Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1389

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 1389 การทดสอบสายฟ้า

“ปรมาจารย์จาง!” ผู้อาวุโสเลี่ยวรีบเข้าไปพยุงจางเซวียน

C

ผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่รีบลงมาจากกลางอากาศเพื่อตรวจสอบอาการของจางเซวียน “ไม่ต้องห่วง เขาแค่อ่อนเพลียจากการใช้พลังงานมากเกินไปเท่านั้น หากได้รับพลังจิตวิญญาณและมีเวลาเยียวยามากพอก็จะฟื้นตัวจากอาการบอบช้ำภายในได้”

เหตุผลที่เขาอยากทำร้ายจางเซวียนก่อนหน้านี้ก็เพราะเขาคิดว่าชายหนุ่มมีเจตนาไม่บริสุทธิ์กับผู้อาวุโสเลี่ยว แต่เมื่อทุกอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว ก็ชัดเจนว่าเขาเข้าใจเจตนาของชายหนุ่มผิด ความเป็นปฏิปักษ์ที่เคยมีจึงหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

ยิ่งกว่านั้น เขาเคยตรวจสอบอาการของเพื่อนเก่าของเขามาหลายศตวรรษแล้ว แต่ก็จนปัญญา แต่ในระยะเวลาเพียงไม่ถึง 3 นาที ไม่เพียงแต่ชายหนุ่มจะแก้ปัญหาของเพื่อนเก่าของเขาได้ ยังทำให้อีกฝ่ายฝ่าด่านวรยุทธได้ด้วย ไม่มียาหรือวิธีการรักษาแบบไหนที่จะให้ผลแบบนี้ได้

สิ่งนี้ทำให้เขางงงันมาก

“ดีแล้ว” เมื่อได้ยินว่าจางเซวียนไม่เป็นอะไร ผู้อาวุโสเลี่ยวถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ปรมาจารย์จาง…ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้น?” ผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่ถาม

เขาเป็นนายแพทย์มาหลายศตวรรษแล้ว แต่ไม่เคยพบเห็นวิธีการรักษาแบบนี้ และสิ่งที่ทำให้น่างงงานยิ่งขึ้นไปอีกก็คือมันได้ผลดีมากเสียด้วย ขจัดอาการผลกระทบที่ได้รับจากพิษได้ภายในช่วงเวลาเพียงครู่เดียว

“ผมต้องขออภัยด้วยที่ดูถูกคุณก่อนหน้านี้ ผมต้องยั่วโมโหคุณเพื่อจะได้รักษาผู้อาวุโสเลี่ยว หวังว่าคุณจะไม่ติดใจ” จางเซวียนประสานมืออย่างขอโทษขอโพย

“ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น ผมไม่ติดใจอะไรหรอก” ผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่โบกมือ

อย่าว่าแต่ถูกตำหนิเลย ต่อให้เขาถูกซ้อม เขาก็ยังคิดว่าคุ้มค่ากับการที่เพื่อนเก่าของเขาได้รับการรักษา

แถมเขายังได้เห็นปาฏิหาริย์ของทักษะการรักษาโรคกับตาด้วย สิ่งนี้ทำให้ความอยากรู้ของเขาในฐานะนายแพทย์เพิ่มขึ้นอีก

ผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่ประสานมือและร้องขออย่างจริงใจ “ปรมาจารย์จาง ผมขอให้คุณช่วยคลายข้อสงสัยของผมด้วย”

เมื่อได้ยินคำนั้น ปรมาจารย์เฟย จางหยู่และคนอื่นๆ ก็หันขวับมามองเป็นตาเดียว

ถ้าผู้อาวุโสเลี่ยวได้กินยาและขับเคลื่อนพลังปราณในรูปแบบบางอย่างเพื่อขับเพลิงพิษออก ก็ยังพอเข้าใจได้ในเรื่องที่เขาฝ่าด่านวรยุทธได้สำเร็จ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คือ…การจัดการคนไข้ให้สลบ ตำหนินายแพทย์ใหญ่ ซ้อมคนไข้จนลงไปกองกับพื้น…เรื่องแบบนี้กลายเป็นวิธีการรักษาได้อย่างไร? มันเป็นสิ่งที่สุดแสนจะเหลือเชื่อ

ถ้าการรักษาพิษมันง่ายขนาดนั้น คงไม่ต้องมีคนไข้มากมายที่เสียชีวิตเพราะอาการเจ็บป่วยในแต่ละวัน

“เอ่อ..” เห็นสายตามุ่งมั่นของผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่ จางเซวียนตอบพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ “ต้องขออภัยด้วย แต่คุณจะให้เวลาผมเยียวยาตัวเองสักนิดก่อนตอบข้อสงสัยของคุณได้หรือเปล่า?”

เขารู้สึกอ่อนแรงจนแทบจะเป็นลมไปได้ทุกขณะ อย่าว่าแต่จะอธิบายสถานการณ์ให้ใครฟังเลย

“ได้ ได้แน่นอน ขออภัยด้วยที่ผมไม่ทันนึกถึง” ผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่รีบตอบด้วยความละอาย

เขาสนใจอยากเรียนรู้มากเกินไปจนลืมสภาวะในปัจจุบันของชายหนุ่ม

“ผมมียาเม็ดฟื้นฟูพลังงานที่จะช่วยคุณเรียกคืนพลังปราณกลับมาได้” ผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่สะบัดข้อมือและยื่นขวดหยกให้

ในฐานะนายแพทย์ชั้นยอดของปูชนียสถานนักปราชญ์ มีคนไข้มากมายนับไม่ถ้วนที่เข้าขอรับการรักษาในแต่ละปี ดังนั้นเขาจึงมีของดีๆ อยู่กับตัวมากมาย

จางเซวียนรับยาเม็ดฟื้นฟูพลังงานในขวดหยกมา แต่หลังจากมองดู เขาก็ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

ยาเม็ดนั้นมีคุณภาพดี แต่สำหรับเขา มันไม่มีประโยชน์อีกแล้ว เพราะพลังปราณเทียบฟ้าทำให้ความเข้มข้นของพลังจิตวิญญาณที่เขาซึมซับได้นั้นถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน ยิ่งมีระดับสูงขึ้นแค่ไหน ก็ยิ่งต้องการพลังงานมากขึ้น แม้ยาเม็ดฟื้นฟูพลังงานจะมีผลดีแม้แต่กับนักรบการแบ่งแยกมิติทั่วไป แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับการกินขนมหวานสำหรับเขา

“ขอบคุณมาก แต่ผมเกรงว่ายานี้จะไม่มีประสิทธิภาพกับผม” จางเซวียนส่ายหน้าขณะยื่นยาเม็ดกลับให้ผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่

“ไม่ได้ผลหรือ?” ไป๋หยู่ชะงัก “ผมยังมีอีก 2-3 เม็ดนะถ้าคุณอยากได้เพิ่ม”

“นายแพทย์ไป๋ ผมขอบคุณในความปรารถนาดีของคุณ แต่คิดว่าใช้วิธีของตัวเองจะดีกว่า” ถึงตอนนี้ จางเซวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่อาจบังคับตัวเองให้ใช้หินวิเศษขั้นสูงสุดได้ จึงหันไปพูดกับผู้อาวุโสเลี่ยวที่อยู่อีกด้านหนึ่งว่า “ผู้อาวุโสเลี่ยว ผมขอรบกวนคุณสักหน่อยได้ไหมใ”

“ปรมาจารย์จาง ไม่ต้องมีพิธีรีตองเลย บอกมาว่าคุณต้องการอะไร ถ้าผมได้ ผมจะทำทั้งนั้น!” ผู้อาวุโสเลี่ยวพยักหน้า

“ค่อยยังชั่ว” จางเซวียนพยักหน้าก่อนที่แววตาของความตื่นเต้นจะปรากฏขึ้น “ถ้าอย่างนั้น ผู้อาวุโสเลี่ยว ผมอยากขอรบกวนคุณให้ฝ่าด่านวรยุทธไปเป็นนักรบการแบ่งแยกมิติ!”

“ไปเป็นนักรบการแบ่งแยกมิติ?” ผู้อาวุโสเลี่ยวถึงกับชะงัก

สัญชาตญาณแรกของนักรบที่อ่อนแรงควรจะเป็นการมองหาหินวิเศษและยาเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตไม่ใช่หรือ?

ทำไมชายหนุ่มจึงขอให้ผู้อาวุโสเลี่ยวฝ่าด่านวรยุทธไปเป็นนักรบการแบ่งแยกมิติ?

ฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลย!

อีกอย่าง การฝ่าด่านวรยุทธไปสู่การเป็นนักรบการแบ่งแยกมิตินั้นย่อมหมายความว่าผู้อาวุโสเลี่ยวจะต้องเผชิญหน้ากับการทดสอบสายฟ้า หลังจากระยะเวลาหลายปีที่ต้องทุกข์ทรมานกับเพลิงพิษ ร่างกายของเขาไม่น่าจะมีอะไรเหลือแล้ว หากพยายามฝ่าด่านวรยุทธตอนนี้ เป็นไปได้ว่าเขาอาจถึงตาย

คุณคงไม่ได้คิดจะส่งเขากลับไปหาความตายทั้งที่เพิ่งดึงเขากลับมาจากประตูนรกหรอกนะ?

ผู้อาวุโสเลี่ยวเองก็งุนงง

“ผมอยากให้คุณฝ่าด่านวรยุทธไปสู่ขั้นการแบ่งแยกมิติเพื่อให้ผมได้ฟื้นตัว เหตุผลที่ก่อนหน้านี้คุณฝ่าด่านวรยุทธได้อย่างรวดเร็วก็เพราะพลังงานที่สะสมมาหลายศตวรรษ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด คุณน่าจะยังมีพลังงานหลงเหลือมากพอที่จะฝ่าด่านวรยุทธไปสู่ขั้นการแบ่งแยกมิติใช่ไหม?” จางเซวียนถามอย่างอ่อนแรง

เหตุผลที่ผู้อาวุโสเลี่ยวฝ่าด่านวรยุทธได้หลายขั้นนั้นไม่ใช่เพราะความปราดเปรื่องเป็นพิเศษของเขาหรือวิธีการรักษาอันเป็นปาฏิหาริย์ของจางเซวียน แต่เป็นเพราะการฝึกฝนอย่างหนักที่เขาทุ่มเทมาตลอดหลายศตวรรษ ก่อนหน้านี้ วรยุทธของเขาหยุดชะงักไปเพราะเพลิงพิษ แต่เมื่อปัญหานั้นได้รับการแก้ไข พลังงานที่เขาสะสมไว้ตลอดระยะเวลาอันยาวนานก็ระเบิดออกมา ทำให้การฝ่าด่านวรยุทธเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยพลังที่เขาสะสมมาตลอดหลายปี ผู้อาวุโสเลี่ยวไม่น่าจะหยุดอยู่ที่วรยุทธขั้นกึ่งการแบ่งแยกมิติ พละกำลังของเขาน่าจะเพียงพอให้ไปได้ไกลกว่านั้น เพียงแต่เขาเลือกที่จะกดข่มมันไว้เพราะหวาดกลัวการทดสอบการแบ่งแยกมิติ

“แต่…” ผู้อาวุโสเลี่ยวยังไม่แน่ใจ

“ไม่ต้องห่วง คุณจะทำสำเร็จแน่” จางเซวียนบอกเขาด้วยสายตามุ่งมั่น

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้” เห็นความปรารถนาล้ำลึกในดวงตาของอีกฝ่าย ผู้อาวุโสเลี่ยวกัดฟันและปลดการสกัดกั้นวรยุทธของเขา

บึ้มมม!

ทันทีที่พลังงานถูกปลดปล่อยออกมา บรรยากาศโดยรอบก็เหนียวหนืดขึ้นมาทันที จากนั้นฝูงชนที่ใช้การรับรู้จิตวิญญาณก็พบว่าหมู่เมฆเริ่มก่อตัวเป็นพายุอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา

“อย่าท้าทายการทดสอบสายฟ้าของคุณที่นี่ ไม่อย่างนั้นค่ายกลจะทำให้สายฟ้าปั่นป่วน ออกไปข้างนอกเถอะ…” ระหว่างนั้น จางเซวียนก็ลืมตาขึ้นและร้องบอก

นอกจากค่ายกลป้องกันตัวที่มีอยู่รอบๆ แต่ละสังเวียนแล้ว ยังมีค่ายกลแบ่งแยกรังสีที่ป้องกันไม่ให้สิ่งใดๆ เล็ดลอดออกไปด้วย ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าการทดสอบสายฟ้าจะหาเป้าหมายของมันไม่เจอและเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสมัยที่เขาเขาท้าทายการทดสอบสายฟ้าในวรยุทธระดับการละทิ้งช่องว่างของตัวเอง

แต่ถึงแม้นั่นจะเป็นหายนะสำหรับคนอื่น แต่เป็นสิ่งที่เขารอคอย!

หมู่เมฆที่ก่อตัวเป็นพายุนั้นขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ เพราะหาเป้าหมายไม่เจอ เกิดเป็นแหล่งพลังงานล้ำค่าสำหรับเขา

แค่คิดว่ามันใหญ่กว่าสายฟ้าของหลัวชวนฉิงเสียอีก จางเซวียนก็อดตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นไม่ได้ ขณะมองผู้อาวุโสเลี่ยวด้วยนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

“คุณพูดถูก ผมจะออกไปข้างนอก…” ผู้อาวุโสเลี่ยวพยักหน้า แต่ขณะที่เขาจะกำลังจะออกจากห้องโถงใหญ่ ชายหนุ่มก็ส่ายหน้าอีกครั้ง ร่างของเขาดูเหมือนจะอ่อนแรงยิ่งกว่าเดิม

“ตรงนี้ก็พอ คุณไม่ต้องออกไปแล้วล่ะ ทำตรงนี้ก็ได้”

ผู้อาวุโสเลี่ยวกระพริบตาปริบๆ

เมื่อครู่นี้คุณเพิ่งบอกให้ผมออกไปเพื่อจะได้ไม่พลั้งมือทำลายหอชอบธรรม แต่แล้วจู่ๆ ก็กลับบอกให้ผมอยู่?

จางเซวียนหันกลับไปและสั่งการ “อสูรมังกรบาดาล ออกไปโจมตีการทดสอบสายฟ้าก่อนเลย”

“คุณจะให้ผมออกไปโจมตี…การทดสอบสายฟ้าหรือ?” อสูรมังกรบาดาลถอยกรูด มันแทบจะร่วงลงมาจากกลางอากาศ

มันเคยผ่านการทดสอบการแบ่งแยกมิติมาก่อนแล้ว และเกือบตายเพราะพลังสายฟ้า มันเกรงว่าพลังสายฟ้าจะมีมหาศาลจนทำให้มันทำอะไรไม่ได้ ให้เผชิญหน้ากับสายฟ้าตรงๆ แบบนี้…

มันยังอายุน้อยอยู่ และตอนนี้ก็ยังไม่อยากตาย!

“นายท่าน ผม…ไม่ไปไม่ได้หรือ?” อสูรมังกรบาดาลมองหน้าจางเซวียนด้วยนัยน์ตาโตที่มีแวววิงวอน ดูไปก็คล้ายกับลูกหมาถ้านัยน์ตาของมันไม่ใหญ่โตเสียขนาดนั้น “ถ้าคุณรู้สึกว่าผมยังจัดการซ้อมเจ้าไป๋หยู่คนนั้นได้ไม่หนักพอ ผมจะซ้อมเขาจนกว่าคุณจะพอใจก็ได้ แต่…อย่าให้ผมต้องไปเผชิญหน้ากับการทดสอบสายฟ้าเลย!”

ผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่ถึงกับปากสั่นเมื่อได้ยินคำนั้น

“เลิกพูดเหลวไหลและรีบออกไปซะ!” จางเซวียนขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

“ก็ได้…” อสูรมังกรบาดาลบ่นพึมพำและมุ่งหน้าออกไปด้วยสีหน้าที่ดูสิ้นหวัง

ครืนนนนน!

ครู่ต่อมา เมฆดำก็ยิ่งขยายตัวใหญ่กว่าเดิมขึ้นอีก มันครอบคลุมทั่วทั้งหอชอบธรรมและแผ่กว้างออกไปอีกหลายร้อยหมู่

จางเซวียนพยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะหันไปทางไป๋หยู่ “นายแพทย์ไป๋ ผมอยากให้คุณไปเผชิญหน้ากับการทดสอบสายฟ้าด้วย”

“ผมก็ด้วยหรือ?” นายแพทย์ไป๋อ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำนั้น

“ผมต้องขอรบกวนหน่อย อย่ากังวลเลย ไม่มีปัญหาอะไรหรอก” รู้ดีว่าอีกฝ่ายกังวล จางเซวียนพูดอย่างจริงใจ “ผมรู้ว่าผมทำอะไรอยู่”

“คุณรู้ว่าคุณทำอะไรอยู่?” นายแพทย์ไป๋ตัวสั่นเมื่อได้ยินคำนั้น

ไอ้แบบนี้หรือที่เป็นความหมายของคำว่าคุณรู้ว่าคุณทำอะไรอยู่?

รู้บ้านคุณน่ะสิ!

นี่มันพยายามฆ่าผู้อาวุโสเลี่ยวชัดๆ !

เห็นความลังเลของอีกฝ่าย จางเซวียนพูด “ในเมื่อผมมีวิธีดึงเขากลับมาจากประตูนรกได้ ผมก็หวังว่าคุณจะเชื่อผมเมื่อผมบอกว่าผมมีวิธีที่จะทำให้เขาผ่านการทดสอบสายฟ้าไปได้เช่นกัน”

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้” หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นายแพทย์ไป๋หยู่มองหน้าจางเซวียนที่มีสีหน้ามั่นใจและหวนนึกถึงปาฏิหาริย์ต่างๆ ที่ชายหนุ่มได้ทำก่อนหน้านี้ เขาจึงกัดฟันและพุ่งออกไป

“….”

เห็นจางเซวียนสั่งการอสูรมังกรบาดาลกับผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่ให้ออกไปร่วมเผชิญการทดสอบสายฟ้ากับผู้อาวุโสเลี่ยว ปรมาจารย์เฟย ฟงสืออี้ และคนอื่นๆ ถึงกับงงงัน พวกเขาไม่เคยเห็นใครคิดจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีนี้

ชายหนุ่มคิดอะไรอยู่?

ในห้องหนึ่งที่อยู่ในหอชอบธรรม ผู้อาวุโสหลายคนนั่งประชุมกันที่โต๊ะรูปไข่

ชายชราในเสื้อคลุมสีเขียวซึ่งนั่งอยู่ที่ปลายโต๊ะคือผู้ทำหน้าที่ดูแลหอชอบธรรม, ผู้อาวุโสหูฉิง

“…สำหรับเรื่องนั้น สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธี…” ผู้อาวุโสหูฉิงกำลังอยู่ระหว่างการสั่งการผู้อาวุโสคนอื่นๆ ขณะที่พลันเลิกคิ้วขึ้นและผุดลุกขึ้นยืน

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ใครคนหนึ่งกำลังจะท้าทายการทดสอบสายฟ้า?”

“ใครกันที่ไม่มีหัวคิดถึงขนาดจะเผชิญการทดสอบการแบ่งแยกมิติที่นี่ มันไม่ถูกต้องเลย หอชอบธรรมอาจถูกทำลายได้!”

เมื่อรู้สึกได้ถึงเมฆดำและสายฟ้าที่ดุเดือดอยู่กลางอากาศ ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็พลันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ถ้าสายฟ้าอันทรงพลังนั้นฟาดเข้าใส่หอชอบธรรมจริงๆ สถานที่นี้จะต้องพังทลายเป็นหน้ากลอง!

“รวมพลเหล่าผู้อาวุโส พวกเราจะต้องปกป้องหอชอบธรรมแห่งนี้!” หูฉิงคำรามอย่างมุ่งมั่นก่อนจะกระโจนขึ้นสู่กลางอากาศ

ในชั่วพริบตา ผู้อาวุโสฝ่ายจัดการอีกกว่า 10 คนก็กระโจนตามไป พวกเขาลอยตัวอยู่กลางอากาศและเฝ้ามองการสะสมตัวของสายฟ้าด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

ทุกคนดูแลหอชอบธรรมด้วยความตั้งใจมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว จะปล่อยให้มีอะไรมาทำลายผลงานของพวกเขาได้อย่างไรกัน?

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!