I Shall Seal The Heaven Chapter 879

0 Comments

ตอนที่ 879

สุดยอดการต่อสู้!

ทันใดนั้นจ้าวอีฝานก็มองขึ้นไปยังเมิ่งฮ่าว ดวงตามันเต็มเปี่ยมไปด้วยความต้องการจะต่อสู้ ก่อนที่มันจะเดินทางไปยังดาวหนานเทียน มีแค่สองคนเท่านั้นในรุ่นเดียวกัน ที่ทำให้มันเกิดความรู้สึกอยากจะต่อสู้ด้วยเช่นนี้

หลังจากที่มันกลับมาจากดาวหนานเทียน ก็มีเพิ่มขึ้นมาอีกคนคือเมิ่งฮ่าว และในตอนนี้…ก็ยังมีอีกคนคือ ฟางมู่

ความต้องการต่อสู้พุ่งขึ้นมาในจิตใจมันอย่างรุนแรง ภาพแห่งธรรมที่สูงหนึ่งพันจ้างถือกระบี่ผนึกเมฆาอยู่ที่ด้านหลังมัน กำลังกระจายปราณกระบี่อันน่าตกใจออกมา ขณะที่จ้าวอีฝานเงยหน้าขึ้น มันก็ยกมือขึ้นไปด้วย ในเวลาเดียวกันนั้นภาพแห่งธรรมของมันก็ยกกระบี่ผนึกเมฆาขึ้นไปด้วยเช่นกัน

“กระบี่แรก ตกอยู่ในความตาย!” จ้าวอีฝานร้องตะโกนขึ้น และกระบี่ก็ตวัดลงไป!

กระบี่นี้ไม่ได้กลายเป็นมังกรสีฟ้า แต่เกิดเป็นลำแสงสีเขียวที่ทำให้ทั่วทั้งสังเวียนการประลองสีทองสั่นสะเทือนไปในทันที รอยแตกขนาดใหญ่ฉีกกระชากอากาศให้เปิดออก และเสียงกระหึ่มก็ดังก้องไปมา สีสันแวบขึ้นไป ท้องฟ้าสั่นสะเทือน เจตจำนงอันน่ากลัวกระจายออกพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว จนดูเหมือนว่าไม่อาจจะสกัดกั้นเอาไว้ได้

แทบจะในทันทีที่กระบี่แรกตวัดลงมา พลังของจ้าวอีฝานก็พุ่งทะยานขึ้นไป ในท่ามกลางพลังอันเข้มข้นนั้น แรงระเบิดปรากฏขึ้นมากกว่าเดิม จ้าวอีฝานม้วนกวาดตรงไปข้างหน้าราวกับเป็นสายลม และจากนั้นก็ร้องตะโกนขึ้นเป็นเสียงดัง

“กระบี่ที่สอง วิญญาณสะท้าน!”

หลังจากนั้น กระบี่ที่สามก็ปรากฏขึ้น

“กระบี่ที่สาม ประหารเซียน!”

กระบี่นี้ทำให้เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่ปรากฏขึ้นหลังจากสองกระบี่แรก แยกสวรรค์หั่นปฐพี พุ่งตรงไปอย่างไร้ผู้ต่อต้าน!

หลังจากนั้น กระบี่ที่สี่ก็ปรากฏขึ้น

“กระบี่ที่สี่ บรรพกาลสูญสลาย!”

แต่ละกระบี่มีความรวดเร็วและทรงพลังมากกว่ากระบี่ก่อนหน้านี้ สี่กระบี่นี้ทำให้เกิดเป็นสีสันแวบขึ้นไป อากาศสั่นสะเทือน ทุกสรรพสิ่งเริ่มสั่นไหวไปมา และผู้ฝึกตนทั้งหมดบนต้นไม้เต๋าต่างก็มีท่าทางประหลาดใจ

ท้องฟ้าดูเหมือนจะเริ่มมืดสลัวลงไป ราวกับว่าความงดงามทั้งหมดของโลกแห่งนี้ กำลังถูกแทนที่ด้วยกระบี่เหล่านี้

อย่างไรก็ตาม…จ้าวอีฝานก็ยังไม่จบเพียงแค่นี้

“กระบี่ที่ห้า เหยียบย่ำสวรรค์!”

กระบี่ที่ห้าปรากฏขึ้นอย่างน่าตกใจยิ่ง กระบี่ที่ห้านี้มีความเฉียบคมมากกว่าสี่กระบี่ก่อนหน้านี้ทั้งหมด ทุกคนที่มองเห็นด้วยสองตาของตนเอง กำลังรู้สึกราวกับว่าแทบจะหายใจไม่ออก กลุ่มผู้ชมที่ด้านนอกในขุนเขาทะเลที่เก้ากำลังหอบหายใจด้วยความยากลำบาก และเหล่าปรมาจารย์ในวิหารบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวก็มองไปด้วยดวงตาที่เจิดจ้า

ห้ากระบี่นี้ ช่างน่าตกใจอย่างถึงที่สุด!

เมิ่งฮ่าวยังคงยืนอยู่ตรงตำแหน่งเดิมตั้งแต่แรกเริ่ม มีสีหน้าที่เยือกเย็น จนแทบจะมองไม่เห็นความต้องการต่อสู้ที่แวบขึ้นมาในดวงตา ขณะที่ห้ากระบี่ตวัดเฉือนลงมาที่เขา เครื่องหมายผนึกสีดำที่อยู่ทั่วร่างก็เริ่มขยับเคลื่อนไหว หมุนวนไปมาอยู่ทั่วผิวกาย จิตมารระเบิดออกไป ทำให้อากาศบิดเบี้ยวไปมา แม้แต่เวลาก็มีผลกระทบไปด้วย สำหรับเมิ่งฮ่าวแล้ว ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขากำลังมองดูอยู่ในตอนนี้ กำลังเคลื่อนที่อยู่อย่างช้าๆ

เขาไม่ได้ขยับตัวเคลื่อนไหว แต่กลับยกมือขึ้น ทำท่าร่ายเวท จากนั้นก็แตะไปที่กระบี่แรก

เสียงระเบิดได้ยินมา ขณะที่แสงสีดำกระจายออกมาจากนิ้วของเมิ่งฮ่าว กระบี่แรกที่มาพร้อมกับพลังอันน่าประหลาดใจ เริ่มหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของปลายนิ้ว เสียงกรีดร้องอย่างมีโทสะได้ยินดังก้องออกมาจากกระบี่ ขณะที่จู่ๆ มันก็กลายเป็นกระบี่นับล้านเล่ม เมื่อพวกมันพยายามจะหลบเลี่ยงพลังการโจมตีจากดรรชนีของเมิ่งฮ่าว พวกมันก็เริ่มสั่นไปมา และจากนั้นก็ระเบิดขึ้น ปราณกระบี่กระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง ทำให้สังเวียนการประลองสีทองสั่นไปมาอย่างรุนแรง จนดูเหมือนแทบจะพังทลายลงไปได้ทุกเมื่อ เมิ่งฮ่าวก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จากนั้นก็ชี้นิ้วออกไปเป็นครั้งที่สองไปแตะสัมผัสกับลำแสงแห่งปราณกระบี่ครั้งที่สอง

ระเบิดขนาดใหญ่เกิดเป็นเสียงดังก้องออกไปทั่วทุกทิศทาง ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะเทือนขณะที่กระบี่ที่สองพังทลายลงไป เมื่อโดนดรรชนีของเมิ่งฮ่าวโจมตีมา กลายเป็นกระบี่จำนวนมากมายกว่าเมื่อครู่นี้ จากนั้นกระบี่ทั้งหมดก็ระเบิดขึ้น

เมื่อกลุ่มผู้ชมที่อยู่ในโลกด้านนอกมองเห็นเช่นนี้ พวกมันต่างก็ประหลาดใจ ทุกสรรพสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้มีความรวดเร็วเป็นอย่างมาก ทำให้พวกมันไม่ทันจะมีปฏิกิริยาใดๆ เมิ่งฮ่าวก้าวเท้าตรงไปเป็นก้าวที่สาม เข้าไปอยู่ในท่ามกลางเงากระบี่อันไร้ที่สิ้นสุด ปราณกระบี่อันไร้ขอบเขตหมุนวนไปมาอยู่รอบๆ ตัว และกระบี่เหล่านั้นก็มีมากมายจนนับไม่ถ้วน แทบจะราวกับว่าเขาได้ผ่านเข้าไปในโลกแห่งกระบี่

กระบี่ที่สามโจมตีมาด้วยการก่อตัวเป็นโลกแห่งกระบี่ จากนั้นก็เริ่มหดตัวลงไป ในทันทีที่เมิ่งฮ่าวก้าวเดินเข้าไปในนั้น กระบี่ทั้งหมดกลายเป็นหนึ่งกระบี่ที่กรีดเฉือนตรงมา มือขวาเมิ่งฮ่าวยกชูขึ้น และการโจมตีของดรรชนีที่สามก็ถูกปลดปล่อยออกไป

เมื่อแตะสัมผัสไปโดนกระบี่ที่สาม เสียงระเบิดก็ดังก้องออกมาจนทำให้ต้นไม้เต๋าทั้งหมดสั่นสะเทือน สายลมอันรุนแรงกรรโชกขึ้น ทุกสรรพสิ่งเริ่มมืดสลัวลงไปอยู่ชั่วขณะ แม้แต่กลุ่มหมอกที่อยู่ด้านนอกของต้นไม้เต๋าก็เริ่มพลุ่งพล่านปั่นป่วน

ในท่ามกลางเสียงเหล่านั้นทั้งหมด กระบี่ที่สามซึ่งโจมตีมา…แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ คนทั้งหมดในโลกด้านนอกมองไป ขณะที่โลกแห่งกระบี่พังทลายลงไป และเมิ่งฮ่าวก็ก้าวเท้าออกไปเป็นก้าวที่สี่

ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาในการอธิบายแต่ในความเป็นจริง ก้าวที่สี่ของเมิ่งฮ่าวใช้เวลาแค่ไม่กี่อึดใจเท่านั้น ในตอนนี้กระบี่ที่สี่และห้าได้โจมตีมาที่เขาโดยพร้อมเพรียงกัน ราวกับเป็นสายฟ้าสองสาย กรีดเฉือนฝ่าอากาศมา เต็มไปด้วยเจตจำนงแห่งกระบี่อันน่ากลัว

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้น ขณะที่ยกมือขวาขึ้นมา ชี้นิ้วออกไปสองครั้ง เพื่อไปปะทะกับสองลำแสงแห่งปราณกระบี่ เสียงกระหึ่มอย่างน่าตกใจได้ยินมา เกิดการระเบิดขึ้นจนทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นสะเทือน อากาศรอบๆ สังเวียนการประลองบิดเบี้ยวไปมา แม้แต่เกราะป้องกันที่แยกต้นไม้เต๋าให้ออกไปจากโลกด้านนอกก็ดูเหมือนจะมีผลกระทบไปด้วย

ปราณกระบี่พังทลายกระจัดกระจายหายไป ขณะที่เมิ่งฮ่าวก้าวเท้าไปเป็นครั้งที่ห้า ในตอนนี้เขามาอยู่ที่เบื้องหน้าจ้าวอีฝาน พร้อมกับยื่นมือขวาออกไปในท่ากรงเล็บ

จ้าวอีฝานพุ่งถอยไปทางด้านหลังในทันที โบกสะบัดแขนทำให้กระบี่ที่หกปรากฏขึ้น หลังจากที่มาถึงกระบี่ที่เจ็ด ซึ่งได้ตวัดลงไปยังเมิ่งฮ่าวในท่ามกลางเสียงกระหึ่มขนาดใหญ่ สองลำแสงแห่งปราณกระบี่พุ่งตรงมาที่เขา แต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรเพื่อขัดขวางไม่ให้เขาเดินมาข้างหน้าต่อไปได้

“กระบี่ที่เจ็ด สังหารภูเขาสวรรค์!” จ้าวอีฝานแผดร้องคำรามด้วยเสียงที่ทำให้พื้นดินต้องแตกกระจายออกไปได้ ภาพแห่งธรรมของมันก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยกมือขวาที่ถือกระบี่ผนึกเมฆายาวหนึ่งร้อยจ้างขึ้นมา ในตอนนี้เองที่มันดูเหมือนเป็นของจริงอย่างน่าเหลือเชื่อ ราวกับว่าภาพแห่งธรรมนี้มีอยู่จริงๆ

สีสันแวบขึ้นไป และเจตจำนงแห่งผู้ไร้พ่ายก็ระเบิดออก ขณะที่กระบี่ถูกตวัดลงไปยังเมิ่งฮ่าว

เมิ่งฮ่าวหยุดชะงักนิ่งและมองขึ้นไป จากนั้นรอยยิ้มอันดุร้ายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขากระทืบเท้าลงไปบนพื้นผิวของสังเวียนการประลอง เสียงกระหึ่มได้ยินมาขณะที่…ภาพแห่งธรรมของเขาเองเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา!

เมื่อภาพแห่งธรรมปรากฏขึ้น ก็มีความสูงหนึ่งพันจ้าง เต็มไปด้วยพลังอันน่าตกใจ มันก้าวเท้าตรงไป และขยับร่ายเวทพร้อมกันทั้งสองมือ จากนั้นก็ต่อยตรงไปยังกระบี่ยักษ์ที่ตวัดลงมาจากด้านบน

ถ้ามองมาจากที่ห่างไกล ก็จะเห็นว่าสองภาพแห่งธรรมขนาดใหญ่กำลังต่อสู้กันอย่างดุร้าย ที่ด้านล่างบนพื้นผิวของสังเวียนการประลอง ร่างเมิ่งฮ่าวถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟสีดำ ทำให้ดูคล้ายกับเป็นมารอันน่ากลัว เขาก้าวเท้าตรงไปยังจ้าวอีฝาน โบกสะบัดมือทำให้กระแสน้ำนับล้านปรากฏขึ้น จากนั้นก็กลายเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่

สีหน้าจ้าวอีฝานเปลี่ยนไป กัดปลายลิ้นและพ่นโลหิตออกมา แต่ละหยดโลหิตนั้นได้กลายเป็นทะเลจำนวนมาก จากนั้นทะเลทั้งหมดก็รวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นทะเลที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมจนน่าตกใจ นี่คือทะเลที่ไม่ได้ประกอบขึ้นมาจากน้ำ แต่เป็นกระบี่นับไม่ถ้วน!

มันคือ…ทะเลแห่งกระบี่!

ทะเลแห่งกระบี่กระแทกลงไปยังแม่น้ำขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือเวทกลืนภูเขาของเมิ่งฮ่าวในทันที ระลอกคลื่นกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง ทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นสะเทือน แสงอันเจิดจ้าของวิชาเวทและความสามารถศักดิ์สิทธิ์ กระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง

เมิ่งฮ่าวไม่ได้หยุดชะงักไปแม้แต่น้อย ร่างเขาแวบขึ้นขณะที่กลายเป็นคฤธรสีดำขนาดใหญ่ ส่งเสียงหวีดหวิวแหวกฝ่าอากาศ พุ่งทะลุผ่านทะเลแห่งกระบี่ ไปปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าจ้าวอีฝาน และตวัดกรงเล็บที่คมกริบราวกับใบมีดไปที่มันอย่างดุร้าย สีหน้าจ้าวอีฝานหมองคล้ำลง ขณะที่พุ่งถอยไปทางด้านหลังด้วยความตกใจ ในตอนนี้เองที่สุดท้ายแล้วมันถึงเข้าใจว่าทำไมคู่ต่อสู้ก่อนหน้านี้ทั้งหมดของเมิ่งฮ่าว ถึงได้พ่ายแพ้ไปครั้งแล้วครั้งเล่าในการต่อสู้ ตอนนี้มันกำลังพบเจอกับเรื่องเดียวกันนี้ด้วยตัวเอง มันรู้สึกหวาดกลัวต่อเมิ่งฮ่าวขึ้นอย่างแท้จริง

เมิ่งฮ่าวมีกลิ่นอายแห่งผู้ไร้พ่าย และเขาก็โจมตีไปอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีการป้องกันตัวใดๆ แม้แต่น้อย

เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับพลังเช่นนี้ คนทั้งหมดต่างก็ไร้ทางเลือกนอกจากต้องล่าถอยออกไปเท่านั้น และเมื่อทำเช่นนี้ ก็ต้องตกอยู่ในกลยุทธ์การต่อสู้ของเมิ่งฮ่าวไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ในที่สุดการที่ต้องล่าถอยไปอย่างต่อเนื่อง ก็จะนำไปสู่…ความพ่ายแพ้

เสียงระเบิดดังก้องออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จ้าวอีฝานและเมิ่งฮ่าวโจมตีกันไปมามากกว่าหนึ่งร้อยครั้ง สังเวียนการประลองสีทองเริ่มเสียหายด้วยแรงระเบิดขนาดใหญ่เหล่านั้น สำหรับกลุ่มคนที่โลกด้านนอกในขุนเขาทะเลที่เก้า พวกมันมองไปยังจอภาพด้วยจิตใจที่เต้นรัว มีเพียงสิ่งเดียวที่พวกมันกำลังให้ความสนใจคือ ใครจะเป็นผู้ชนะในการต่อสู้ที่น่าประหลาดใจนี้ ระหว่างเมิ่งฮ่าวและจ้าวอีฝาน

“ข้าไม่อาจจะล่าถอยอีกต่อไป!” จ้าวอีฝานคิด โลหิตไหลซึมออกมาจากปาก ทันใดนั้นแสงอันดุร้ายก็ปรากฏขึ้นในดวงตา ขณะที่ภาพแห่งธรรมของมันกำลังต่อสู้อยู่กับภาพแห่งธรรมของเมิ่งฮ่าว ซึ่งเริ่มมีความสูงขึ้นไปถึงสามพันจ้าง ทำให้สิ่งที่คล้ายกับเป็นลมพายุได้กระจายออกไปทั่วทั้งลานประลองแห่งนี้

จ้าวอีฝานฉวยโอกาสที่พลังนั้นระเบิดออกมา สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ มองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ห้ากระบี่สูญสะบั้น, สะบั้นแรก…กระบี่แรกปรากฏ!” ขณะที่พูด มันยกมือขึ้น ปราณกระบี่เริ่มหมุนวนไปมาอยู่รอบๆ นิ้วทั้งห้า และความเร็วของมันจู่ๆ ก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โบกสะบัดมือไปทำให้ลำแสงแห่งปราณกระบี่จำนวนมากพุ่งออกมา

ในชั่วพริบตา กระบี่หนึ่งร้อยเล่มได้ปรากฏขึ้นในรูปแบบของปราณกระบี่ อย่างน่าตกใจยิ่งพวกมันลอยขึ้นไปในอากาศ จากนั้นก็หมุนวนไปมาและเริ่มพุ่งลงมายังเมิ่งฮ่าวราวกับเป็นพิรุณแห่งกระบี่ ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้นขณะที่ยื่นมือขวาออกไปในท่าคว้าจับ ทำให้หอกยาวซึ่งมีด้ามที่ถูกสร้างขึ้นมาจากต้นเจี้ยนมู่และคมหอกที่เป็นกระดูกปรากฏขึ้น เขาขว้างหอกออกไปที่เบื้องหน้าในทันที ทำให้เสียงกระหึ่มได้ยินมาขณะที่กระบี่ทั้งหนึ่งร้อยเล่มเบี่ยงเบนทิศทาง แทงลงไปในพื้นผิวของสังเวียนการประลองแทน

แต่ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ของจ้าวอีฝานก็ยังคงกระจายออกมา กระบี่หนึ่งพันเล่มปรากฏขึ้นที่ด้านบน จากนั้นก็ส่งเสียงหวีดหวิวพุ่งลงมายังเมิ่งฮ่าว หอกยาวเต้นไปมา และเสียงระเบิดก็ได้ยินขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่กระบี่ทั้งหนึ่งพันเล่มแตกกระจายปักลงไปบนพื้นสังเวียนการประลอง แต่ในตอนนี้เองที่กระบี่หนึ่งหมื่นเล่มได้ปรากฏขึ้นที่ด้านบน

เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่พวกมันเริ่มตกลงมา ตอนนี้สังเวียนการประลองกลายเป็นโลกแห่งกระบี่ไปแล้ว เมิ่งฮ่าวถูกปกคลุมด้วยสายลมอันรุนแรงซึ่งก็คือหอกยาว เสียงปังได้ยินมาขณะที่กระบี่ทั้งหนึ่งหมื่นเล่มหายสาปสูญ ปักลงไปที่พื้นสังเวียน

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เองที่จ้าวอีฝานได้พูดขึ้นมาอีกครั้ง

“ห้าสะบั้น กระบี่สะบั้นฟ้า!” ทันใดนั้น กระบี่ทั้งหนึ่งหมื่นหนึ่งพันหนึ่งร้อยเล่มที่ปักลงไปบนพื้นสังเวียนการประลองได้พุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า จากนั้นพวกมันก็รวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นกระบี่ขนาดใหญ่ยักษ์หนึ่งเล่ม

กระบี่อันน่าตกใจหนึ่งเล่มปรากฏขึ้น เป็นกระบี่ที่ทำให้ทั่วทั้งโลกต้องหยุดชะงักนิ่ง เป็นครั้งแรกที่สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป ขณะที่จ้องมองขึ้นไปยังกระบี่ยักษ์เล่มนั้น เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ยกเท้าขวาขึ้นมา และจากนั้นก็กระทืบลงไปอย่างรุนแรง

เสียงระเบิดดังก้องออกไป และภาพแห่งธรรมของเมิ่งฮ่าวจู่ๆ ก็เริ่มขยายขนาดใหญ่ขึ้น จนมีความสูงถึงสองพันจ้าง มันก้าวเท้าตรงไป ต่อยหมัดออกไปยังกระบี่ยักษ์เล่มนั้น

เกิดเป็นเสียงระเบิดดังกระหึ่มกึกก้อง ทั่วทั้งโลกแห่งนี้สั่นสะเทือน กระบี่ตวัดลงมายังหมัดภาพแห่งธรรมของเมิ่งฮ่าว จากนั้นก็กรีดลงมาจนกระทั่งอยู่ห่างจากศีรษะเมิ่งฮ่าวเพียงแค่เจ็ดชุ่นเท่านั้น จากนั้นก็หยุดลง เกิดเป็นเสียงหึ่งๆ ดังออกมาจากตัวกระบี่ และพังทลายไป

เมื่อกระบี่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ จ้าวอีฝานก็กระอักโลหิตออกมา และโซเซถอยไปทางด้านหลัง

เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไปยังกระบี่ที่กำลังแตกกระจาย จากนั้นก็หันหน้ามองไปยังจ้าวอีฝาน

“ท่านแข็งแกร่งไม่น้อย…แต่ตอนนี้เป็นทีของข้าบ้าง” เมื่อกล่าวจบเขาก็หายตัวไป เมื่อปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง ก็ไปอยู่ที่เบื้องหน้าจ้าวอีฝาน กำมือเป็นหมัดจนแน่นและต่อยออกไป

ตูม! ตูม! ตูม! เมิ่งฮ่าวต่อยออกไปเก้าครั้ง นี่คือเวททำลายล้างเก้าชั้นฟ้า

หมัดสุดท้ายถูกต่อยออกไปด้วยพลังอันน่ากลัว จ้าวอีฝานลอยละลิ่วปลิวไปทางด้านหลัง โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก ตีลังกาเท้าชี้ฟ้าล้มลงไปบนพื้น แต่ก่อนที่มันจะพุ่งไปได้ไกลกว่านั้น เมิ่งฮ่าวก็กลายร่างเป็นคฤธรร่อนถลาตรงไป

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: