์อสูรสีเงิน แต่เมิ่งฮ่าวกลับตรงกันข้าม เขากำลังพึ่งพาพลังของวิชาเวท ทำการบดขยี้ทุกสรรพสิ่งที่มาขวางทาง จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเห็นได้ว่าคนทั้งสองนี้ใครเหนือกว่ากัน!

ผู้นำสีทองเข้มกำลังรู้สึกกระวนกระวายใจ แต่เนื่องจากข้อตกลงในสมัยโบราณ ทำให้มันไม่อาจจะสอดมือเข้าไปได้ แต่ในขณะที่มันกำลังกังวลใจถึงขีดสุด เมิ่งฮ่าวก็โบกสะบัดมือ ทำให้เสียงระเบิดดังก้องออกไป กระแสน้ำวนสีทองจางหายไป และสัตว์อสูรสีเงินยี่สิบตัวก็หมุนคว้างลอยละลิ่วปลิวออกไป โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก พวกมันหมดแรงและหมดกำลังใจ มองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัวและหวั่นเกรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

พวกมันไม่ได้หวาดกลัวลู่ปั๋ว ถึงแม้ว่าลู่ปั๋วจะแข็งแกร่งกว่าพวกมัน แต่ก็ยังคงไม่อาจจะสามารถสังหารพวกมันได้

แต่เมิ่งฮ่าวแตกต่างกันออกไป เขามีคุณสมบัติที่จะสังหารพวกมันไปได้อย่างเหลือเฟือ!

แม้ในขณะที่เสียงกระหึ่มยังคงดังก้องออกไปอย่างต่อเนื่อง และสัตว์อสูรสีเงินล่าถอยหลบหนีไป เมิ่งฮ่าวก็มุ่งหน้าต่อไป เขาได้ดูดซับพลังปราณและโลหิตเข้าไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่เป็นของเขาอย่างแท้จริงก็ตามที แต่ก็ทำให้เขามีพลังเพิ่มขึ้นชั่วคราว และสามารถระเบิดพลังของกายเนื้อออกมาได้ ซึ่งแทบจะเทียบเท่ากับขั้นสุดยอดค้นหาเต๋า

เขามุ่งหน้าต่อไป และกฎธรรมชาติก็กระจายออกไปอยู่รอบๆ ตัว โลกสั่นสะเทือน อากาศบิดเบี้ยวไปมา พลังอันน่าตกใจเต็มอยู่ในร่าง ขณะที่พุ่งตรงไปดวงตาของผู้นำสีทองเข้มก็แวบขึ้น มันได้ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด ดังนั้นจึงเรียกให้สมาชิกสีทองของชนเผ่ามัน ซึ่งมีความแข็งแกร่งมากกว่าตัวที่เคยโจมตีลู่ปั๋วออกมา สัตว์อสูรสีทองส่งเสียงร้องคำราม และพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว พื้นฐานฝึกตนขั้นค้นหาเต๋าของมันพุ่งทะยานขึ้น ร่างกายของมันถูกห้อมล้อมด้วยเปลวไฟ มันกลายเป็นริ้วลำแสงพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าวคล้ายกับเป็นดาวตก

เมิ่งฮ่าวมองเห็นถึงความแตกต่างระหว่างสัตว์อสูรตัวนี้กับตัวที่เคยโจมตีลู่ปั๋วได้ในทันที เขาแค่นเสียงเย็นชาจากนั้นก็กำมือเป็นหมัดจนแน่น

“ไสหัวไป!” เมิ่งฮ่าวแผดร้อง ต่อยออกไปด้วยความแข็งแกร่งของกายเนื้อทั้งหมดที่สามารถรวบรวมได้ ทุกสิ่งทุกอย่างเลือนลางลง ขณะที่คลื่นแห่งพลังซึ่งสามารถบดขยี้ปฐพีให้กลายเป็นผุยผง พุ่งทะยานออกไป จนดูเหมือนว่าจะสามารถปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า และกลบฝังผืนดินทั้งหมดได้

สัตว์อสูรสีทองที่ใกล้เข้ามามีท่าทางตกตะลึง และเต็มไปด้วยความรู้สึกถึงอันตรายอันร้ายแรงขึ้นในทันที โดยไม่ลังเล มันพยายามจะหลบเลี่ยง แต่คลื่นพลังที่เกิดขึ้นมาจากกายเนื้อของเมิ่งฮ่าวช่างน่าตกใจมากเกินไป ในชั่วพริบตา ก็ปกคลุมทั่วไปร่างสัตว์อสูรสีทองโดยสิ้นเชิง

เสียงแผดร้องอย่าน่ากลัวดังก้องออกไป เปลวไฟปกคลุมไปทั่วร่างมัน แต่ก็ไม่อาจจะป้องกันร่างของมันไม่ให้เริ่มแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ ไปได้

เมื่อได้เห็นว่าสหายร่วมชนเผ่าของมันกำลังจะตายไป หัวหน้าสีทองเข้มก็พุ่งลงไปราวกับเป็นสายฟ้า มันคว้าจับไปยังสัตว์อสูรสีทอง จากนั้นก็ตบไปยังพลังที่สร้างขึ้นมาโดยเมิ่งฮ่าวให้กระจายออกไป สามารถช่วยชีวิตสหายร่วมชนเผ่าของมันได้ในชั่วพริบตา

สัตว์อสูรสีทองกำลังหอบหายใจออกมา และจ้องไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความหวาดกลัวอย่างรุนแรง ไม่เพียงแต่สัตว์อสูรสีทองเท่านั้น ตัวอื่นๆ ทั้งหมดต่างก็มองไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง

“เจ้าฝ่าด่านแรกไปได้!” หัวหน้าสีทองเข้มกล่าว จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: