I Shall Seal The Heaven Chapter 972

0 Comments

ตอนที่ 972

โจมตีประตูเซียน

“เจตจำนงแห่งผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรเซียน…”

“ฟางฮ่าวผู้นี้คือแบบอย่างของการก้าวเข้าไปในอาณาจักรเซียน ตอนนี้มันได้ล้ำหน้าคนอื่นๆ ทั้งหมดไป มันจะนำหน้าไปทุกก้าวย่างตลอดเส้นทาง!”

“นับจากนี้เป็นต้นไป มันจะมีชื่อเสียงอยู่ในขุนเขาทะเลที่เก้าตลอดไป!”

คนทั้งหมดมองไปยังเมิ่งฮ่าวที่อยู่สูงขึ้นไปในท้องฟ้า และจิตใจก็เต็มไปด้วยความคิดเช่นเดียวกัน “นี่คือยุคของมัน!”

คนทั้งหมดในขุนเขาทะเลที่เก้ามองเห็นเมิ่งฮ่าวเดินไปหกก้าว ทำลายวิหารเซียนไปทั้งหมดหกหมื่นแห่ง ภาพที่เห็นนี้ช่างน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง

ในตอนนี้วิหารเซียนที่แตกกระจัดกระจายไปทำให้เมิ่งฮ่าวดูเด่นสะดุดตาขึ้นมา โดยมีสุดยอดสะพานเป็นพื้นหลัง ทำให้ภาพทั้งหมดนี้ประทับลึกลงไปในจิตใจของผู้ที่ชมดูอยู่ทั้งหมด

ผู้ถูกเลือกแห่งขุนเขาทะเลที่เก้าจ้องมองไปอย่างเงียบๆ แม้แต่หวังเถิงเฟยก็ไม่อาจจะพูดอะไรออกมาได้ พวกมันได้แต่มองไปขณะที่เมิ่งฮ่าวมุ่งหน้าต่อไป ทำลายวิหารเซียนไปในแต่ละก้าวที่เดินไป

ใบหน้าฟางเว่ยซีดขาว ทัณฑ์เซียนของเมิ่งฮ่าวช่างน่าตกใจยิ่ง และวิธีที่เขาใช้เพื่อเอาชนะทัณฑ์เซียนนี้ก็ช่างน่าประหลาดใจนัก อย่างไรก็ตามฟางเว่ยก็ไม่ยังไม่ยอมแพ้

“มาดูกันว่ามันจะมีชีพจรเซียนได้มากมายเท่าใด หลังจากที่เปิดประตูเซียนออกมาแล้ว!” ดวงตาฟางเว่ยแดงก่ำไปโดยสิ้นเชิง

คนทั้งหมดเฝ้ามองดูขณะที่เมิ่งฮ่าวเดินไปเป็นก้าวที่เจ็ด เสียงแตกร้าวได้ยินออกมาจากภายในร่างกาย และโลหิตก็พร่างพรมไปบนเสื้อผ้า ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ และอาณาจักรความเป็นนิรันดร์ก็ทำงานราวบ้าคลั่งเพื่อรักษาฟื้นฟูเขา แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่อาจจะไล่ตามพลังสะท้อนที่เขาได้รับมาทันท่วงที ขาของเมิ่งฮ่าวกำลังสั่นไปมา แต่วิหารเซียนหนึ่งหมื่นแห่งที่อยู่ใต้เท้าเขาก็สั่นสะท้านด้วยเช่นเดียวกัน จากนั้นพวกมันก็พังทลายลงไปกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหมือนกับวิหารเซียนอื่นๆ ก่อนหน้านี้

ดวงตาเมิ่งฮ่าวกลายเป็นสีแดงก่ำ ตอนนี้เขาไม่ได้ให้ความสนใจใดๆ ต่อวิหารเซียนอีกแล้ว ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ที่ด้านบนสุดของสุดยอดสะพาน ทันใดนั้นก็เริ่มมองเห็นภาพจากเมื่อในอดีตอีกครั้ง เขามองเห็นคนทั้งหมดได้เดินขึ้นมาบนสะพานเมื่อหลายปีก่อนนานมาแล้ว

สะพานนี้คือสะพานที่ช่วยให้ผู้คนบรรลุถึงจุดสูงสุดในจุดสูงสุดทั้งมวล ถึงสะพานจะแตกกระจายไป แต่กลิ่นอายของผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังคงอยู่ที่นั่น เป็นการแสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์เมื่อในอดีตของมัน ใครก็ตามที่สามารถจะเดินไปจนถึงจุดสิ้นสุดได้ ก็จะรู้สึกได้ถึงอำนาจอันสูงสุดอย่างไร้ที่เปรียบ คล้ายกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งสวรรค์และปฐพี

เมิ่งฮ่าวกวาดเช็ดโลหิตออกจากมุมปาก ขณะที่เส้นผมพลิ้วไปมาอยู่รอบๆ ตัว มองไปยังภาพที่คลุมเครือของผู้คนจำนวนมากจนนับไม่ถ้วนจากห้วงเวลาเมื่อในอดีตที่ได้ปรากฏขึ้นและเดินผ่านเขาไป

“ข้าก็ทำได้เช่นกัน!” เขาพึมพำ ก้าวเดินตรงไปเป็นครั้งที่แปด

ทันทีที่เขาก้าวเท้าที่แปดลงไป สุดยอดสะพานก็สั่นสะท้าน วิหารเซียนอีกหนึ่งหมื่นแห่งก็พังทลายลงไป ในตอนนี้เหลือวิหารเซียนอยู่เพียงแค่สองหมื่นแห่งเท่านั้น!

ก้าวที่เก้า!

สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน และผู้ฝึกตนทั้งหมดในขุนเขาทะเลที่เก้า ซึ่งกำลังมองดูอยู่ต่างก็รู้สึกว่าจิตใจของตนเองกำลังเต้นรัว นึกไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้เกิดขึ้นในช่วงของการแข่งขันที่ถูกจัดขึ้นโดยสามกลุ่มเต๋าอันยิ่งใหญ่ พวกมันคิดย้อนกลับไปยังความรู้สึกในขณะที่มองไปยังฟางมู่

ตอนนี้ความรู้สึกเช่นเดียวกันนั้นได้กลับมาอีกครั้ง ขณะที่พวกมันมองไปยังบุคคลคนเดียวกันนั้น!

เมื่อพวกมันมองไปยังเมิ่งฮ่าว ก็รู้สึกคล้ายกับว่าแทบจะหายใจไม่ออก ขณะที่เฝ้ารอคอยเพื่อจะได้เห็นว่าเขาจะสามารถเดินไปจนถึงจุดสิ้นสุดของสุดยอดสะพาน ทำลายวิหารเซียนไปได้ทั้งหมด และไปยืนอยู่ที่เบื้องหน้าประตูเซียนได้หรือไม่

ในท่ามกลางเสียงกระหึ่มกึกก้อง ดวงตาของเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้นด้วยความต้องการต่อสู้ วิหารเซียนอีกหนึ่งหมื่นแห่งถูกทำลายลงไป ขณะที่เขา…เดินไปเป็นก้าวสุดท้าย

ก้าวที่สิบ!

เมื่อเขาเหยียบย่างไปเป็นก้าวสุดท้าย วิหารเซียนที่ยังเหลืออยู่หนึ่งหมื่นแห่งที่ด้านล่างของสุดยอดสะพานก็แตกกระจายกลายเป็นเศษชิ้นส่วนเล็กๆ พวกมันถูกทำลายไป ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ จากนั้นก็ถูกสายลมกวาดพัดออกไป ตามมาด้วยเสียงที่คล้ายกับเป็นเสียงแผดร้องคำรามด้วยโทสะ

เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่ยินยอมที่จะถูกทำลายไป และไม่ยินดีที่จะให้คำรับรองแก่เมิ่งฮ่าว ในการที่จะกลายเป็นเซียนแท้ด้วยวิธีการเช่นนี้!

อย่างไรก็ตาม…ไม่สำคัญว่าพวกมันจะยอมให้คำรับรองหรือไม่ พวกมันก็ไร้ทางเลือกได้แต่ต้องยอมรับเท่านั้น!

วิหารเซียนทั้งหมดถูกทำลายลงและถูกกวาดล้างจนหายไปโดยสิ้นเชิง จากนั้นสุดยอดสะพานก็ค่อยๆ จางหายไปจากด้านล่างเท้าของเมิ่งฮ่าว ในชั่วพริบตามันก็หายไปจนหมดสิ้น เขาสั่นสะท้านไปมาขณะที่พลังสะท้อนกลับได้กระแทกเข้ามาอย่างเต็มกำลัง ทำให้โลหิตไหลซึมออกมาจากปาก จนต้องถอยโซเซไปสองสามก้าว แทบจะราวกับว่าเขากำลังจะร่วงตกลงมาจากท้องฟ้า แต่เขาก็บังคับตนเองให้ลอยตัวอยู่ที่นั่น ร่างกายสั่นอย่างรุนแรงมากขึ้นจนดูคล้ายกับอาจจะพังทลายลงไปได้ทุกเมื่อ

สุดยอดสะพานคือไพ่ไม้ตายของเมิ่งฮ่าว แต่เมื่อคิดไปถึงระดับพื้นฐานฝึกตนของเขา สิ่งที่สามารถทำได้ทั้งหมดก็คือเดินไปได้แค่สิบก้าวเท่านั้น หลังจากที่เดินผ่านวิหารเซียนไปได้ทั้งหมด พลังสะท้อนกลับอย่างเต็มกำลังก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส ถ้าไม่ใช่ว่าพลังเจตจำนงของเขาไม่ได้อ่อนแอลงไปแม้แต่น้อยแล้วละก็ เขาก็คงไม่อาจจะเดินไปถึงจุดสิ้นสุดนี้ได้

อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างก็คุ้มค่าแล้ว!

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้นด้วยแสงอันเจิดจ้า ขณะที่ยืนอยู่ที่นั่นตรงเบื้องหน้าของประตูเซียนอันยิ่งใหญ่!

เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศอย่างรุนแรง ดังก้องออกไปในตระกูลฟาง, บนดาวตงเซิ่ง และขุนเขาทะเลที่เก้าทั้งหมด!

กลุ่มคนของตระกูลฟางต่างก็ตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวาย และผู้ฝึกตนอื่นๆ บนดาวตงเซิ่งต่างก็สั่นสะท้านอยู่ภายในใจเช่นเดียวกัน

“มันทำลายวิหารเซียนได้ภายในสิบก้าว! ฟางฮ่าวทำได้แล้ว!”

“มันทำให้กลุ่มเมฆลงทัณฑ์ต้องแตกกระจายออกไป และทำลายวิหารเซียนไปทั้งหมด! การเอาชนะทัณฑ์เซียนด้วยวิธีเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนโดยสิ้นเชิง! สมควรแล้วที่มันจะมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วในฐานะที่เป็นฟางมู่!”

“มันใช้วิธีการเช่นนี้เอาชนะทัณฑ์เซียนไปได้! ช่างทรนงเป็นอย่างยิ่ง! บางทีนี่อาจจะเป็นธรรมชาติแห่งเต๋าของมัน!”

ผู้คนค่อยๆ เริ่มเข้าใจถึงเต๋าของเมิ่งฮ่าวอย่างเลือนลางแล้ว!

มันช่างทรนงเป็นอย่างยิ่ง ราวกับว่าไม่มีอะไรหรือไม่มีใครจะสามารถมายืนขวางบนเส้นทางของเขาได้! หรือบางทีมันอาจจะดีกว่าถ้าจะกล่าวว่า ตั้งแต่ที่เขามีความเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่า จะสามารถก้าวผ่านคนทั้งหมดได้ในที่สุด มีเพียงบุคคลเดียวเท่านั้นที่เขาต้องการจะเอาชนะให้จงได้ นั่นก็คือตัวเขาเอง!

เขาไม่สนใจคนอื่นๆ ทั้งหมด และพยายามที่จะเอาชนะตนเองให้ได้เท่านั้น

ทั้งบุคลิกส่วนตัวและสิ่งที่เขาเคยพูดมาต่างก็ไม่สำคัญ เหล่านี้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น แต่เจตจำนงที่แท้จริงของเขาเท่านั้น…ถึงจะเป็นความทรนงที่แท้จริง!

อิสรภาพ! เสรีภาพ! ทั้งสองสิ่งนี้ต่างก็เป็นความทรนงด้วยเช่นกัน!

กลุ่มคนสายโลหิตหลักกำลังตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด กลุ่มคนที่เหลือของตระกูลฟางกำลังส่งเสียงพูดคุยกันไปทั่ว ดาวตงเซิ่งตกอยู่ในความปั่นป่วนโกลาหล

สำนักและตระกูลอื่นๆ ทั้งหมด ต่างก็ประหลาดใจอย่างลึกล้ำ จากวิธีการที่เมิ่งฮ่าวเอาชนะทัณฑ์ของตนเองไปได้

“ตอนนี้มันไปอยู่ที่เบื้องหน้าประตูเซียนแล้ว! สิ่งที่มันต้องทำในตอนนี้ก็คือเปิดมันออกมา!”

“กระแทกประตูเซียนให้เปิดออก อาบไล้อยู่ในแสงเซียน และเปิดชีพจรเซียนออกมา!”

“มัน…จะสามารถเปิดชีพจรเซียนได้มากน้อยเท่าใดกันแน่!?!?”

ผู้ฝึกตนทั้งหมดแห่งขุนเขาทะเลที่เก้า รวมทั้งผู้ถูกเลือกและเหล่าปรมาจารย์ต่างๆ กำลังสงสัยในเรื่องเดียวกัน…เมิ่งฮ่าวจะเปิดชีพจรเซียนได้เท่าไหร่!?

“มันได้ทำให้ตัวเองเทียบเท่ากับระดับเซียนชั้นที่สิบแล้ว มันคงจะเปิดชีพจรได้ถึงเก้าสิบเก้าจุดเป็นแน่!”

“เป็นไปได้หรือไม่ว่า…มันจะเปิดชีพจรเซียนได้ถึง…หนึ่งร้อยจุด!?”

ความโกลาหลยังคงกระจายออกไปทั่วทั้งอาณาเขตในขุนเขาทะเลที่เก้า ขณะที่คนทั้งหมดพูดคุยเกี่ยวกับจำนวนจุดชีพจรที่เมิ่งฮ่าวจะเปิดออกมาได้ ในตอนนี้คนทั้งหมดต่างก็สงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้

“มันจะเปิดได้เท่าไหร่กัน…?” ฝานตงเอ๋อร์คิด ขณะที่จ้องมองเข้าไปในแก้วผลึก

หลี่หลิงเอ๋อร์ยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ แต่ในจิตใจนางได้มีคำตอบอยู่เรียบร้อยแล้ว เมิ่งฮ่าวจะต้องเปิดได้…หนึ่งร้อยจุดอย่างแน่นอน!

จ้าวอีฝาน, ไท่หยางจื่อ, ซ่งหลัวตาน, ซุนไห่ และผู้ถูกเลือกคนอื่นๆ ทั้งหมดต่างก็หอบหายใจออกมา

ในตอนนี้ แม้แต่เจ้าอ้วน, เฉินฝาน และคนอื่นๆ ที่รู้จักเมิ่งฮ่าวดี กำลังเฝ้ามองไปยังจอภาพที่แสดงออกมาในสำนักของแต่ละคน

บนดาวหนานเทียน สุ่ยตงหลิวมองขึ้นไป และมีรอยยิ้มกระจายออกมาเต็มใบหน้า

“ยุคของมันได้มาถึงแล้ว…เป็นยุคของเซียนแท้”

ฟางซิ่วเฟิงและเมิ่งลี่ยืนอยู่ในเจดีย์แห่งถัง มองไปยังกระจกขนาดใหญ่ ภายในนั้นพวกท่านสามารถมองเห็นดาวตงเซิ่งและเมิ่งฮ่าว

บนดาวหนานเทียนเช่นกัน บนภูเขาอสูรโลหิต กลิ่นอายที่คล้ายกับความตายก่อนหน้านี้ของอสูรโลหิต จู่ๆ ก็แวบขึ้นด้วยร่องรอยแห่งพลังชีวิตสุดท้ายออกมา

“ในที่สุด…” เสียงเก่าแก่โบราณดังก้องไปมา “ก่อนที่เหล่าฟูจะตายไป ช่วงเวลาที่เฝ้ารอได้มาถึงแล้ว ถึงเวลาที่เหล่าฟูจะส่งมอบโชควาสนาเป็นครั้งสุดท้ายให้กับเจ้าแล้ว”

ในห้องโถงวิหาร ซึ่งครั้งหนึ่งเคยคงอยู่ในวิหารพิธีเต๋าเซียนโบราณ ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นปากปล่องภูเขาไฟไปแล้ว ในตอนนี้เองที่จู่ๆ ก็มีชายชราผู้หนึ่งปรากฏขึ้นที่นั่น จ้องมองขึ้นไปในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ข้างกายท่านเป็นดอกปี่อ้านที่เหี่ยวแห้ง ภายในความเหี่ยวแห้งนั้นแวบพลังชีวิตขึ้นมาเล็กน้อย

“ชีพจรเซียน…” ชายชราพึมพำ “รู้หรือไม่ว่าเจ้าเป็นหนี้กรรมมัน อืม, ลืมมันไปเถอะ ข้าจะชดใช้มันให้กับเจ้า” ท่านมองลงไปยังดอกปี่อ้านที่เหี่ยวแห้งซึ่งอยู่บนพื้นข้างกาย

ในนิกายตี้เซียน ซุนไห่ยืนอยู่ที่นั่น หญิงสาวเยาว์วัยอยู่ที่ด้านข้างมัน จ้องมองออกไปยังจอภาพขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับศิษย์ทั้งหมดของนิกายตี้เซียนที่กำลังมองไปยังภาพของเมิ่งฮ่าวที่อยู่บนนั้น

“เสี่ยวตี้ (น้องชาย) เจ้าต้องเปิดชีพจรเซียนหนึ่งร้อยจุดให้จงได้!” หญิงสาวเยาว์วัยพึมพำกับตนเอง นางไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นฟางอวี๋ ทันใดนั้นนางก็รู้สึกได้ถึงการที่ถูกจ้องมองมาจนน่าขนลุก ทำให้ต้องหันไปเตะที่หน้าแข้งของซุนไห่อย่างดุร้าย จนมันต้องแผดร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดออกมา แต่สีหน้าก็เต็มไปด้วยความพึงพอใจ และหันหน้าไปมองนาง

“เจ้าจะเตะข้าอีกกี่ครั้งก็ได้ถ้าต้องการ ยิ่งรุนแรงยิ่งดี…”

สีหน้ามัน และคำพูดของมัน ทำให้ฟางอวี๋ต้องขนลุกไปทั่วร่าง

ตอนนี้คนทั้งหมดต่างก็เพ่งมองไปยังเมิ่งฮ่าวโดยสิ้นเชิง…

เมิ่งฮ่าวมองขึ้นไปยังประตูเซียนที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับมัน เขาดูคล้ายกับเป็นเศษฝุ่นเท่านั้น

“ประตูเซียน…” เมิ่งฮ่าวพึมพำ ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยความต้องการต่อสู้ แม้ในขณะที่เขากำลังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ ก็ก้าวเท้าตรงไปข้างหน้า กำหมัดจนแน่น และต่อยออกไปยังประตูเซียน

“เปิดออกมา!” เมิ่งฮ่าวร้องคำราม เกิดเป็นเสียงดังก้องราวกับเป็นเสียงฟ้าผ่า เสียงระเบิดขนาดใหญ่ได้ยินมา ขณะที่หมัดได้กระแทกไปที่ประตูเซียน เสียงที่ดังก้องออกไปนั้นทำให้พื้นดินต้องสั่นสะเทือน ทันใดนั้นรอยแตกร้าวก็ปรากฏขึ้นขณะที่…ประตูเซียนได้เปิดออก!

ทันทีที่รอยแตกร้าวปรากฏขึ้น แสงเซียนอันไร้ขอบเขตก็พุ่งกระจายออกมา แสงนั้นพุ่งขึ้นไปถึงสวรรค์ และสาดส่องออกไปในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว

แสงเซียนอันเจิดจ้าได้กระจายออกมาจากประตูเซียน กลายเป็นลำแสงที่แทงทะลุเข้าไปในความมืดมิด สาดส่องไปทั่วทุกสรรพสิ่ง

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่รอยแตกร้าว แต่แสงเซียนนั้นก็เต็มไปด้วยปราณเซียนอันเข้มข้น ซึ่งได้พุ่งตรงมาที่เมิ่งฮ่าวและไหลซึมเข้าไปในร่างเขา

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้นด้วยแสงอันเจิดจ้า ผู้ฝึกตนทั้งหมดเฝ้ามองไปอย่างใกล้ชิด และจิตใจพวกมันก็ไม่มีคำถามที่ว่าเขาจะทำได้สำเร็จหรือไม่ พวกมันรู้ว่าเขาสามารถจะเปิดมันออกมาได้อย่างแน่นอน

สิ่งที่พวกมันให้ความสนใจก็คือว่า เขาจะเปิดชีพจรเซียนได้กี่จุด หลังจากที่ประตูได้เปิดออกมาแล้ว!

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ขณะที่ปราณเซียนได้ไหลซึมเข้าไปในร่าง ชีพจรเซียนทั้งแปดจุดในตอนนี้ได้กลายเป็นมังกรแปดตัว ที่หมุนวนไปรอบๆ ร่างเขาอย่างบ้าคลั่ง ทำการดูดซับปราณเซียนเข้าไป ทำให้เขามีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รอยแตกเล็กๆ นี้ก็ยังไม่ดีพอสำหรับเมิ่งฮ่าว

ภาพแห่งธรรมหนึ่งหมื่นจ้างได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง กระจายแสงสีทองออกมา มันก้าวเท้าตรงไป ในเวลาเดียวกันนั้นเมิ่งฮ่าวก็กลายเป็นวิหคยักษ์สีทอง เข้าไปร่วมกับภาพแห่งธรรม โจมตีไปยังประตูเซียนอย่างต่อเนื่อง

“เปิดออก!” เขาคำรามขึ้นอีกครั้ง ขณะที่กระแทกเข้าไปในประตู มันเปิดออก…มากขึ้นอีกเล็กน้อย!

แสงเซียนได้พุ่งออกมามากขึ้น ตามมาด้วยปราณเซียนอันเข้มข้น!

ในตอนนี้กลุ่มผู้ชมนับไม่ถ้วนกำลังหอบหายใจออกมา ขณะที่พวกมันเฝ้ามองดูเมิ่งฮ่าวโจมตีไปยังประตูเซียน

พลังอันน่าเหลือเชื่อได้กระจายออกมาจากประตูเซียน และขณะที่ปราณเซียนได้ไหลซึมเข้าไปในร่างเมิ่งฮ่าว โลหิตก็พ่นกระจายออกมาจากปาก แต่ดวงตาก็ยังคงสาดประกายด้วยความเจิดจ้ามากขึ้นกว่าเดิม

เมิ่งฮ่าวยกมือขวาขึ้นมา ทำให้ภูเขาจำนวนมากปรากฏขึ้น พวกมันรวมตัวเข้าด้วยกัน ขณะที่กระแทกเข้าไปยังประตูเซียน ในเวลาเดียวกันนั้นศีรษะอสูรโลหิตก็ปรากฏขึ้น โขกลงไปที่ประตูเช่นเดียวกัน

แน่นอนว่าต้องมีภาพแห่งธรรมหนึ่งหมื่นจ้างของเขาอีกด้วย ได้ตบฟาดไปที่ประตูด้วยมือขนาดใหญ่ของมัน สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน และเสียงระเบิดก็ดังก้องออกไปทั่วทุกทิศทาง ประตูเซียนเปิดออกกว้างมากขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้แสงและปราณเซียนพุ่งออกมามากขึ้น

ในตอนนี้ ประตูได้เปิดออกจนมีความกว้างพอที่จะให้…คนผู้หนึ่งลอดผ่านเข้าไปได้!

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: