Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 85

I Shall Seal The Heaven Chapter 85

ตอนที่ 85

หยกผนึกอสูรโบราณ

ความโลภ และความตระหนี่ ฝังลึกอยู่ในกมลสันดานของมัน แม้แต่ในแง่ของการฝึกตน นี่ก็เป็นเต๋าของมัน ในการรู้แจ้งของมัน ทรัพย์สมบัติเป็นของที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่นำมันไปสู่การตัดวิญญาณในครั้งแรก

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมในเขตกัมมัฏฐานของมัน ถึงได้มีพื้นที่มากมายถูกปกป้องไว้ด้วยเวทป้องกัน เพื่อเป็นการรักษาชีวิตของมันไว้ การสะสมสิ่งของทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เป็นแค่งานอดิเรกของมัน แต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเต๋าของมัน

การที่ได้เห็นหินลมปราณทั้งหมด หายไปต่อหน้าต่อตา ทำให้มันเต็มไปด้วยความเศร้าโศก และเดือดดาลใจเป็นอย่างยิ่ง

ช่วงเวลาหายใจเข้าออกเพียงสิบครั้ง ภูเขาของหินลมปราณก็หายไป แม้แต่หยกหลายชิ้น ที่อยู่ใต้สุดของภูเขาหินลมปราณ ก็ถูกดูดเข้าไปในถุงแห่งจักรวาล

“นั่นเป็นเครื่องรางนำโชคของข้า บัดซบ, เมิ่งฮ่าว ทิ้งเครื่องรางนำโชคของข้าไว้ เจ้า…” ก่อนที่มันจะพูดจบ ดวงตาของมันก็ต้องเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เอาหินลมปราณทั้งหมดไป เมิ่งฮ่าวก็ กวาดมองไปรอบๆ ดวงตาของเขาส่องประกาย ปรมาจารย์เอกะเทวะเริ่มตัวสั่น

ดวงตาของเมิ่งฮ่าว ราวกับดวงตาของมหาโจร

เขาจ้องลงไปที่ลานเล็กๆ แห่งหนึ่ง ด้านหลังของรอยแตกเวทป้องกัน เห็นเป็นต้นสมุนไพรมากมายหลายชนิด หลากสีสัน เห็นได้ชัดว่าต้นไม้เหล่านี้ไม่ใช่เป็นแค่ต้นไม้ธรรมดา

เมิ่งฮ่าวจำได้ว่า สมุนไพรบางต้นนี้ มีอยู่ในคำอธิบายของกระดองเต่า ที่ได้จากซ่างกวนซิว เมื่อเขาเดินตรงไป นิ้วก็ขยับไปด้วย และกระบี่ไม้สองเล่มก็ปรากฎ แทงเข้าไปในรอยแตกของเกราะป้องกัน ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากเวทอาคม รอยแตกนั้นค่อยๆ กว้างขึ้น

“เมิ่งฮ่าว, เจ้ากำลังจะขโมยสิ่งของที่ข้ารักไปด้วย? ข้าเป็นปรมาจารย์ของเจ้านะ! ข้าต้องจ่ายค่าตอบแทนมากมาย กว่าที่จะขโมยสมุนไพรพวกนี้มาได้ เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว…” ปรมาจารย์เอกะเทวะ กระวนกระวายใจมากยิ่งขึ้น เสียงกึกก้องจากใต้พื้นดินก็ดังรุนแรงมากขึ้น

แต่เมิ่งฮ่าวไม่แม้แต่จะกระพริบตา เขากำลังมีความสุข ในที่สุดเขาก็สามารถระบายโทสะออกมาได้บ้าง

“เฉินหลิงเฉ่า (หญ้าวิญญาณเทพ) ของข้า…เจ้า, เจ้า…เจ้ากำลังถอนมันออกไปทั้งหมด!” โทสะของปรมาจารย์เอกะเทวะ ทะยานสูงขึ้นไปจนถึงสวรรค์

“นั่นเป็นต้นไม้จากดินแดนอันห่างไกล ข้าดูแลมันมาหลายร้อยปี กว่าที่มันจะแตกหน่อ เจ้าเอาไปไม่ได้นะ…” ท่ามกลางเสียงคัดค้านแหลมสูง ของปรมาจารย์เอกะเทวะ เมิ่งฮ่าวก็จัดการกวาดต้นไม้ในลานนั้นจนสะอาดราบเรียบ ราวกับใช้ใบมีดตัดมันออกมา

เขาดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปในถุงแห่งจักรวาล เมื่อเขาดึงกระบี่ไม้ทั้งสองเล่มออก ลานแห่งนั้นก็ดูเหมือนกับว่า ได้ถูกกวาดไปโดยพายุขนาดใหญ่

“พอ, พอได้แล้ว” ปรมาจารย์ตาลีตาเหลือกพูดขึ้นมา ขณะมองไปที่ความว่างเปล่านั้น

“ฟังนะ, ท่านปรมาจารย์น้อย, ทิ้งบางสิ่งบางอย่างไว้ให้กับปรมาจารย์ชราผู้นี้บ้าง อย่าได้เอาสิ่งอื่นอีก… เจ้าไม่อาจแตะต้องสิ่งของอื่นๆ ของข้าอีก เมิ่งฮ่าว เจ้าฟังปรมาจารย์นะ ในฐานะผู้เยาว์ เจ้าควรจะต้องเคารพนับถือ เจ้า…”

“ข้าก็เป็นเช่นนี้ตั้งแต่วัยเยาว์แล้ว” เมิ่งฮ่าวพูดพร้อมแค่นเสียงเย็นชาออกมา โยนคำพูดของปรมาจารย์เอกะเทวะกลับคืนไปให้มัน มองไปรอบๆ เขาก็เห็นเกราะป้องกันจากเวทอาคมที่อยู่โดดเดี่ยว ด้านล่างของมันมีต้นไม้เล็กๆ แห้งเหี่ยวอยู่สามต้น

อย่างไรก็ตาม แต่ละต้นก็มีใบซึ่งส่องประกาย ระยิบระยับเต็มไปด้วยพลังแวบขึ้นเป็นครั้งคราว ทำให้พวกมันดูเป็นต้นไม้ที่พิเศษไม่ธรรมดา

เมิ่งฮ่าวไม่เคยเห็นอะไรที่เหมือนเช่นต้นไม้พวกนี้มาก่อน แต่เมื่อคิดว่านี่เป็นเขตนั่งกัมมัฏฐาน ของปรมาจารย์เอกะเทวะ และก็ถูกปกป้องไว้ด้วยเวทป้องกัน เขาจึงคิดว่ามันต้องมีค่าเป็นอย่างมาก ดวงตาของเขาส่องประกาย เดินตรงไป และแทงกระบี่ไม้เข้าในไปรอยแตก ซึ่งกำลังคืนสภาพอยู่อย่างช้าๆ

“ต้นไม้พวกนั้นคือ เหลยเถิงเยี่ย (ใบเถาวัลย์สายฟ้า) ของข้า มันเป็นสมุนไพรพันธุ์สายฟ้า ซึ่งหาได้ยากในดินแดนด้านใต้!” ปรมาจารย์เอกะเทวะแผดเสียงร้อง อย่างดุร้ายออกมาอีกครั้ง

เมิ่งฮ่าวไม่สนใจมันโดยสิ้นเชิง ยกถุงแห่งจักรวาลขึ้นมา จ่อไปที่รูในเวทป้องกัน ต้นไม้พวกนั้นก็เริ่มสั่นไปมา จากนั้นใบของมันก็หลุดออกมาจากต้น กลายเป็นสายฟ้าสีดำสามสาย พุ่งเข้าไปในถุงแห่งจักรวาล

ถึงแม้ปรมาจารย์เอกะเทวะจะเดือดดาลมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ใบไม้พวกนั้นเข้าไปในถุง เมิ่งฮ่าวก็ยังไม่ยอมหยุด ลำต้นของมันก็แกว่งไปมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งลอยขึ้นมาจากพื้น ทั้งรากและลำต้นทั้งหมด ถูกดูดเข้าไปในถุงแห่งจักรวาล

ด้านข้างของต้นไม้พวกนั้น ก็เป็นธงสีม่วงผืนเล็กๆ ปักอยู่บนพื้น ซึ่งก็ถูกดูดเข้าไปในถุงด้วยเช่นกัน

“เจ้าแม้แต่…เจ้าถอนต้นเหลยเถิง (เถาวัลย์สายฟ้า) ขึ้นมาทั้งราก แล้วก็เอาพวกมันไปด้วย! เจ้าทำให้ข้ามีโทสะขึ้นมาแล้วจริงๆ นะ!! เมิ่งฮ่าว เจ้าสารเลวน้อย เจ้ายังเอาธวัชสายฟ้าไปด้วย? มันไม่มีพลังมากเท่าไหร่ แค่ต่อต้านการโจมตีจากพื้นฐานลมปราณได้เท่านั้น แต่มันก็สามารถดูดซับสายฟ้าได้! มันช่วยให้ต้นเหลยเถิง แตกใบออกมา!!”

จิตใจของปรมาจารย์เอกะเทวะ มีโลหิตหยดลงมา ขณะที่มันส่งเสียงแผดร้อง และด่าทอเมิ่งฮ่าวอยู่ในห้องใต้ดินของมัน

“ข้ามักจะมีอารมณ์ดีอยู่เสมอ” เมิ่งฮ่าวแค่นเสียง โยนคำพูดของปรมาจารย์เอกะเทวะ ใส่หน้ามันเพิ่มกลับไปอีกครั้ง “เจ้าเป็นปรมาจารย์ของสำนักเอกะเทวะ ในตอนนี้ ทั้งสำนักก็มีแค่พวกเรา! ข้า ผู้เยาว์รุ่นหลัง จะไม่มีโทสะต่อเจ้า จริงๆ แล้ว ในหลายปีที่ผ่านมานี้ ก็มีผู้คนมากมายมักจะมีโทสะกับข้าอยู่เสมอ แต่จริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด” อีกครั้งหนึ่ง ที่เขากวาดมองไปรอบๆ

นี่เป็นเหตุให้จิตใจของปรมาจารย์เอกะเทวะดีขึ้นเล็กน้อย เมื่อมันได้เห็นเมิ่งฮ่าวจ้องไปยังพื้นที่ปลูกต้นสมุนไพรจุดอื่น มันส่งเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาเบาๆ ถึงแม้เขตนั่งกัมมัฏฐานนี้ จะเต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติทั้งชีวิตของมัน แต่ก็สามารถแบ่งแยกออกเป็นของที่ล้ำค่า และราคาต่ำ

“แค่ไม่แตะต้องของสำคัญของข้าก็พอ” ปรมาจารย์เอกะเทวะคิดในใจ “สิ่งของอื่นๆ…พวกมันก็เป็นแค่ทรัพย์สมบัติอันเล็กน้อย ข้าสามารถรวบรวมพวกมันได้มากกว่าเดิม ถ้าข้าต้องการในภายหลัง”

ฟันของปรมาจารย์เอกะเทวะขบกันแน่น แต่ในใจของมันก็ยังคงมีโลหิตไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ในความเป็นจริง คำว่า “เล็กน้อย” เหมือนเป็นการฝืนพูดเป็นอย่างยิ่ง

ภายในเวลาไม่นาน เมิ่งฮ่าวก็จัดการกวาดลานปลูกต้นสมุนไพรอีกหลายแห่ง ไปจนสะอาดเกลี้ยงเกลา จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังพื้นที่อื่นต่อไป ปรมาจารย์เอกะเทวะได้แต่กัดฟันจนแน่น ทำอะไรไม่ได้นอกจากด่าทอเมิ่งฮ่าวราวฟ้ารั่ว มันด่าทอ และสาปแช่ง โดยใช้คำที่ไม่เคยซ้ำกันเลยแม้แต่ครึ่งประโยค

ขณะที่มันด่าทอสาปแช่งอยู่นั้น เมิ่งฮ่าวก็เริ่มครวญเพลงอยู่ในลำคอออกมา มันเป็นเสียงเพลงที่มีความสุขเป็นอย่างยิ่ง และเป็นทำนองเดียวกับเพลง ที่ปรมาจารย์เอกะเทวะ เพิ่งจะร้องออกมาก่อนหน้านี้ เมื่อมันได้ยิน ก็ยิ่งทำให้มันคลุ้มคลั่งมากขึ้น จนเกือบจะกระอักโลหิตออกมา

สิ่งที่มันประสบพบเจอในครั้งนี้ เป็นอะไรที่ยากจะอธิบายออกมาได้ แต่ก็พอจะกล่าวได้ว่า ตอนนี้มันกำลังได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ กับโทสะที่กำลังลุกโชนของเมิ่งฮ่าว

ปรมาจารย์เอกะเทวะจ้องเขม็ง ขณะที่เมิ่งฮ่าวมองดูไปรอบๆ เมื่อสายตาของเขาตกไปบนผนังเตี้ยๆ ที่เรียงรายยืดยาวออกไป จิตใจของมันก็เริ่มเต้นรัว และพูดขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด

“เจ้าสารเลวน้อย เจ้ามันช่างโหดร้ายนัก! ถึงข้าจะไม่ได้ขจัดพิษให้ แต่ข้าก็ให้ของตอบแทนเจ้าไปแล้ว ถึงมันจะเป็นหินลมปราณระดับต่ำ แต่มันก็ยังคงเป็นหินลมปราณ”

เมิ่งฮ่าวพบว่ารอยแตกเกือบทั้งหมดของเวทป้องกันในบริเวณนี้ ส่วนใหญ่มีการคืนสภาพกลับเป็นเหมือนเดิมอย่างสมบูรณ์

เขาเดินวนเป็นวงกลมอยู่ในบริเวณนั้น ดวงตาสาดประกายไปมา ทันใดนั้น เขาก็ตระหนักว่าปรมาจารย์เอกะเทวะ ได้หยุดพูดไป เขาได้เอาทรัพย์สมบัติในเขตบริเวณนี้ไปแค่สามในสิบส่วน และส่วนใหญ่ก็เป็นพวกพืชสมุนไพร

เขายังคงต้องการระบายโทสะออกมาอีก ดังนั้นจึงตั้งใจเดินวนไปรอบบริเวณนี้ เพื่อจะตรวจหารอยแตกของเวทป้องกัน

เมื่อเขากลับมาถึงจุดที่เขาเริ่มต้นเดินตรวจสอบ ก็ต้องขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรที่พิเศษในที่นี้ เขามองไปรอบๆ และสังเกตไปที่ผนังเตี้ยๆ นั้น เมื่อเขาเริ่มเดินตรงไปหามัน ปรมาจารย์เอกะเทวะก็เริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง

“ตกลง, ตกลง เมิ่งฮ่าว เจ้าเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของข้า” ขณะที่มันเห็นเมิ่งฮ่าวเดินตรงไปยังผนังเตี้ยๆ นั้น มันก็เริ่มกระวนกระวายใจมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถจับได้จากน้ำเสียงของมัน ซึ่งค่อนข้างจะมีอารมณ์เล็กน้อยเมื่อมันพูด

“ข้าจะขจัดพิษให้เจ้า แค่รออีกสามเดือน ข้าจะทำลายผนึก และจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี จากนั้นเจ้าก็เอาสิ่งของคืนให้ข้า เจ้าว่าอะไรนะ? ไม่ต้องกังวล ข้ารักษาคำพูดเสมอ ครั้งนี้ ข้าขอสาบานในนามของสำนัก ข้าไม่หลอกลวงเจ้าอย่างแน่นอน”

เมิ่งฮ่าวหยุดเดิน และมองลงไปยังพื้น ดวงตาสาดประกาย และไม่พูดอันใด เขาเดินไปรอบๆ ดูเหมือนจะครุ่นคิดอย่างเคลิบเคลิ้ม ในที่สุดเขาก็เดินเข้าไปใกล้ยังผนังเตี้ยๆ นั้น

“ข้าไม่เคยบอกว่า ข้าจะไม่ขจัดพิษให้เจ้า” ปรมาจารย์เอกะเทวะพูดขึ้น ถอนหายใจออกมา

“คือการขจัดพิษ มันต้องใช้พลังการฝึกตนของข้าค่อนข้างมาก ต้องใช้พลังลมปราณ ที่ข้าเพิ่งจะดูดซับเข้าไปอีกมากมาย” เสียงของมันดูเหมือนจะลึกซึ้งกินใจ แต่ในความเป็นจริง ขณะที่มันเห็นเมิ่งฮ่าวเข้าไปใกล้ผนังเตี้ย จิตใจของมันก็เต็มไปด้วยความกังวลอย่างฉับพลัน

เมิ่งฮ่าวนิ่งเงียบ หลังจากหายใจเข้าออกสองสามครั้ง ทันใดนั้นเขาก็พูดขึ้น

“ทำไมเจ้าเริ่มพูด เมื่อข้าเดินตรงมาที่ผนังนี้ ปรมาจารย์? และทำไมเจ้าถึงพูดเกี่ยวกับการขจัดพิษในร่างข้าขึ้นมาในทันที? มีของพิเศษบางอย่างถูกซ่อนไว้ที่นี่?”

เมื่อคำพูดพวกนี้ดังออกมาจากปาก ดวงตาของปรมาจารย์เอกะเทวะก็เบิกกว้าง มันรู้ในทันทีว่า มันได้พูดอะไรผิดออกไป มันจึงแอบด่าถึงความเจ้าเล่ห์ของเมิ่งฮ่าวไปหลายคำ

“ข้าก็แค่อยากจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง” ปรมาจารย์เอกะเทวะพูด พร้อมแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ฟังนะ เด็กน้อย, เจ้า…” ก่อนที่มันจะพูดจบ เมิ่งฮ่าวก็กระโดดข้ามผนังนั้นไป

ทำให้ปรมาจารย์เอกะเทวะ เต็มไปด้วยความกลัว และกังวลใจเป็นอย่างมาก จิตใจของมันเริ่มหนักอึ้ง และใบหน้าก็หมองคล้ำลง หลังจากที่ข้ามผ่านผนังเตี้ยๆ นั้น เมิ่งฮ่าวก็มองไปรอบๆ ก็เห็นมีเวทป้องกันอยู่ในบริเวณนี้ด้วย

มันดูไม่มีอะไรพิเศษมากนัก ภายในเขตผนึกเป็นแผ่นหยก ขณะที่เวทป้องกัน ยังไม่คืนสภาพเดิมอย่างสมบูรณ์ มันยังคงมีรอยแตกอยู่บ้าง เมิ่งฮ่าวไม่รู้ว่านี่เป็นแผ่นหยกอะไร แต่ไม่มีการลังเล

เขาโบกสะบัดแขนเสื้อ แทงกระบี่ไม้สองเล่มเข้าไปในรอยแตกของเวทป้องกัน งัดให้เป็นรูกว้างขึ้น จากนั้นก็ใช้ถุงแห่งจักรวาลดูดแผ่นหยกนั้นเข้ามา

เมื่อได้เห็นแผ่นหยกหายเข้าไปในถุงของเมิ่งฮ่าว ปรมาจารย์เอกะเทวะก็ส่งเสียงร้องอย่างโหยหวนออกมา พื้นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง จนดูเหมือนว่ามันกำลังจะแยกออกมา ก่อนหน้านี้ มันรู้สึกเสียใจที่เห็นเมิ่งฮ่าวเอาสมบัติของมันไป แต่ความโกรธเกรี้ยวครั้งนี้มันรุนแรงกว่ามากนัก

“เมิ่งฮ่าว, เจ้าเอาแผ่นหยกนั้นไปไม่ได้นะ! แม้แต่ข้าก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้มัน มันเป็นของสหายข้า ซึ่งทิ้งมันไว้ที่นี่เพื่อความปลอดภัย เจ้าไม่มีพรสวรรค์ หรือโชคชะตาที่จะแตะต้องมัน! อย่าเคลื่อนย้ายมันไป!”

เมิ่งฮ่าวไม่สนใจมัน เขากระโดดขึ้นไปบนกระบี่บิน และพุ่งตรงไปยังกระแสน้ำวนที่เป็นทางออก ในเวลาเดียวกันนั้น ก็ตบไปที่ถุงแห่งจักรวาล และดึงเอาแผ่นหยกออกมา กดลงไปบนหน้าผาก แผ่พุ่งพลังลมปราณเข้าไปยังแผ่นหยก สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เมื่อสามตัวอักษรปรากฎขึ้นในจิตใจ เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งอสูร

“เฟิงเยาจง (สำนักผนึกอสูร)…”

“เมิ่งฮ่าว, เจ้าสารเลวน้อย กลับมาก่อน! รอให้ข้าทำลายผนึกนี้ได้ก่อนเถอะ เจ้าต้องจบสิ้นแน่!” ปรมาจารย์เอกะเทวะ ส่งเสียงแผดร้องด้วยโทสะออกมา

ขณะที่เสียงแผดร้องของมันดังออกมา ดวงตาของเมิ่งฮ่าวก็สาดประกาย เขาหยุดตรงปากทางเข้ากระแสน้ำวน จากนั้นก็มองกลับไปยังด้านล่าง

ดวงตาของเขาเริ่มส่องแสงลุกวาว เมื่อปรมาจารย์เอกะเทวะเห็นเช่นนั้น จิตใจของมันก็เริ่มเต้นรัวขึ้นอีกครั้ง และลางสังหรณ์ใจแปลกๆ ก็เติมเต็มอยู่ในจิตใจ ในความคิดของมัน เมิ่งฮ่าวมองดูไม่เหมือนสิ่งอื่นใด นอกจาก หัวขโมยอย่างสมบูรณ์แบบ

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: