ตอนที่ 1402 จางเซวียนถูกช็อต
“จางเซวียน?” ปรมาจารย์จานชะงักกับชื่อนั้น
เขาเคยได้ยินชื่อนั้นมาก่อน นั่นคือชื่อนายน้อยของเจ้าพ่อบ้านร่างอ้วน ศิษย์สายตรงของปรมาจารย์หยางไม่ใช่หรือ?
คนที่เหลือต่างก็ชะงัก พวกเขาหันไปมองพ่อบ้านร่างอ้วนที่ยืนอยู่ไม่ห่างออกไปนัก แล้วก็ต้องงงงัน เพราะนอกจากอีกฝ่ายจะดูไม่ตกอกตกใจ ยังดูเหมือนแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกด้วย
สำหรับซุนฉาง ความโล่งใจคือสิ่งที่เขารู้สึก เขารู้ว่าไม่มีใครนอกจากนายน้อยที่กล้าเล่นอะไรแบบนี้!
อันที่จริง เขาคงจะตกใจถ้าตัวการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ไม่ใช่นายน้อย!
บางวันเขาก็อดรู้สึกจนปัญญากับปัญหาที่ต้องเผชิญไม่ได้ ทั้งหมดที่เขาต้องการก็คือทำหน้าที่อย่างสุขสงบในฐานะพ่อบ้าน มีชีวิตที่ถ่อมตัวและราบเรียบ แต่ราวกับโชคชะตาเล่นตลกกับเขา เขาต้องมาติดแหงกอยู่กับนายน้อยที่เป็นตัวปัญหาตลอดเวลา
เกิดเรื่องบ่อยเสียจนแม้แต่เขาก็รับมือไม่ไหว!
เมื่อเกิดความคิดแบบนั้น ซุนฉางหลับตาลงช้าๆ สีหน้าของเขาบ่งบอกอาการถอดใจ
ถ่อมตัว-เป็น 2 คำที่นายน้อยพูดอยู่ทุกวัน แต่พูดกันตามตรง ทุกอย่างที่อีกฝ่ายทำนั้นล้วนแต่ตรงกันข้าม ดูเหมือนเขาพยายามโอ้อวดและถ่อมตัวไปด้วยในเวลาเดียวกัน
ตลอด 2-3 เดือนนี้ เขาต้องรับมือกับนายน้อยด้วยความยากลำบาก แต่ก็นั่นแหละ ถ้ามันเป็นงานง่าย นายท่านก็คงไว้วางใจให้หูอี้เหว่ยดูแลนายน้อยแทนเขาไปแล้ว
เมื่อรู้แล้วว่าใครเป็นตัวการ ผู้อาวุโสเก่อระงับความโมโหไม่อยู่ เขาเกรี้ยวกราดใส่ซุนฉาง “นายน้อยของคุณกำลังทำบ้าอะไรอยู่ ทำให้คนสิบกว่าคนฝ่าด่านวรยุทธได้พร้อมๆ กันทีเดียวนี่นะ?”
“คือ…” ซุนฉางเกาหัวอย่างลำบากใจ
พูดกันตามตรง ถึงเขาจะได้ใช้เวลากับนายน้อยมาหลายเดือน แต่ก็ไม่อาจหยั่งถึงความคิดของอีกฝ่ายได้
“นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาหาคนรับผิดชอบเรื่องนี้” ปรมาจารย์จานสั่งการอย่างเคร่งขรึม “เราต้องรีบไปหากลุ่มผู้อาวุโสที่ฝ่าด่านวรยุทธได้และหว่านล้อมให้พวกเขาสกัดกั้นวรยุทธเอาไว้ชั่วคราวก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับการทดสอบสายฟ้า…”
หากการทดสอบสายฟ้าถูกเรียกมาแล้ว ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้มันหายไป แต่ยังพอจะเป็นไปได้อยู่ที่จะเลื่อนระยะเวลาของมันออกไปด้วยการสกัดกั้นวรยุทธไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ตราบใดที่พวกเขามีเวลาพอ ก็ยังพอมีโอกาสที่จะปัดป้องการทดสอบสายฟ้าออกไปได้
บึ้มมมม!
แต่ยังไม่ทันที่ปรมาจารย์จานจะพูดจบ คลื่นความสั่นสะเทือนอันทรงพลังก็แผ่ออกไปโดยรอบ ในเวลาเดียวกัน กระแสพลังงานดุเดือดก็พุ่งเข้าใส่หมู่เมฆ
ฟิ้วววว!
กระแสพลังงานนั้นดูจะยั่วยุหมู่เมฆได้สำเร็จ ในชั่วพริบตามันก็รวมตัวกัน กลายเป็นพายุที่มีขนาดใหญ่และหนาแน่นขึ้นกว่าเดิม
“เอ่อ…”
เมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนหันไปมองต้นกำเนิดของกระแสพลังงานอย่างร้อนใจ พวกเขาหน้าดำคร่ำเครียด
พลังงานนั้นมาจากอสูรมังกรบาดาลซึ่งเป็นอสูรระดับเซียนขั้น 8 สูงสุด ด้วยสีหน้าที่ดูคลุ้มคลั่ง มันปล่อยกระแสพลังงานเข้าใส่หมู่เมฆอย่างดุเดือด ราวกับจะไม่ยอมหยุดพักจนกว่าโลกทั้งโลกจะมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน!
“เวรละ! ไอ้ตัวนั้นโผล่มาจากไหน? พวกคุณยืนอยู่เฉยๆ หาอะไรกัน? รีบเข้าไปยับยั้งมันสิ!” ผู้อาวุโสเก่อตวาดด้วยน้ำเสียงที่เจือทั้งความเกรี้ยวกราดและตื่นตระหนก
ในเวลาเดียวกัน เขาก็พุ่งเข้าใส่เพื่อยับยั้งอสูรมังกรบาดาลไม่ให้สร้างความเลวร้ายมากกว่าเดิม แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเข้าถึงตัวมัน ผู้อาวุโสคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนหลังของอสูรมังกรบาดาลก็กระโจนขึ้นสู่กลางอากาศและปล่อยกระแสดาบฉีเข้าใส่หมู่เมฆ
ซรืดดดดด!
การโจมตีนั้นทำให้การทดสอบสายฟ้าส่งการตอบโต้กลับมาทันที ในชั่วพริบตา พื้นที่ 5,000 หมู่ของหมู่เมฆก็ขยายตัวกลายเป็น 6,000 หมู่
เมื่อเห็นหน้าผู้อาวุโสคนนั้นชัดๆ ผู้อาวุโสเก่อถึงกับตัวสั่นด้วยความพรั่นพรึง “ไป๋หยู่ คุณบ้าไปแล้วหรือไง!”
ผู้อาวุโสที่เพิ่งส่งกระแสดาบฉีเข้าใส่หมู่เมฆไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่
ในฐานะนายแพทย์ ไป๋หยู่คือบุคคลที่มีความเมตตาปรานีต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลก แม้แต่จะฆ่ามดสักตัวเขาก็ยังลังเล แต่ทำไมคนแบบนี้ถึงกล้าโจมตีการทดสอบสายฟ้า?
ถ้าหอสมบูรณ์แบบของผมทำอะไรให้คุณขุ่นเคืองใจ เราคุยกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องทำขนาดนี้!
ในตอนนั้นเอง ผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการปล่อยพลังเข้าโจมตีหมู่เมฆอย่างดุเดือดก็พลันเห็นผู้อาวุโสเก่อกับคนอื่นๆ นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงขึ้นมาทันที “เก่อฉง คุณอยู่ที่นี่หรือ เยี่ยมเลย! เร็วเข้า มาช่วยผมโจมตีการทดสอบสายฟ้า ปรมาจารย์จาน คุณก็อยู่ด้วยหรือ? ดีจริง! เราต้องช่วยกันโจมตีการทดสอบสายฟ้านะ ต้องเร็วด้วย มันจะช้าไปถ้าเกิดสายฟ้าฟาดลงมาแล้ว!”
“โจมตีการทดสอบสายฟ้า?” ผู้อาวุโสเก่อกับปรมาจารย์จานตาโตเมื่อได้ยินคำนั้น พวกเขามองหน้ากัน ต่างคนต่างเห็นความสับสนในดวงตาของอีกฝ่าย
หมอนี่รักษาคนไข้มากเกินไปจนเสียสติหรือเปล่า?
ยิ่งการทดสอบสายฟ้าถูกโจมตีมากขึ้นเท่าไหร่ สายฟ้าที่ฟาดลงมาก็จะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ถึงตอนนั้น ทุกคนก็คงจะถูกช็อตตาย!
ฟิ้วววววว!
ขณะที่แต่ละคนกำลังงงกับคำพูดของไป๋หยู่ เสียงหวีดหวิวของลมก็พัดมาอย่างบ้าคลั่ง ร่างของชายหลายคนบินมาจากที่ไกลๆ พวกเขาคือผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่ดูแลหอชอบธรรม ผู้อาวุโสหูฉิง, ปรมาจารย์เฟย และนักเรียนในโซนหัวกะทิทั้งหมด
เมื่อเห็นกลุ่มคนที่มาใหม่ หูอี้เหว่ยรีบเข้าไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งก่อนจะประสานมือให้ “นายน้อย”
“ผู้อาวุโสหู? ผมนึกว่าคุณออกจากปูชนียสถานไปแล้วเสียอีก” ฟงสืออี้ประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้เห็นอีกฝ่าย
“เอ่อ ผมยังมีบางเรื่องที่ต้องจัดการ คุณได้ยินเรื่องที่นายท่านรับศิษย์สายตรงคนใหม่ชื่อจางเซวียนหรือเปล่า?” หูอี้เหว่ยถาม
“คุณพูดถึงศิษย์พี่จางหรือ?” ฟงสืออี้พยักหน้า “ผมได้ยินเรื่องนั้นมาเหมือนกัน ศิษย์พี่จางเป็นคนที่มีความสามารถมาก อันที่จริง ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด เขาน่าจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทดสอบสายฟ้าครั้งนี้”
ถึงฟงสืออี้จะไม่อยากยอมรับ แต่ในส่วนลึกเขาก็รู้ดีว่าจางเซวียนแข็งแกร่งกว่าเขามาก
“ศิษย์พี่?” หูอี้เหว่ยอ้าปากค้าง
นั่นหมายความว่าสิ่งที่เจ้าอ้วนพูดเป็นเรื่องจริง นายน้อยของเขาตกเป็นศิษย์น้องเสียแล้ว!
“ว่าแต่หมอนั่นจะประมาทไปหน่อยไหม? เขารู้อยู่ว่าเหล่าผู้อาวุโสฝ่าด่านวรยุทธได้ แล้วทำไมถึงพาคนเหล่านั้นมารวมอยู่ในสถานที่เดียวกัน เขาคิดจะรับมือกับการทดสอบสายฟ้าที่ใหญ่โตขนาดนี้อย่างไร?” หูอี้เหว่ยคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเจ้าหนุ่มจางเซวียนคนนั้นไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
ถ้าเป็นเมื่อครู่ก่อน เขายังพอจะใช้พละกำลังทำลายการทดสอบสายฟ้าให้เสื่อมสลายไปได้ แต่เมื่อมีอสูรมังกรบาดาลกับผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่เข้ามาป่วนกับหมู่เมฆ ความเป็นไปได้ที่จะทำสำเร็จก็เหลือน้อยเต็มที
หรือต่อให้เขาทำสำเร็จเพราะโชคช่วย ก็คงจะต้องบาดเจ็บสาหัสถึงขนาดที่อาจพิการตลอดชีวิต
เขาไม่ใช่ปรมาจารย์ และไม่มีความเมตตากรุณาต่อมวลมนุษยชาติหรืออะไรทำนองนั้น จึงเป็นธรรมดาที่ไม่มีทางที่เขาจะเสียสละตัวเองเพื่อใครๆ
“ประมาทหรือ? ศิษย์พี่จางไม่ได้ประมาทนะ เขาจงใจเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับการทดสอบสายฟ้า!” ฟงสืออี้ตอบด้วยแววตาที่บ่งบอกความชื่นชม
เมื่อครั้งอยู่ที่หอชอบธรรม เขาแทบลมจับด้วยความกลัวเมื่อเห็นว่าการทดสอบสายฟ้าของผู้อาวุโสเลี่ยวมีขนาดใหญ่โตแค่ไหน แต่หลังจากได้เห็นกับตาว่ามันถูกแก้ไขได้อย่างง่ายดาย ความหวาดกลัวการทดสอบสายฟ้าก็หายวับไปจากสมองของเขา
“เขาจงใจเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับการทดสอบสายฟ้าหรือ?” หูอี้เหว่ยนัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความไม่เข้าใจเมื่อได้ยินคำนั้น เขานึกไม่ออกว่านายน้อยหมายถึงอะไร
“มันอาจฟังดูเหลวไหลสำหรับคุณ แต่ศิษย์พี่จางสามารถกลืนกินการทดสอบสายฟ้าได้ เมื่อการทดสอบสายฟ้าใหญ่พอสำหรับเขาเท่านั้นที่เขาจะเติมเต็มมันให้กับตัวเอง” ฟงสืออี้อธิบายอย่างสุขุม
“กลืนกิน…การทดสอบสายฟ้า?” ปรมาจารย์จานกับคนอื่นๆ ได้ยินคำพูดของฟงสืออี้ พวกเขาแทบสูญเสียการทรงตัวและร่วงลงมาจากกลางอากาศ
การทดสอบสายฟ้าถือเป็นการลงทัณฑ์จากสวรรค์รูปแบบหนึ่ง การต่อสู้กับมันก็ไม่ต่างอะไรกับการท้าทายสวรรค์ ของแบบนี้มันกินเข้าไปได้ด้วยหรือ?
คุณล้อพวกเราเล่นแล้วล่ะ!
เห็นสีหน้าของแต่ละคนที่บ่งบอกถึงความไม่อยากเชื่อ ผู้อาวุโสหูฉิงพูดขึ้น “ฟงสืออี้ไม่ได้พูดเล่นนะ ปรมาจารย์จางมีความสามารถแบบนั้นจริงๆ !”
“ผมเองก็เห็นมากับตา!” ปรมาจารย์เฟยเสริม “ถึงการทดสอบสายฟ้าที่หอชอบธรรมจะไม่ได้ใหญ่เท่ากับที่อยู่ตรงหน้าพวกเราในตอนนี้ แต่มันก็ทรงพลังมาก ปรมาจารย์จางสามารถกลืนกินมันได้อย่างง่ายดาย…และที่สำคัญกว่านั้น เขายังทำให้การทดสอบสายฟ้าหวาดกลัวจนหนีไปด้วย!”
“ทำให้การทดสอบสายฟ้าหวาดกลัวจนหนีไป? เรื่องแบบนี้เป็นไปได้ด้วยหรือ?”
ผู้ฟังพากันตกตะลึงอย่างต่อเนื่องจนถึงขั้นที่ต้องอึ้งไป
ยิ่งฟังลำดับเหตุการณ์จากผู้ที่ได้เห็นทุกอย่างกับตา พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ต่างอะไรกับได้ฟังเทพนิยายของวีรบุรุษที่เล่าขานต่อๆ กันในร้านเหล้า ว่ากันตามเหตุผล เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเป็นความจริงได้ แต่มันก็ไม่สมเหตุสมผลเช่นกันที่เหล่าผู้ทรงเกียรติทั้งหลายจะมาพูดโกหก
หลังจากเงียบงันกันไปครู่หนึ่ง ปรมาจารย์จานก้าวออกมาและถามว่า “ตอนนี้ปรมาจารย์จางอยู่ที่ไหน? พาพวกเราไปพบเขาที”
หลังจากพูดกันมามากมาย พวกเขาก็ยังไม่เคยพบนักเรียนใหม่ในตำนานคนนั้นเลย คนชนิดไหนกันที่สามารถทำให้ชื่อของตัวเองติดปากทุกคนได้ภายในระยะเวลาเพียงเดือนเดียวหลังจากที่เข้าเรียน?
“ตอนนี้เขาอยู่กับเหล่าผู้อาวุโสที่กำลังเผชิญหน้ากับการทดสอบสายฟ้า” ฟงสืออี้ตอบขณะชี้นิ้วไป
ทุกคนรีบมองตาม และเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าเหล่าผู้อาวุโส ริมฝีปากของเขาขมุบขมิบไม่หยุดราวกับกำลังเปิดการบรรยาย
ส่วนอีกด้านหนึ่ง บรรดาผู้อาวุโสฝ่ายจัดการของสมาคมนายแพทย์ก็ดูเหมือนจะดื่มด่ำไปกับการบรรยายของชายหนุ่ม พวกเขาปลดปล่อยพละกำลังออกมาไม่หยุด ราวกับกลัวว่าการทดสอบสายฟ้าจะไม่แข็งแกร่งพอ
“เขาคือปรมาจารย์จางหรือ?” ปรมาจารย์จานถามด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกความชื่นชม
พูดกันตามตรง ด้วยท้องฟ้าที่ส่งเสียงครืนๆ และสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบอยู่ตลอดเวลา แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ชายหนุ่มจะยังสามารถเปิดการบรรยายได้อย่างราบรื่น
แม้แต่หูอี้เหว่ยก็ยังพยักหน้าด้วยความยำเกรง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บุคคลเดียวที่เขารู้ว่ามีสภาวะจิตที่แข็งแกร่งถึงขนาดยังคงสุขุมได้แม้จะเผชิญกับภาวะวิกฤตก็คือนายท่านของเขา!
ไม่แปลกใจแล้วที่เจ้าหนุ่มจางเซวียนคนนี้ได้รับความชื่นชมจากนายน้อย ลำพังแค่การกระทำนี้อย่างเดียวก็บ่งบอกแล้วว่าไม่มีคนธรรมดาที่ไหนทำได้ อย่างน้อยที่สุด เขาก็รู้ว่าตัวเขาเองทำแบบเดียวกันนี้ไม่ได้
“ดูนั่น ดูนั่นสิ! ปรมาจารย์จางกำลังจะกลืนกินการทดสอบสายฟ้าแล้ว!”
ขณะที่ทุกคนยังคงตกตะลึงอยู่ ชายหนุ่มก็หยุดการบรรยายกะทันหันและลุกขึ้นยืน เขากระโจนเข้าสู่หมู่เมฆที่ก่อตัวเป็นพายุนั้น
จากตำแหน่งที่ชายหนุ่มอยู่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องได้รับความสนใจจากการทดสอบสายฟ้าและถูกโจมตีอย่างแน่นอน
“เขาจะถูกช็อตตายนะ!” ปรมาจารย์จานอุทานด้วยความตื่นตระหนก
“ไม่ต้องห่วงหรอก ผมเคยเห็นภาพนี้มาก่อนแล้ว บอกคุณได้เลยว่าต่อไปปรมาจารย์จางก็จะพุ่งเข้าสู่ใจกลางหมู่เมฆ และไม่ช้าหมู่เมฆก็จะหดตัวเล็กลงอย่างรวดเร็ว…” เมื่อเห็นจางเซวียนเริ่มเคลื่อนไหว จางหยู่หันไปอธิบายกับฝูงชนด้วยความมั่นใจ



