I Shall Seal The Heaven Chapter 742

0 Comments

ตอนที่ 742

เป่าเป้ย, ถึงเวลากลับบ้านแล้ว

ขณะที่คำพูดหลุดออกมาจากปากของร่างจำแลงเซียนรุ่งอรุณ เมิ่งฮ่าวก็รู้สึกได้ว่าแรงกดดันที่กดทับลงมาบนร่างเขายิ่งเพิ่มมากขึ้น ราวกับว่าเจตจำนงแห่งการทำลายล้างกำลังจะบดขยี้เขาไป

ที่ด้านหลังเมิ่งฮ่าว ดอกปี่อ้านกำลังตกอยู่ในความคลุ้มคลั่ง สีของมันแวบประกายขึ้น และกิ่งก้านของมันก็ส่ายไหวไปมาอย่างรุนแรง ดูเหมือนว่าจะพยายามดิ้นรนตะโกนเป็นคำพูดที่ไร้เสียงออกมา

เมิ่งฮ่าวรู้สึกว่าตนเองกำลังสั่นสะท้าน เขากัดฟันแน่นขณะที่จ้องมองไปยังเซียนรุ่งอรุณต่อไป เขาเคยได้ยินนามของนางตอนที่อยู่ในสำนักเอกะเทวะ แต่ในตอนนี้…เขาก็ได้เห็นรูปร่างหน้าตาของนางแล้ว

เซียนรุ่งอรุณยกมือขวาขึ้นมา ในมือมีใบไม้ปรากฏขึ้น นางโบกมืออย่างแผ่วเบา และแสงเจิดจ้าก็สาดประกายขึ้น ขณะที่ใบไม้นั้นพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ทุกสิ่งทุกอย่างในสวรรค์และปฐพีหยุดชะงักนิ่งยกเว้นใบไม้ใบนั้น มันกลายเป็นริ้วแห่งแสงทีครอบคลุมไปยังร่างเมิ่งฮ่าวในทันที แต่จากนั้น…มือที่เหี่ยวย่นก็ยื่นออกมาและคว้าจับไปที่ใบไม้นั้น

มือนั้นกำแน่นจนกลายเป็นหมัด และใบไม้ก็ถูกบดขยี้ไป

เมื่อมือนั้นแบออก เถ้าธุลีก็ลอยออกไปในสายลม

มือนั้นไม่ใช่เป็นของใครอื่น นอกจากร่างจำแลงที่ประกอบกันขึ้นมาของปรมาจารย์อสูรโลหิต!

“การที่ต้องมาเผชิญหน้ากับคนอย่างเจ้า ถึงแม้ว่าข้าไม่อาจจะใช้เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตแล้วจะเป็นอย่างไร?” มันกล่าวเสียงราบเรียบ ทันใดนั้นมันก็ถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีโลหิต ซึ่งพุ่งขึ้นไปในอากาศเพื่อห้อมล้อมไปรอบๆ ใบหน้าขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านบน อย่างน่าตกใจยิ่ง เขาอันดุร้ายได้งอกออกมาจากใบหน้านั้น ทำให้ดูเหมือนกับอสูรอวตารที่เมิ่งฮ่าวเคยควบคุมมาก่อนหน้านี้ในทันที

“อาณาจักรโลหิต จงปรากฏ!” ปรมาจารย์อสูรโลหิตกล่าว เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ กลุ่มหมอกสีแดงม้วนตัวไปมาในทั่วทุกทิศทาง เวลาเดียวกันนั้น ดวงตาของเซียนรุ่งอรุณก็แวบขึ้น และนางก็โบกสะบัดมือ ทำให้ดอกปี่อ้านปรากฏขึ้นที่ด้านหลังอย่างน่ามหัศจรรย์ สาดประกายอันไร้ขอบเขตออกมา กระจายพลังออกไปต่อสู้กับปรมาจารย์อสูรโลหิต

ชายชราชุดเขียวจากสำนักอีเจี้ยน ปรมาจารย์สำนักจินหาน และปรมาจารย์ตระกูลหลี่ ปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ออกมา เพื่อช่วยเหลือเซียนรุ่งอรุณไปต่อต้านปรมาจารย์อสูรโลหิต!

สำหรับหกเต๋าแห่งสำนักชิงหลัว มันกำลังจะยื่นมือไปช่วย แต่ทันใดนั้นเซียนรุ่งอรุณก็กล่าวขึ้น “หกเต๋า เจ้าไม่จำเป็นต้องมาเข้าร่วมกับการต่อสู้นี้ ไปกวาดล้างสำนักเซี่ยเยา และทำลายภูเขาอสูรโลหิต ที่นั่นก็คือตำแหน่งที่ร่างจริงของเซี่ยเยาผู้นี้นอนอยู่!”

“ถ้าไม่ลำบากนักก็ช่วยสังหารเจ้าเด็กเมิ่งฮ่าวนั่นด้วย!” ชายชราชุดเขียวจากสำนักอีเจี้ยนกล่าวเสริมขึ้นมา โบกสะบัดมือ ทำให้มรดกวิเศษอันล้ำค่าแห่งสำนักอีเจี้ยน ซึ่งเป็นกระบี่ไม้ไผ่ ลอยตรงไปยังหกเต๋า “ข้าให้ท่านยืมกระบี่ของข้าเล่มนี้!”

ตอนแรก หกเต๋ากำลังคิดจะปฏิเสธ แต่เมื่อได้เห็นเมิ่งฮ่าวสังหารผู้แข็งแกร่งขั้นต้นค้นหาเต๋าจากสำนักอีเจี้ยน ก็ทำให้มันรู้สึกตกตะลึงไปจนถึงแก่นกาย เมื่อได้เห็นกระบี่ไม้ไผ่ลอยตรงมา มันก็เริ่มมีกำลังใจขึ้นมาในทันที

มันตระหนักดีว่ามรดกวิเศษอันล้ำค่าแห่งสำนักอีเจี้ยนนี้มีความแข็งแกร่งอย่างน่าตกใจยิ่ง ทันทีที่มือมันกำไปรอบๆ ด้ามกระบี่ ร่างมันก็แวบขึ้นพุ่งลงไปยังพื้นดินที่ด้านล่าง

ปรมาจารย์อสูรโลหิตขมวดคิ้ว ขณะที่เสียงระเบิดของการต่อสู้ดังกระหึ่มกึกก้องเต็มอยู่ในอากาศ

หกเต๋าพุ่งลงมาจากท้องฟ้า จ้องนิ่งไปยังเมิ่งฮ่าว และดวงตาก็แวบรังสีสังหารขึ้น กระบี่ไม้ไผ่เริ่มกระจายแสงอันเจิดจ้าออกมา อากาศบิดเบี้ยวไปมา และกลิ่นอายที่ไร้ตัวตนก็เริ่มไหลซึมออกมาจากภายใน ดูเหมือนว่ากระบี่เล่มนี้จะกระจายพลังแห่งกาลเวลาออกมา จนชวนให้รำลึกนึกไปถึงภูเขาขนาดใหญ่ยักษ์

สีหน้าเมิ่งฮ่าวดูน่าเกลียดขึ้น แต่ทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของกระบี่ไม้ไผ่ เขาก็เริ่มตกตะลึง และใบหน้าก็มีท่าทางไม่อยากจะเชื่อปรากฏขึ้น

ขณะที่กระบี่เล่มนั้นเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม คิ้วของเมิ่งฮ่าวก็ขมวดขึ้น พื้นฐานฝึกตนของปรมาจารย์หกเต๋า อยู่ระหว่างขั้นต้นและขั้นกลางค้นหาเต๋า แต่ด้วยการช่วยเหลือจากพลังของกระบี่ไม้ไผ่ ทำให้มันสามารถจะคุกคามเมิ่งฮ่าวได้อย่างเหลือเฟือ

“กลับเข้าไปในเกราะป้องกัน!” เมิ่งฮ่าวกล่าว เขาและศิษย์สำนักเซี่ยเยาที่เหลือ พุ่งถอยไปอยู่ด้านหลังของเกราะป้องกันชั้นที่สี่ในทันที

ขณะที่หกเต๋าเข้ามาใกล้ มันหัวเราะอย่างเย็นชา และโบกมือตรงไปยังเกราะป้องกันชั้นที่สี่ “ทำลาย!”

ระลอกคลื่นจากมือมัน ทำให้กระถางธูปขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น

กระถางธูปนั้นไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากเป็นมรดกวิเศษอันล้ำค่าแห่งสำนักชิงหลัว ถึงแม้ว่าจะมองเห็นรอยแตกร้าวอยู่บนพื้นผิวของมันก็ตามที ซึ่งเป็นผลมาจากแรงกดดันที่กระจายออกมาจากร่างจำแลงของปรมาจารย์อสูรโลหิต ตอนที่ไปยังสำนักชิงหลัวเพื่อช่วยเหลือเมิ่งฮ่าวในครั้งก่อน

กระถางธูปนั้นกระจายกลิ่นอายโบราณออกมา ขณะที่มันกระแทกตรงไปยังเกราะป้องกันชั้นที่สี่

เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังก้องออกมา ถึงแม้ว่ากระถางธูปนั้นจะมีรอยร้าว แต่ก็ยังคงเป็นมรดกวิเศษอันล้ำค่าของสำนักใหญ่ ขณะที่มันกระแทกลงไป กลุ่มควันสีเขียวอันน่าตกใจก็ลอยขึ้นมาจากในกระถาง กลายเป็นวิญญาณปีศาจอันดุร้ายมากมายนับไม่ถ้วน ร่วมมือกันโจมตีมา

ขณะที่พวกมันเข้าไปใกล้เกราะป้องกัน เสียงแตกร้าวก็ได้ยินขึ้น และเกราะป้องกันก็เริ่มพังทลายลงไป

โชคดีที่เมิ่งฮ่าวและศิษย์สำนักเซี่ยเยาอื่นๆ ต่างก็ล่าถอยเข้าไปอยู่ที่ด้านหลังเกราะป้องกันชั้นที่สามแล้ว ขณะที่ชั้นที่สี่ระเบิดออก พลังอันยิ่งใหญ่ก็ถูกปลดปล่อยออกมา ทำให้กระถางธูปสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

หกเต๋าหัวเราะอย่างเย็นชา ยกกระบี่ไม้ไผ่ขึ้นและโคจรหมุนเวียนพื้นฐานฝึกตน แสงกระบี่อันทรงพลังมากที่สุดเท่าที่มันสามารถจะเรียกมาได้ปรากฏขึ้น มีความยาวถึงหนึ่งหมื่นจ้าง จนดูเหมือนจะสามารถตัดสวรรค์หั่นปฐพีได้ เต็มไปด้วยพลังแห่งกาลเวลาอันไร้ขอบเขต ขณะที่มันตวัดลงไปยังเกราะป้องกันชั้นที่สาม

ความแปลกประหลาดของกระบี่ในตอนนี้ก็ยิ่งปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น อย่างช้าๆ เปลือกนอกของกระบี่ไม้ไผ่เริ่มเต็มไปด้วยริ้วรอยแตกร้าวมากยิ่งขึ้น ภายในรอยแตกนั้นสามารถมองเห็นกระบี่อีกเล่ม ราวกับว่ากระบี่ที่อยู่ด้านในเป็นต้นอ่อนในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งกำลังงอกขึ้นมาจากกิ่งที่ร่วงโรยลงไป!

กลิ่นอายแห่งกาลเวลาอันเข้มข้นกระจายออกมาจากกระบี่เล่มนั้นมากยิ่งขึ้น ทำให้ชายชราชุดเขียวจากสำนักอีเจี้ยนยิ่งมีความยินดีมากขึ้นกว่าเดิม

แต่หกเต๋ายินดีมากยิ่งกว่า มันเงยหน้าขึ้นหัวเราะเสียงดังออกมา “เมิ่งฮ่าว เจ้าต้องตาย!”

ตูม!

เพียงไม่กี่อึดใจเกราะป้องกันชั้นที่สามก็แตกกระจายไป ขณะที่เป็นเช่นนั้น สีหน้าเมิ่งฮ่าวก็ยิ่งควรจะน่าเกลียดมากขึ้น แต่เขากลับมีสีหน้าแปลกๆ ขึ้นมาแทน และดวงตาก็สาดประกายเจิดจ้า

“ถอยไปด้านหลังอีก!” เมิ่งฮ่าวกล่าว นำผู้ฝึกตนสำนักเซี่ยเยาไปอยู่ที่ด้านหลังแสงของเกราะป้องกันชั้นที่สอง

ในเวลาเดียวกันนั้น ผู้ฝึกตนฝ่ายศัตรูนับแสนก็รู้สึกจิตใจพองโต พวกมันพุ่งทะยานตรงไปยังสำนักเซี่ยเยา ขณะที่หกเต๋าปลดปล่อยพลังโจมตีตรงไปยังเกราะป้องกันชั้นที่สองอีกครั้ง

ยามราตรีได้มาเยือน และดวงจันทร์ก็ส่องแสงสว่างลอยสูงอยู่ในท้องฟ้า แต่พื้นดินกำลังสั่นสะเทือน และการต่อสู้ก็มาถึงจุดเข้มข้นจนไม่มีใครให้ความสนใจว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือกลางคืน

“เจ้าเด็กบัดซบเมิ่งฮ่าว วันที่เจ้าก้าวเข้าไปในสำนักชิงหลัว ก็ควรจะรู้ว่าต้องมีวันนี้!” ขณะที่เสียงของหกเต๋าดังก้องออกไปทั่วทุกทิศทาง กระถางธูปก็หมุนวนอยู่ในอากาศที่ด้านบน กระบี่ไม้ไผ่หมุนไปมาอยู่รอบๆ ตัวมัน กระจายกลิ่นอายอันเข้มข้นออกมา

ดวงตาหกเต๋าเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างชั่วร้าย ความรู้สึกเป็นศัตรูที่มีต่อเมิ่งฮ่าว ได้ฝังลึกลงไปในไขกระดูกมันมานานแล้ว มันต้องการจะกวาดล้างสำนักเซี่ยเยาและกำจัดเมิ่งฮ่าวไปทั้งร่างกายและวิญญาณ เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายนี้ มันก็พร้อมที่จะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างไป

“ตาย!!!” มันแผดร้อง หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่ยกมือขึ้นและปลดปล่อยพลังพื้นฐานฝึกตนเข้าไปในกระบี่ไม้ไผ่อย่างเต็มกำลัง ทำให้กระบี่กระจายลำแสงออกไปอย่างน่าเหลือเชื่อ

ลำแสงกระบี่ปรากฏขึ้นอย่างน่าตกใจจนถึงที่สุด!

เสียงแตกร้าวได้ยินมา ขณะที่ลำแสงระเบิดออกไป รอยร้าวกระจายออกไปทั่วทั้งกระบี่ไม้ไผ่มากขึ้นกว่าเดิม และในที่สุดเสียงปังก็ได้ยินมาขณะที่มันระเบิดออก

ในทันทีที่กระบี่ไม้ไผ่ฉีกขาดออก อย่างน่าตกใจยิ่ง กระบี่ไม้ก็ปรากฏขึ้นมาแทนที่!

กระบี่ไม้ได้ถูกซ่อนไว้ อยู่ภายในกระบี่ไม้ไผ่มาโดยตลอด! ตอนนี้เมื่อกระบี่ไม้ไผ่แตกกระจายไป กระบี่ไม้ก็เปิดเผยออกมาให้เห็น!

ทันทีที่กระบี่ไม้ปรากฏขึ้น พลังแห่งกาลเวลาก็กระจายออกไป และกลิ่นอายอันเก่าแก่โบราณอย่างน่าเหลือเชื่อก็ท่วมท้นอยู่ในบริเวณนั้น แม้แต่สีหน้าของเซียนรุ่งอรุณและปรมาจารย์อสูรโลหิตก็ยังต้องเปลี่ยนไป เมื่อพวกมันรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายนั้น

ชายชราชุดเขียวแห่งสำนักอีเจี้ยนกำลังเต็มไปด้วยความยินดี มันเงยหน้าขึ้นหัวเราะเป็นเสียงดังออกมา ถึงแม้ว่ามันจะให้หกเต๋ายืมกระบี่ไป แต่กระบี่เล่มนี้ก็ยังคงเป็นมรดกวิเศษอันล้ำค่าแห่งสำนักอีเจี้ยน เป็นบางสิ่งที่ถูกส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ถึงแม้ว่าจะส่งมอบให้กับคนอื่น มันก็ยังคงเป็นสมบัติของสำนักอีเจี้ยน ไม่มีใครจะสามารถขโมยมันไปได้!

มีอยู่สิ่งหนึ่งที่บุคคลภายนอกไม่รู้ นั่นก็คือการส่งต่อกันนี้ทำได้แต่ในระดับปรมาจารย์ของสำนักอีเจี้ยนเท่านั้น ซึ่งเจ้านายหลักของกระบี่เล่มนี้ก็คือสำนักอีเจี้ยนเอง เมื่อมันถูกค้นพบในตอนแรก ก็เป็นเพียงแค่กิ่งไผ่ที่ดูปกติธรรมดา ซึ่งมีปราณกระบี่อยู่ภายในเท่านั้น สำนักอีเจี้ยนถือว่ามันเป็นของวิเศษอันยิ่งใหญ่ และได้นำมันมากลั่นสกัดจนกลายเป็นกระบี่วิเศษ

“นี่ก็คือหัวใจของไม้ไผ่! ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงเป็นไม้ และกลายเป็นกระบี่ไปตามธรรมชาติ!!” ชายชราชุดเขียวแห่งสำนักอีเจี้ยน และปรมาจารย์หกเต๋าต่างก็หัวเราะเสียงดังลั่น ดวงตาของหกเต๋าสาดประกายเจิดจ้า ขณะที่ฉับพลันนั้นมันก็ชี้ตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

“ตาย!” มันร้องตวาดออกมา ดังกึกก้องราวกับเป็นเสียงฟ้าผ่า และเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างสุดที่จะเปรียบปาน มันรู้สึกมั่นใจโดยสิ้นเชิงว่า ถึงแม้จะมีเกราะป้องกันคอยปกป้องไว้ เมิ่งฮ่าวก็คงต้องตายไปภายใต้พลังของกระบี่เล่มนี้อย่างแน่นอน!

พร้อมกับการตอบรับคำพูดของมัน กระบี่ไม้เริ่มสั่นสะท้าน และจากนั้นก็พุ่งตรงไปยังเกราะป้องกันชั้นที่สอง

ผู้ฝึกตนนับแสนที่อยู่ในบริเวณนั้น มองไปยังกระบี่ที่สาดประกายเจิดจ้าและกลิ่นอายของมันจนแทบจะลืมหายใจ แรงกดดันอันน่าตกใจกระจายออกมาจากตัวกระบี่ ขณะที่มันพุ่งฝ่าอากาศไปอย่างสง่างาม

“กาลเวลาทำให้ไม้ไผ่เกิดขึ้น” เซียนรุ่งอรุณพึมพำ “และไม้ไผ่ก็ปกปิดกาลเวลาไว้ จนกลายเป็นกิ่งไผ่และไม้…” การต่อสู้ระหว่างนางและปรมาจารย์อสูรโลหิตไม่ได้เชื่องช้าลง แต่เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น

ขณะที่กระบี่ไม้กรีดเฉือนลงมา พื้นดินก็สั่นสะเทือน และรอยร้าวก็ปรากฏขึ้น ราวกับว่าไม่อาจจะต่อต้านกับแรงกดดันแห่งกาลเวลาอันน่าเหลือเชื่อนี้ได้

ต้นหญ้าแห้งเหี่ยวลงไป และตัวของเวลาเองก็ดูเหมือนจะบิดเบือนไป เวลาได้ปั่นป่วนวุ่นวายขึ้น ทำให้ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นต่างก็ตกตะลึง และถอยไปด้านหลังในทันที

ตอนนี้กระบี่แทบจะกรีดลงไปยังเกราะป้องกันชั้นที่สองแล้ว ท่าทางสิ้นหวังปรากฏขึ้นบนใบหน้าของศิษย์สำนักเซี่ยเยาที่อยู่ด้านใน แต่กลับกันฝ่ายศัตรูนับแสนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นต่างก็มีสีหน้ามุ่งหวัง

สายตาทุกคู่จ้องนิ่งไปยังกระบี่ที่กำลังพุ่งฝ่าอากาศไป

เสียงหัวเราะของหกเต๋าดังก้องไปทั่วทั้งสนามรบ

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าแปลกๆ ในตอนแรกเขารับรู้ได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยของกระบี่ไม้ไผ่ เมื่อรอยแตกร้าวปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของมันก่อนหน้านี้ ความรู้สึกที่คุ้นเคยนั้นก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น เมื่อไม้ไผ่แตกกระจายไป และกระบี่ไม้ปรากฏขึ้น สายสัมพันธ์ที่เชื่อมต่อระหว่างเขาและกระบี่ก็ปรากฏขึ้น ซึ่งมีแต่เมิ่งฮ่าวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถสัมผัสได้!

เขาเชื่อมต่อได้กับกระบี่ไม้!!

เมื่อถึงจุดที่มั่นใจ รอยยิ้มที่เขินอายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมิ่งฮ่าว และเขาก็กระแอมไอออกมา ขณะที่สายตาทุกคู่ของศิษย์สำนักเซี่ยเยา และผู้ฝึกตนฝ่ายศัตรู ต่างก็จ้องนิ่งไปยังกระบี่ไม้ ทันใดนั้นเมิ่งฮ่าวก็ก้าวเท้าออกไปจากด้านหลังเกราะป้องกันชั้นที่สอง

การแสดงออกเช่นนี้ทำให้คนทั้งหมดเกิดความสนใจขึ้นมาในทันที และเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นไปในอากาศ

“มันกำลังจะทำอะไร? อย่าบอกข้านะว่ามันกำลังจะพยายามไปต่อสู้กับมรดกวิเศษอันล้ำค่าของสำนักอีเจี้ยน!?”

“ฮา ฮา ฮา! ข้าไม่เคยจะคาดคิดเลยว่า จะมีใครบางคนที่เย่อหยิ่งเช่นนี้มาก่อน! มันกล้าที่จะก้าวออกมาจากด้านหลังเกราะป้องกันนั้นจริงๆ? กระบี่นั่นกำลังจะกำจัดมันไปทั้งร่างกายและวิญญาณ!!”

“รนหาที่ตาย?” หกเต๋าหัวเราะ มันคาดเดาว่าเมิ่งฮ่าวคงขวัญหนีดีฝ่อจนสูญเสียสติสัมปชัญญะไป บุคคลทั่วไปต้องไม่มีทางจะก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังเกราะป้องกันเป็นแน่ พวกมันต้องยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวอยู่ที่ด้านหลัง

สิ่งที่ยิ่งดึงดูดความสนใจมากไปกว่านั้น ไม่เพียงแต่เมิ่งฮ่าวจะก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังเกราะป้องกันเท่านั้น แต่เขายังได้ยื่นมือออก…ตรงไปยังกระบี่ไม้ที่ทรงพลังอย่างน่าตกใจ ซึ่งกำลังกรีดเฉือนลงมาที่เขา…ราวกับว่าเขากำลังกวักมือเรียกไปที่กระบี่ไม้

เมิ่งฮ่าวกระแอมไอและจากนั้นก็กล่าวว่า “เป่าเป้ย, ถึงเวลากลับบ้านแล้ว!”

หมายเหตุ : 宝贝 (เป่าเป้ย) หมายถึง ของวิเศษ, ลูกรัก หรือคนรัก

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: