I Shall Seal The Heaven Chapter 728

0 Comments

ตอนที่ 728

ด่านที่สอง!

เห็นได้ชัดว่าสัตว์อสูรสีทองที่โจมตีมายังเมิ่งฮ่าว มีความแข็งแกร่งกว่าตัวที่ถูกจัดการโดยลู่ปั๋ว

ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่มันก็แทบจะต้องตายไป ถ้าไม่ใช่ว่าผู้นำสีทองเข้มยื่นมือเข้ามาสอดแทรกแล้วละก็ มันก็คงต้องถูกกำจัดไปอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เมิ่งฮ่าวก็ต่อยไปแค่หมัดเดียวเท่านั้น!

การโจมตีนั้นประกอบไปด้วยพลังทั้งหมดที่เขาเพิ่งจะดูดซับเข้าไป ในตอนนี้ ร่างกายเขากลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ถึงแม้ว่ากลิ่นอายของเขาค่อนข้างจะอ่อนแอลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีใครจะกล้ามาดูถูกเขาอีก

ห้าผู้ฝึกตนสำนักจินหานต่างก็ตัวสั่นสะท้าน

“มัน…มันยังแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้อีก!!”

“อย่าบอกข้านะว่า กระแสน้ำวนสีทองที่ปรากฏขึ้นนั้น เป็นเพราะว่ามันเพิ่งจะรู้แจ้งขึ้นมา?! หรือว่าก่อนหน้านี้มันได้แอบซ่อนไว้?!?!”

คนทั้งห้าสบสายตากันไปมา และมองเห็นความตกใจอยู่ในแววตาของแต่ละคน ถ้าพวกมันต้องต่อสู้กับเมิ่งฮ่าว และเขาก็ใช้กระแสน้ำวนสีทองนั่นออกมา ถ้าเช่นนั้นแม้แต่จะอยู่ในรูปแบบของหุ่นเชิด พวกมันก็ยังคงต้อง…พ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง!

กู้เทียนเสียงจากสำนักอีเจี้ยนมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง ดวงตามันเบิกกว้าง และจิตใจก็เต้นรัว “เห็นได้ชัดว่ามันอยู่แค่ขั้นตัดวิญญาณครั้งที่สองเท่านั้น แต่เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตนั่น…ช่างน่า…หวาดกลัวอย่างแท้จริง!!”

มันเป็นผู้แข็งแกร่งแห่งสำนักอีเจี้ยน และก่อนหน้านี้ก็มองว่าตนเองค่อนข้างจะรู้จักดีในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักเซี่ยเยา แต่ตอนนี้มันก็ตระหนักว่าเวทของสำนักเซี่ยเยาเกินกว่าความคาดคิดของมัน

ผู้นำสีทองเข้มก็ตกตะลึงด้วยเช่นเดียวกัน และไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากจ้องนิ่งไปยังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย ขณะที่ค่อยๆ เดินตรงไปอย่างช้าๆ เมื่อบรรลุถึงประตูเปลวไฟ เขาก็ก้าวเท้าเข้าไปโดยไม่ลังเล

อีกด้านของประตูเปลวไฟเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ทันทีที่เมิ่งฮ่าวผ่านเข้าไป เขาก็มองเห็นลู่ปั๋วที่อยู่ห่างไกลออกไป กระอักโลหิตออกมา ขณะที่มันสั่นสะท้านลอยละลิ่วไปทางด้านหลัง ราวกับเป็นว่าวที่ถูกตัดสายป่าน มังกรดำที่เบื้องหน้ามัน กำลังกลับมาอยู่ในสภาวะที่ตายไปแล้วเหมือนเช่นเดิม

โลกนี้เป็นโลกแห่งเปลวไฟ ทะเลแห่งเปลวไฟยืดยาวออกไปทั่วทุกทิศทาง จากภายในเผยให้เห็นแท่นบูชาขนาดใหญ่ เป็นแท่นบูชาที่ใหญ่โตมโหฬาร มีความสูงถึงหนึ่งแสนจ้าง มีทั้งหมดเก้าชั้น

เมื่อครู่นี้ลู่ปั๋วได้พบกับความพ่ายแพ้ที่ชั้นสาม และพุ่งกระเด็นออกมา โลหิตกระจายออกมาจากปากมัน ลอยตัวอยู่ในกลางอากาศ ใบหน้าซีดขาว มันมองไปที่ด้านหลังและพบเห็นเมิ่งฮ่าว ดวงตามันเริ่มสาดประกายด้วยแสงเจิดจ้า รวมทั้งความคิดอันซับซ้อน

“เจ้ามาแล้ว” มันกล่าวขณะที่ลอยตัวลงมาบนพื้น ไม่สนใจเมิ่งฮ่าวอีกต่อไป นั่งลงขัดสมาธิและเริ่มเข้าฌาณ

เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไปยังแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่มีทะเลแห่งเปลวไฟพุ่งออกมา ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ราวกับว่าโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นได้ถูกถอดออกไปจากร่างเขา รู้สึกว่าจิตใจมีความแจ่มใสมากยิ่งขึ้น

“คนแปลกหน้า!” เสียงเก่าแก่โบราณกล่าวขึ้น ดังก้องออกมาจากที่ด้านบน เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไปด้วยความตกตะลึง เมื่อได้เห็นสัตว์อสูรรูปร่างมนุษย์สีขาวที่เป็นหัวหน้าอีกตัว

มันลอยตัวอยู่ที่ด้านบนของสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นจุดสูงสุดของโลกแห่งนี้ กระจายกลิ่นอายที่เหมือนจะไม่มีพื้นฐานฝึกตนใดๆ ออกมา

มันมองลงมายังเมิ่งฮ่าวและกล่าวว่า “เจ้าผ่านด่านแรกมาได้ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของเจ้า ถ้าเจ้าผ่านด่านที่สองไปได้ ก็จะมีสิทธิ์ออกไปจากสถานที่แห่งนี้ และจะได้รับของวิเศษจากชนเผ่าข้าด้วยเช่นกัน”

“นี่คือการฝ่าด่านเป็นตาย เป็นผลมาจากข้อตกลงของผู้มีพระคุณพวกข้าเมื่อนานมาแล้ว คนแปลกหน้าใดๆ ก็ตามที่หลงเข้ามาในที่แห่งนี้ ไม่ว่าพวกมันจะมาจากชนเผ่าใด ก็จะต้องเข้าร่วมการฝ่าด่านเป็นตาย”

“ก้าวผ่านเปลวไฟและแท่นบูชาทั้งเก้าชั้น สยบศัตรูที่เจ้าพบเห็นในแต่ละชั้นไปให้ได้!”

“เจ้าสามารถใช้วิชาเวท, ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ หรือวิธีการใดๆ ก็ได้!”

“เจ้ามีโอกาสสามครั้ง ถ้าพ่ายแพ้เป็นครั้งที่สาม…เจ้าก็จะถูกกำจัดไป”

เมื่อผู้นำสีขาวพูดจบ มันก็หลับตาลงและไม่กล่าวอะไรออกมาอีก

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และจากนั้นก็นั่งลงขัดสมาธิเข้าฌาณในทันที หลังจากที่ทำการปรับแต่งพื้นฐานฝึกตนจนดีขึ้นเป็นเวลาหนึ่งวัน เขาก็ลืมตาขึ้นมาและก้าวเท้าไปยังทะเลแห่งเปลวไฟ

ทันใดนั้น ลู่ปั๋วก็ลืมตาขึ้นและมองไปยังเมิ่งฮ่าว

“ระวังชั้นที่สามไว้ด้วย ที่นั่น เจ้าจะพบกับร่างเลียนแบบของตัวเอง” มันค่อยๆ กล่าวขึ้น

เมิ่งฮ่าวหยุดลงชั่วขณะ มองไปยังลู่ปั๋วและพยักหน้า จากนั้นก็บินข้ามทะเลแห่งเปลวไฟ ก้าวเท้าลงไปบนแท่นบูชาชั้นแรก ทันทีที่เขาทำเช่นนั้น ก็มองเห็นรูปปั้นที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์ ซึ่งได้ละลายไปในทันที และกลายเป็นบุรุษหนุ่มที่สวมใส่ชุดยาวสีฟ้า

ตอนแรกดวงตาของบุรุษหนุ่มผู้นั้นหมองมัวไร้ประกาย แต่เมื่อเมิ่งฮ่าวมองไป ทันใดนั้นดวงตาทั้งคู่ของมันก็สาดประกายด้วยแสงเจิดจ้า

“เจ้าเด็กก่อนหน้านี้ฝ่าด่านข้าไปได้เพราะดวงมันดี แต่เจ้า…จะไม่โชคดีเช่นนั้น” ขณะที่มันกล่าว ก็ยกมือขึ้นมาในอากาศ และจากนั้นก็ชี้ตรงไป ด้านหลังมัน ผึ้งสีดำหนึ่งตัวปรากฏขึ้น ฉับพลันนั้นภาพซ้อนทับก็กระจายออกมาอยู่รอบๆ ผึ้งตัวนั้น เพียงชั่วพริบตา เมิ่งฮ่าวก็ต้องเผชิญหน้ากับผึ้งนับหมื่นตัว

เสียงหึ่งๆ ได้ยินมา ขณะที่ฝูงผึ้งพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว นิ้วของบุรุษหนุ่มขยับร่ายเวทอย่างรวดเร็ว และชี้ออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้ตะขาบนับหมื่นก็ปรากฏขึ้นอย่างน่าตกใจ

“มันเป็นซือหลง?” เมิ่งฮ่าวคิดด้วยความตกตะลึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นนี้ดูเหมือนเขาจะคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง ในทะเลทรายตะวันตก ผู้ฝึกตนซือหลงมีการโจมตีด้วยวิธีเดียวกันนี้ เมิ่งฮ่าวไม่ได้โต้ตอบในทันที แต่ถอยหลังไปเล็กน้อย และมองดูสถานการณ์โดยรวม หลังจากนั้นชั่วขณะ เขาก็ตระหนักว่า…นี่ไม่ใช่เวทของซือหลง แต่โดยรวมแล้วก็คล้ายคลึงกันอย่างมาก

สำหรับเมิ่งฮ่าว เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับเต๋าแห่งซือหลง ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นต้าซือหลงแห่งทะเลทรายตะวันตก อันที่จริงควรจะกล่าวว่าเขาเป็นต้าซือหลงผู้แข็งแกร่งมากที่สุดในยุคนี้

สีหน้าเมิ่งฮ่าวสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย ขณะที่ฝูงผึ้งและตะขาบเข้ามาใกล้ เขาขยับมือร่ายเวทเพื่อใช้เวทของซือหลงออกมา ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ม้วนกวาดออกไป จู่ๆ ฝูงผึ้งและตะขาบก็หยุดลง

ดูเหมือนว่าพวกมันจะสับสนอยู่เล็กน้อย และสำหรับบุรุษหนุ่ม สีหน้ามันเต็มไปด้วยความตกตะลึง

ในเวลาเดียวกันนั้น เมิ่งฮ่าวก็ชี้นิ้วออกไป ทำให้ไข่มุกสีดำขาวและขุนเขาที่เก้าปรากฏขึ้น เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่พวกมันบดขยี้ลงไป เมิ่งฮ่าวพุ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วสูงสุด ไปปรากฏกายขึ้นที่เบื้องหน้าของบุรุษหนุ่ม เขาโบกสะบัดมือขวา และเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตก็ปรากฏขึ้น

กระแสน้ำวนสีทองอันน่าตกใจปรากฏขึ้น รวมทั้งหัตถ์ยักษ์สีทอง ที่คว้าจับไปยังร่างของบุรุษหนุ่ม ทันใดนั้นร่างมันก็เริ่มเหี่ยวแห้งลง ขณะที่ปราณและโลหิตของมันถูกดูดออกไป เพียงไม่นานมันก็พังทลายลงไป

หลังจากที่กระจายหายไป บุรุษหนุ่มก็ไปปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ตำแหน่งอื่น มันมองมายังเมิ่งฮ่าวอย่างลึกซึ้งชั่วขณะก่อนที่จะกล่าวเสียงราบเรียบ “ข้าเป็นเพียงแค่ร่างจำแลงที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเส้นใยแห่งปราณ แต่เจ้าก็ยังสามารถทำให้ข้าพ่ายแพ้ได้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน เจ้า…ผ่านด่านข้าแล้ว”

เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาได้ดูดกลืนปราณและโลหิตเข้าไปไม่มากนัก และยังคงไม่อาจจะมองเห็นพื้นฐานฝึกตนของบุรุษหนุ่มผู้นี้ โดยไม่พูดอะไรออกมา ร่างเขาก็แวบตรงเข้าไปยังชั้นสอง

ทันทีที่เขาก้าวเท้าลงไปบนชั้นสอง พลังอันน่าเหลือเชื่อก็พุ่งตรงมาที่เขา

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป ยกมือขึ้นมาและผลักออกไปที่เบื้องหน้า

เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่พลังอันน่าเหลือเชื่อกดทับลงมาบนร่าง เมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน สีหน้าเปลี่ยนไปขณะที่ถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว

เขามองขึ้นไปก็เห็นอสูรที่เป็นครึ่งคนครึ่งวัวขนาดใหญ่ กำลังมองมาที่เขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ “อย่างน้อยที่สุด” เมิ่งฮ่าวคิด “มันก็มีพลังของกายเนื้อที่อยู่ระดับค้นหาเต๋าด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าการโจมตีเมื่อครู่นี้มันไม่ได้จริงจังมากนัก! ลู่ปั๋วฝ่าด่านนี้ไปได้อย่างไร?”

“ฮา ฮา ฮา!” สัตว์อสูรศีรษะวัวหัวเราะอย่างดุร้าย “ดี ดี ดี! ในที่สุดผู้มีพลังที่แท้จริงได้มาถึงแล้ว! เจ้าเด็กที่มีพลังแห่งกาลเวลาเมื่อครู่นี้อ่อนแอกว่ามากนัก!” กล้ามเนื้อของสัตว์อสูรศีรษะวัวพองตัวขึ้น ขณะที่มันกระทืบเท้าลงไปบนพื้น และพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

“อย่าได้ทำให้ข้าผิดหวัง!” มันแผดร้องออกมา “เจ้าเด็กน้อยเมื่อครู่นี้ใช้วิชาลับแห่งกาลเวลาที่แปลกๆ และยากที่จะจัดการได้ การต่อสู้กับเจ้านั่นไม่ค่อยสนุกเท่าใดนัก! มันตามรบเร้าพัวพันจนในที่สุดบิดาก็ต้องปล่อยให้มันผ่านไป”

“แต่สำหรับเจ้า…บิดาชื่นชอบนัก!”

ปัง!

สัตว์อสูรศีรษะวัวต่อยหมัดที่เต็มไปด้วยพลังค้นหาเต๋าออกมา ทำให้สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป เขาโคจรหมุนวนพื้นฐานฝึกตนและทันใดนั้นก็ต่อยหมัดออกไปด้วยเช่นกัน

เสียงกระหึ่มอย่างน่าแปลกใจดังก้องออกไป และใบหน้าเมิ่งฮ่าวก็ซีดขาวมากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้เขาถอยไปด้านหลังอีกหนึ่งก้าว สัตว์อสูรศีรษะวัวเงยหน้าขึ้น หัวเราะเป็นเสียงดังออกมา

“ดี ดี ดี!!” มันกล่าว พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าวด้วยความรวดเร็วอีกครั้ง

ดวงตาเมิ่งฮ่าวเบิกกว้าง

“ครั้งนี้มันใช้พลังมากกว่าเดิม!!” เขาคิด และความต้องการต่อสู้ก็สาดประกายอยู่ในแววตา พลังพุ่งขึ้นมาทั่วร่าง และเขาก็โจมตีกลับไปอีกครั้ง พลังการสั่นสะเทือนรวมเข้าไปในการโจมตีครั้งนี้

พลังอันยิ่งใหญ่ทั้งสองปะทะเข้าหากัน และเมิ่งฮ่าวก็กระอักโลหิตออกมากองโต ขณะที่ร่างเขาสั่นสะท้านลอยละลิ่วปลิวไปทางด้านหลัง สำหรับสัตว์อสูรศีรษะวัว ร่างกายมันสั่นสะท้าน และพื้นดินที่ด้านล่างเท้าของมันก็แตกละเอียด เมื่อมันมองขึ้นไป ดวงตาก็สาดประกายด้วยแสงเจิดจ้า

“สมใจ! ช่างสมใจนัก! เด็กน้อยไม่เลวเลยทีเดียว มา มา มาให้หนิวเหยียเยีย (ท่านปู่วัว) บดขยี้เจ้า!” พร้อมกับหัวเราะเสียงดัง มันพุ่งเข้ามาอีกครั้ง

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป เขากำลังสั่นสะท้านไปทั้งร่างและหนังศีรษะก็ด้านชา ในทางกลับกัน คู่ต่อสู้ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย จริงๆ แล้ว…เมิ่งฮ่าวสามารถรับรู้ได้ว่ากายเนื้อของมันกำลังมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น

“ข้าไม่อาจจะเทียบกับมันได้ ในแง่ความแข็งแกร่งของร่างกาย!” เมิ่งฮ่าวคิด ดวงตาแวบขึ้น ขณะที่สัตว์อสูรศีรษะวัวกระแทกลงมา เขาใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลย่อยหลบเลี่ยงไป

“เจ้าจะหลบหนีไปทำไม!?” สัตว์อสูรศีรษะวัวพ่นควันออกมา พุ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้ง เมิ่งฮ่าวใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลย่อยอีกครั้ง ทำให้สัตว์อสูรศีรษะวัวเริ่มเดือดดาล

“บัดซบ! เจ้ากำลังยั่วโทสะข้าเหมือนกับเจ้าเด็กนั่น!” สัตว์อสูรศีรษะวัวแผดร้อง ทันใดนั้นมันก็กระทืบเท้าขวาลงไปบนพื้น เสียงระเบิดอย่างน่าเหลือเชื่อดังขึ้น อากาศบิดเบี้ยวไปมา ทำให้เมิ่งฮ่าวยากที่จะเคลื่อนย้ายทางไกลได้ เขารีบขยับมือร่ายเวทและชี้ออกไปในทันที

“เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต!”

ทันใดนั้น กระแสน้ำวนสีทองก็ปรากฏขึ้นอยู่รอบๆ ร่างสัตว์อสูรศีรษะวัว ทำให้มันหยุดชะงักนิ่งในทันที ขณะที่กายเนื้อมันเริ่มแห้งเหี่ยวลงไป ดวงตามันเบิกโพลง และแผดร้องออกมา “นี่เป็นวิชาเวทอะไรกัน!?”

ด้วยเช่นนั้น ดูเหมือนว่าพลังจะระเบิดออกมาจากภายในร่างมัน กระจายออกไปเพื่อต่อสู้กลับไปยังกระแสน้ำวน เป็นครั้งแรกที่…กระแสน้ำวนพังทลายลงไป

สีหน้าเมิ่งฮ่าวสลดลง พุ่งถอยไปที่ด้านหลังเพื่อหลบเลี่ยง สัตว์อสูรศีรษะวัวหัวเราะเป็นเสียงดังก้อง จากนั้นก็ต่อยหมัดออกมาอีกครั้ง

เมิ่งฮ่าวแทบไม่อาจจะหลบเลี่ยงไปได้ ทำให้ต้องกระอักโลหิตออกมาอีกกองโต เขาล่าถอยไปอีกครั้ง ความคิดมากมายแวบผ่านเข้ามาในจิตใจ

“เป็นความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดาจริงๆ ร่างกายมันแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ สามารถที่จะปิดกั้นการเคลื่อนย้ายทางไกลในบริเวณนี้ได้ แม้แต่เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตก็ยังไม่อาจจะโจมตีมันได้…ข้าควรจะทำอย่างไรดี?!” เมิ่งฮ่าวถอยหลังไปอย่างต่อเนื่อง และได้รับบาดเจ็บอยู่ตลอดเวลา โลหิตกระจายออกมาจากปาก สัตว์อสูรศีรษะวัวเริ่มตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มันโจมตีมาอย่างต่อเนื่อง

“ถ้าข้าสามารถดูดกลืนพลังของกายเนื้อมันได้ สถานการณ์ก็คงต้องเปลี่ยนไป และข้าก็ต้องชนะอย่างแน่นอน! แต่มันก็ทำลายเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตไปได้อย่างง่ายดาย…หือ…” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย

“ไม่ถูกต้อง เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตจะพันธนาการก่อน แล้วค่อยดูดซับ จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมต้องมีกระแสน้ำวนขนาดใหญ่เช่นนั้น นั่นก็หมายความว่าพลังของมันได้กระจายออกไป ถ้าข้ามุ่งเน้นไปที่ทำให้กระแสน้ำวนมีขนาดเล็กลงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และไม่พยายามจะดูดซับอะไรเลย เพียงแค่ดูดกลืนอย่างรวดเร็วเท่านั้น…” ตอนนี้จิตใจเมิ่งฮ่าวมีความแจ่มใสขึ้นอย่างชัดเจน เกิดรู้แจ้งขึ้นมาในทันที เข้าใจขึ้นในท่ามกลางการต่อสู้ ในเวลาเดียวกันนั้น สัตว์อสูรศีรษะวัวก็แทบจะมาอยู่ด้านบนเขาอีกครั้ง

เมิ่งฮ่าวไม่มีเวลาที่จะครุ่นคิดอีกต่อไป เขาโบกสะบัดมือ และเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง มันไม่ได้มีขนาดใหญ่ แต่เป็นกระแสน้ำวนที่มีขนาดเท่าฝ่ามือของเขา

กระแสน้ำวนหมุนไปมาอย่างรวดเร็วบนฝ่ามือ หลอมรวมเข้าไปในมือของเขา ทำให้ดูเหมือนว่าจะมาแทนที่ลายมือของเขา

“มาดูกันว่ามันจะได้ผลหรือไม่?!”

ขณะที่สัตว์อสูรศีรษะวัวเข้ามาใกล้ เมิ่งฮ่าวก็พุ่งตรงไป ฟาดฝ่ามือออกไปโจมตี

“ขั้นปราณและโลหิต!”

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 215
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 214
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 213
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: