I Shall Seal The Heaven Chapter 863

0 Comments

ตอนที่ 863

บริการส่งเม็ดยา!

เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ที่นั่นบนแท่นบูชาที่สอง มองไปยังบุรุษที่ยืนอยู่บนแท่นบูชาที่แปด มีทั้งหมดห้าแท่นบูชาที่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างคนทั้งสอง!

บุรุษผู้นี้เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมหลายพันคนบนเส้นทางโบราณค้นหาเต๋า และกลุ่มคนที่ออกจากการแข่งขันไปแล้ว มันเป็นผู้ถูกเลือก จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมมันถึงได้ติดอันดับหนึ่งพันคนอยู่ในตอนนี้

เดิมทีมันเชื่อมั่นว่าตนเองจะสามารถดิ้นรนจนเข้าไปอยู่ในสิบอันดับแรกได้ แต่ความโหดร้ายของการแข่งขันในครั้งนี้ ทำให้มันต้องลดความเชื่อมั่นลง อย่างไรก็ตาม ในช่วงการประเมินพรสวรรค์, พื้นฐานฝึกตน และอายุ มันได้อันดับสองในการประเมินพรสวรรค์ มันรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่จากนั้นเมิ่งฮ่าวก็ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างปั่นป่วนวุ่นวาย ผลลัพธ์ก็คือมีน้อยคนมากที่จะจดจำมันได้

ทำให้มันรู้สึกอิจฉาเมิ่งฮ่าวอยู่ลึกๆ ในจิตใจ จากนั้นด้วยการกระทำอันน่าตื่นเต้นของเมิ่งฮ่าวในด่านอื่นๆ ทำให้ความอิจฉานั้นกลายเป็นความเกลียดชังที่ลึกลงไปจนถึงกระดูก

แน่นอนว่ามันไม่ใช่บุคคลที่โง่เขลา ถ้ามันพยายามจะฉีกหน้าเมิ่งฮ่าวต่อหน้าคนทั้งหมด มันก็ต้องมั่นใจว่าต้องมีความปลอดภัยอย่างแท้จริง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมมันถึงได้ยื่นเสนอข้อจำกัดเป็นเวลาครึ่งวัน

มันไม่เชื่อว่าเมิ่งฮ่าวจะสามารถนำยามาให้มันได้ในเวลาครึ่งวัน นอกจากนี้เมิ่งฮ่าวก็ยังได้ใช้เวลาเกือบสองชั่วยามที่จะไปให้ถึงแท่นบูชาที่สอง ครึ่งวันประกอบด้วยหกชั่วยาม ดังนั้นมันจึงเชื่อมั่นว่าเมิ่งฮ่าวไม่มีทางจะมาถึงมันได้

“ถ้าเวลาผ่านไปและมันยังคงจะมา มันก็ไม่อาจจะทำอะไรข้าได้ ตามกฎที่กำหนดไว้! นอกจากนี้ถ้ามันพยายามจะโจมตีข้า สามกลุ่มเต๋าอันยิ่งใหญ่ก็ต้องสอดมือเข้ามาอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่า…มันจะเป็นศิษย์ของอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้าก็ตามที!”

“รางวัลอันยิ่งใหญ่มีไว้แด่ผู้กล้า ถ้าข้าฉีกหน้าฟางมู่ได้ ผู้คนก็จะต้องจดจำข้าได้อย่างแน่นอน นี่คือโอกาสที่ข้าจะมีชื่ออยู่ในรายนามของสำนักต่างๆ นี่คือโอกาสของข้าแล้ว!” ดวงตาของมันแวบขึ้น และมุมปากก็ยกขึ้นจนกลายเป็นรอยยิ้มอันเย็นชา

รอยยิ้มอันเขินอายเล็กน้อยปรากฏขึ้นบนริมฝีปากเมิ่งฮ่าว เขาพยักหน้าให้กับหลีเหยียน จากนั้นก็หมุนตัวมุ่งหน้าตรงไปยังริมขอบของแท่นบูชา เมื่อเขาก้าวเท้าเข้าไปในความว่างเปล่า แรงกดดันที่ด้านนอกก็กดทับลงมาบนร่างอีกครั้ง เมิ่งฮ่าวราวกับเป็นเรือลำน้อยลอยอยู่ในทะเลคลั่ง เสื้อผ้าเขาพลิ้วไสวไปมา แต่ก็ยังมุ่งหน้าตรงไปด้วยความแน่วแน่มั่นคง เคลื่อนที่ไปทีละเล็กทีละน้อยไปเรื่อยๆ

เมื่อเขาเริ่มตรงไปยังแท่นบูชาต่อไป ก็ทำให้ผู้เข้าร่วมการต่อสู้ทั้งหมดมองมา ดวงตาพวกมันสาดประกายด้วยความคิดที่แตกต่างกัน

“ถึงแม้ว่าฟางมู่จะทำได้น่าประทับใจกว่าก่อนหน้านี้ แต่ข้าก็คิดว่ามันไม่มีทางจะไปถึงบุรุษผู้นั้นในภายในเวลาครึ่งวันอย่างแน่นอน”

“นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ฉลาดเป็นอย่างยิ่ง มันน่าจะไม่ต้องสนใจคำพูดของบุรุษผู้นั้น รอจัดการเรื่องราวหลังจากการประลองเริ่มขึ้นดีกว่า”

“บุรุษผู้นั้นช่างร้ายกาจจริงๆ มันคิดได้ฉลาดมาก จงใจจะยั่วเย้าฟางมู่ ถ้ามันฉีกหน้าฟางมู่ได้ มันก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาอย่างแท้จริง”

กลุ่มที่เข้าร่วมการแข่งขันซึ่งยังคงเหลืออยู่ในตอนนี้ต่างก็เป็นคนที่ฉลาด พวกมันจึงเข้าใจได้อย่างรวดเร็วถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้

สูงขึ้นไปในกลางอากาศ หลิงอวิ๋นจื่อมองไปด้วยสีหน้าสงบนิ่ง จากระดับพื้นฐานฝึกตนของมัน จึงไม่จำเป็นต้องไปสนใจต่อเล่ห์เหลี่ยมใดๆ ของผู้เข้าร่วมการต่อสู้ อย่างไรก็ตาม มันก็อดจะรู้สึกชื่นชมต่อเมิ่งฮ่าวขึ้นมาเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้ และเริ่มมองไปด้วยความอยากรู้ว่า เมิ่งฮ่าวจะสามารถไปถึงเป้าหมายน้อยกว่าครึ่งวันได้หรือไม่

ผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านนอกในขุนเขาทะเลที่เก้า ต่างก็มองไปด้วยความสนใจ มีอยู่ไม่น้อยในกลุ่มพวกมันที่ตระหนักถึงสิ่งที่บุรุษวัยกลางคนกำลังคิดอยู่ ดังนั้นแน่นอนว่าจะมีความคิดเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้น

“ฟางมู่ผู้นี้ถูกกระตุ้นได้ง่ายเป็นอย่างยิ่ง”

“มันไม่น่าจะลองพยายามขายเม็ดยาเหล่านั้นเลย ทำให้คู่แข่งมีโอกาสที่จะฉีกหน้ามันได้”

เหล่าปรมาจารย์ที่อยู่ในวิหารบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ปรับปราณให้มั่นคงทำจิตใจให้เยือกเย็น ความขัดแย้งระหว่างผู้เข้าร่วมการต่อสู้ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันต้องให้ความสนใจ อย่างไรก็ตามเมื่อคิดไปถึงสิ่งต่างๆ ที่เมิ่งฮ่าวได้กระทำมา หลายคนในพวกมันก็เฝ้ารอคอยที่จะได้เห็นว่าเขาจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร

“จริงๆ แล้วนี่คือการทดสอบในตัวของมันเอง” ปรมาจารย์จากนิกายตี้เซียน (เซียนจักรพรรดิ) กล่าว “ด่านก่อนหน้านี้ทั้งหมดเป็นการทดสอบความอ่อนแอจากภายใน การตอบรับแรงกระตุ้นของผู้คน จะเปิดเผยให้เห็นถึงสัญชาตญาณของคนผู้นั้น” ปรมาจารย์อื่นๆ หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย

เวลาผ่านไป หนึ่งชั่วยามต่อมา เมิ่งฮ่าวกำลังเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาอยู่ระหว่างแท่นบูชาที่สองและสาม แรงกดดันที่กำลังกดทับลงมาบนร่าง จากความว่างเปล่ารอบๆ ตัว ทำให้เส้นผมเขาลอยพลิ้วไปมา อย่างไรก็ตามสีหน้าเขาก็ยังคงสงบนิ่ง มุ่งหน้าต่อไปโดยไม่หยุดชะงักลงแม้แต่น้อย

ผู้เข้าร่วมการต่อสู้คนอื่นๆ ต่างก็ส่ายหน้าอย่างเงียบๆ พวกมันรู้ว่าเวลาเพียงแค่ครึ่งวันเป็นสิ่งที่เมิ่งฮ่าวไม่อาจจะทำได้

สีหน้าของบุรุษวัยกลางคนเต็มไปด้วยความพึงพอใจ เมื่อมันอ้าปากพูดขึ้นก่อนหน้านี้ จริงๆ แล้วมันรู้สึกกังวลใจอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ตอนนี้มันเยือกเย็นลงโดยสิ้นเชิง และยังหัวเราะออกมาอีกด้วย

“ฟางมู่ เจ้ามีเวลาเพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้น! ถ้าเจ้ามาถึงที่นี่ไม่ได้ เจ้าก็ต้องไสหัวกลับไปยังแท่นบูชาของตนเอง หลังจากผ่านไปครึ่งวัน ต่อให้เจ้าเสนอเม็ดยามาให้กับข้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ข้าก็ไม่มีทางจะรับมันไว้”

น้ำเสียงที่เย่อหยิ่งของมันฟังได้ชัดเจนอย่างถึงที่สุด

เมิ่งฮ่าวมองไปยังบุรุษผู้นั้นที่อยู่ห่างไกลออกไป และยิ้มออกมา เขามุ่งหน้าตรงไป ใช้เวลาครึ่งชั่วยามไปถึงแท่นบูชาที่สาม

ครั้งนี้เขาไปถึงครึ่งชั่วยามด้วยความรวดเร็วกว่าครั้งที่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าทำให้พวกที่มองดูอยู่มากมายต้องตกตะลึง อย่างไรก็ตามด้วยเวลาที่จำกัดหกชั่วยาม ตอนนี้เหลืออยู่เพียงแค่สี่ชั่วยามครึ่งเท่านั้น บุรุษวัยกลางคนมีท่าทางผ่อนคลายมากขึ้น และหัวเราะเป็นเสียงดังออกมา

“ฟางมู่ เจ้ามีแท่นบูชาที่ต้องไปให้ถึงห้าแท่น แต่ก็มีเวลาเหลืออยู่แค่สี่ชั่วยามครึ่งเท่านั้น! เจ้าน่าจะฉวยโอกาสนี้ไว้ให้มากที่สุด ข้าอยากจะเห็นว่าเจ้าจะสามารถไปถึงแท่นบูชาได้มากเท่าไหร่ก่อนที่เวลาจะหมดลง!”

เมิ่งฮ่าวยิ้มอย่างเขินอายออกมา จากนั้นก็ก้าวเข้าไปในความว่างเปล่าอีกครั้ง แรงกดดันปกคลุมอยู่รอบๆ ตัว และพลังของเขาก็พุ่งขึ้นมา แสงอันเจิดจ้าไร้ขอบเขตกระจายออกมาจากร่าง และเขาก็มุ่งหน้าต่อไปโดยไม่หยุดชะงักนิ่ง ถึงแม้ว่าจะเคลื่อนที่ได้ช้าลง และแรงกดดันกำลังเพิ่มมากขึ้น แต่เขาก็ไปถึงแท่นบูชาที่สี่ภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วยามเท่านั้น

ทำให้เกิดเป็นความประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อยอยู่ในท่ามกลางกลุ่มผู้ที่มุงดู สีหน้าบุรุษวัยกลางคนเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่มันก็ยังร้องตะโกนออกมาด้วยความเย่อหยิ่งเหมือนเช่นเคย

“แล้วยังไง? ยังมีอีกสี่แท่นบูชาระหว่างพวกเรา และเจ้าก็มีเวลาเพียงแค่สามชั่วยามครึ่งเท่านั้น! เจ้าคิดว่าจะทำได้จริงๆ?”

“ข้าไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากเช่นนั้น” เมิ่งฮ่าวกล่าว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดกับบุรุษวัยกลางคน ขณะที่เขาพูด สายฟ้าก็ปะทุออกมาอยู่รอบๆ ร่าง และเขาก็ก้าวเดินเข้าไปในความว่างเปล่า เสียงกระหึ่มดังก้องออกมา แทบจะราวกับว่าดังออกมาจากแรงเสียดทาน อันเนื่องมาจากความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อของเขา ครั้งนี้เขาใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้น ก็ก้าวเท้าลงไปบนแท่นบูชาที่ห้าได้แล้ว

“อะไรกัน!?” ผู้เข้าร่วมการต่อสู้มากมายกระโดดขึ้นมายืน สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ กลุ่มผู้ชมในขุนเขาทะเลที่เก้าต่างก็มองมาด้วยดวงตาที่เบิกกว้างด้วยเช่นกัน

การข้ามช่องว่างระหว่างสองแท่นบูชาในเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้น ต้องใช้ความรวดเร็วอย่างน่าประหลาดใจยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อคิดไปถึงความพยายามในครั้งแรกของเขาที่ใช้เวลาถึงสองชั่วยามเต็ม

“มันตั้งใจที่จะปิดบังไว้ในตอนแรกหรือไม่? หรือว่ามันเพิ่งจะเริ่มคุ้นเคยกับแรงกดดันนั้น!”

“ฟางมู่ผู้นี้มักจะมีความประหลาดใจมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ อย่างแท้จริง!”

ที่โลกด้านนอกเต็มไปด้วยความปั่นป่วนวุ่นวาย สีหน้าของบุรุษวัยกลางคนสลดลง มันหอบหายใจออกมาขณะที่จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว รู้ดีว่ามีเพียงแค่สามแท่นบูชาเท่านั้นระหว่างคนทั้งสอง

ในแง่ของช่วงเวลา ยังมีเหลืออยู่อีกสามชั่วยาม!

“เป็นไปไม่ได้!” บุรุษผู้นั้นคิด ใบหน้าซีดขาวดวงตาเบิกกว้าง ขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าวพุ่งตรงมาที่มัน มีรอยยิ้มที่เขินอายอยู่บนใบหน้าเมิ่งฮ่าว และดูเหมือนว่าแทบจะเป็นเชิงขอโทษ

ต่อมาเมิ่งฮ่าวก็เดินผ่านเข้าไปในความว่างเปล่า ครั้งนี้ความเร็วที่เขาใช้เพียงแค่ช่วงเวลาธูปไหม้หมดไปหนึ่งดอกเท่านั้น ก่อนที่จะก้าวลงไปบนแท่นบูชาที่หกพร้อมกับเสียงดังขึ้น ตอนนี้เขาอยู่ใกล้กับบุรุษวัยกลางคนที่อยู่บนแท่นบูชาที่แปดเป็นอย่างมาก

โดยไม่หยุดชะงักลงแม้แต่น้อย เขาออกจากแท่นบูชาที่หกเดินเข้าไปในความว่างเปล่า ตรงไปยังแท่นบูชาที่เจ็ด ครั้งนี้เขาไม่จำเป็นต้องใช้เวลาธูปไหม้หมดไปหนึ่งดอก ก่อนที่จะไปยืนอยู่ตรงริมขอบของแท่นบูชาที่เจ็ด มองไปยังบุรุษวัยกลางคนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก

บุรุษผู้นั้นหนังศีรษะด้านชา ขณะที่มันลุกขึ้นมายืน และความประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“เป็นไปไม่ได้!!” มันกล่าว ร่างกายสั่นสะท้านและถอยไปทางด้านหลังอย่างช้าๆ ตอนนี้มันรู้สึกเสียใจอย่างถึงที่สุด ถ้ามีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงได้ มันต้องไม่มีทางจะไปตอแยฟางมู่อย่างแน่นอน

ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ ทั้งหมดต่างก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึกตนที่อยู่บนแท่นบูชาที่เจ็ด ซึ่งเมิ่งฮ่าวกำลังยืนอยู่ในตอนนี้ พวกมันลุกขึ้นมายืนอย่างรวดเร็ว ประสานมือและโค้งตัวลงต่ำ เปิดเป็นเส้นทางให้เมิ่งฮ่าวเดินผ่านไป

พลังอำนาจของเมิ่งฮ่าวทำให้พวกมันทั้งหมดตกตะลึง ผู้ฝึกตนที่กำลังมองมาจากด้านนอกในขุนเขาทะเลที่เก้าต่างก็ตกตะลึงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ถูกเลือก พวกมันจ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าวบนจอภาพกระแสน้ำวน และในตอนนี้ก็ได้วางเขาไว้ที่ตำแหน่งสูงสุดในจิตใจ

ในวิหารบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ปรมาจารย์ต่างๆ มีท่าทางแปลกๆ อยู่ในแววตา

หลิงอวิ๋นจื่อลอยตัวอยู่กลางอากาศ ยิ้มน้อยๆ ออกมาและมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความชื่นชม พื้นฐานฝึกตนของมันมีความลึกล้ำ และได้เห็นถึงร่องรอยต่างๆ มานานแล้ว นี่ไม่ใช่ว่าเมิ่งฮ่าวได้ปกปิดพื้นฐานฝึกตนของเขาไว้ แต่เป็นเพราะว่าเขาเริ่มคุ้นเคยกับแรงกดดันในสถานที่แห่งนี้แล้ว

“การที่มันสามารถสร้างเวทยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ มีภาพของสุดยอดสะพานอยู่ในจิตใจ และรวมกับพื้นฐานฝึกตนที่ลึกล้ำของมัน จึงมีแรงกดดันน้อยมากภายใต้สวรรค์แห่งนี้ ที่จะสามารถหยุดยั้งมันได้”

ตอนนี้มีอยู่มากมายในท่ามกลางกลุ่มผู้เข้าร่วมการต่อสู้ ที่กำลังมองไปยังบุรุษวัยกลางคนด้วยความเย้ยหยัน สีหน้ามันซีดขาวและกำลังสั่นไปทั้งร่าง ก่อนหน้านี้มันถูกห้อมล้อมโดยผู้เข้าร่วมการต่อสู้อยู่จำนวนหนึ่ง แต่ตอนนี้พวกมันทั้งหมดถอยห่างออกไปจากมัน

“ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะไปหาเรื่องคนอื่นๆ แต่คนผู้นี้ก็เลือกที่จะไปหาเรื่องฟางมู่”

บุรุษวัยกลางคนสั่นสะท้าน จิตใจหนักอึ้ง เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในจิตใจ มันไม่มีเวลาที่จะคิดเรื่องอื่นๆ อีก ขณะที่เมิ่งฮ่าวลอยตัวข้ามผ่านความว่างเปล่าสุดท้ายมา ในช่วงเวลาเพียงแค่ยี่สิบลมหายใจเข้าออกเท่านั้น

เมิ่งฮ่าวคล้ายกับเป็นเทพเซียน ขณะที่เขาเหาะผ่านความว่างเปล่ามาปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าบุรุษวัยกลางคน ผู้เข้าร่วมการต่อสู้ทั้งหมดต่างก็ประสานมือและโค้งตัวลงในทันที จากนั้นก็ถอยไปทางด้านหลัง

บุรุษผู้นั้นสั่นสะท้านและจ้องนิ่งไปยังเมิ่งฮ่าว หลังจากที่สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ มันก็แค่นเสียงอย่างเย็นชาออกมา

“สหายเต๋าฟาง ช่างมีพื้นฐานฝึกตนที่ลึกล้ำจริงๆ จนสามารถมาถึงด้วยตนเองได้ จ้าวโหม่วจะซื้อเม็ดยาของเจ้า” ด้วยเช่นนั้นมันจึงหยิบเอาถุงสมบัติโยนออกไป

“มีหินลมปราณอยู่ในนั้นหนี่งแสนก้อน นำมันไปได้แล้ว”

เมิ่งฮ่าวยิ้มออกมา ขณะที่คว้าจับไปยังถุงสมบัติ จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเขินอายขึ้นเล็กน้อย

“คงไม่ได้ ข้ามีเม็ดยาฟื้นฟูลมปราณอยู่มากมาย” เขากล่าวขึ้นพร้อมกับตบไปที่ถุงสมบัติเพื่อหยิบเอา…ขวดยาออกมา

เขาโยนขวดยาไปที่เบื้องหน้าบุรุษวัยกลาง ด้านในมีเม็ดยาอยู่สิบกว่าเม็ด

ดวงตาบุรุษวัยกลางคนเบิกกว้าง และเริ่มถอยไปทางด้านหลังเล็กน้อย

“เจ้าไม่เคยบอกว่ามีอยู่มากมายเท่าใด, เจ้า…”

“หือ?!” ในตอนแรกเมิ่งฮ่าวมีรอยยิ้มที่สัตย์ซื่อจริงใจอยู่บนใบหน้า แต่ต่อมาก็เริ่มบึ้งตึงขึ้นมา

“ข้าอุตส่าห์มาตั้งไกลเพื่อนำเม็ดยามาส่งให้กับเจ้า! แต่ตอนนี้เจ้าจะไม่ซื้อมัน!?” เขาก้าวตรงไปจนกระทั่งไปอยู่ที่เบื้องหน้าบุรุษผู้นั้น และกระแทกมือออกไป

บุรุษผู้นั้นพยายามที่จะต่อสู้กลับไป แต่มันจะสู้กับเมิ่งฮ่าวได้อย่างไร? เสียงระเบิดได้ยินขึ้นมา โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากของมัน เมิ่งฮ่าวจับผมมันไว้และผลักให้มันลงไปนอนกองอยู่บนพื้น

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 213
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 212
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 211
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: