Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 762

I Shall Seal The Heaven Chapter 762

ตอนที่ 762

ปรมาจารย์รุ่นสิบ!

เสียงแผดร้องอย่างบ้าคลั่งของหวังเถิงเฟย ไม่มีอะไรนอกจากทำให้เมิ่งฮ่าวต้องขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย แต่ใบหน้าของผู้ฝึกตนอีกสองคนซีดขาวอย่างน่ากลัว จิตใจพวกมันเริ่มเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว

ทันใดนั้นพวกมันก็นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ดินแดนด้านใต้ต้องปั่นป่วนขึ้นเล็กน้อย เป็นเรื่องราวของรักสามเส้าระหว่างเมิ่งฮ่าว, หวังเถิงเฟย และฉู่อวี้เยียน

“แย่แล้ว! สองคนนี้เคยเป็นคู่แข่งด้านความรักกันมาก่อน!!”

“บัดซบ พวกเราบังเอิญมาเผชิญหน้ากับคนทั้งสองนี้ และดันไปได้ยินเรื่องราวที่ไม่ควรจะได้ยินเข้า…” สีหน้าสองผู้ฝึกตนสลดลง และพวกมันก็ถอยไปด้านหลังด้วยความวิตกกังวล เมื่อเห็นว่าเมิ่งฮ่าวไม่ได้สนใจพวกมันแม้แต่น้อย พวกมันก็หลบหนีจากไปอย่างรวดเร็ว ก่นด่าสาปแช่งตนเองที่ไม่มีปีกงอกเงยออกมาได้

“มาสังหารข้า! สังหารข้าไปเลย!” หวังเถิงเฟยแผดร้องด้วยโทสะ ดวงตาแดงก่ำ มันยังเริ่มเข้าไปใกล้เมิ่งฮ่าวอีกด้วย จนกระทั่งไปอยู่ที่เบื้องหน้าเขา

“เมิ่งฮ่าว ตอนที่อยู่ในสำนักเอกะเทวะ เจ้าไม่ใช่อยากจะสังหารข้า? ข้าจำได้ว่าเล็บนิ้วของเจ้าหลุดติดเข้าไปในฝ่ามือ และโลหิตก็ไหลลงมา ในตอนนั้นเจ้าเป็นแค่มดแมลง แต่ข้าคือผู้ถูกเลือก!”

“ตอนนี้เจ้าก็ได้พบกับข้าแล้ว เจ้ารู้สึกมีความสุขมากใช่หรือไม่? มาเลย มาสังหารข้า!!”

“ข้ามีชีวิตอยู่มาพอแล้ว ตระกูลข้าล่มสลายไป คนในตระกูลก็ตายไปจนหมดสิ้น ครอบครัวข้าก็ไม่เหลืออยู่อีก พี่ชายข้ามอบชีวิตมันให้กับข้า แล้วเป็นอย่างไร? อย่างน้อยการที่ต้องตายไปด้วยเงื้อมมือเจ้าก็จะปลดปล่อยข้าให้หลุดไปจากห่วงกังวลใดๆ!”

“ทำไมยังไม่เข้ามาอีก? มาสังหารข้า!!”

สีหน้าอันซับซ้อนมองเห็นได้จากใบหน้าของเมิ่งฮ่าว ขณะที่เขามองกลับไปยังหวังเถิงเฟย เขารู้มานานแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับตระกูลหวัง ส่วนเรื่องทั้งหมดในอดีตที่ผ่านมา ก็ไม่มีอะไรนอกจากเป็นอดีตที่ผ่านไปแล้ว

“ข้าคือผู้ถูกเลือกแห่งตระกูลหวัง เมื่อข้ายังเยาว์ ข้ามีหยดโลหิตของมังกรปีกวารีที่ตกลงมาจากท้องฟ้า ข้าทำตามลางสังหรณ์ และหลังจากที่จ่ายค่าตอบแทนไปมากมาย ในที่สุดข้าก็พบกับสำนักเอกะเทวะ!”

“มรดกวิเศษของมังกรปีกวารีเป็นของข้า!! แต่เจ้าก็เอามันไป! เจ้าเอาของวิเศษของข้าไป! และเจ้ายังได้เอาตำแหน่งศิษย์สายในของสำนักเอกะเทวะไปจากข้าอีกด้วย! เจ้าทำลายโอกาสที่ข้าจะได้รับคัมภีร์สุดยอดวิญญาณไป!”

“จากนั้นเจ้าก็เอาคู่หมั้นไปจากข้า! ฉู่อวี้เยียนเป็นคู่หมั้นของข้า! แต่นางก็ยกเลิกพันธะหมั้นหมายไป…ทั้งหมดนี้ก็เนื่องมาจากเจ้า!”

“ข้าติดค้างเจ้าจากชาติที่แล้วหรืออย่างไร, เมิ่งฮ่าว? ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้าเอาไปจากข้าทุกสิ่งทุกอย่าง!!” ขณะที่หวังเถิงเฟยแผดร้องตะโกนออกมา หยดน้ำตาก็เริ่มไหลลงมาบนใบหน้ามัน

“ตอนนี้เจ้ามีทุกอย่างที่เป็นของข้า ข้าควรจะเป็นอันดับหนึ่งในดินแดนด้านใต้ ข้าควรจะอยู่ในจุดสูงสุด และเจ้า…เจ้าน่าจะเป็นเหมือนกับข้าในตอนนี้!”

“ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้ามี…ก็เอาไปจากข้าทั้งหมด! ตอนนี้เจ้าก็มายืนอยู่ที่เบื้องหน้าข้า เป็นผู้ชนะอีกครั้ง เจ้าจะมาช่วยข้า?! เจ้าไม่ได้กำลังช่วยข้า ข้าไม่ต้องการความเมตตาสงสารใดๆ จากเจ้า ข้าแค่อยากให้เจ้าสังหารข้า!!”

“ไม่ต้องมองข้าเช่นนั้นเมิ่งฮ่าว ข้าคือหวังเถิงเฟย!” มันกล่าวพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม หลังจากที่ตระกูลหวังล่มสลายไป หวังเถิงเฟยก็กลายเป็นผู้ที่ถูกเหยียดหยามเยาะเย้ยอยู่ตลอดเวลา แต่ก็เป็นความเจ็บปวดที่มันสามารถทนได้ ในโลกนี้มีอยู่อย่างเดียวเท่านั้นที่มันไม่อาจจะทนได้ คนผู้หนึ่ง

คนๆ นั้นก็คือเมิ่งฮ่าว!

มันยอมตายดีกว่าที่จะได้เห็นความเมตตาและความซับซ้อนในดวงตาของเมิ่งฮ่าว มันคือหวังเถิงเฟย! ถ้ามันต้องตายไปก็ไม่เป็นไร แต่มันจะตายไปพร้อมกับความภาคภูมิใจ!

เมิ่งฮ่าวถอนหายใจออกมา จากนั้นก็ส่ายหน้า เมื่อนึกย้อนไปยังเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและหวังเถิงเฟย เขาก็รู้ว่าได้กระทำอย่างหุนหันพลันแล่นไปบ้าง

เขาเคยเยาว์วัยและใจร้อน ตอนนี้เมื่อมองย้อนกลับไป ก็ตระหนักว่า…หลายสิ่งที่เขาได้กระทำมาก็มากเกินไป ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของฉู่อวี้เยียน…บางที…ถ้าเขาไม่ได้จงใจที่จะทำลายความสัมพันธ์ของหวังเถิงเฟยและฉู่อวี้เยียน วันนี้คนทั้งสองก็คงจะมีความสุข เบิกบานใจอยู่ด้วยกัน

อย่างน้อยพวกมันก็คงจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้

เมิ่งฮ่าวไม่กล่าวอันใด หยิบเอาแผ่นหยก และประทับสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ลงไป จากนั้นก็โยนออกไปให้ลอยอยู่ที่เบื้องหน้าหวังเถิงเฟย

“รับนี่ไว้” เขากล่าวเสียงอ่อนโยน “ถ้าท่านตกอยู่ในอันตรายอันร้ายแรง มันสามารถช่วยชีวิตได้หนึ่งครั้ง ท่านและข้า…เป็นสหายเก่ากัน ข้าหวังว่า…ท่านจะสามารถค้นหาเส้นทางของตนเองได้” ด้วยเช่นนั้น เขาก็หันหลังและจากไป

หวังเถิงเฟยจ้องมองไปยังแผ่นหยกที่กำลังลอยอยู่เบื้องหน้ามันด้วยความตกตะลึง จากนั้นมันก็เงยหน้าขึ้น และเริ่มส่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมา ขณะที่หยดน้ำตาก็ไหลลงมาบนใบหน้ามันมากขึ้น มันไม่ต้องการความปรารถนาดีจากเมิ่งฮ่าว มันไม่ต้องการจะอ่อนแอต่อหน้าบุคคลที่ครั้งหนึ่งมันเคยเกลียดชังมากกว่าผู้ใดในโลกแห่งนี้ หลังจากที่ตระกูลหวังถูกทำลายล้างไป มันก็ได้พบเจอกับเรื่องราวมากมายหลายอย่าง และเริ่มคุ้นเคยกับการเสแสร้งของโลกใบนี้

อดีตสหายสนิทเตะมันออกไปเมื่อมันล้มลง สหายเก่าหลบหน้ามัน ราวกับว่ามันเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจ ความเจ็บปวดเช่นนั้นเป็นสิ่งที่มันสามารถยอมรับได้ ถ้าศัตรูเก่าต้องการจะสังหารมันไป อย่างน้อยมันก็สามารถระเบิดตนเอง เพื่อให้ตายไปพร้อมกับพวกมัน

แล้วมันจะคาดคิดได้อย่างไรว่าบุคคลที่มันเกลียดชังมากที่สุด…จะกลายเป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่ปฏิบัติต่อมันด้วยความจริงใจ หลังจากที่มันตกลงมาจากจุดสูงสุดเช่นนี้?

มันไม่ต้องการจะยอมรับ และไม่อาจจะยอมรับได้ อารมณ์ความรู้สึกของมันจำเป็นต้องมีที่ระบายออก หยดน้ำตาแห่งความเศร้าโศกเสียใจไหลลงมาเต็มใบหน้า

มันสะบัดมือ ทำให้แผ่นหยกกระแทกลงไปบนพื้นเป็นเสียงดัง

“ข้าคือหวังเถิงเฟย! ข้าไม่ต้องการความเห็นใจจากเจ้า!!”

เมิ่งฮ่าวหยุดชะงักลง และมองกลับไปด้านหลัง จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เขากำลังจะจากไปแต่ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างยาวนาน ดังออกมาจากภายในผืนป่าที่อยู่ใกล้กับบริเวณนั้น

เสียงหัวเราะนั้นทำให้เกิดเป็นสีสันแวบขึ้นไปในท้องฟ้า ส่งผลให้กลุ่มเมฆม้วนตัวไปมา เงาร่างหนึ่งโผล่ออกมาจากผืนป่า กระจายกลิ่นอายที่เกินกว่าขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าออกมา

“ฮา ฮา ฮา! เซียนอมตะ, เซียนอมตะ…ฮา ฮา ฮา! ข้าจะกลายเป็นเซียน!” เป็นชายชราวิกลจริตที่มีผมเผ้ารุงรัง, เสื้อผ้าฉีกขาดและเนื้อตัวมอมแมม

ม่านตาเมิ่งฮ่าวหดเล็กลง และรังสีสังหารก็แวบขึ้นมาในดวงตา ร่างจริงที่สองฉับพลันนั้นก็ปรากฏขึ้นที่ด้านข้าง และก้าวเท้าตรงไป

ชายชราวิกลจริตนี้ดูแตกต่างเป็นอย่างมากจากก่อนหน้านี้ แต่เมิ่งฮ่าวก็ยังคงบอกได้ว่ามันคือ…ปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวัง!

ก่อนหน้านี้เมิ่งฮ่าวเคยสอบถามเกี่ยวกับปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวัง เขารู้ว่าในความคลุ้มคลั่งของมัน มันได้ไปทำลายตระกูลหวัง จากนั้นก็กลายเป็นบ้าไปโดยสิ้นเชิง และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้มาเผชิญหน้ากับมันด้วยตนเองในดินแดนด้านใต้แห่งนี้

“ท่านปรมาจารย์!!” หวังเถิงเฟยร้องตะโกนออกมา

“ปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวัง!” เมิ่งฮ่าวแผดร้องด้วยความดุร้าย ยกมือขึ้นชี้นิ้วออกไป ทำให้ร่างจริงที่สองพุ่งฝ่าอากาศตรงไปยังปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวัง

เสียงระเบิดดังกึกก้องเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่คนทั้งสองเริ่มต่อสู้กันในทันที สำหรับปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวัง ปราณเซียนได้หมุนวนอยู่รอบๆ ร่างมัน เส้นผมยุ่งเหยิงเป็นกระเซิง และใบหน้าที่แก่ชราของมันก็เต็มไปด้วยความสับสน

“เซียนอมตะ ข้าจะกลายเป็นเซียน…” มันหัวเราะขึ้นอย่างโง่งม โบกสะบัดมือ ทำให้อากาศแตกกระจายออกไป พลังของพื้นฐานฝึกตนกระจายออกเป็นระลอกคลื่น ขณะที่มันต่อสู้กับร่างจริงที่สองของเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวแค่นเสียงเย็นชา และบินออกไป เขามีร่างกายขั้นค้นหาเต๋า รวมทั้งมีกระถางสายฟ้า ซึ่งเขาได้หยิบออกมา ขณะที่เข้าไปใกล้ปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวัง

เสียงระเบิดดังก้องออกไป ขณะที่เมิ่งฮ่าวและร่างจริงที่สองต่อสู้ไปมากับปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวัง สายลมส่งเสียงหวีดหวิวและพื้นดินก็สั่นสะเทือน

“ตัด!” ร่างจริงที่สองของเมิ่งฮ่าวส่งเสียงร้องออกมา ทำให้กระบี่ไม้แห่งกาลเวลาตวัดลงไป พลังแห่งกาลเวลาหลายหมื่นปีกวาดออกไปคล้ายกับเป็นแม่น้ำที่กว้างใหญ่ แต่ปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวังก็ไม่ใช่ผู้ฝึกตนขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าธรรมดา มันมีปราณเซียน และกลิ่นอายเซียน ที่มันส่งออกไปเพื่อต่อต้านพลังแห่งกาลเวลา เสียงระเบิดดังก้องออกไป และร่างจริงที่สองก็ถอยไปด้านหลัง ใบหน้าปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวังซีดขาว และทันใดนั้นเองที่ความสับสนในแววตาของมันเริ่มถูกแทนที่ด้วยความแจ่มใส

“เมิ่ง…ฮ่าว…” มันกล่าวจ้องนิ่งไปยังเมิ่งฮ่าว เสียงของมันแหบแห้ง และกล่าวด้วยความลังเล ขณะที่มันได้สติกลับคืนมา

“ท่านปรมาจารย์!!” หวังเถิงเฟยร้องตะโกนขึ้นมาอย่างเร่งรีบ บินตรงมายังปรมาจารย์รุ่นสิบ

“เถิง…เฟย…” ปรมาจารย์รุ่นสิบกล่าว มองไปยังหวังเถิงเฟย ฉับพลันนั้นสีหน้าของมันก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด มันยกมือขึ้นกุมไปที่ศีรษะ จากนั้นก็แผดร้องอย่างโหยหวนออกมา “อย่าได้เข้ามาใกล้ข้า!”

“ตระกูลหวัง…ข้าคือคนบาปของตระกูลหวัง, ข้าคือคนบาป…ข้าสังหารคนในตระกูลหวังทั้งหมดไป ข้าสังหารไปทุกคน…เพื่อที่จะกลายเป็นเซียน เพื่อจะกลายเป็นเซียน แล้วมันคุ้มค่าหรือไม่…? คุ้มค่าหรือไม่?!?!?” ปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวังเงยหน้าขึ้น ส่งเสียงแผดร้องอย่างบ้าคลั่งออกมา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความขมขื่นอย่างรุนแรง

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้น ขณะที่เขายืนห่างออกไปที่ด้านข้างพร้อมกับร่างจริงที่สอง พวกเขาไม่ได้โจมตี เพียงแค่มองไปด้วยดวงตาที่สาดประกายรังสีสังหาร

“ข้าเป็นคนบาป…ที่สังหารคนของตระกูลหวังไปทั้งหมด…” ปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวังแผดร้อง และหยดน้ำตาก็ไหลลงมาเป็นสายบนใบหน้าของมัน รู้สึกราวกับว่าจิตใจกำลังถูกบดขยี้ มันรู้สึกเสียใจ, ไม่อาจจะทำอะไรได้ และความบ้าคลั่งก็หมุนวนไปมาอยู่ในจิตใจ ใบหน้าของคนในตระกูลที่มันได้สังหารไปด้วยตนเองเริ่มปรากฏขึ้นอยู่รอบๆ ตัว และมันก็สั่นสะท้าน ใบหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้

ทันใดนั้นมันก็หันหน้าไปยังเมิ่งฮ่าว เอามือกุมศีรษะ ดวงตาเป็นสีแดงเจิดจ้า “เป็นเพราะเจ้า ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้า!”

ทุกช่วงเวลาหนึ่ง ปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวังจะมีสติแจ่มใสขึ้นมา เมื่อใดที่เกิดขึ้นเช่นนั้น ก็จะเป็นเวลาของความสำนึกผิดและเจ็บปวดอย่างที่ยากจะพูดออกมาได้ จิตใจมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเสียใจ และความบ้าคลั่งก็พุ่งขึ้นมาจากการที่รู้ว่าสองมือของมันชุ่มโชกไปด้วยโลหิตของคนในตระกูล ทำให้มันอยากจะตายไป

แต่พื้นฐานฝึกตนของมันก็บรรลุถึงจุดที่การตายไป…ไม่ใช่เรื่องง่าย

มันพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว แต่เมิ่งฮ่าวก็หลบเลี่ยงไปด้านข้าง ดวงตาแวบขึ้นด้วยความเย็นชา เขาไม่ได้โจมตีไปแต่ความเป็นศัตรูในดวงตาก็เริ่มลึกล้ำมากยิ่งขึ้น รอยยิ้มอันเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“อยากจะตายไป? มันไม่ง่ายเช่นนั้น! ข้าจะปล่อยให้เจ้าตายไปได้อย่างไร? เจ้าสมควรตายไปนับร้อยครั้ง แล้วข้าจะปล่อยให้เจ้าตายไป เพื่อปลดปล่อยเจ้าจากความเจ็บปวดและขมขื่นไปอย่างง่ายๆ ได้อย่างไร? ข้าจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่อย่างบ้าคลั่งต่อไป ทุกครั้งที่เจ้าได้สติกลับคืนมา ก็จะทุกข์ทรมานด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บปวด! นั่นก็คือการแก้แค้นที่เจ้าสมควรจะได้รับ!”

ความเกลียดชังในดวงตาเมิ่งฮ่าวลุกโชนขึ้น เขาเกลียดชังปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวัง ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะมัน สวี่ชิงก็จะไม่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นตอนนี้ เขาก็จะไม่ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตอันร้ายแรงมากมาย อันที่จริงเมื่อคิดไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในถ้ำกำเนิดใหม่ เขาได้ตายไปแล้วอย่างแท้จริง

ศัตรูเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่ใช่แค่การตายไปก็จะจบสิ้นได้ การบีบบังคับให้ปรมาจารย์ตระกูลหวังมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมาน…นั่นก็คือการล้างแค้นที่แท้จริง!

เมิ่งฮ่าวหัวเราะเสียงเย็นชา ขณะที่ถอยไปด้านหลัง แต่ในตอนนี้เองที่ใบหน้าของปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวังเริ่มเต็มไปด้วยความว่างเปล่าขึ้นอีกครั้ง มันเริ่มยิ้มอย่างโง่งม ราวกับว่าความทรงจำที่หายไปกำลังเริ่มชะล้างความเจ็บปวดในจิตใจทั้งหมดไป

แต่เมิ่งฮ่าวก็ไม่ยอมปล่อยให้มันลืมไปได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น

เขายกมือขึ้น และชี้นิ้วออกไป

เวทผนึกอสูรรุ่นเจ็ด ผนึกกรรม!

เขาไม่ได้ใช้วิชานี้อย่างเต็มที่ เพียงแค่ใช้เวทกรรม ที่จะทำให้ปรมาจารย์รุ่นสิบทุกข์ทรมานอยู่กับกรรม ถึงแม้ว่ามันจะตกอยู่ในสภาพไร้จิตสำนึกก็ตามที มันจมอยู่ในเส้นใยกรรมที่ชีวิตของคนในตระกูลถูกสังหารไป ตอนนี้พวกมันจะตามรังควานมันไปอย่างต่อเนื่อง ให้มันจดจำได้ถึงสองมือที่เปื้อนไปด้วยโลหิตของมัน ตอนนี้มันจะถูกรบกวนด้วยความทรงจำในสิ่งที่ได้กระทำมาตลอดไป

ตูม!

เส้นใยกรรมของปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวังตกอยู่ในความปั่นป่วนโกลาหล ร่างกายมันสั่นสะท้าน และดวงตาก็เต็มไปด้วยหยดน้ำตา ถึงแม้ว่าสีหน้ามันจะว่างเปล่า แต่มันก็ส่งเสียงแผดร้องอย่างบ้าคลั่งออกมา ความเจ็บปวดเสียดแทงเข้าไปในจิตใจ และมันก็สูญเสียการควบคุมตนเองไปโดยสิ้นเชิง

“เซียนอมตะ…อย่า, อย่าเข้ามาใกล้ข้า! วิญญาณของข้า…ฆ่า…ฆ่า…ฆ่าพวกเจ้าทั้งหมด…อาตี้ (น้องชาย) อย่าเข้ามาใกล้ข้า…อ๊ากกกกกก!! เซียนอมตะ…”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: