บทที่ 583 ความเดือดดาลของผู้สูงศักดิ์
การตายของสตรีผ้าคลุมหน้าสีดำทำให้ชายหนุ่มหน้าตาอำมหิตที่อยู่ด้านข้างหน้าถอดสี เหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งนัก!
ใครก็คงคาดเดาไม่ได้ว่าจ้าวเฟิงจะใช้ความเร็วขนาดนั้นลงมือโต้กลับ
ยามที่ ‘ปีกวายุอัสนี’ ปรากฏขึ้นในวินาทีนั้น ‘คมมีดพิฆาตสีม่วง’ ของจ้าวเฟิงก็รวบรวมพลังแล้วทะยานออกไป
ขนาดเจ้าหอโครงกระดูกยังมีทีท่าคาดไม่ถึง
การรุกกลับอย่างรวดเร็วของจ้าวเฟิงสังหารผู้สูงศักดิ์ในขั้นขอบเขตแก่นก่อกำเนิดระดับต่ำช่วงปลายไปหนึ่งคน!
ในความเป็นจริง ด้วยพลังการโจมตีของ ‘คมมีดพิฆาต’ เองแล้ว สามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อคนในขอบเขตแก่นก่อกำเนิดระดับต่ำช่วงต้นเท่านั้น
ถึงแม้ว่าจะยังสร้างความเสียหายต่อคนในขั้นขอบเขตแก่นก่อกำเนิดระดับต่ำช่วงกลางอย่างเจ้าหอโครงกระดูกหรือชายใบหน้าอำมหิตได้ แต่ในสถานการณ์ที่มีการป้องกัน พลังกลับจะลดลงอย่างมาก
ทว่ากับผู้สูงศักดิ์ในขั้นขอบเขตแก่นก่อกำเนิดระดับต่ำช่วงปลาย คมมีดพิฆาตสีม่วงส่งผลได้จำกัดยิ่ง
ที่จ้าวเฟิงประสบผลสำเร็จเป็นเพราะว่าผลจากการผสานกันของ ‘คมมีดพิฆาต’ กับ ‘ปีกวายุอัสนี’ และการลอบโจมตีทีเผลอ
อันดับแรก
ในขณะที่สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป ‘คมมีดพิฆาต’ ของจ้าวเฟิงได้สะสมพลังจนถึงจุดสูงสุดแล้ว
ถึงแม้วายุอัสนีพิฆาตสีม่วงที่จ้าวเฟิงฝึกจะปรุโปร่งเพียงสามส่วนเท่านั้น แต่เมื่อหลอมรวมกับกลิ่นอายของห้วงฝันบรรรพกาลแล้ว กลิ่นอายพลังทำลายล้างกับความบริสุทธิ์ของแหล่งกำเนิดจิตวิญญาณจะล้ำหน้าจักรพรรดิวายุอัสนีในช่วงเวลาเดียวกัน
อีกอย่าง ปีกวายุอัสนีส่งผลต่อการเพิ่มพลังวายุอัสนี ภายใต้การสนับสนุนของ ‘ปีกวายุอัสนี’ จึงทำให้ความเร็วในการโจมตีกลับของจ้าวเฟิงว่องไวจนน่าทึ่ง
หนึ่งในสาเหตุการตายของสตรีอัปลักษณ์คือนางประมาท บวกกับก่อนหน้านี้จิตใจไม่มั่นคง จึงโดนเจ้าหอโครงกระดูกโจมตีจนบาดเจ็บ
บนทะเลหมอกสูงขึ้นไปในอากาศ
สองผู้สูงศักดิ์ปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังชวนสะพรึง
“เป็นไปได้อย่างไร…” สถานการณ์เบื้องล่างที่เปลี่ยนไปทำให้ ‘หัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยว’ หน้าเปลี่ยนสี
ที่หัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยวกล้าท้าทายผู้เฒ่าชุดคลุมดำ มากกว่าครึ่งเป็นเพราะในฝั่งของเขามีลูกน้องที่มีพลังรบแก่กล้า แต่ว่าในตอนนี้ข้อได้เปรียบนั้นถูกจ้าวเฟิงทำลายไปจนสิ้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า…ข้ามองเจ้าเด็กนี่ไม่ผิดจริงๆ”
ผู้เฒ่าในชุดคลุมดำหรือ ‘ผู้เฒ่าสามเฉียนอวิ๋น’ มีใบหน้าปีติ ในระหว่างที่ระบายยิ้มก็ลงมือรุนแรงมากกว่าเดิม โจมตีกลับใส่หัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยวอีกขั้น
เขาอดกระหยิ่มใจไม่ได้ว่าตนเองพนันถูกข้าง ก่อนที่จะร่วมมือกัน เขาสัมผัสได้เพียงแค่ว่าจ้าวเฟิงน่าจะไม่ธรรมดา แต่ไม่ได้คิดว่าจะเก่งกาจเหนือความคาดหมายขนาดนี้
หลังจากการตายของสตรีผ้าคลุมหน้าสีดำ สถานการณ์ด้านล่างก็ไม่มีอะไรให้ต้องพะวงอีก
“แส้วายุอัสนีพิฆาต!”
จ้าวเฟิงกระตุ้นพลังครึ่งก้าวสู่ปราณที่แท้จริงภายในร่าง ในมือปรากฏแส้วายุอัสนีที่เกิดจากการรวมตัวของโซ่สีม่วงอ่อน ยามเริงระบำก็สาดซัดพลังอัสนีบาตสีม่วง เสียงฟ้าร้องสะเทือนเลื่อนลั่น กลิ่นอายทำลายล้างคละคลุ้งไปทั่ว
แส้วายุอัสนีสีม่วงลอบโจมตีด้วยการพุ่งรัดร่างชายหนุ่มหน้าตาอำมหิตจากเบื้องหลัง
“ฮึฮึฮึ…”
เจ้าหอโครงกระดูกที่อยู่อีกฝั่งยิ้มเย็นชวนขนลุก แล้วโจมตีซ้ำเข้าไปอีกจนชายหน้าเหี้ยมโหดคนนั้นพุ่งกระเด็นไปด้านหลังและกระอักเลือดออกมา
ชายหนุ่มฝ่ายตรงข้ามตื่นตกใจเสียสมาธิ ต่อให้เป็นการสู้แบบตัวต่อตัว เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าหอโครงกระดูกในยามนี้
การที่จ้าวเฟิงเข้ามาสู้พัวพันด้วยทำให้ชายผู้นี้ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันทันที
เปรี๊ยะ พรึ่บ วูบ โครม!
แส้วายุอัสนีกลายเป็นตาข่ายวายุอัสนีหนาแน่นที่ไม่มีอะไรผ่านได้ แล้วจัดการปิดทางชายหนุ่มหน้าตาอำมหิตคนนั้น
ไม่กี่ชั่ววินาทีจากนั้น
ชายหน้าตาโหดเหี้ยมที่โดนสองนายบ่าวลอบโจมตีก็ตกลงไปในตาข่ายแส้วายุอัสนี ทั่วร่างกายไหม้เกรียม ควันโขมงคละคลุ้ง ก่อนจะโดนเจ้าหอโครงกระดูกที่แปลงกายเป็น ‘โครงกระดูกเพลิง’ โจมตีซ้ำจนขาดเป็นสองท่อน
“ฮ่าฮ่า! รีบจัดการเลย!” ผู้เฒ่าชุดคลุมสีดำที่ล่องลอยอยู่เหนือทะเลหมอกความว่างเปล่าหัวเราะเสียงดังอย่างเบิกบานยิ่ง
สีหน้าของหัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยวคล้ำลง จ้องมองจ้าวเฟิงกับเจ้าหอโครงกระดูกด้วยแวววตาอาฆาตแค้น
เพราะจ้าวเฟิงและเจ้าหอโครงกระดูก แผนการที่เขาวางขึ้นมาอย่างยากลำบากเพื่อเอาวาฬแห่งทะเลความว่างเปล่าจึงต้องพังยับเยินไม่เป็นท่าแบบนี้
สวบ สวบ!
หลังจากจ้าวเฟิงและเจ้าหอโครงกระดูกสังหารผู้สูงศักดิ์ทั้งสองคนแล้วก็ไม่ได้อ้อยอิ่ง ตรงดิ่งไปยังหัวหน้ากลุ่มโจรสลัดเถี่ยเจี่ยวที่อยู่เหนือทะเลหมอกขึ้นไป
“รนหาที่ตาย!”
หัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยวแค่นเสียง พลังขอบเขตแก่นก่อกำเนิดระดับสูงเปลี่ยนสภาพแวดล้อมไป
การรบของขั้นขอบเขตแก่นก่อกำเนิดระดับสูงและการปะทะกันกันของพลัง ทำให้คนที่อยู่ในขั้นต่ำกว่าผู้สูงศักดิ์ธรรมดาในบริเวณนั้นโดนผลกระทบไปด้วย
“หอกจักรพรรดิเหมันต์!”
จ้าวเฟิงเรียกร่างสมบูรณ์ของหอกจักรพรรดิเหมันต์ออกมาในทันที ภายในมือของเขาปรากฏหอกเหมันต์โบราณสีฟ้าเข้ม ทั่วทั้งหอกเป็นประหนึ่งแก้วใสสกาวซึ่งแผ่ไอเย็นยะเยือก
ด้วยพลังสายเลือดที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งกว่าเดิมเกือบเท่าตัวของจ้าวเฟิง ทั้งยังทะลวงมาถึงขั้นครึ่งก้าวสู่ขอบเขตแก่นก่อกำเนิด เขาจึงเรียกร่างสมบูรณ์ของหอกจักรพรรดิเหมันต์ออกมาได้อย่างง่ายดาย
อีกทั้งหลังจากที่หอกจักรพรรดิเหมันต์ดูดกลืนกลิ่นอายห้วงฝันบรรพกาลมาแล้ว จิตวิญญาณก็ฟื้นฟู พลังก็ตื่นขึ้น
ผลัวะ วิ้ง! โครม…
เมื่อหอกจักรพรรดิเหมันต์สั่นน้อยๆ ก็เกิดเป็นเงาหอกน้ำแข็งสีฟ้าที่ใสสกาวราวแก้ว ปลดปล่อยพลังเหมันต์เก่าแก่ต้องห้าม สรรพสิ่งในทะเลความว่างเปล่ารอบๆ แข็งตัวอย่างรวดเร็ว
เพียะ เพียะ เพียะ!
รวมไปถึงหัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยวที่ตั้งใจสัมผัสระลอกส่วนเกินของพลัง จึงโดนพลังเหมันต์เก่าแก่ของหอกจักรพรรดิเหมันต์แช่แข็ง น้ำแข็งนั้นแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กลายเป็นเพียงฝุ่นธุลี
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการก้าวกระโดดของพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของจ้าวเฟิงในครั้งนี้ ทำให้จิตวิญญาณของหอกจักรพรรดิเหมันต์ฟื้นฟูและตื่นขึ้น จึงสาดพลังเสวียนอ้าวมรดกจักรพรรดิเหมันต์ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
“ไป!” จ้าวเฟิงขยับนิ้ว เงาหอกน้ำแข็งสีฟ้าพลังรุนแรงพุ่งตรงไปที่หัวหน้าโจรสลัดเถี่ยเจี่ยว พลังเหมันต์แยกออกเป็นชั้นๆ แล้วแช่แข็งพื้นที่บริเวณหนึ่ง
“กระดูกมารมรณะ!”
เจ้าหอโครงกระดูกกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ยื่นมือออกมาก็ปรากฏอาวุธชั้นพิภพในมือ บนอากาศเกิดลำแสงรูปโครงกระดูกสีเงิน ให้ความรู้สึกเหมือนจะแยกฟ้าได้ มันตรงไปโจมตีหัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยวจากอีกทาง
อาวุธชั้นพิภพสองชิ้นที่มีอานุภาพไม่ธรรมดาพุ่งตรงดิ่งไปพร้อมกัน ถึงแม้จะเป็นหัวหน้ากลุ่มโจรสลัดเถี่ยเจี่ยวผู้อยู่ในขั้นขอบเขตแก่นก่อกำเนิดระดับสูงก็ไม่อาจมองข้ามไปได้
โครม พลั่ก! แคร่ก แคร่ก!
พลังแข็งแกร่งของอาวุธชั้นพิภพสองชิ้นโดนคมมีดโลหะของหัวหน้าโจรสลัดที่พุ่งมาจากบริเวณรอบๆ ทำลายจนสิ้นซาก
ภายใต้สถานการณ์ทั่วไปนี้ ถึงจ้าวเฟิงและเจ้าหอโครงกระดูกจะร่วมมือกันก็ยังไม่อยู่ในสายตาของเขา
คู่ต่อสู้ที่แท้จริงคือผู้เฒ่าชุดคลุมสีดำผู้อยู่ในขั้นขอบเขตแก่นก่อกำเนิดระดับสูงต่างหาก
พลังเหมันต์ของหอกจักรพรรดิเหมันต์ที่เกิดขึ้นย่อมทำให้ความรวดเร็วในการเคลื่อนตัวของเขาช้าลง
กระดูกเก้าทมิฬของเจ้าหอโครงกระดูกก็ริดรอนพลังป้องกัน ทำให้การโจมตีอ่อนแรงลง ผลกระทบทั้งหลายเหล่านี้ไม่อาจมองข้ามได้ ถึงขนาดที่ว่าสร้างความเดือดร้อนให้กับเขามากพอจะทำลายสถานการณ์ทั้งหมด
“อาวุธชั้นพิภพชิ้นหนึ่งเกือบจะถึงระดับกลาง ส่วนอีกชิ้นเป็นมรดกอาวุธชั้นพิภพ…” หัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยวโมโหเดือดดาล
เขาที่อยู่ในขั้นขอบเขตแก่นก่อกำเนิดระดับสูงก็มีอาวุธชั้นพิภพชิ้นหนึ่ง แต่บางทีอาจจะสู้กระดูกเก้าทมิฬของเจ้าหอโครงกระดูกไม่ได้
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
ผู้เฒ่าชุดคลุมสีดำยิ้มเย็นและกระตุ้นเคล็ดวิชาที่แข็งกล้า อาศัยช่องว่างโจมตีจุดอ่อนของหัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยว
โครม!
สองผู้สูงศักดิ์สู้รบกันบนทะเลหมอก พลังแข็งแกร่งปะทะกัน ระลอกกลิ่นอายที่น่ากลัวและพลังในฟ้าดินทำให้จ้าวเฟิงและเจ้าหอโครงกระดูกร่างกายโอนเอนไม่อยู่นิ่ง
“ที่แท้ก็เป็นขอบเขตแก่นก่อกำเนิดระดับสูง…” ทั้งสองตระหนักถึงความต่างระหว่างพลังพวกตนกับขอบเขตแก่นก่อกำเนิดระดับสูงอย่างแจ่มแจ้ง
เพล้ง เพล้ง เพล้ง!
การปะทะกันอย่างรุนแรงครั้งนี้ ร่างของหัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยวถอยร่น บริเวณมุมปากมีคราบเลือดไหลเป็นทาง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นกวาดมองมาที่จ้าวเฟิงและเจ้าหอโครงกระดูก การโจมตีของสองคนนั่นไม่มีการออมมือเพราะเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่กลับรุนแรงมากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ
โครม! ตูม ตูม!
การโจมตีฝ่ายตรงข้ามของสามขอบเขตแก่นก่อกำเนิด เรียกได้ว่ากัดไม่ปล่อย
“ถอย!” หัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยวกัดฟันสั่งถอยทัพ สายตาโกรธแค้นอาฆาตจ้องไปที่จ้าวเฟิงและเจ้าหอโครงกระดูก “เจ้าหนุ่ม อย่าให้ข้าเจอเจ้าอีก”
ขณะที่รบไปถอยไป หัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยวก็ค่อยๆ เร้นกายหายไปกับกลุ่มโจรสลัดด้านล่าง
หลังจากที่ไล่ตามหลายพันลี้ บาดแผลของหัวหน้ากลุ่มเถี่ยเจี่ยวสาหัสไม่น้อย ชายชราในชุดคลุมสีดำก็ไม่กล้าตามติดมากเกินไป จึงถอดใจเลิกติดตามไปเอง
ด้วยเขายังคงระลึกถึงมูลค่าของ ‘วาฬยักษ์แห่งทะเลความว่างเปล่า’ เป็นสำคัญ
“ลำบากท่านทั้งสองแล้ว” ชายชราได้รับชัยชนะตั้งแต่ยกแรกจึงยิ่งเบิกบานหนักกว่าเก่า
เวลาไม่นาน คนทั้งสามก็กลับมายังบริเวณของซากวาฬยักษ์
จ้าวเฟิงและเจ้าหอโครงกระดูกร่อนลงบนเรือหลานเหลย
“พวกเราชนะแล้วหรือ?” สตรีแน่งน้อยแบบบางเอ่ยถามอย่างยินดี นัยน์ตาเป็นประกายวาววับมองจ้าวเฟิงอย่างศรัทธาชื่นชม
การโจมตีกลุ่มโจรสลัดเถี่ยเจี่ยวจนพ่ายแพ้ไปนั้น ความดีความชอบของจ้าวเฟิงมีมากมายนัก กระทั่งเป็นตัวสำคัญที่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปด้วยซ้ำ
“หลานชาย ครั้งนี้โชคดีได้เจ้าช่วยออกหน้า หากมีเงื่อนไขอะไรก็บอกกับข้าได้เลย” ชายชราหัวเราะแล้วเอ่ย
เขาชื่นชมอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งเช่นจ้าวเฟิงเป็นอย่างยิ่ง ในเวลาเดียวกันก็สงสัยในประวัติความเป็นมาด้วย
อัจฉริยะแบบนี้ย่อมต้องมีที่มาและเบื้องหลังไม่ธรรมดาแน่ ยิ่งไปกว่านั้น จ้าวเฟิงและเจ้าหอโครงกระดูกยังมีอาวุธชั้นพิภพชั้นยอดอยู่ในมือด้วย
“ผู้อาวุโสกล่าวเกินไปแล้ว ถ้าหากไม่ได้ผู้อาวุโสช่วยไว้ ต่อไปอีกไม่กี่วันเกรงว่าพวกเราคงตายอยู่ในท้องวาฬยักษ์นั่นแล้ว” จ้าวเฟิงเอ่ยขอบคุณด้วยสีหน้าอ่อนน้อม
ไม่เพียงแต่เขาจะไม่เรียกร้องอะไร ยังเป็นฝ่ายเสนอมอบวาฬยักษ์นี่ให้กับชายชราอีก
“วาฬยักษ์ตัวนี้พวกเราไม่ต้องการเลยแม้แต่น้อย ถือว่าเป็นของกำนัลในพระคุณของท่านผู้อาวุโส” จ้าวเฟิงเอ่ยอย่างจริงใจ
พวกของชายชราได้ยินแล้วก็รู้สึกเกรงอกเกรงใจไม่น้อย จึงเอ่ยปฏิเสธ เพราะอย่างไรจ้าวเฟิงก็เป็นคนโจมตีกลุ่มโจรสลัดเถี่ยเจี่ยวจนถอยร่นไป เป็นผู้ก่อคุณงามความดีอย่างมาก
แต่ว่าจ้าวเฟิงยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่รับชิ้นส่วนใดๆ ของวาฬตัวนี้
“เด็กหนุ่มผู้นี้มีความเป็นมาไม่ธรรมดา น่าจะมาจากสำนักสองดาวที่ไหนสักแห่ง หรืออาจจะถึงขั้นมีความเกี่ยวข้องกับขั้วอำนาจของดินแดนจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เสียด้วยซ้ำ” ผู้เฒ่าในชุดคลุมสีดำทอดถอนใจขณะมองส่งเรือหลานเหลยที่แล่นไปไกล
“เสียดายที่อัจฉริยะยอดฝีมือแบบนี้ ในชั่วชีวิตนี้คงยากจะพบคนที่สองแล้ว…”
ใบหน้าละมุนของสตรีผู้นี้แลดูผิดหวัง ลอบทอดถอนใจเบาๆ
ในสำนัก นางถือว่าเป็นหญิงมากพรสวรรค์ที่ผู้คนเคารพนับถือ กระทั่งเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปีของดินแดนหมู่เกาะด้วยซ้ำ แต่ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นตั้งแต่เริ่มจนจบไม่เคยชายตาแลนางสักครั้งเดียว
“ลงมือได้” ผู้เฒ่าชุดคลุมสีดำเดินนำคู่หญิงชาย เริ่มชำแหละซากของวาฬ
เนื่องด้วยวาฬตัวนี้มีขนาดมโหฬาร แล้วยังมีสิ่งกีดขวางมากมาย คนทั้งสามจึงผ่าเฉพาะส่วนที่มีค่าที่สุดของตัววาฬก่อน
ไม่กี่วินาทีจากนั้น ผู้เฒ่าชุดดำก็เข้าไปในส่วนลึกของร่างกายวาฬยักษ์
“เอ๊ะ! ทำไมไม่เห็นหัวใจของวาฬยักษ์” ชายชรามีทีท่างุนงง
ภายในร่างของวาฬยักษ์มีเลือดไหลเจิ่งนองราวแม่น้ำมาจากชั้นน้ำแข็งบริเวณหนึ่ง
บริเวณของชั้นน้ำแข็งนั้นเห็นได้ชัดว่ามีร่องรอยของการชำแหละ
“ตรงนี้น่าจะเป็นตำแหน่งของหัวใจ” ชายชราหน้าเปลี่ยนสี หัวใจเต้นระรัว ลางสังหรณ์ไม่ดีค่อยๆ เกิดขึ้นในใจของเขา
เขาโบกมือกระตุ้นปราณที่แท้จริงเพื่อละลายน้ำแข็งในบริเวณใกล้เคียง
ในครรลองสายตา พื้นที่ที่โดนน้ำแข็งห่อหุ้มอยู่นั้น ภายในมีร่องรอยช่องว่างขนาดใหญ่ประมาณตำหนัก เห็นได้ชัดเจนว่าหัวใจของวาฬตัวนี้ถูกคนควักเอาไปแล้ว
“หรือว่าจะเป็น…” สีหน้าของชายชราคล้ำลง
ในวินาทีถัดมา
โครม โครม ตูม~
ทั่วบริเวณของร่องรอยหัวใจที่ถูกควักไปมีเลือดไหลทะลักออกมาราวแม่น้ำ เกือบจะท่วมตัวผู้เฒ่าชุดดำแล้ว
หัวใจถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางของร่างวาฬยักษ์ เป็นจุดหมุนเวียนของเลือด
เมื่อชั้นน้ำแข็งถูกละลายไปหมดแล้ว เลือดภายในร่างของวาฬยักษ์ก็ไหลบ่าราวน้ำหลาก เส้นเลือดบางอย่างในร่างระเบิดออกมา
จากนั้นไม่นานนัก
ผัวะ!
เลือดไหลโทรมทั่วร่างของผู้เฒ่าชุดคลุมสีดำที่พุ่งทะลวงออกมาจากร่างวาฬยักษ์
“ไอ้เด็กขี้ขโมย น่าตายนัก…”
เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องทั่วทะเลแห่งความว่างเปล่า พลังที่น่ากลัวของขั้นขอบเขตแก่นก่อกำเนิดระดับสูงสะเทือนไปทั่วฟ้าดิน