Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 910

I Shall Seal The Heaven Chapter 910

ตอนที่ 910

ศาลาสั่นสะเทือน

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยเหล่านั้น ทำให้เด็กฝึกปรุงยาหลายคนในท่ามกลางกลุ่มสี่ร้อยคนนั้น เริ่มรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่งเกิดความลังเลขึ้นมาอีกด้วย พวกมันไม่มีความเชื่อมั่นในโอกาสที่จะทำได้สำเร็จแม้แต่น้อย แต่เมิ่งฮ่าวก็มีความกระตือรือร้นต่อเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ถ้าเป็นคนอื่นแล้ว พวกมันก็คงจะคิดว่ากำลังถูกกลั่นแกล้งเพื่อทำให้ดูไม่ดีอย่างแน่นอน

“ไม่ต้องสนใจพวกมัน! ขอให้เชื่อในตัวข้า!” เมิ่งฮ่าวร้องตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม เด็กฝึกปรุงยาสี่ร้อยคนกัดฟันแน่น

พวกมันยังคงไม่มีความมั่นใจ แต่ก็ยังสนใจที่อยากจะรู้ว่า พวกมันจะสามารถทำการทดสอบในชั้นแรกของศาลาโอสถได้สำเร็จมากน้อยแค่ไหน

เสียงเยาะเย้ยของพวกที่มุงดูอยู่ดังก้องออกมา แต่ก็มีผู้คนอยู่ไม่น้อยที่ตัดสินใจติดตามไปเพื่อจะดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น ในตอนที่กลุ่มคนเหล่านี้พยายามทำการทดสอบในศาลาโอสถ ยังมีนักปรุงยาระดับแรกบางคนจดจำฟางฉวินได้อีกด้วย เมื่อพวกมันได้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ก็ส่ายหน้าไปมา

“ฟางฉวินช่างมีสายตาที่แคบสั้นจริงๆ เด็กฝึกปรุงยาเหล่านั้นมาจากยอดเขาที่เจ็ดหนึ่งเก้าหนึ่ง ใช่หรือไม่?”

“ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องจริง ที่นักปรุงยาผู้ให้คำบรรยาย จะได้รับรางวัลถ้าเด็กฝึกปรุงยาจากยอดเขาพวกมัน ผ่านการทดสอบชั้นแรกของศาลาโอสถไปได้ แต่กลุ่มคนเหล่านี้ก็เพิ่งจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับเต๋าแห่งการปรุงยามาแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น พวกมันต้องไม่มีทางจะทำได้สำเร็จอย่างแน่นอน”

“ข้าได้ยินมาว่า ฟางฮ่าวได้มาบรรยายแทนฟางฉวินบนยอดเขาที่เจ็ดหนึ่งเก้าหนึ่งเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมานี้ มันยังได้เก็บค่าเข้าฟังด้วยคะแนนความดีอีกด้วย ช่างน่าขันนัก”

ฟางฉวินและเด็กฝึกปรุงยาสี่ร้อยคนค่อยๆ ผ่านเข้าไปในเขตภูเขาด้านในอย่างช้าๆ พร้อมด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ปกคลุมไปทั่ว และไปปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าศาลาโอสถ ถึงแม้ว่าจะมีนักปรุงยาในเขตภูเขาด้านในบางคนสังเกตเห็นพวกมันเคลื่อนผ่านไป แต่ก็ไม่มีใครให้ความสนใจใดๆ

ถึงแม้ว่าจะมีผู้คนถึงสี่ร้อยคนมาทำการทดสอบด้วยกัน แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน กล่าวได้ว่านี่เป็นกลุ่มคนจากแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาที่มาทดสอบพร้อมกันมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นศาลาโอสถก็เป็นสถานที่อันลึกลับ ประตูทางเข้าไม่ได้จำกัดไว้เพียงแค่คนเดียว แม้แต่หนึ่งหมื่นคน ก็สามารถจะผ่านเข้าไปได้โดยพร้อมเพรียงกันถ้าพวกมันต้องการ

ภายในของศาลาจะดูว่างเปล่าสำหรับผู้เข้าไปแต่ละคน ราวกับว่าพวกมันกำลังทำการทดสอบตามลำพัง

เด็กฝึกปรุงยาทั้งสี่ร้อยคนกัดฟันแน่น จ่ายคะแนนความดีออกไป และกำลังจะก้าวเข้าไปในศาลาโอสถ แต่เมิ่งฮ่าวก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และร้องตะโกนขึ้น

“พวกเจ้าทั้งหมด จดจำไว้ ให้ทำในสิ่งที่เคยทำอยู่เป็นประจำ และพวกเจ้าก็จะไม่มีปัญหาใดๆ!”

เด็กฝึกปรุงยาทั้งสี่ร้อยคนข่มความวิตกกังวลไว้ ฝืนยิ้มให้กับเมิ่งฮ่าว พร้อมกับประสานมือและโค้งตัวลงให้กับเขา จากนั้นก็กัดฟันแน่น ผ่านเข้าไปในศาลาโอสถคนแล้วคนเล่า ในชั่วพริบตาคนทั้งสี่ร้อยก็หายลับไป

ในตอนนี้มีกลุ่มคนมารวมตัวกันเพื่อมองดูอยู่สองสามพันคน และพวกมันทั้งหมดกำลังส่งเสียงหัวเราะด้วยความขบขันกันอยู่

ฟางฉวินรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง กลุ่มคนที่มารวมตัวกันเหล่านี้หลายคนเป็นที่คุ้นเคยดีกับมัน และมันก็ได้ยินเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน แต่ก็ไม่อาจจะพูดจาโต้ตอบกลับไปได้

สีหน้าเมิ่งฮ่าวสงบนิ่ง ขณะที่ลอยตัวอยู่ที่นั่นในกลางอากาศ เฝ้ามองไปยังศาลาโอสถ

เวลาเดียวกันนั้น ที่ด้านใน เด็กฝึกปรุงยาสี่ร้อยคนที่อยู่ด้านในทั้งหมดกำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มหมอกที่ว่างเปล่า จากนั้นสมุนไพรหนึ่งพันต้นได้ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า พวกมันส่วนใหญ่รู้สึกตกตะลึงไปตามๆ กัน

“หือ? ทำไมถึงได้เหมือนกับการทดสอบที่ฟางตานซือให้พวกเราทำเป็นอย่างยิ่ง?”

“นี่ดูเหมือน…จะเป็นเช่นเดียวกันกับตัวอย่างเหล่านั้น! ข้ารู้ชื่อพวกมันเกือบทั้งหมด…”

“หนึ่งร้อยลมหายใจ? ข้าเคยฝึกมาแล้วหลายครั้ง ข้าคุ้นเคยกับมันดี!” เห็นได้ชัดว่าเด็กฝึกปรุงยาทั้งหมดกำลังตกตะลึงและตื่นเต้น พวกมันไม่อยากจะเชื่อว่าสามารถจะทำได้สำเร็จ แต่ตอนนี้พวกมันรู้สึกว่ามีความหวังขึ้นมาในทันที

เวลาผ่านไป…หนึ่งพันลมหายใจเข้าออก

แน่นอนว่า พวกที่มุงดูอยู่ทั้งหมด ต่างก็กำลังหัวเราะเยาะถึงเรื่องนี้

“ข้าไม่รู้ว่าฟางฉวินกำลังคิดอะไรอยู่จริงๆ สำหรับเด็กฝึกปรุงยาเหล่านั้นทั้งหมด พวกมันช่างไม่รู้ว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำถึงเพียงไหน ไม่มีทางที่พวกมันจะสามารถทำได้สำเร็จ”

“เวลาใกล้จะหมดแล้ว พวกมันจะออกมาในไม่ช้านี้ ถ้ามีแม้แต่คนเดียวที่ทำได้สำเร็จ ข้าก็จะโขกศีรษะจนตายไปเลย”

ในตอนนี้เองที่ลำแสงได้ปรากฏขึ้นที่ชั้นแรก ฉับพลันนั้นเสียงหัวเราะก็เงียบลงไปโดยสิ้นเชิง

“คาดไม่ถึงว่ามีใครบางคนทำได้สำเร็จจริงๆ? ข้าคาดเดาเอาไว้แล้วว่าจากกลุ่มคนสี่ร้อยคน ก็ต้องมีใครสักคนที่โชคดีบ้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…”

“เป็นไปได้หรือไม่ว่าคนผู้นั้นคือผู้ถูกเลือกในเต๋าแห่งการปรุงยา ช่างเป็นคนที่น่าตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง”

ขณะที่เสียงพูดคุยดังก้องออกมา อีกครั้งที่ความเงียบได้ปกคลุมไปทั่ว ขณะที่ลำแสงที่สองได้ปรากฏขึ้นที่ชั้นแรก

หลังจากนั้นก็เป็นลำแสงที่สาม, สี่ และห้า…หนึ่งร้อยสิบสามลำแสงได้ปรากฏขึ้นในชั่วพริบตา ก่อตัวกันเป็นภาพที่เจิดจ้าระยิบระยับ ซึ่งสามารถจะมองเห็นได้จากสถานที่ที่ค่อนข้างจะอยู่ห่างไกลออกไป

พวกที่มุงดูทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบอย่างน่ากลัว และเริ่มอ้าปากค้าง ดวงตาพวกมันเบิกกว้าง และเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ จิตใจหมุนคว้างไปมา

นี่เกินกว่าสิ่งใดๆ ที่พวกมันจะสามารถคาดคิดได้ และพวกมันก็แทบไม่อยากจะเชื่อ

ในตอนนี้เองจากภายในแสงระยิบระยับนั้น เด็กฝึกปรุงยาสี่ร้อยคนได้ปรากฏกายขึ้น คนที่ผ่านการทดสอบชั้นแรกได้สำเร็จต่างก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคนที่พบกับความล้มเหลว พวกมันไม่รู้สึกสลดใจไปแม้แต่น้อย แต่ดวงตากลับสาดประกายเจิดจ้าเต็มไปด้วยความหวัง พวกมันรู้ดีว่าได้เข้ามาใกล้ความสำเร็จมากแล้ว

พวกมันทั้งหมดรีบวิ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว และเริ่มร้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

“นั่นช่างง่ายเป็นอย่างยิ่ง! ข้าบอกชื่อพวกมันได้ทั้งหมดเลย!!”

“ข้าทำได้แล้ว! ฮา ฮา ฮา! ข้าผ่านแล้ว! ข้าศึกษาเล่าเรียนเรื่องเต๋าแห่งการปรุงยามาแค่สามปีเท่านั้น แต่ก็ผ่านชั้นแรกของศาลาโอสถได้สำเร็จแล้ว!!”

“ขอบคุณมาก ฟางตานซือ! ขอบคุณจริงๆ!!”

ฟางฉวินก็รู้สึกตื่นเต้นด้วยเช่นเดียวกัน

เมิ่งฮ่าวยิ้มกว้างออกมา จากนั้นก็กระแอมไอขึ้น หลังจากที่มองไปยังพวกที่มุงดูซึ่งกำลังตกตะลึงอยู่ เขาก็มองกลับมายังเด็กฝึกปรุงยา และวางท่าเคร่งขรึมขึ้น

“มีอะไรให้ตื่นเต้นนัก? ประหลาดใจเรื่องอะไรกัน?”

“ตลอดช่วงสามเดือนมานี้ พวกเจ้าได้จ่ายคะแนนความดีเพื่อมาฟังข้าบรรยายเกี่ยวกับต้นพืชสมุนไพร ดังนั้นสิ่งที่น่าประหลาดใจมากที่สุดก็คือ แค่ชั้นแรกของศาลาโอสถพวกเจ้าก็ยังผ่านไปไม่ได้มากกว่า”

“ตอนนี้พวกเจ้าทั้งหมดบอกมาว่า มันคุ้มค่าหรือไม่ ที่จะใช้คะแนนความดีเหล่านั้นมานั่งฟังคำบรรยายของข้า?”

ทันทีที่คำถามนี้หลุดออกมาจากปาก เด็กฝึกปรุงยาสี่ร้อยคนก็ส่งเสียงยืนยันขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน จนกลายเป็นเสียงกระหึ่มดังกึกก้อง พวกที่มุงดูอยู่ทั้งหมดเริ่มสั่นสะท้านอยู่ภายในใจ

เมิ่งฮ่าวหัวเราะเป็นเสียงดังออกมา จากนั้นก็หันหลังและจากไป แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้จะต้องกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ม้วนกวาดออกไปทั่วทั้งแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา

“ข้าต้องหยุดการให้คำบรรยายไปสักสองสามวัน ข้าจะรออีกเล็กน้อย…เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีผู้คนยินดีที่จะส่งมอบคะแนนความดีของพวกมันออกมามากขึ้น” เมิ่งฮ่าวคิด พร้อมกับดวงตาที่สาดประกายขึ้นด้วยความมุ่งหวัง

อย่างไรก็ตาม เมิ่งฮ่าวได้ประเมินเรื่องนี้ต่ำเกินไป สองสามวันต่อมา แผนกเต๋าแห่งการปรุงยาได้ตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวายขนานใหญ่ จากเรื่องที่กลุ่มคนสี่ร้อยคนได้ไปทำการทดสอบโดยพร้อมเพรียงกัน และจากนั้นก็สามารถผ่านได้สำเร็จมากกว่าหนึ่งร้อยคน

เรื่องนี้เดิมทีก็ไม่มีอะไรน่าตกใจ แต่เมื่อคิดไปถึงระยะเวลาที่คนเหล่านั้นได้ศึกษาเล่าเรียนเรื่องเต๋าแห่งการปรุงยามา ทำให้น่าประหลาดใจไปโดยสิ้นเชิง

ระยะเวลานานสุดที่กลุ่มคนเหล่านั้นได้เรียนรู้มาคือห้าปี น้อยสุดคือสามปี ทำให้เหตุการณ์เช่นนี้เพียงพอที่จะสร้างความตกตะลึงให้แม้แต่นักปรุงยาที่อยู่ในเขตภูเขาด้านใน

ในที่สุดก็ถึงจุดที่สภานักปรุงยา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในกิจการของแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาได้เรียกประชุมเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องนี้ นักปรุงยาสิบเก้าคนได้มารวมตัวกันในที่ประชุม คนเหล่านี้คือผู้อาวุโสของแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา

สิบเก้าผู้อาวุโสเหล่านี้ทั้งหมดคือนักปรุงยาระดับแปด!

ลึกเข้าไปในเขตภูเขาด้านใน บนยอดเขาคลุมเมฆาของภูเขาสูงแห่งหนึ่ง มีวิหารโบราณตั้งอยู่ รูปปั้นขนาดใหญ่สิบรูปยืนคุ้มกันอยู่ที่ด้านนอกวิหาร แต่ละรูปปั้นเป็นตัวแทนของนักปรุงยาที่มีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อในอดีตของแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาตระกูลฟาง

นี่คือสถานที่ซึ่งสภานักปรุงยาได้จัดงานประชุมขึ้น ในห้องโถงหลักของวิหาร ที่นั่งขนาดใหญ่สิบเก้าที่ลอยอยู่ในกลางอากาศ ตรงจุดกึ่งกลางเป็นกระถางปรุงยาภาพลวงตาขนาดใหญ่ ซึ่งกระจายแสงอันเจิดจ้าออกมา

ที่นั่งทั้งหมดถูกนั่งไว้ด้วยชายชราที่ดูเก่าแก่โบราณ ซึ่งมีพื้นฐานฝึกตนที่ไม่ธรรมดา และมีเต๋าแห่งการปรุงยาที่สามารถทำให้สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือนได้ ใครก็ตามในกลุ่มชายชราเหล่านี้ สามารถที่จะกลายเป็นต้าซือผู้ก่อตั้งสำนักปรุงยาได้ทั้งหมด

“ฟางฮ่าวจากดาวหนานเทียน มาถึงเมื่อสี่เดือนที่แล้ว” หนึ่งในชายชราที่ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่นกล่าว แทบจะดูเหมือนว่ามันไม่มีแม้แต่แรงที่จะลืมตาขึ้นมา แต่กลิ่นหอมของตัวยาอันเข้มข้นได้เกาะติดอยู่ที่ตัวมันไปตลอดกาล “ด้วยลำแสงสายโลหิตหนึ่งหมื่นจ้าง ทำให้มันกลายเป็นผู้ถูกเลือกของตระกูล ต่อมาผู้เฒ่าสูงสุดจากตระกูลหลักได้จัดเตรียมให้มันมายังแผนกเต๋าแห่งการปรุงยา ดังนั้นนักปรุงยาระดับห้าฟางฮุ่ยกั่วได้ส่งมันไปยังกระท่อมปรุงยายอดเขาที่เจ็ดหนึ่งเก้าหนึ่ง!”

“ข้าได้ไปสอบถามด้วยตัวเอง และได้คำตอบบางอย่างมาจากฟางฮุ่ยกั่วด้วยเช่นกัน ฟางฮุ่ยกั่วเชื่อว่าฟางฮ่าวอาจจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับการปรุงยามาบ้าง และมีความเย่อหยิ่งด้วยเช่นกัน พวกเราไม่ต้องสนใจเกี่ยวกับข้อสมมติฐานของมันในตอนนี้ ภายในหนึ่งชั่วยามที่ฟางฮ่าวมาถึงยอดเขาที่เจ็ดหนึ่งเก้าหนึ่ง มันก็พบว่านักปรุงยาระดับแรกฟางฉวินได้อธิบายเกี่ยวกับต้นพืชสมุนไพรผิดพลาดไปถึงสิบสองจุด จากนั้นฟางฮ่าวก็ได้ให้คำบรรยายเกี่ยวกับเรื่องนั้นด้วยตัวเอง ทำให้มีผู้สนใจเข้าฟังนับหมื่นคน”

“นักปรุงยาระดับสองฟางสวีจง ถูกปลุกปั่นโดยฟางอวิ๋นอี้แห่งตระกูลหลักให้ไปท้าทายฟางฮ่าว จนเกิดการเดิมพันเกี่ยวกับต้นพืชสมุนไพร ฟางฮ่าวเอาชนะมันได้อย่างง่ายดาย สามารถแยกแยะวิธีการทาบกิ่งที่ลับสุดยอดของนักปรุงยาระดับห้าได้ในทันที และเผยให้เห็นถึงวิธีการจัดทาบกิ่งได้เช่นเดียวกัน ข้าได้ไปพิสูจน์วิธีการทาบกิ่งนั้นด้วยตนเอง ว่ามันถูกต้องอย่างแท้จริง!”

“ต่อมา มันก็ใช้การบรรยายเกี่ยวกับต้นพืชสมุนไพรเพื่อเรียกเก็บคะแนนความดีจากกลุ่มผู้ฟัง…” ถึงตอนนี้ ชายชราก็หยุดชะงักลง ชายชราอื่นๆ บางคนเริ่มหัวเราะหึๆ ขึ้น

“กลุ่มผู้ฟังของมันลดน้อยลงจนเหลือเพียงแค่ไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น และมันก็ได้คะแนนความดีมาเพียงแค่หมื่นกว่าแต้มเท่านั้น ด้วยความไม่พอใจ มันจึงไปยังศาลาโอสถ และเข้าไปทดสอบหนึ่งร้อยสี่สิบครั้งตามลำดับ”

“มันไม่ผ่านการทดสอบนั้นแม้แต่ครั้งเดียว แต่เป็นเพราะว่ามันตั้งใจที่จะไม่ผ่าน หลังจากที่ทดสอบเสร็จสิ้น มันก็ทำการจัดระเบียบข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับต้นพืชสมุนไพรจากการทดสอบ และเริ่มให้คำบรรยายกับเด็กฝึกปรุงยาบนยอดเขาที่เจ็ดหนึ่งเก้าหนึ่ง ซึ่งการบรรยายทั้งหมดนั้น…ได้เกี่ยวข้องกับข้อมูลการทดสอบจากชั้นแรกของศาลาโอสถทั้งสิ้น”

“ด้วยวิธีนี้ โดยการสร้างวิธีการฉ้อโกงขึ้นมา และจัดเตรียมให้เด็กฝึกปรุงยาผ่านการทดสอบ โดยการฝึกฝนวิธีการทดสอบให้กับพวกมัน จากนั้นมันก็นำทั้งสี่ร้อยคนไปทดสอบยังชั้นแรกของศาลาโอสถ และมากกว่าหนึ่งร้อยคนทำได้สำเร็จ”

“ท่านทั้งหลาย เหล่านี้คือผลลัพธ์จากการตรวจสอบฟางฮ่าวของข้า พวกท่านทั้งหมดคิดว่าอย่างไร?” ชายชรากล่าวขึ้นด้วยเสียงที่ราบเรียบอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้มันจะรู้สึกว่าเมิ่งฮ่าวค่อนข้างจะน่าหัวเราะนักก็ตามที

ทันใดนั้นกลุ่มคนก็เริ่มส่งเสียงแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกมา

“เด็กผู้นี้มันบ้าหรืออย่างไร? คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะใช้การบรรยายเรื่องพืชสมุนไพรมาแลกกับคะแนนความดี! ทำไมข้าถึงไม่คิดเช่นนี้บ้างในตอนที่มีอายุเท่ามัน!?”

“ช่างน่าขำนัก สุดท้ายก็คือการฉ้อโกง มันน่าจะโดนลงโทษบ้าง ลองให้มันไปเก็บกวาดถังขยะของตัวยาต่างๆ เป็นอย่างไร?”

“ไม่ดี! การลงโทษเช่นนั้นรุนแรงเกินไป เหล่าฟูขอให้มันมาช่วยปรุงยาบางอย่างให้ดีกว่า ดูว่าข้าจะสามารถทำอะไรมันได้บ้าง”

“นั่นไม่ใช่การฉ้อโกงจริงๆ การที่สามารถจะจดจำต้นพืชสมุนไพรทั้งหมดได้ จากชั้นแรกของศาลาโอสถ แสดงให้เห็นว่ามันมีทักษะเกี่ยวกับต้นพืชสมุนไพรถึงระดับที่น่ากลัวนัก ข้าอยากจะเห็นว่ามันสามารถจะเข้าไปในศาลาได้ถึงชั้นไหน ถ้ามันพยายามทำจริงๆ”

มีมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้แตกต่างกันออกไป บางคนก็คิดว่าเป็นแค่เรื่องเล็กๆ และมีความสนใจในตัวเมิ่งฮ่าวขึ้นอย่างแท้จริง บางคนก็คิดว่าเขาคือตัวปัญหาที่กำลังรอการระเบิดขึ้น ซึ่งน่าจะถูกลงโทษและถูกจัดการไปในทันที

ในที่สุดคนทั้งหมดก็พูดเสร็จสิ้นโดยที่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นเอกฉันท์ใดๆ ที่อยู่ในท่ามกลางเก้าอี้ทั้งสิบเก้าตัวนั้นเป็นชายชราที่สวมใส่ชุดยาวและมีเส้นผมสีขาวที่พลิ้วไปมา มันไม่ได้พูดขึ้นตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่นั่งอยู่ที่นั่นพร้อมกับหลับตาลง ในที่สุดมันก็ลืมตาขึ้นมา และดวงตาทั้งคู่นั้นก็เต็มไปด้วยแสงแห่งดวงดาว ราวกับว่าท้องฟ้าทั้งหมดกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างน่าตกใจ และมาปรากฏอยู่ภายในดวงตาของมัน

มันกระแอมไอขึ้น

ในตอนนั้นเอง ที่นักปรุงยาอาวุโสทั้งหมดต่างก็เงียบเสียงลง และมองไปยังชายชราด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและเลื่อมใส

“มันเป็นแค่คนรุ่นเยาว์ของตระกูล” ชายชรากล่าวขึ้นช้าๆ “ปล่อยให้มันทำได้ตามใจชอบ แต่กฎของศาลาโอสถชั้นแรกจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง”

ผู้อาวุโสทั้งหมดโค้งศีรษะลงยอมรับคำพูดของมัน

ขณะที่พวกมันทำเช่นนั้น แสงแปลกๆ ก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของชายชรา

“วิธีปรุงยาของเต๋าคุนหลุน…และมีร่องรอยบางอย่างของสำนักเซียนอสูร น่าสนใจนัก น่าสนใจจริงๆ”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: