Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 772

I Shall Seal The Heaven Chapter 772

ตอนที่ 772

ไม่เสียใจที่ได้แต่งงาน!

เสียงการต่อสู้ด้วยความสับสนอลหม่าน ดังลอยเข้าไปในสำนักเซี่ยเยา ศิษย์สำนักเซี่ยเยาที่ยังหลงเหลืออยู่ทั้งหมดต่างก็อยู่ที่ด้านนอก พร้อมกับผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้คนอื่นๆ กำลังต่อต้านการรุกคืบหน้าเข้ามาจากกองกำลังดินแดนทางเหนือ

ผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ไม่มีทางเลือก ได้แต่ต้องถอยกลับไปยังสำนักเซี่ยเยา ขณะที่กองกำลังดินแดนทางเหนือรุกคืบหน้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นี่เป็นสถานที่ที่กลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับดินแดนด้านใต้ไปแล้ว

สำนักเซี่ยเยาก็คือสำนักที่แข็งแกร่งมากที่สุดในดินแดนด้านใต้!

สำนักเซี่ยเยามีเมิ่งฮ่าว ผู้ซึ่งได้ช่วยเหลือดินแดนด้านใต้ไว้ทั้งหมดจากคำสาปแช่ง!

สำนักเซี่ยเยายังมีปรมาจารย์อสูรโลหิตผู้แข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อในตำนานอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นสถานที่ ที่กองกำลังจากแนวรบที่สามและสี่ได้ล่าถอยมา ผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือต่างก็ยินดีที่ได้เห็นเช่นนี้ พวกมันต้องการจะทำลายดินแดนด้านใต้ไปทั้งหมด ถ้าพวกมันสามารถกำจัดสำนักเซี่ยเยาลงไปได้ พวกมันก็จะสามารถกวาดล้างผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ไปได้ในคราเดียว

แนวรบอื่นๆ ในดินแดนด้านใต้ต่างก็เปลี่ยนตำแหน่งด้วยเช่นเดียวกัน กำลังเข้ามาใกล้สำนักเซี่ยเยามากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เห็น พวกมันต้องการจะใช้สำนักเซี่ยเยาเป็นสถานที่เพื่อยืนหยัดต่อต้านเป็นครั้งสุดท้าย

ดินแดนด้านใต้…ดูเหมือนว่าจะไร้ความหวังที่จะได้รับชัยชนะใดๆ ดินแดนทางเหนือได้ระดมกองกำลังที่สามของพวกมันแล้ว จากทะเลเทียนเหอจะมาถึงที่แห่งนี้เพียงไม่กี่วัน

กองกำลังที่สามนั่นคือตัวแทนของอำนาจสูงสุดแห่งดินแดนทางเหนือ

การสังหารอย่างต่อเนื่องเกิดขึ้นอยู่ในบริเวณรอบๆ สำนักเซี่ยเยา ตานกุ่ย, ปรมาจารย์ซ่ง และผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าทั้งหมดในดินแดนด้านใต้ ต่างก็อยู่ที่นั่นซึ่งถือได้ว่าเป็นสนามรบหลักของสงครามครั้งนี้ พวกมันต่างก็ทำการต่อสู้และสังหารมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งดวงตากลายเป็นสีแดงก่ำโดยสิ้นเชิง

ปรมาจารย์ซ่งสูญเสียแขนและดวงตาข้างขวาไป กลิ่นอายของมันอ่อนแอลง และถูกบังคับให้ต้องเริ่มเผาไหม้พลังชีวิตของตนเองออกมา

ซุนเทาแห่งสำนักจื่อยิ่นได้สูญเสียกายเนื้อไป ตอนนี้มันไม่มีอะไรนอกจากเป็นแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ แต่มันก็ถูกห้อมล้อมด้วยกระถางปรุงยาที่หมุนวนไปมา และยังคงต่อสู้อย่างไม่รู้จบต่อไป

ปรมาจารย์จินหานได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส ขณะที่การต่อสู้ดำเนินไป มันก็ฟื้นคืนสติกลับมาได้บ้างบางส่วน และจิตใจก็ไม่ได้ยุ่งเหยิงและไม่รู้เรื่องอีกต่อไป ในตอนที่มันเริ่มมีจิตใจที่กระจ่างแจ่มใส มันก็ไม่ได้หลบหนีจากไป แต่เริ่มหัวเราะอย่างขมขื่นออกมา

“ข้าเป็นคนบาป เป็นคนบาปแห่งดินแดนด้านใต้!!” มันแผดร้อง และเริ่มต่อสู้อย่างบ้าคลั่งมากขึ้นกว่าเดิม

ปรมาจารย์รุ่นสามตระกูลหลี่ไม่ได้ฟื้นสติกลับคืนมา มันตายไปในการต่อสู้

การตกตายไปของมันทำให้ทั่วทั้งสนามรบตกตะลึง มันอยู่ในขั้นสูงสุดค้นหาเต๋า แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะทำการระเบิดตนเองไป ถึงแม้ว่ามันไม่อาจจะสังหารผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าใดๆ จากดินแดนทางเหนือได้ แต่มันก็สามารถทำให้สามคนในพวกมันต้องได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส

ตานกุ่ยเหน็ดเหนื่อยอย่างสิ้นเชิง และได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน ในบางขณะ เครื่องหมายสีม่วงได้ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของท่าน เห็นได้ชัดว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกผนึกไว้ก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้…ท่านกำลังจะปลดปล่อยมันออกมาอย่างถาวร

เมื่อเครื่องหมายนั้นปรากฏขึ้น พื้นฐานฝึกตนของท่านที่อยู่ในขั้นต้นค้นหาเต๋า ก็จะพุ่งผ่านขั้นกลางขึ้นไป และในที่สุด…ก็จะกระจายพลังขั้นสุดท้ายค้นหาเต๋าออกมา

ราวกับว่ามีคลื่นพลังอันน่ากลัวได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากภายในร่าง ม้วนกวาดออกไปพยายามที่จะพุ่งทะลวงอย่างต่อเนื่อง

แม้แต่ผู้แข็งแกร่งตัดวิญญาณก็ยังได้ตายไปหลายคน

ดินแดนทางเหนือก็ต้องสูญเสียชีวิตไปมากเช่นเดียวกัน สงครามได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แม่น้ำแห่งโลหิตก็ไหลท่วมออกไปทั่วทุกที่

ขณะที่เสียงของการต่อสู้และสังหาร ดังก้องออกมาจากโลกภายนอก ลอยเข้าไปในหุบเขาเจ้าสำนักน้อย เมิ่งฮ่าวนั่งอยู่ที่นั่นโอบกอดสวี่ชิงไว้ เฝ้ามองนางค่อยๆ เริ่มแก่ชราลงไปเรื่อยๆ รอยเหี่ยวย่นปกคลุมใบหน้านางมากขึ้นเรื่อยๆ และเส้นผมของนางในตอนนี้ก็เป็นสีขาวไปโดยสิ้นเชิง ในที่สุดความเจ็บปวดในจิตใจเขาก็ดูเหมือนจะก่อตัวขึ้นมา เป็นเสียงสะท้อนที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และการสังหารที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ที่ด้านนอก

ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้พลังชีวิตของสวี่ชิงหลุดลอยไป แต่ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจจะทำอะไรได้ นอกจากมองดูขณะที่ความงดงามของนางค่อยๆ จางหายไปอย่างช้าๆ

ไม่มีแววตาหรือภาพสะท้อนอยู่ในดวงตาที่ลางเลือน เมื่อนางลืมตาขึ้นมา โลกทั้งหมดของนางกลายเป็นความมืดสลัวลงไป

“หลังจากที่ข้าตายแล้ว ท่านจะคิดถึงข้าหรือไม่…?” นางถาม

เมื่อเมิ่งฮ่าวได้ยินเช่นนี้ หยดน้ำตาก็เอ่อล้นอยู่ในดวงตาเขามากขึ้น และจิตใจก็รู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกแทงด้วยคมมีด เขากอดนางแน่นมากขึ้น และหยาดน้ำตาก็หยดลงไปบนใบหน้าของนาง

“อย่าได้ร้องไห้…” นางพึมพำ ใช้กำลังที่ยังมีเหลืออยู่น้อยนิด ยกมืออันแห้งเหี่ยวขึ้นมา และพยายามจะกวาดเช็ดไปที่ใบหน้าของเขาให้แห้ง “ข้ามีความสุข มีความสุขที่ได้พบกับท่านบนภูเขาต้าชิงในวันนั้น…”

“ข้าหวังว่าหลังจากที่ไปเกิดใหม่ และฟื้นความทรงจำกลับคืนมา มันก็จะเป็นภูเขาต้าชิง…พร้อมกับท่าน…”

“เมิ่งฮ่าว เมื่อเร็วๆ นี้ข้าได้ฝันไปมากมาย ข้ามักจะฝันว่า…พวกเราได้กลับไปอยู่บนภูเขาต้าชิง หรือในสำนักเอกะเทวะ…” ขณะที่นางกล่าว เปลวไฟแห่งพลังชีวิตของนางก็เริ่มจางหายไปอย่างช้าๆ

ตอนนี้นางมีสติแจ่มใสโดยสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่านี่เป็นความแจ่มใสครั้งสุดท้ายก่อนที่นางจะตายไป เป็นการระเบิดพลังชีวิตออกมาครั้งสุดท้าย ตอนนี้ดวงตานางไม่ได้สลัวเลือนลางอีกต่อไป แต่สดใส เต็มไปด้วยความอบอุ่น ขณะที่นางหวนรำลึกถึงช่วงเวลาเมื่อในอดีต และเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อยากจะจากไปเช่นเดียวกัน

นางไม่ต้องการจะจากดินแดนด้านใต้นี้ไป นางไม่ต้องการจะจากเมิ่งฮ่าว ยังมีเรื่องราวอีกหลายอย่างที่ทำให้นางอยากจะอยู่ในที่แห่งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย นางไม่ต้องการที่จะจากไป นางต้องการจะอยู่กับเมิ่งฮ่าวจนครบหนึ่งร้อยปีที่เหลือ แต่น่าเสียดาย…ที่ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้แล้ว

นางถอนหายใจ และลึกลงไปในจิตใจนางรู้สึกเสียใจ เสียใจที่งานพิธีวิวาห์นั่น…ดำเนินไปได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

“เมิ่งฮ่าว…ดูแลตัวเองด้วย…ท่านอยู่ ข้าอยู่…ท่านตาย ข้าตาย…เมื่อวันนั้นมาถึง เมื่อข้ารำลึกความทรงจำของข้าได้หลังจากที่ไปเกิดใหม่ ท่านต้องอยู่ที่นั่น…ถ้าไม่ ข้าก็ไม่ต้องการจะตื่นขึ้นมาจากความมืดมิดแห่งความไม่รู้ใดๆ” แสงที่แวบขึ้นมาในดวงตาของนางกำลังจางหายไปอย่างช้าๆ มือที่นางยกขึ้นมาเมื่อครู่นี้อ่อนแรงลงจนตกกลับลงไป

ในตอนที่มือนั้นเริ่มตกลงไป เมิ่งฮ่าวก็ยื่นมือออกมาจับไว้ ลึกลงไปในดวงตา ความโศกเศร้าเสียใจพร้อมกับความอบอุ่นปรากฏขึ้น ขณะที่เขามองไปยังสวี่ชิง

เขาวางมือขวาไปบนแผ่นหลังของนาง และปล่อยให้พลังชีวิตของตนเองไหลเข้าไปในร่างนาง ในตอนนี้ เส้นผมของเขาได้กลายเป็นสีขาวไปโดยสิ้นเชิง

การกระทำเช่นนี้ได้ทำให้พลังชีวิตที่กำลังจางหายไปของนางกลับคืนมาได้บ้าง ทำให้นางมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้นานขึ้นเล็กน้อย นางสามารถจะสูดลมหายใจเข้าไปได้มากขึ้น ซึ่งเป็นอากาศที่นางไม่ปรารถนาจะจากไป และดวงตานางก็เริ่มมีแสงขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าว

“ปล่อยข้าไปเถอะ…” สวี่ชิงพึมพำอย่างอ่อนแรง

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายด้วยความมุ่งมั่น “งานวิวาห์ของพวกเรายังไม่จบลง ดังนั้นท่านไม่อาจจะจากไป…ข้ากำลังจะทำให้มันเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์!” ด้วยเช่นนั้น เขาโอบกอดนางแน่นขึ้น และบินขึ้นไปในอากาศ

เขาไม่กล้าจะปล่อยมือไปจากนาง เป็นเพราะพลังชีวิตที่ไหลเข้าไปของเขา ทำให้นางยังไม่ตายไป

คนทั้งสองยังคงสวมใส่ชุดแต่งงานสีแดง และต่างก็มีเส้นผมที่ขาวโพลนราวหิมะ แก่ชราลงไปทั้งคู่

ราวกับว่าความยินดีและภัยพิบัติอันยิ่งใหญ่ ได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน ขณะที่เมิ่งฮ่าวบินออกไปจากหุบเขาเจ้าสำนักน้อย ที่ห่างไกลออกไป เขามองเห็นการต่อสู้อันน่าตกใจกำลังดำเนินอยู่

ผู้ฝึกตนนับแสนกำลังต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่ง ระลอกคลื่นของวิชาเวทกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง สีเจิดจ้าแวบขึ้นไปในท้องฟ้า และกลุ่มเมฆก็ม้วนตัวไปมาด้วยความปั่นป่วน เสียงระเบิดตามติดมาด้วยความตายและการทำลายล้าง…ในตอนนี้เสียงแผดร้องอย่างโหยหวนได้ยินไปทั่วทั้งสนามรบ กลายเป็นคลื่นเสียงที่คล้ายกับเป็นน้ำพุเหลืองแห่งอเวจี

ท้องฟ้าที่ด้านบนและพื้นดินที่ด้านล่าง ดูเหมือนจะกลายเป็นสีโลหิต เต็มไปด้วยซากศพอย่างไร้จุดสิ้นสุด…

ตอนนี้เป็นยามสนธยา แต่การแตกกระจายไปของอากาศ และสายลมอันรุนแรงที่ม้วนตัวไปมา ก็ทำให้ท้องฟ้าดูมืดมิดราวกับเป็นยามราตรี

เมื่อเมิ่งฮ่าวปรากฏกายขึ้น ก็ค่อนข้างจะกลายเป็นจุดสนใจในทันที ผู้แข็งแกร่งของทั้งดินแดนด้านใต้และดินแดนทางเหนือ มองเห็นชายชรากำลังโอบอุ้มหญิงชราผมขาวโพลนอยู่ในวงแขน และคนทั้งสองต่างก็อยู่ในชุดแต่งงานสีแดงสด

พวกมันยังรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอันโศกเศร้าและเยือกเย็นที่ผสมรวมกันอย่างลึกล้ำ กระจายออกมาจากชายชราผู้นั้นด้วยเช่นกัน

“เมิ่งฮ่าว…นั่นคือเมิ่งฮ่าวผู้ยิ่งใหญ่!”

“อย่าบอกนะว่า…มันกำลังโอบกอดสวี่ชิงอยู่…? นั่น…นั่นคือพลังของคำสาป…”

“ข้าอยู่ที่นั่นในงานพิธีวิวาห์ ข้าไม่เคยเห็นภาพที่งดงามมากไปกว่านี้อีกแล้วในชั่วชีวิตนี้…”

ปรมาจารย์ซ่งมองไปยังเมิ่งฮ่าว และดูเหมือนว่าต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา มันรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดอย่างลึกล้ำของเมิ่งฮ่าว ราวกับว่าได้สูญเสียจิตใจไป

ปรมาจารย์จินหานที่รู้สึกตัวได้สติกลับคืนมาก็เงียบด้วยเช่นกัน

ซุนเทาที่เหลือแต่แรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ มองไปยังเมิ่งฮ่าวจากที่ห่างไกลออกไป จากนั้นก็ต่อสู้ต่อไป

สีหน้าตานกุ่ยเต็มไปด้วยความเสียใจ ท่านมองเห็นศิษย์ของตนเอง แต่ก็ไม่อาจจะช่วยอะไรได้ นอกจากคิดไปถึงว่าพิธีวิวาห์ได้กลายเป็นสถานการณ์เช่นในตอนนี้ได้อย่างไร ความเบิกบานใจได้กลายเป็นความโศกเศร้าเสียใจ ทำให้ท่านไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมาดี

เห็นได้ชัดว่าในตอนแรกไม่มีผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือจดจำเมิ่งฮ่าวได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกมันมองเห็นเสื้อผ้าและผมสีขาวของเขา รวมทั้งสีหน้าที่เจ็บปวดใจของผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ พวกมันก็คิดไปถึงนามที่กลายเป็นตำนานอยู่ในท่ามกลางกลุ่มผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือขึ้นมา

“เมิ่งฮ่าว! มันต้องเป็นเจ้าบัดซบเมิ่งฮ่าวอย่างแน่นอน!”

“มันนั่นเอง! มันทำให้กองกำลังแรกต้องคำสาปของโลกันต์เฉาเก้าเสื่อมโทรมไปทั้งหมด ผู้ฝึกตนนับแสน…ต้องถูกสังหารหมู่ไป! ทะเลเทียนเหอกลายเป็นสีแดงด้วยโลหิต!”

“กองกำลังดินแดนทางเหนือของพวกเรา บุกเข้ามายังดินแดนด้านใต้ในวันแต่งงานของมัน มันช่างโชคร้ายนัก! วันแต่งงานกลายเป็นวันแห่งความตายและความเสียใจ!”

“สมควรแล้ว! ตอนนี้เมื่อมันเสนอหน้ามาอีกครั้ง มันต้องตายไปอย่างแน่นอน อันที่จริงก็เป็นเรื่องดีสำหรับมัน พวกมันจะได้ไปยังปรโลกด้วยกัน! ช่างเป็นจิตวิญญาณแห่งนกยวนยางอย่างแท้จริง!”

ผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าแห่งดินแดนทางเหนือ ที่อยู่ในท่ามกลางกองกำลังตอนนี้เต็มไปด้วยความประหลาดใจ พวกมันทั้งหมดต่างก็ได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนทั้งสามที่ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสจากการตายไปของปรมาจารย์รุ่นสามตระกูลหลี่ ท่ามกลางคนทั้งสามนั้น หนึ่งคนเป็นชายชราที่สวมใส่ชุดหนังสัตว์ และอีกคนเป็นเด็กชาย ทั้งคู่ต่างก็เป็นคนจากกองกำลังแรก คนที่สามเป็นชายชราจากกองกำลังที่สอง

“นั่นคือเมิ่งฮ่าวที่ผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้มักจะพูดถึง!” ชายชราในชุดหนังสัตว์กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว “มันดูดซับพลังคำสาปแช่งเข้าไปถึงแปดในสิบส่วน แต่ก็ยังไม่ได้ตายไป!!”

“สามารถถือได้ว่ามันคือศัตรูตัวฉกาจของดินแดนทางเหนือ” เด็กชายกล่าวผ่านร่องฟันที่กัดจนแน่น ดวงตามันลุกโชนด้วยความต้องการสังหาร “ถ้ามันตายไป ก็คงจะโชคดีสำหรับมัน แต่เมื่อมันยังไม่ตาย ข้าก็จะเปลี่ยนให้มันกลายเป็นเนื้อสับในวันนี้!”

“จริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องดีที่มันยังคงมีชีวิตอยู่ ปล่อยให้มันจมอยู่ในความรู้สึกที่แห้งเหี่ยวลงไปพร้อมกับภรรยาที่วิวาห์กับมันในวันนั้น! ปล่อยให้มันจมอยู่ในความรู้สึกที่เริ่มแก่ชราลงไป! ปล่อยให้มันรู้สึกเจ็บปวดกับการทำให้ผู้กล้านับแสนของดินแดนทางเหนือต้องตายไปเพราะมัน!”

ด้านข้างของผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าทั้งสามเป็นปรมาจารย์จากดินแดนทางเหนืออีกหลายคน พวกมันเคยได้ยินนามของเมิ่งฮ่าวมานานแล้ว และตอนนี้เมื่อพวกมันได้มองเห็นเขาด้วยตนเอง รังสีสังหารของพวกมันก็กระจายออกไปทั่วทุกที่

สายตามากมายนับไม่ถ้วนทั่วทั้งสนามรบ ต่างก็จ้องนิ่งไปบนร่างเมิ่งฮ่าว สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ขณะที่มองไปยังสวี่ชิงที่ผมขาวแก่ชราไป ในที่สุดเขาก็เงยหน้าขึ้น และสายตาก็ตกกระทบไปบนร่างของท่านอาจารย์ตานกุ่ย

“ท่านอาจารย์ ข้าอยากจะให้พิธีวิวาห์เสร็จสิ้นที่นี่และตอนนี้ ท่านอาจารย์ได้โปรดกระทำพิธีต่อไปด้วย!” ถึงแม้ว่าคำพูดของเขาจะสงบนิ่ง แต่ความสงบนั้นก็ประกอบด้วยบางสิ่งที่ทำให้จิตวิญญาณของผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ทั้งหมดต้องสั่นสะท้านไปโดยสิ้นเชิง

สายตาสวี่ชิงจ้องนิ่งไปยังเมิ่งฮ่าว นางพยายามต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้หลับตาลงไป และขณะที่ทำเช่นนั้น ประกายหยดน้ำตาก็เอ่อล้นอยู่ภายใน จากนั้นก็ค่อยๆ ไหลลงไปบนแก้มของนาง

แรงสั่นสะเทือนวิ่งผ่านร่างตานกุ่ยไป

ในเวลาเดียวกันนั้น ดวงตาของผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ก็เริ่มสาดประกายด้วยแสงสีแดง

“งานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ของเจ้าสำนักน้อย จะคงดำเนินต่อไป!!”

“เจ้าสำนักน้อย ข้าไม่ได้จัดเตรียมของขวัญวันวิวาห์มาให้ท่าน ดังนั้นขอให้ข้าสังหารผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือให้กับท่านบ้าง! ศีรษะของพวกมันจะเป็นของขวัญวันวิวาห์ของข้า และโลหิตของพวกมันก็จะหมายถึงความยินดีที่ข้ามีต่อท่าน!”

“เมิ่งฮ่าวผู้ยิ่งใหญ่ พวกเรามาจัดพิธีวิวาห์กันต่อเถอะ!!”

ความโศกเศร้าในจิตใจของผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ กลายเป็นเสียงกระหึ่มขนาดใหญ่ดังก้องออกไปทั่วทั้งสนามรบ

ทันใดนั้น ศิษย์สำนักเซี่ยเยาก็บินออกไป สร้างเป็นอาณาเขตที่ตกแต่งเต็มไปด้วยโคมไฟและธงมงคลต่างๆ เพียงไม่นานสถานที่แห่งนั้นก็ดูคล้ายกับเป็นงานวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความสุขและความยินดี

สนามรบในตอนนี้ดูเหมือนจะถูกแยกออกเป็นสองส่วนโดยสิ้นเชิง!

ด้านหนึ่งเป็นการเข่นฆ่าสังหารและโลหิต!

อีกด้านหนึ่งก็คืองานวิวาห์ของเมิ่งฮ่าว!

——————–

หมายเหตุ : 亡魂鸳鸯 (หวางหุนยวนยาง) จิตวิญญาณแห่งนกยวนยาง (นกเป็ดน้ำแมนดาริน) จะอยู่เป็นคู่ร่วมกันตลอดชีวิต ถ้าตัวใดตายไป อีกตัวก็จะตรอมใจจนตายตามไปด้วย

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: