Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1397

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 1397 พ่อบ้านตัวจริง (1)

ผ่านไปอีกครู่หนึ่งกว่าซุนฉางจะยอมหยุดอย่างไม่เต็มใจ

C

ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากเล่นเกมกับเหล่าปรมาจารย์ แต่พลังปราณที่นายน้อยมอบให้ไว้ในร่างกายของเขานั้นมีจำกัด เขาไม่อาจเสียมันไปกับการเล่นสนุกเล็กๆ น้อยๆ ได้ จะต้องเก็บเอาไว้เผื่อเวลาที่เกิดอันตรายหรือคับขัน

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

เมื่อซุนฉางหยุดใช้พลังปราณเทียบฟ้า ปรมาจารย์จานกับคนอื่นๆ ก็กลับสู่กลางอากาศได้เหมือนเดิม พวกเขามองชายอ้วนที่อยู่ด้านล่างด้วยความหวาดกลัวและตกตะลึงอย่างที่ปิดไม่มิด

วิธีตรวจสอบที่ใช้ทำให้พวกเขาต้องปิดกั้นระดับวรยุทธของตัวเอง เพื่อจะได้รับรู้ถึงรังสีของปรมาจารย์ ในสถานการณ์ปกติ หากผู้ที่ทิ้งรอยประทับไว้ไม่ได้แข็งแกร่งกว่าพวกเขา พวกเขาก็จะได้รับกระแสของความเคารพและชื่นชมจากรอยประทับนั้น

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คือพวกเขาสูญเสียการควบคุมร่างกายของตัวเอง มันไม่ควรจะเป็นไปได้! ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาก่อนเลย

แต่คราวนี้ สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็เป็นจริงขึ้นมาแล้ว

ผู้อาวุโสคนหนึ่งถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวก่อนจะถามคนอื่นๆ ว่า “พวกคุณเห็นอะไร?”

“ผมเห็นเงาดำสูงเสียดฟ้า เป็นร่างที่ดูเหมือนจะครอบคลุมทั้งโลก ดูเหมือนสิ่งนั้นจะเป็นสวรรค์!” ผู้อาวุโสคนหนึ่งตอบ

“ผมก็เห็นแบบนั้นเหมือนกัน!”

“หรือว่าปรมาจารย์หยางเข้าถึงความแข็งแกร่งระดับนั้นแล้ว?”

ทุกคนพากันกลืนน้ำลายด้วยความตกตะลึง

ปรมาจารย์หยางสำเร็จวรยุทธระดับไหน ถึงได้สร้างรอยประทับที่มีพละกำลังอันน่าทึ่งขนาดนี้?

“ปรมาจารย์หยางมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบรรพบุรุษเก่าแก่ของตระกูลนักปราชญ์ โดยเฉพาะตระกูลจางและตระกูลหลัว อันที่จริง เขาเป็นพยานในการหมั้นหมายระหว่างทายาทน้อยกับองค์หญิงน้อยด้วย! เขาสำเร็จวรยุทธที่เหนือชั้นไปกว่านักรบระดับเซียนขั้น 9 มาหลายปีแล้ว เรียกได้ว่ามีวรยุทธที่ล้ำลึกเกินหยั่ง อีกอย่าง เขายังมีความเข้าใจอย่างล้ำลึกในเรื่องจิตวิญญาณและสายเลือด ย่อมไม่เป็นการพูดเกินจริงหากจะบอกว่าเขาคือผู้เชี่ยวชาญหมายเลขหนึ่งในด้านนั้นของโลก!” ปรมาจารย์จานพูด

“นอกเหนือจากเขา ผมก็ยังคิดไม่ออกว่ามีใครที่จะมีพละกำลังถึงขนาดทำลายห้องรับรองอาจารย์ให้อยู่ในสภาพนั้นและทำให้พวกเราทุกคนไร้เรี่ยวแรงไปได้!”

แม้ผู้อาวุโสส่วนใหญ่ในปูชนียสถานนักปราชญ์จะไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเหล่าผู้อาวุโสสุดยอดของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่มากนัก แต่ในฐานะรองหัวหน้าปูชนียสถาน ปรมาจารย์จานก็พอจะรู้อยู่บ้าง

และพูดกันตามตรงก็คือ นอกเหนือจากบุรุษในตำนานพวกนั้น เขาก็ยังคิดไม่ออกว่ามีใครที่สามารถทำให้พวกเขาร่วงลงมาจากกลางอากาศอย่างหมดสภาพได้โดยใช้รังสีของตัวเอง

“นั่นหมายความว่า…เขาเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยางจริงๆ หรือ?” ผู้อาวุโสเก่อตัวแข็ง

“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น” ปรมาจารย์จานพยักหน้า จากนั้นเขาหันไปตำหนิผู้อาวุโสเก่อด้วยความหงุดหงิด “ในฐานะพ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง เป็นธรรมดาที่พ่อบ้านซุนจะต้องมีความเย่อหยิ่ง ไม่อย่างนั้น จะเกิดอะไรขึ้นกับลำดับขั้นอันเข้มงวดระหว่างปรมาจารย์? แต่คุณกลับสงสัยแคลงใจในตัวเขา และใช้กำลังลากเขาไปยังห้องรับรองอาจารย์เพื่อตรวจสอบตัวตนของเขาด้วย ก็ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะไม่พอใจและทำลายสถานที่นั้นจนราบเป็นหน้ากลอง ,ผู้อาวุโสเก่อ คุณเป็นสาเหตุของความวุ่นวายครั้งนี้ เพราะฉะนั้นควรจะใช้ความคิดเสียนะว่าจะแก้ไขมันอย่างไร!”

คนสติดีที่ไหนจะกล้าปลอมตัวเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง?

เมื่อพิจารณาถึงราคาที่ต้องจ่ายเมื่อถูกจับได้ ย่อมไม่มีคนสภาพจิตปกติที่ไหนดีจะปลอมตัวเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง แต่เขากลับสงสัยแคลงใจในตัวพ่อบ้านซุนไปได้!

ดูผลงานของคุณสิ ห้องรับรองอาจารย์ราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว เกียรติยศศักดิ์ศรีที่มีมาตลอดหลายหมื่นปีของปูชนียสถานนักปราชญ์ก็ถูกทำลายไปจนสิ้นซาก!

“คือ…” ผู้อาวุโสเก่อพยักหน้าพร้อมกับยิ้มแหยๆ

เขากัดฟันและเดินเข้าหาซุนฉาง แต่ก่อนที่จะทันได้พูดอะไร อีกฝ่ายก็เอาสองมือไพล่หลังและตั้งคำถามด้วยสีหน้าถือดี “ว่าอย่างไร? คุณตรวจสอบตัวตนของผมได้แล้วหรือยัง?”

“ได้แล้ว แน่นอนว่าได้!” ผู้อาวุโสเก่อรีบพยักหน้า

“ฮึ่มมม! ลูกศิษย์ของคุณน่ะพยายามจะโยนผมออกจากหอสมบูรณ์แบบและงัดมาตรการขั้นเด็ดขาดมาใช้ ส่วนคุณก็ใช้กำลังลากผมมายังห้องรับรองอาจารย์เพื่อตรวจสอบตัวตนของผม คุณคิดว่าเราควรแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร?” ซุนฉางตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงวางอำนาจ

โชคดีเหลือเกินที่นายน้อยทิ้งกระแสพลังปราณไว้ในร่างของเขา ไม่อย่างนั้นทุกอย่างคงจะลำบากลำบนมากทีเดียว!

แต่แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่พลังปราณของนายน้อยจะไร้เทียมทานได้ด้วยตัวของมันเอง ในความเห็นของเขา นายท่านคงจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เพียงแต่เขาไม่รู้เท่านั้น

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ทั้งที่ตัวเองเป็นพ่อบ้านของบุคคลหมายเลข 1 ของทวีปแห่งปรมาจารย์ แต่กลับถูกคนกระจอกแบบนี้ทำเรื่องให้ยุ่งยาก ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห

“พ่อบ้านซุน…ผู้อาวุโสเก่อไม่รู้จักตัวตนของคุณ ได้โปรดให้ความกรุณาด้วย…” ปรมาจารย์จานรีบก้าวเข้ามาและพูดแทรก

“ผมบอกเขาแล้วว่านายท่านของผมเป็นใคร แต่เขาก็ยังเลือกที่จะแคลงใจสงสัย ผม, ซุนฉาง เดินทางจากอาณาจักรเทียนเซวียนมาถึงที่นี่ พบเจอเหตุการณ์เลวร้ายมามากมายนับไม่ถ้วน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเจอคนที่หลงตัวเองขนาดนี้!” ซุนฉางคำรามเสียงเย็น “ถ้าทุกคนพากันทำตัวอย่างนี้ไปหมด แล้วอำนาจของปรมาจารย์หยางจะเป็นอย่างไร? อำนาจของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่จะเป็นอย่างไร?”

“เอ่อ…” ปรมาจารย์จานถึงกับพูดอะไรไม่ออก

แม้การถ่อมตัวจะถือเป็นสิ่งที่ปรมาจารย์ทั่วไปควรกระทำ แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นสำหรับผู้นำแห่งมวลมนุษยชาติที่สมควรจะได้รับความเคารพ คนที่ใครๆ ไม่อาจสบประมาทอำนาจของเขาได้

ถ้าทุกคนไม่ให้ความสำคัญกับอำนาจของคนเหล่านี้ ก็คงยากที่บรรดาผู้นำของมวลมนุษยชาติจะนำพามนุษย์เข้าต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นได้

รู้ดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความผิดของเขา ผู้อาวุโสเก่อกำหมัดแน่นและก้าวออกมา “พ่อบ้านซุน บอกมาเลยว่าคุณอยากให้ผมทำอะไร หากอยู่ในวิถีทางที่ผมทำได้ ผมจะทำให้สำเร็จ”

“คุณเป็นถึงปรมาจารย์ ส่วนผมเป็นแค่พ่อบ้าน ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะสั่งการลงโทษคุณหรอก” ซุนฉางชำเลืองมองผู้อาวุโสเก่อ เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะโบกมือและพูดต่อ “แต่เอาเถอะ ถ้าคุณอยากจะชดใช้ ก็บังเอิญว่านายน้อยของเรากำลังอยากได้หินวิเศษขั้นสูงสุด ถ้าคุณนำมาให้ผมได้สักหน่อย เรื่องนี้ก็เป็นอันเลิกแล้วต่อกัน ไม่ต้องห่วง ผมจะจ่ายค่าชดใช้ให้เป็นการแลกเปลี่ยน ไม่ใช่นิสัยของผมที่จะตลบหลังหรือคดโกงใคร”

หลังจากติดตามจางเซวียนมาระยะหนึ่ง เขาก็ได้ใกล้ชิดกับปรมาจารย์ระดับสูงบางคน จึงเริ่มที่จะเข้าใจถึงกฎเกณฑ์ในระหว่างปรมาจารย์ด้วยกัน

เป็นความจริงที่ว่าแม้แต่ปรมาจารย์ระดับ 8 ดาวก็ยังจะต้องแสดงความเคารพตัวเขาด้วยความยำเกรงในตัวนายท่าน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่ปรมาจารย์ จึงไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะตัดสินลงโทษใคร เรื่องนี้ถือเป็นมารยาท

“เรื่องนั้นง่ายมาก ผมจะจัดการให้!” เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายต้องการเพียงแค่แลกเปลี่ยนหินวิเศษขั้นสูงสุด ผู้อาวุโสเก่อถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาสะบัดข้อมือ แล้วกล่องหยกใบหนึ่งก็ปรากฏ “นี่คือหินวิเศษขั้นสูงสุด 5 ก้อน ได้โปรดรับมันไว้เพื่อเป็นการแสดงความขอโทษต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของศิษย์สายตรงของผมด้วย ถ้าต่อไปคุณอยากจะแลกเปลี่ยนหินวิเศษขั้นสูงสุดอีก มาตามหาผมได้เลย ตราบใดที่ไม่เกิน 50 ก้อน ผมสามารถหาให้คุณได้!”

“คุณช่างรู้งานเสียจริงๆ” ซุนฉางพยักหน้าขณะยิ้มหน้าระรื่นก่อนจะรับกล่องหยกมา

วัตถุประสงค์ที่เขามาที่นี่ก็เพื่อหาหินวิเศษขั้นสูงสุด และไม่เพียงเขาจะได้มาถึง 5 ก้อนฟรีๆ ยังได้รับสิทธิ์ให้แลกเปลี่ยนมันเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการอีกด้วย ผลการต่อรองครั้งนี้เป็นสิ่งที่เขาพอใจมาก

ในเวลาเดียวกัน ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ามันสบายแค่ไหนที่มีเจ้านายเหนือหัวที่เขาสามารถพึ่งพาได้

ถ้าปรมาจารย์เหล่านี้ไม่พบรอยประทับของนายท่านในตัวเขา อย่าว่าแต่ได้รับหินวิเศษขั้นสูงสุดเหล่านี้เลย เขาคงไม่มีโอกาสแม้จะได้เดินกลับไปทั้งยังมีชีวิต!

เมื่อเห็นว่าความขัดแย้งคลี่คลายแล้ว ปรมาจารย์จานก้าวเข้ามาและถามยิ้มๆ “พ่อบ้านซุน ไม่ทราบว่าปรมาจารย์หยางสำเร็จวรยุทธระดับไหนแล้ว และตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”

ร่างสูงใหญ่ที่เขาได้พบก่อนหน้านี้จัดว่าน่าสะพรึงมาก ถึงขนาดทำให้เขาใจเต้นด้วยความหวาดกลัว หรือว่าปรมาจารย์หยางฝ่าด่านคอขวดได้แล้วและสำเร็จวรยุทธขั้นที่ล้ำลึกเกินหยั่ง?

“นายท่านของเราเป็นบุคคลที่ปกปิดตัวเองอยู่เสมอ แม้แต่ผมก็ไม่รู้วิธีที่จะติดต่อเขา โดยปกติเขาเป็นคนตามหาผมเอง ผมไม่แน่ใจนักว่าตอนนี้เขาทรงพลังแค่ไหนแล้ว แต่รู้ว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นเกินกว่าที่ใครจะวัดระดับได้ คงไม่เป็นการพูดเกินไปหากจะกล่าวว่าเขาคือผู้ที่ไม่มีใครเทียบชั้นได้ในโลกนี้!”

เมื่อพูดถึงหยางชวน นัยน์ตาของซุนฉางก็เป็นประกาย น้ำเสียงของเขาตื่นเต้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งที่มีพละกำลังสูงส่ง แต่นายท่านก็ยังคงสุภาพและอ่อนน้อม นั่นทำให้เขาเกิดความรู้สึกยำเกรงอย่างล้ำลึก

“ปรมาจารย์หยางช่างเป็นบุคคลที่ควรค่าแก่การเคารพเสียจริง” ปรมาจารย์จานพยักหน้า ขณะที่เขากำลังจะพูดต่อ ผู้อาวุโสคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ก็รีบก้าวเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าประหลาด

“ปรมาจารย์จารย์จาน มีคนมาขอพบคุณ เขารออยู่ข้างนอกน่ะ”

“ขอพบผม?” ปรมาจารย์จานขมวดคิ้ว “ใครกัน?”

ในฐานะรองหัวหน้าปูชนียสถาน นักรบระดับเซียนขั้น 9 เขาไม่ใช่คนที่ใครๆ จะมาขอพบได้ตามใจ

ผู้อาวุโสชำเลืองมองซุนฉาง เขาอ้าปากค้าง จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน

“บุคคลนั้นอ้างว่าตัวเขาเป็น…พ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!