Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1391

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 1391 วิธีแก้ไขพิษ

“เขาดำดิ่งเข้าไปในหมู่เมฆเพื่อกินอย่างนั้นหรือ?”

C

“แต่ในนั้นมีอะไรที่กินได้ล่ะ?”

ฟงสืออี้ จางหยู่กับคนอื่นๆ มองหน้ากันด้วยความพรั่นพรึง

นั่นคือการทดสอบสายฟ้า สิ่งที่แม้แต่นักรบผู้ทรงพลังที่สุดก็ยังต้องปวดหัวกับมัน! แต่หมอนั่นกลับตรงรี่เข้าใส่เพื่อไปกินอะไรสักอย่าง ถึงกับปล่อยเสียงเรอดังสนั่นออกมาด้วย

จะต้องเล่นใหญ่ขนาดนั้นเชียวหรือ?

ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังถึงกับทำให้การทดสอบสายฟ้าหนีไปอย่างรวดเร็ว ราวกับมีสุนัขดุวิ่งไล่กวดเลยทีเดียว!

เมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป ผู้อาวุโสเฟยถามขึ้นอย่างร้อนรน “ผู้อาวุโสเลี่ยว นั่นคือการทดสอบการแบ่งแยกมิติของคุณใช่ไหม? มันเกิดอะไรขึ้น?”

“ผมจะไปรู้ได้อย่างไรว่ามันเกิดอะไรขึ้น?” ผู้อาวุโสเลี่ยวก็แทบเสียสติ

ความจริงก็คือมันเป็นการทดสอบสายฟ้าของเขา แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ ยังไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาเลย!

ขณะที่คนอื่นๆ ต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างลำบากลำบนเพื่อเอาตัวรอดจากการทดสอบสายฟ้า เขากลับยืนดูมันเฉยๆ และครู่ต่อมามันก็หนีไป

บอกตามตรง เขาเองก็งงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าควรจะทำความเข้าใจสถานการณ์นี้อย่างไร

“ทดสอบระดับวรยุทธของคุณดูสิ ถ้าคุณเข้าถึงอำนาจของการแบ่งแยกมิติ นั่นก็หมายความว่าคุณผ่านการทดสอบสายฟ้าแล้ว” ฟงสืออี้แนะนำ

“ได้” ผู้อาวุโสเลี่ยวพยักหน้าขณะใช้การรับรู้จิตวิญญาณตรวจสอบสภาวะของตัวเอง ครู่ต่อมา นัยน์ตาของเขาก็เบิกโพลงขณะอ้าปากค้าง “ผมฝ่าด่านวรยุทธสำเร็จแล้ว…”

ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยแม้แต่ยกนิ้ว แต่ก็ผ่านการทดสอบสายฟ้าได้ นี่คงเป็นการฝ่าด่านวรยุทธที่ง่ายที่สุดเท่าที่เคยมีคนทำมาในประวัติศาสตร์ของทวีปแห่งปรมาจารย์!

“เป็นอย่างที่คิดไว้เลย!” เมื่อได้ยินการยอมรับของผู้อาวุโสเลี่ยว ฟงสืออี้อ้าปากค้าง เขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง และเห็นชายหนุ่มที่ดำดิ่งเข้าสู่พายุเมื่อครู่ก่อนค่อยๆ ร่อนลงมาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเสียใจและเสียดาย

เห็นทีท่าของชายหนุ่ม ผู้อาวุโสเลี่ยวรีบเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง “เกิดอะไรขึ้น?”

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก…” จางเซวียนโบกมือ

เขาคิดว่าด้วยพละกำลังของอสูรมังกรบาดาลกับผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่ที่ช่วยกันขยายขนาดของหมู่เมฆ คงจะทำให้เขาเติมเต็มตัวเองได้อย่างเต็มที่ แต่ใครจะไปคิดว่าสายฟ้านั้นเจ้าเล่ห์ถึงขนาดที่เพียงถูกซึมซับแค่ 2 ครั้ง มันก็ตัดสินใจหนีไป

ทันทีที่เขาดำดิ่งเข้าสู่หมู่เมฆ ก็จัดการซึมซับพลังสายฟ้ารอบตัวอย่างบ้าคลั่ง แต่หลังจากที่เขาเติมเต็มพลังปราณในมิติวงแหวนที่อยู่ในจุดตันเถียนไปได้เพียง 70 เปอร์เซ็นต์ การทดสอบสายฟ้าก็ดูเหมือนจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ มันจึงหันหลังกลับแล้วหนีไปโดยไม่ลังเล

ถ้าเป็นแบบนี้ เราควรจะเข้าสู่หอสมบูรณ์แบบให้บ่อยครั้งขึ้น เพราะที่นั่นเป็นสถานที่ที่เหล่านักเรียนและผู้อาวุโสของปูชนียสถานนักปราชญ์ใช้เป็นสถานที่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝ่าด่านวรยุทธ จะต้องมีการทดสอบสายฟ้าอยู่เต็มไปหมดแน่นอน จางเซวียนลูบคางขณะคิดในใจ

หอภูมิปัญญา หอสามัคคี หอชอบธรรม หอความรู้ และหอสมบูรณ์แบบ

ทั้ง 5 หอมีวัตถุประสงค์ของตัวเอง ในบรรดาหอเหล่านี้ หอสมบูรณ์แบบใช้เป็นสถานที่ขัดเกลาสภาวะจิตของนักรบ ทำให้ลดความอ่อนแอที่จะเกิดขึ้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับปีศาจใต้สำนึกในการฝ่าด่านวรยุทธ ด้วยเหตุนี้ ในแต่ละวันจึงมีนักเรียนจำนวนนับไม่ถ้วนไปที่หอนั้น

ถ้าไม่มีวิธีอื่น เขาคงจะต้องไปที่หอสมบูรณ์แบบเพื่อซึมซับการทดสอบสายฟ้าที่มีอยู่ที่นั่น ด้วยวิธีนี้ เขาคงจะเติมเต็มวรยุทธให้ตัวเองได้

“เลี่ยวชิง คุณฝ่าด่านวรยุทธได้แล้วหรือ?”

ขณะที่จางเซวียนกำลังครุ่นคิดถึงแผนการในอนาคต ผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่ก็ร่อนลงจากท้องฟ้า และเมื่อเห็นอาณาเขตของการแบ่งแยกมิติที่แผ่ออกมาจากเพื่อนเก่าของเขา สายตาก็บ่งบอกความอัศจรรย์ใจ

เขาคิดว่าการฝ่าด่านวรยุทธครั้งนี้จะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายแน่ๆ แต่ใครจะคิดว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดี ราวกับเตรียมการไว้เรียบร้อย

ขณะที่ยังตกตะลึงอยู่ เขาก็ส่งสายตาที่แสดงถึงความชื่นชมยกย่องไปยังชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า

“ว่าแต่…มันเกิดอะไรขึ้น?” นายแพทย์ไป๋หยู่อดตั้งคำถามไม่ได้

“เรื่องเกี่ยวกับการทดสอบสายฟ้าเป็นศาสตร์ลับที่ท่านอาจารย์ถ่ายทอดให้ผม ผมออกจะไม่สะดวกใจที่จะพูดออกมาให้ใครๆ ฟัง” จางเซวียนโบกมือ

เขามี ‘ศิษย์น้อง’ ฟงสืออี้ที่ช่วยยืนยันสถานภาพของตัวเองแล้ว จึงสามารถทำให้ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับท่านอาจารย์ของเขาดูเหลือเชื่อได้

ถึงอย่างไร ‘ปรมาจารย์หยาง’ ในเวลานี้ก็ติดต่อไม่ได้อยู่แล้ว จึงไม่มีใครที่จะเฉลียวฉลาดเกินกว่าเขาได้อีก

“ถ้าอย่างนั้น…แล้วเพลิงพิษที่เลี่ยวชิงต้องทนทุกข์ทรมานมาก่อนหน้านี้ล่ะ?” เห็นจางเซวียนไม่เต็มใจจะพูดถึงการทดสอบสายฟ้า นายแพทย์ไป๋หยู่จึงเปลี่ยนมาพูดเรื่องเพลิงพิษที่เขาสงสัยมาตลอด

“เป็นความจริงที่ว่าเพลิงพิษทิศเหนือที่ผู้อาวุโสเลี่ยวต้องทนทุกข์ทรมานอยู่นั้นสามารถถูกกดข่มได้ด้วยเคล็ดวิชาพลังหยินเย็น แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันจะเริ่มพัฒนาจิตใต้สำนึกของตัวเอง” จางเซวียนอธิบาย

“จิตใต้สำนึก?” คุณหมายความว่าเพลิงพิษทิศเหนือมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเองหรือ?” ผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า

มียาพิษบางชนิดในโลกนี้ที่มีจิตใต้สำนึกของตัวเอง ทำให้มันสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายได้ เป็นยาพิษที่ทำให้ทั้งผู้ป่วยและนายแพทย์ถึงกับจนปัญญา

“เพราะมันพัฒนาจิตใต้สำนึกของตัวเองได้ เพลิงพิษทิศเหนือจึงเริ่มหลบเลี่ยงการกดข่มของเคล็ดวิชาพลังหยินเย็น ด้วยเหตุนี้ การฝึกวรยุทธนั้นจึงใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป มีแต่จะทำให้ร่างกายของเขาอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ก็เพราะเหตุนั้น ผมจึงหว่านล้อมเขาให้หยุดฝึกฝนเคล็ดวิชาพลังหยินเย็นเสีย” จางเซวียนพูดต่อ

เขารวบรวมข้อมูลเหล่านี้จากหอสมุดเทียบฟ้า ซึ่งทั้งหมดก็คือเหตุผลที่ทำให้เขาแนะนำผู้อาวุโสให้หยุดการฝึกเคล็ดวิชาพลังหยินเย็น

“หากเป็นสถานการณ์ปกติ ตราบใดที่ผู้อาวุโสหยุดการฝึกฝน เมื่อพิจารณาจากการที่เพลิงพิษนั้นถูกควบคุมโดยจิตวิญญาณที่มีชีวิตจิตใจ มันจะยังไม่แสดงอาการในระยะสั้น หากเตรียมการให้ดี ก็อาจจะกำจัดมันได้ในครั้งเดียว แต่คุณก็นำยาสมุนไพรมาเสียก่อน!”

เมื่อหวนนึกถึงตอนที่เขาจัดการผู้อาวุโสเลี่ยวให้สลบไป จางเซวียนก็ได้แต่ส่ายหน้า

“ยาสมุนไพรของคุณเป็นศัตรูตัวยงของเพลิงพิษทิศเหนือ มันจะใช้ได้ผลดีมากหากเพลิงพิษนั้นยังไม่ได้พัฒนาจิตใต้สำนึกขึ้นมา แต่โชคร้ายที่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น เมื่อผู้อาวุโสกินยาสมุนไพรเข้าไป มันก็ส่งผลรุนแรงกับเพลิงพิษ ภายใต้จิตวิญญาณที่มีสติสัมปชัญญะของมัน มันซึมซับเอาพละกำลังของสมุนไพรเข้าไป”

“ในตอนแรก ผู้อาวุโสเลี่ยวก็อ่อนแรงอยู่แล้ว พลังของเพลิงพิษยังเข้าไปทำลายสภาพร่างกายของเขาอีก ลงท้ายเขาก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับการโจมตีของพิษ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแออย่างหนักอย่างที่เป็นอยู่”

เมื่อเข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร นายแพทย์ไป๋หยู่หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย

เมื่อครู่นี้เองที่เขายังโมโหอีกฝ่ายที่กล่าวหาว่าตัวเขาเป็นหมอที่ไม่ได้เรื่อง แต่เมื่อได้ฟังทุกอย่างที่จางเซวียนอธิบาย เขาจะเป็นอะไรอื่นได้นอกจากหมอที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ ?

เพราะการใช้สมุนไพรอย่างไม่ระมัดระวังของเขาที่ทำให้เพื่อนเก่าเกือบจะต้องเสียชีวิต!

เกิดความเงียบงันครู่หนึ่งก่อนที่นายแพทย์ไป๋หยู่จะพูดขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้น…คุณแก้ไขเพลิงพิษนี้ได้อย่างไร?”

ถึงอีกฝ่ายจะจัดการแก้ไขพิษได้ต่อหน้าต่อตา แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำได้อย่างไร

“เรื่องนั้นง่ายมาก การเกิดขึ้นของจิตวิญญาณของเพลิงพิษทิศเหนือทำให้มันเป็นศัตรูที่น่าสะพรึง แต่ในเวลาเดียวกัน การที่มันมีจิตใต้สำนึกก็บ่งบอกว่าพิษนั้นมีเป้าหมายและสามารถควบคุมได้ เป้าหมายของมันนั้นง่ายมาก มันต้องการที่จะซึมซับพลังงานให้มากที่สุดและเติบโตให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

“ในอีกแง่หนึ่ง เพลิงพิษทิศเหนือก็อาจถูกมองได้ว่าเป็นปรสิตชนิดหนึ่งที่มีความสัมพันธ์แบบพึ่งพากันกับร่างที่มันฝังอยู่ หรือพูดให้ง่ายขึ้นก็คือ มันไม่ได้อยากให้ร่างนั้นเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อย่างนั้นมันจะขาดสารอาหาร”

“นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมจงใจยั่วโมโหคุณและให้คุณต่อสู้กับอสูรมังกรบาดาล เมื่อคุณทั้งคู่สำแดงกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาและให้ผู้อาวุโสเลี่ยวอยู่ท่ามกลางการต่อสู้นั้น เพลิงพิษก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองถูกคุกคาม เพื่อรักษาชีวิตของผู้อาวุโสเลี่ยวไว้ มันจึงแปรสภาพเป็นดอกบัวเพื่อปกป้องเขาจากการโจมตีของพวกคุณ”

“แม้มันจะปกป้องผู้อาวุโสเลี่ยวได้สำเร็จ แต่การโจมตีของพวกคุณก็ทรงพลังเสียจนทำให้มันได้รับความบอบช้ำสาหัสจนแทบจะเสื่อมสลายไป ในตอนนั้น ผมจึงใช้ดาบของผมเล่นงานเข้าที่จุดอ่อนของมัน ทำให้มันไม่สามารถรักษาสภาพของตัวเองเอาไว้ได้อีก และต้องเสื่อมสลายไป แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเพลิงพิษทิศเหนือจะสูญเสียสภาพของตัวเองไปทั้งหมด”

“ในสภาวะที่มันได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนเสี้ยวที่ยังเหลือของเพลิงพิษทิศเหนือก็พยายามจะดำดิ่งกลับเข้าสู่ร่างของผู้อาวุโสเลี่ยวเพื่อหาโอกาสฟื้นตัวในภายหลัง แต่มันก็ถูกสกัดไว้โดยเข็มเงินของผม ลงท้ายมันจึงเสื่อมสลายไปไม่เหลือซาก”

“และเมื่อไม่มีเพลิงพิษคอยสกัดวรยุทธของเขา พลังงานที่ผู้อาวุโสเลี่ยวสั่งสมมาตลอดระยะเวลาหลายปีจึงระเบิดออกมา ทำให้เขาฝ่าด่านวรยุทธได้สำเร็จ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่พวกคุณเห็นแล้ว ผมจะขอพูดเพียงเท่านี้” จางเซวียนพูดยิ้มๆ

อันที่จริงเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้ซับซ้อนอะไร หลักใหญ่ใจความอยู่ที่เพลิงพิษทิศเหนือซึ่งอยู่ภายในร่างของผู้อาวุโสเลี่ยวเกิดพัฒนาจิตวิญญาณขึ้นมาก็เท่านั้นเอง

“ไม่น่าเชื่อว่าจิตใต้สำนึกของยาพิษจะใช้ประโยชน์ได้ในลักษณะนี้” ผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่ตั้งข้อสังเกตด้วยความยำเกรงขณะพยักหน้ารับ

เป็นที่รู้กันดีในหมู่นายแพทย์ระดับสูงว่าพิษที่ร้ายแรงถึงตายนั้นสามารถพัฒนาจิตวิญญาณของตัวเองได้ และรับมือด้วยได้ยากมาก แต่ใครจะไปคิดว่าปัญหาซับซ้อนแบบนี้จะถูกแก้ไขได้ด้วยวิธีที่แสนเรียบง่าย?

“ตามนั้นแหละ” จางเซวียนพูดพร้อมกับพยักหน้า เขากำลังจะพูดต่อ ก็พอดีกับที่เกิดตาโตขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

สภาวะครรภ์เป็นพิษแต่กำเนิดในตัวเราก็เป็นพิษที่มีจิตวิญญาณเช่นกันนี่นา จะเป็นไปได้หรือเปล่าหากเราจะรับมือกับมันโดยใช้วิธีนี้?

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!