Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 868

I Shall Seal The Heaven Chapter 868

ตอนที่ 868

เซียนโลหิตน้อย!

“รนหาที่ตาย!?” บุรุษร่างสูงใหญ่ยิ้มอย่างน่ากลัวออกมา เห็นได้ชัดว่ามันไม่พอใจที่เมิ่งฮ่าวคิดจะจบการต่อสู้ด้วยหมัดเดียว มันแอบเยาะเย้ยอยู่ภายในใจ เพิ่มพลังการโจมตีไปเป็นสองเท่า และยังได้ปลดปล่อยวิชาลับของสำนักมันออกมาอีกด้วย ทำให้พลังการโจมตีของมันเพิ่มขึ้นไปอีกสามในสิบส่วน

มันไม่เพียงแค่ต้องการเอาชนะเท่านั้น แต่มันต้องการจะสังหารคู่ต่อสู้อีกด้วย ดูเหมือนว่ามันจะรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสจบชีวิตของผู้เข้าแข่งขันอันดับหนึ่ง ซึ่งจะเป็นศิษย์หลักในอนาคตของอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้าด้วยเช่นกัน

การสังหารใครบางคนในสังเวียนการประลองแห่งนี้ ไม่มีใครจะสามารถมาเอาผิดมันได้ ดังนั้นจึงมีความปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง สำนักก็จะให้รางวัลมัน และที่สำคัญมากไปกว่านั้น สำนักก็จะช่วยปกป้องมันอีกด้วย

สิ่งที่มันเห็นคือโอกาสที่จะได้ผลกำไรอันยิ่งใหญ่ในขณะที่ลงทุนไปแค่เล็กน้อย ซึ่งกำลังอยู่ที่เบื้องหน้ามันแล้วในตอนนี้

“ตาย!” มันแผดร้องออกมา ด้วยตาสาดประกายด้วยแววตาอันน่ากลัว ขณะที่ทำให้มังกรทะเลทั้งเจ็ด ทันใดนั้นก็มีศีรษะเพิ่มขึ้นมาอย่างดุร้าย พุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าวในทันที

ในตอนนี้เองที่หมัดของเมิ่งฮ่าวต่อยลงไปที่มังกร

เป็นแค่หมัดเดียวเท่านั้น แต่เมื่อหมัดนั้นกระแทกลงไปในร่างมังกร เสียงระเบิดขนาดใหญ่ก็ดังขึ้น แรงสั่นสะเทือนวิ่งผ่านไปทั่วร่างมัน จากนั้นศีรษะแรกของมันก็แตกออกและระเบิดขึ้น ศีรษะที่สองก็ระเบิดออกเช่นเดียวกัน จากนั้นก็เป็นร่างกายมัน

ทะเลทั้งเจ็ดสั่นสะเทือนอยู่ในช่วงสั้นๆ จากนั้นก็พังทลายลง หายไปในชั่วพริบตา ราวกับว่าพวกมันไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน ในตอนนี้หมัดเมิ่งฮ่าวได้กระแทกเข้าไปที่หน้าอกของบุรุษร่างสูงใหญ่นั้น

ดวงตาของบุรุษร่างใหญ่เบิกกว้างขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าว และใบหน้ามันก็บิดเบี้ยวขึ้น เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าสงบนิ่งขณะที่ดึงมือกลับมา และเดินออกไปยังชายขอบของสังเวียนการประลอง

ทันทีที่เขาหมุนตัว โลหิตก็พ่นกระจายออกมาจากปากของบุรุษร่างสูงใหญ่ รอยแตกกระจายออกไปจากตรงหน้าอกของมัน เพียงชั่วพริบตารอยแตกเหล่านั้นก็ปกคลุมไปทั่วร่างของมัน สีหน้าไม่อยากจะเชื่อมองเห็นได้จากใบหน้ามัน และมันก็เอ่ยปากจะพูดอะไรออกมา แต่ก่อนที่คำพูดจะดังขึ้น ร่างมันก็ระเบิดออก

ขณะที่กลุ่มหมอกของเลือดเนื้อระเบิดออกไป เมิ่งฮ่าวก็เดินไปถึงชายขอบของสังเวียนการประลอง นั่งลงขัดสมาธิ ตลอดเวลาทั้งหมดนี้ มีแค่สีหน้าที่สงบนิ่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่มองเห็นได้จากใบหน้าเขา เมิ่งฮ่าวยื่นมือขึ้นมากวาดเช็ดหยดโลหิตที่อยู่บนแก้มออกไป จากนั้นก็หลับตาลง

เสียงหอบหายใจได้ยินมาจากกลุ่มผู้ชมที่อยู่ด้านนอกในขุนเขาทะเลที่เก้า ขณะที่พวกมันมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความหวาดกลัวตกใจ

“นั่นยังคง…แค่หมัดเดียวเท่านั้น!!”

“สวรรค์! ฟางมู่ผู้นี้แข็งแกร่งมากมายเท่าใดกันแน่!? ผู้ถูกเลือกจากสำนักชีไห่นั่น สามารถจะต่อสู้กับเซียนเทียมได้ แต่มันก็ตายไปจากหมัดเดียวเท่านั้น! ฟางมู่ยังไม่เคยต่อยออกมาสองหมัดเลย”

“ต่อสู้มาสี่รอบ มันแค่ต่อยออกมาหนึ่งหมัดในแต่ละครั้งเท่านั้น! ฟางมู่ช่างแข็งแกร่งอย่างแท้จริง!!”

“มันมาอยู่ในหนึ่งร้อยคนแรกแล้ว ด้วยการต่อยออกไปแค่สี่หมัดเท่านั้น!!”

แม้แต่ดวงตาของเหล่าปรมาจารย์ในวิหารบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวก็ยังต้องเบิกกว้าง

เมิ่งฮ่าวกลายเป็นจุดสนใจของเหล่าผู้ถูกเลือกทั้งหมดจากสำนักต่างๆ และตอนนี้ถูกมองว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่สำคัญของพวกมันส่วนใหญ่ไปล้ว แม้แต่จ้าวอีฝานก็ยังสงสัยว่า มันจะสามารถเอาชนะผู้ถูกเลือกจากสำนักชีไห่ด้วยการต่อยไปแค่หมัดเดียวได้หรือไม่ แน่นอนว่าถ้ามันใช้กระบี่ มันก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถทำได้

เสียงระเบิดอย่างต่อเนื่องดังกระหึ่มกึกก้องออกมา ขณะที่สังเวียนการประลองรอบที่สี่ยังคงดำเนินต่อไป ยังมีสังเวียนการประลองอีกแห่งที่น่าจับตาดูเป็นพิเศษ หลังจากที่การต่อสู้ของเมิ่งฮ่าวจบลง สายตาส่วนใหญ่ในท่ามกลางกลุ่มผู้ชมของขุนเขาทะเลที่เก้าต่างก็หันไปมองยัง…

สังเวียนการประลองที่กำลังเป็นการต่อสู้ของศิษย์จากภูเขาไท่หยางแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ไท่หยางจื่อผู้โด่งดัง!

ร่างกายมันถูกห้อมล้อมด้วยแสงอันเจิดจ้าอย่างไร้ขอบเขต ทำให้ดูแทบจะคล้ายกับเป็นดวงตะวัน คู่ต่อสู้ของมันเป็นเด็กหนุ่มที่เมิ่งฮ่าวเคยสังเกตดูก่อนหน้านี้ และกำลังตกเป็นเป้าสายตาเป็นพิเศษอยู่ในตอนนี้

จากสิ่งที่เมิ่งฮ่าวสามารถบอกได้ เด็กชายผู้นี้ได้ครอบครองพลังของเซียนแท้อยู่อย่างน้อยก็สามในสิบส่วน

เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น ผู้ชมส่วนใหญ่ต่างก็เชื่อมั่นว่าไท่หยางจื่อจะต้องเป็นผู้ชนะ แต่กลับเป็นตรงกันข้าม มันพ่ายแพ้ไปจริงๆ!

ยิ่งไปกว่านั้น เป็นการพ่ายแพ้อย่างน่าเหลือเชื่อ ถ้ามันไม่รีบตะโกนคำว่า ‘ข้ายอมแพ้’ ก็คงต้องตายไปอย่างแน่นอน เวทของเด็กชายทำให้แสงสีโลหิตกระจายออกไป และดูเหมือนว่ามันจะกระหายเลือดอย่างน่าเหลือเชื่อ ภาพที่เห็นนั้นทำให้กลุ่มฝูงชนปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นมาไม่น้อย และผู้ฝึกตนมากมายที่เข้าร่วมในสังเวียนการประลองต่างก็ตกตะลึง

“เซียนโลหิตน้อย! นั่นคือหนึ่งในรายนามที่แสดงขึ้นมาในการแข่งขันครั้งนี้!”

“มันเอาชนะไท่หยางจื่อได้จริงๆ!”

“มันกำลังจะมีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว!!”

ขณะที่กลุ่มผู้ชมที่ด้านนอกกำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมิ่งฮ่าวมองไปยังเด็กชาย และพบว่ามันกำลังมองกลับมาด้วยรังสีสังหารที่แวบขึ้นมาในดวงตา

หนึ่งชั่วยามหลังจากนั้น การต่อสู้รอบที่สี่ก็สิ้นสุดลง ตอนนี้มีเพียงหกสิบกว่าคนเท่านั้นที่เหลืออยู่เพื่อจะเข้าต่อสู้ในรอบต่อไป…ซึ่งจะเป็นการตัดสินว่าใครจะอยู่ในอันดับสูงสุดสามสิบสองคนแรก!

จากผู้คนหนึ่งพันกว่าคน สามสิบสองคนจะได้ไปต่อ! ซึ่งสามารถจะคาดคิดได้ว่า ต่อให้เป็นคนที่อ่อนแอมากที่สุดในกลุ่มคนทั้งสามสิบสองคนนี้ ก็มีโอกาสที่จะเอาชนะคนที่แข็งแกร่งมากกว่าได้ ดังนั้นความโชคดีอาจจะถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของพลังมันได้

“สามสิบสองคนแรกกำลังจะถูกตัดสินออกมาแล้ว!”

“แม้แต่ผู้ถูกเลือกจากสำนักใหญ่บางคนก็ต้องพ่ายแพ้ไปในการต่อสู้เมื่อครู่นี้ ข้าอยากรู้นักว่าใครจะอยู่ในสามสิบสองคนแรกบ้าง!”

ขณะที่กลุ่มผู้ชมที่ด้านนอกส่งเสียงพูดคุยกันไปมา หลิงอวิ๋นจื่อยืนอยู่ที่ด้านล่างต้นไม้เต๋าโบราณ มองไปยังผู้เข้าร่วมการต่อสู้ทั้งหกสิบกว่าคนที่ยังเหลืออยู่

“ในสังเวียนการประลองค้นหาเต๋า กลุ่มคนที่แข็งแกร่งมากที่สุดจะมาจากสามสิบสองคนแรก แต่น่าเสียดายที่พวกเจ้ามีคนเกินมาสามคนที่ต้องต่อสู้กันให้ครบทั้งหมด ดังนั้นใครบางคนในพวกเจ้าจะต้องต่อสู้มากกว่าหนึ่งครั้ง เพื่อที่จะเข้าไปสู่รอบสามสิบสองคนแรกให้ได้ สำหรับใครจะเป็นคนผู้นั้น มีแต่สวรรค์เท่านั้นที่จะรู้ได้ มันจะขึ้นอยู่กับการเคลื่อนย้ายทางไกลของต้นไม้เต๋า”

“พวกเจ้ามีเวลาพักผ่อนสองชั่วยาม หลังจากนั้นการต่อสู้เพื่อคัดเลือกสามสิบสองคนแรกก็จะเริ่มขึ้น!”

ตลอดช่วงสองชั่วยามนั้น เมิ่งฮ่าวนั่งขัดสมาธิเข้าฌาณอยู่ที่นั่น รับรู้ได้ว่ามีผู้คนมากมายกำลังมองดูตนเองอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นมา จากระดับพื้นฐานฝึกตนของเขา ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้เข้าร่วมการต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในสังเวียนการประลองนี้ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะว่าหยกเซียนและของวิเศษอันล้ำค่าแล้วละก็ เขาไม่มีทางที่จะมาเข้าร่วมการต่อสู้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขามาอยู่ในที่แห่งนี้แล้วในตอนนี้ ก็มีผู้คนอยู่ไม่น้อยที่เขารู้สึกสนใจ แต่น่าเสียดายที่เขาต้องมาเผชิญหน้ากับพวกมันในฐานะคู่ต่อสู้

สองชั่วยามต่อมา แสงระยิบระยับก็ปกคลุมใบไม้ของต้นไม้เต๋า เคลื่อนย้ายเมิ่งฮ่าวและผู้เข้าร่วมการต่อสู้ที่ยังเหลืออยู่ทั้งหมดขึ้นไปยังใบไม้อีกระดับที่ด้านบน จากภายในแสงระยิบระยับที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว หญิงสาวนางหนึ่งก้าวเท้าออกมา

นางสวมใส่ชุดยาวสีโลหิต และสวมหน้ากากสีขาว นี่คือผู้ถูกเลือกจากนิกายเซี่ยหลัน (กล้วยไม้โลหิต) ทันทีที่นางมองเห็นเมิ่งฮ่าว ก็ต้องหยุดชะงักนิ่ง แต่เพียงชั่วขณะเท่านั้นนางก็กระจายพลังแห่งเจตจำนงที่ต้องการจะต่อสู้ออกมา

เจตจำนงอันเข้มข้นนั้น ทำให้ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายด้วยแสงอันดุร้าย

“สหายเต๋าฟาง ได้โปรดชี้แนะ!” นางกล่าวเป็นเสียงดังก้องออกมาอย่างเย็นชาจากด้านหลังหน้ากาก ขณะที่พูดจานางก็ขยับมือขวาร่ายเวท ทำให้กล้วยไม้โลหิตปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า กล้วยไม้นั้นส่ายไหวไปมา และเริ่มขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงกระหึ่มได้ยินมา ในชั่วพริบตามันก็มีขนาดใหญ่ถึงสิบจ้าง

มีกิ่งก้านที่แน่นหนา กลีบดอกเป็นสีโลหิต ดูสวยงามและใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง ในเวลาเดียวกันนั้นดอกกล้วยไม้ก็บิดเบี้ยวไปมา ทำให้กิ่งก้านของมันพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวก้าวเท้าตรงไป กำมือเป็นหมัด ต่อยออกไปหนึ่งครั้ง

ในตอนนี้คนทั้งหมดที่อยู่ในโลกด้านนอก กำลังมองมาขณะที่หมัดนั้นทำให้กระแสน้ำวนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น เสียงกระหึ่มดังก้องกระจายออกไป ทำให้อากาศสั่นไปมา ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

กิ่งก้านของกล้วยไม้โลหิตที่ใกล้เข้ามาบิดเบี้ยวและจากนั้นก็แตกกระจายไป แต่ในตอนนั้นเองที่กลีบดอกของกล้วยไม้โลหิตได้กระจายออกมาเป็นวงกว้างขณะที่มันเบ่งบานขึ้น หยดโลหิตที่โผล่ขึ้นมา ได้ลอยตกลงไปบนหน้าผากของหน้ากากหญิงสาว กระจายกลิ่นอายอันเข้มข้นออกมา จากนั้นร่างนางก็แวบขึ้นขณะที่พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ล่าถอยและไม่เดินหน้าไป แต่ในเวลาเดียวกันนั้น เขาก็ต่อยหมัดออกไปเป็นครั้งที่สอง

หมัดที่สองนี้ทำให้อากาศกลายเป็นระลอกคลื่น พลังขนาดใหญ่ระเบิดออกม้วนกวาดไปยังหญิงสาว ร่างกายนางสั่นสะท้าน กำลังจะปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ออกมา แต่แรงกดดันอันเข้มข้นก็ได้บดยี้ลงมายังพื้นฐานฝึกตนของนาง เพียงชั่วพริบตานางก็ไม่อาจจะโคจรหมุนวนพื้นฐานฝึกตนได้โดยสิ้นเชิง ทำให้นางไม่เพียงแต่จะแปลกใจเท่านั้น แต่ก็ยังไม่อาจจะหลีกเลี่ยงหมัดที่กระแทกลงมาบนร่างได้เช่นเดียวกัน

เสียงระเบิดได้ยินมา ภายใต้หน้ากาก โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากของหญิงสาว นางโซเซถอยไปทางด้านหลังสิบจ้าง หลังจากนั้นก็มองขึ้นไปยังเมิ่งฮ่าว หอบหายใจออกมา

“เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ

หญิงสาวเงียบไปชั่วขณะ จากนั้นก็หัวเราะหึๆ อย่างขมขื่นออกมาและพยักหน้า

“ข้ายอมแพ้” นางกล่าวจากนั้นก็หายตัวไป เมื่อไปปรากฏกายขึ้นใหม่ ก็ย้อนกลับไปยังใบไม้ระดับแรก

เมิ่งฮ่าวเอาชนะได้อีกครั้ง แต่ก่อนที่กลุ่มผู้ชมที่ด้านนอกจะทันได้แสดงความคิดเห็น แสงก็เริ่มส่องประกายระยิบระยับอยู่บนใบไม้นั้นอีกครั้ง และ…อีกคนก็โผล่ขึ้นมา!

เป็นเด็กผู้ชาย ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นเด็กชายที่เพิ่งจะเอาชนะไท่หยางจื่อมา เซียนโลหิตน้อย!

การปรากฏกายขึ้นของมันบนจอภาพ ทำให้กลุ่มผู้ชมตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นในทันที

“ฟางมู่คือหนึ่งในคนที่ต้องต่อสู้สองครั้ง!!”

“ในการแข่งขันรอบนี้มีเกินมาสามคน ดังนั้นจะมีใครบางคนที่ต้องต่อสู้มากกว่าหนึ่งครั้ง เพื่อให้เข้ารอบสามสิบสองคนแรก ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่าฟางมู่จะเป็นหนึ่งในนั้น!”

“นี่กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในการต่อสู้ที่เข้มข้น! ฟางมู่ต่อสู้กับเซียนโลหิตน้อย! ข้าอยากรู้นักว่าใครจะแข็งแกร่งมากที่สุด!?!?”

เซียนโลหิตน้อยโผล่ออกมาอย่างช้าๆ เมื่อมันมองเห็นเมิ่งฮ่าว ปากมันก็บิดขึ้นกลายเป็นรอยยิ้มที่โหดเหี้ยม รังสีสังหารแวบขึ้นมาในดวงตา

“ในที่สุดพวกเราก็ได้พบกัน!” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เลียริมฝีปากไปมา แสงสีแดงอันน่าตกใจมองเห็นได้จากในดวงตาของมัน ขณะที่จ้องมองมายังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวมองไปยังเด็กชาย เขารู้ว่ามันโจมตีด้วยความโหดเหี้ยมแปลกๆ มักจะทำให้คู่ต่อสู้กลายเป็นแอ่งน้ำโลหิตไป ยกเว้นไท่หยางจื่อเท่านั้น

ต่างกับสิ่งที่ผู้คนคาดหวัง เด็กชายผู้นี้ไม่ได้สร้างความประทับใจมากมายนัก ในช่วงการแข่งขันที่ผ่านมาทั้งสิบด่าน มันแค่ทำให้ตัวเองสามารถจะเข้ามาอยู่ในหนึ่งพันคนแรกได้เท่านั้น เห็นได้ชัดว่ามันได้แอบซุกซ่อนความสามารถไว้ในเกือบทุกด้าน

สีหน้าเมิ่งฮ่าวสงบเยือกเย็น และไม่พูดอะไรออกมา เพียงแค่มองไปยังเด็กชายด้วยสายตาที่เรียบเฉย

เมื่อสายตาของคนทั้งสองสบประสานกัน เสียงกระหึ่มก็ดังเต็มอยู่ในจิตใจของคนทั้งสอง ขณะที่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ได้พุ่งปะทะเข้าหากัน แววตาของเด็กชายเต็มไปด้วยความประหลาดใจ มันรู้ว่าคู่ต่อสู้แข็งแกร่ง แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง ฉวยโอกาสจากเสียงกระหึ่มที่เกิดขึ้นมาจากสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ พุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว ยกมือขวาขึ้นขยับร่ายเวท แสงสีโลหิตแวบขึ้น ในชั่วพริบตา ขวดน้ำเต้าสีโลหิตก็ปรากฏขึ้น หมุนวนไปมาขณะที่พุ่งฝ่าอากาศตรงมายังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย ขณะที่ก้าวเท้าเดินตรงไป ทันใดนั้นทั่วทั้งใบไม้สังเวียนการประลองก็สั่นสะเทือน สายลมเริ่มหมุนวนไปมาอยู่รอบๆ กายเมิ่งฮ่าว

“ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ของข้าจะทำให้โลหิตทั่วร่างของเจ้าเดือดพล่าน และกลายเป็นแอ่งน้ำโลหิต!” เสียงของเซียนโลหิตน้อยในตอนนี้แหลมเล็ก ขณะที่มันร้องตะโกนขึ้นมา ในชั่วพริบตาขวดน้ำเต้าสีโลหิตก็เริ่มกระจายแรงดึงดูดอันน่าเหลือเชื่อออกมา ราวกับว่ามันต้องการจะดูดเมิ่งฮ่าวเข้าไปข้างใน

เมิ่งฮ่าวแค่นเสียงเย็นชา ไม่ได้ต่อยหมัดออกไปแม้แต่หมัดเดียว เซียนโลหิตน้อยผู้นี้มีพื้นฐานฝึกตนที่แปลกประหลาด และเมิ่งฮ่าวก็ไม่ได้ประมาทมัน สายลมที่หมุนวนอยู่รอบๆ ร่าง ได้กลายเป็นลมพายุอันรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วขณะที่พุ่งตรงออกไป ในเวลาเดียวกันนั้นร่างเขาก็กลายเป็นคฤธรสีดำกระพือปีกไปมา พุ่งฝ่าแรงดึงดูดที่เบื้องหน้าตรงไปยังเด็กชาย ตวัดกรงเล็บอันดุร้ายซึ่งสามารถจะทำให้ก้อนศิลาและโลหะ ต้องแตกกระจายได้อย่างง่ายดายออกไป

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: