Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1497

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 1497 ตัวล็อคฉนวนสวรรค์

“ผมเข้าใจแล้ว”

C

เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวเข้ากับสิ่งที่เขาได้ยินจากบทสนทนาของผู้อาวุโสที่ 1 กับจ้าวหย่า จางเซวียนก็เข้าใจสถานการณ์

ศิลปะการเก็บเกี่ยวนั้นหมายถึงการปฏิบัติต่อมนุษย์ราวกับพวกเขาเป็นเครื่องมือสำหรับการยกระดับวรยุทธ และนั่นจะนำมาซึ่งความตายของผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วน

สำหรับคนที่รักศักดิ์ศรีและมีความชอบธรรมอย่างจ้าวหย่า ไม่มีทางที่เธอจะยอมรับการกระทำแบบนั้นได้

“ในครั้งนั้น ท่านแม่ของฉันก็ไม่เต็มใจ นั่นคือเหตุผลที่ลงท้ายเธอเลือกที่จะปิดกั้นวรยุทธและไปจากศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง” จ้าวหย่าพูด

จางเซวียนพยักหน้ารับ

ในฐานะหนึ่งในกลุ่มอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีปแห่งปรมาจารย์ ศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งมีวิถีทางมากมายที่จะแกะรอยตามศิษย์สายตรงของตัวเอง แถมท่านแม่ของจ้าวหย่ายังมีสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ด้วย ทันทีที่เธอสำแดงพละกำลังออกมา ทางศาลาว่าการที่ราบน้ำแข็งย่อมจับร่องรอยและตามหาตัวเธอได้อย่างง่ายดาย วิธีเดียวที่เธอจะหนีไปได้ก็คือสกัดกั้นวรยุทธของตัวเองเท่านั้น!

เรื่องนี้เหมือนกับการที่หลัวลั่วชิงปิดกั้นวรยุทธของเธอเพื่อหนีออกจากตระกูลหลัว แต่ด้วยสถานการณ์คับขันที่เขาต้องเผชิญในพระราชวังชิวอู๋ เธอจึงเลือกที่จะปลดปล่อยวรยุทธของเธอออกมาเพื่อเอาชนะราชาใบไม้ท้องฟ้าและช่วยชีวิตเขา ทำให้ตระกูลหลัวแกะรอยที่อยู่ของเธอได้ และจากนั้นเธอก็ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องแยกตัวจากเขาไป

หลังจากนั้นไม่นาน จางเซวียนก็ได้พบกับหลัวเฉินชิงที่จักรวรรดิฉิงหย่วน

“ผมก็คิดว่าวิธีการฝึกฝนแบบนั้นมันโหดร้าย แต่ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าคุณไม่เต็มใจทำ ก็ไม่มีใครบังคับให้คุณทำได้ ผมจะพาตัวคุณไปเดี๋ยวนี้แหละ!” จางเซวียนโบกมือด้วยทีท่าของผู้ทรงอำนาจที่ไม่เปิดโอกาสให้มีการตั้งคำถามใดๆ

เป็นศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง แล้วไงล่ะ?

ถ้าลูกศิษย์ของผมไม่เต็มใจจะเรียนศิลปะชั่วร้ายของพวกคุณ ก็ไม่มีใครบีบบังคับเธอได้!

ต่อให้สวรรค์ก็บังคับให้เธอยินยอมทำสิ่งที่ขัดกับความตั้งใจของตัวเธอเองไม่ได้หรอก!

“ท่านอาจารย์…” จ้าวหย่านัยน์ตาแดงก่ำเมื่อเมื่อรู้สึกได้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยของจางเซวียน

ท่านอาจารย์ของเธออยู่ห่างไกลไปจากที่นี่หลายล้านลี้ แต่ทันทีที่เขาได้รับข้อความของเธอ ก็รีบมาโดยใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง การกระทำแบบนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ทั้งนั้น

“เอาล่ะ เราออกจากมิติลี้ลับนี่ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป” จางเซวียนพูด

เขาตรงเข้าหาจ้าวหย่า ตั้งใจจะฉุดเธอให้ลุกขึ้นยืนและพาตัวเธอไป แต่กลับตรงกันข้ามกับที่คิดไว้ จางเซวียนพบว่าจิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาถูกดึงให้ล้มลงไปกับพื้นแทน

“เกิดอะไรขึ้น?”

ในเมื่อตอนนี้จ้าวหย่าไม่มีวรยุทธใดๆ แล้ว เขาควรจะดึงตัวเธอขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะฉุดจะดึงสักแค่ไหน สาวน้อยก็ยังคงนิ่งอยู่กับที่ ราวกับเธอเป็นหนึ่งเดียวกับห้องนั้น

“ท่านอาจารย์ พลังปราณของฉันถูกสกัดไว้ด้วยตัวล็อคฉนวนสวรรค์” จ้าวหย่าพึมพำอย่างอ่อนแรงขณะที่ใบหน้าซีดเผือดและหายใจหอบ

ราวกับความเจ็บปวดบางอย่างกำลังโจมตีเธออยู่ ร่างของเธอซวนเซและแน่นิ่งอยู่กับพื้น

“พลังปราณของคุณถูกสกัดกั้นโดยตัวล็อคฉนวนสวรรค์?” จางเซวียนหรี่ตาด้วยความพรั่นพรึง ในตอนนั้น เขาโมโหจนแทบระเบิด “คุณกำลังบอกผมว่าผู้อาวุโสที่ 1 หลอมรวมตัวล็อคฉนวนสวรรค์เข้ากับร่างของคุณเพื่อปิดกั้นทางเดินพลังปราณของคุณอย่างนั้นหรือ?”

ก่อนหน้านี้ เขาได้ยินจากผู้อาวุโสไป๋แล้วว่ามีความเป็นไปได้ที่ผู้อาวุโสที่ 1 จะใช้ตัวล็อคฉนวนสวรรค์กับจ้าวหย่า แต่เมื่อเขาเห็นว่าไม่มีอะไรพันธนาการร่างของเธอ ก็รู้สึกโล่งอก จางเซวียนคิดว่าผู้อาวุโสที่ 1 คงไม่อยากทำอะไรรุนแรงถึงขั้นนั้นเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายจะชั่วร้ายกว่าที่เขาคิดไว้ เจ้าคนชั่วร้ายนั่นใช้ตัวล็อคฉนวนสวรรค์กับจ้าวหย่าจริงๆ !

ตัวล็อคฉนวนสวรรค์เป็นเครื่องมือทรมานชนิดหนึ่งที่แม้แต่นักรบระดับเซียนขั้น 9 ยังจนปัญญา มันสามารถสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสให้กับนักรบด้วยการพันธนาการแขนขาของพวกเขาไว้ รวมถึงหลอมรวมเข้ากับร่างกายของผู้นั้นเพื่อปิดกั้นทางเดินพลังปราณด้วย ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจทำให้ทางเดินพลังปราณของจ้าวหย่าถูกทำลาย วรยุทธของเธออาจได้รับความเสียหายอย่างถาวร ทำให้ถึงกับพิการได้!

“ใช่แล้ว” จ้าวหย่าตอบอย่างอ่อนแรง ร่างของเธอม้วนงออยู่กับพื้น ลมหายใจอ่อนลงทุกที ดูเหมือนความเจ็บปวดแสนสาหัสนี้พร้อมจะพรากสติสัมปชัญญะของเธอไปได้ทุกขณะ

“บ้าที่สุด! ผมจะเอาฉนวนนั่นออกเดี๋ยวนี้!” จางเซวียนหน้าดำคร่ำเครียดและรีบพุ่งเข้าใส่ร่างของจ้าวหย่า ตั้งใจจะใช้หอสมุดเทียบฟ้าเพื่อหาข้อบกพร่องของตัวล็อคฉนวนสวรรค์

แต่ไม่เกิดการกระตุกใดๆ ขึ้นในสมองของเขาเลย เขาจึงเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในรูปของจิตวิญญาณ

ถึงจางเซวียนจะสามารถใช้จิตวิญญาณต้นกำเนิดถ่ายโอนหนังสือเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้าได้ แต่เนื่องจากมันไม่มีรูปร่าง ไม่อาจแตะต้องวัตถุใดๆ เขาจึงไม่สามารถประมวลหนังสือเพื่อวิเคราะห์สภาวะของจ้าวหย่าได้

เว้นเสียแต่…จ้าวหย่าจะลุกขึ้นยืนและออกหมัดพื้นฐาน

แต่ด้วยสภาพของเธอตอนนี้ นั่นถือเป็นเรื่องเกินกำลัง

ถึงจางเซวียนจะโมโหแค่ไหน แต่เขาก็รู้ดีว่าโมโหไปย่อมไม่มีประโยชน์ จึงรีบระงับอารมณ์และสั่งการ “อย่าพยายามขับเคลื่อนพลังปราณของคุณนะ และถ้าเป็นไปได้ อย่าปลดปล่อยพละกำลังใดๆ ออกมาจากวรยุทธด้วย”

จ้าวหย่ารีบยับยั้งการไหลเวียนของพลังงานเอาไว้ ห้านาทีต่อมา ความเจ็บปวดก็ลดลง แต่ถึงตอนนั้น เสื้อผ้าของเธอก็ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ

“ฉันไม่เป็นไรแล้ว…” จ้าวหย่าพยายามลุกขึ้นยืนอย่างอ่อนแรง

“ตัวล็อคฉนวนสวรรค์ถูกหลอมรวมเข้ากับร่างของคุณ สกัดกั้นทางเดินพลังปราณไว้ ไม่เพียงแต่คุณจะใช้พละกำลังไม่ได้ ยังต้องไม่มีพลังจากภายนอกเข้ามากระทบคุณด้วย ไม่อย่างนั้นมันจะไปกระตุ้นกลไกของการทรมาน ทำให้คุณต้องเจ็บปวดแสนสาหัส” จางเซวียนพูด

ผู้อาวุโสที่ 1 ช่างเหี้ยมโหดเหลือเกิน

ทั้งไม่อนุญาตให้เธอสำแดงพละกำลัง และยังป้องกันไม่ให้ใครมาช่วยเธอได้ด้วย นี่เท่ากับปิดตายทุกหนทาง จนกว่าตัวล็อคฉนวนสวรรค์จะถูกนำออกไป ก็ไม่มีอะไรที่เขาจะทำได้

รู้ดีว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือกำจัดตัวล็อคฉนวนสวรรค์ จางเซวียนจึงพูดขึ้น “พยายามออกหมัดพื้นฐานให้ผมดูหน่อย”

“ได้” จ้าวหย่าพยักหน้าพร้อมกับสำแดงเพลงหมัดอย่างอ่อนแรง

ถึงเธอจะไม่ได้ใช้พละกำลังมากนัก แต่ก็ยังทำให้เหงื่อผุดออกจากหน้าผาก ใบหน้าของเธอซีดเผือดด้วยความอ่อนเพลีย

วิ้ง!

แต่โชคดีที่ความพยายามนั้นไม่สูญเปล่า หนังสือเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในสมองของจางเซวียน

เขารีบพลิกดู

“จ้าวหย่า, หัวหน้าน้อยของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง…ข้อบกพร่อง 1.สภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ถูกปลุกขึ้นได้ถึงระดับที่ 7 2.ทางเดินพลังปราณถูกปิดกั้นด้วยตัวล็อคฉนวนสวรรค์ ทำให้ไม่อาจสำแดงพละกำลังได้ 3…”

หลังจากอ่านรายละเอียดทั้งหมด จางเซวียนก็หน้าดำคร่ำเครียดยิ่งกว่าเดิม

หนังสือพูดถึงตัวล็อคฉนวนสวรรค์ก็จริง แต่ก็แค่กล่าวถึงสภาวะปัจจุบันของจ้าวหย่าเท่านั้น ไม่ใช่ข้อบกพร่องของมัน

พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ หนังสือที่ประมวลขึ้นเกี่ยวกับจ้าวหย่านั้นบอกเขาแค่เรื่องข้อบกพร่องของวรยุทธของเธอ แม้จะมีการกล่าวถึงตัวล็อคฉนวนสวรรค์ แต่ก็เป็นเพียงข้อสังเกต ไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการทำลายหรือนำมันออกได้เลย

ดูเหมือนแม้แต่หอสมุดเทียบฟ้าก็ไม่มีความสามารถพอที่จะหยั่งถึงในสิ่งที่ไม่ได้สัมผัสโดยตรงกับตัวเขา!

นอกเสียจากว่าเราสามารถหาตำแหน่งที่แท้จริงของตัวล็อคฉนวนสวรรค์ในร่างของเธอและสัมผัสกับมันได้โดยตรง หรือไม่ก็ให้ผู้อาวุโสที่ 1 มาถอดมันออกด้วยตัวเอง เราคงทำอย่างอื่นไม่ได้แล้ว! จางเซวียนคิดขณะที่สีหน้าของเขาย่ำแย่ลงเรื่อยๆ

สิ่งที่ผู้อาวุโสที่ 1 ทำไม่ต่างอะไรกับการฝังระเบิดลงไปในร่างของจ้าวหย่า เธอเป็นคนเดียวที่จะสามารถแก้ไขได้ ซึ่งหากคนอื่นแตะต้องมัน มันก็จะระเบิด!

“ท่านอาจารย์…” จ้าวหย่าหันมา

“ไม่ต้องห่วงนะ ในเมื่อผมพูดแล้วว่าผมจะช่วยคุณ ผมก็ต้องทำให้ได้ ตามผมมา” จางเซวียนพูดก่อนจะมุ่งหน้าไป มีจ้าวหย่าตามไปติดๆ

ตราบใดที่เธอไม่ใช้พละกำลังจากวรยุทธของตัวเอง ก็จะไม่ต้องรับความเจ็บปวดจากตัวล็อคฉนวนสวรรค์ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ถึงเธอจะไม่มีวรยุทธแล้ว แต่อย่างน้อยก็ยังสามารถเดินไปไหนมาไหนได้เหมือนกับคนธรรมดา

ไม่ช้าทั้งคู่ก็มาถึงประตูทางเข้าที่ผู้อาวุโสที่ 1 เพิ่งออกไป จางเซวียนเพ่งมองค่ายกลที่อยู่ตรงหน้าเขาและพึมพำ ‘ข้อบกพร่อง!’

หนังสือเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในหอสมุดเทียบฟ้า

การค้นหามิติลี้ลับจากภายนอกนั้นเป็นเรื่องยาก การค้นหาจากภายในจะง่ายกว่า

หลังจากที่ดูหนังสืออย่างรวดเร็ว จางเซวียนก็พบข้อบกพร่องในค่ายกลและเพ่งพลังจิตวิญญาณของเขาไปที่จุดๆ หนึ่ง

ครืดดดด!

เกิดรอยร้าวขึ้นในมิติที่เคยเสถียร มันขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเกิดเป็นช่องขนาดใหญ่

“มันจะสมานตัวเร็วๆ นี้ เพราะฉะนั้นเราต้องรีบออกไป!” จางเซวียนสั่งการก่อนจะรีบออกจากมิติลี้ลับ

จ้าวหย่ารีบตามเขาไปติดๆ

ทันทีที่ทั้งคู่ออกจากมิติลี้ลับ ก็เห็นรอยแยกของมิติที่อยู่ด้านหลังสมานตัวเข้าหากันและหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

เมื่อรู้ตัวว่าพวกเขาออกจากหอสงบใจได้แล้ว จางเซวียนสำรวจพื้นที่โดยรอบ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใคร เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“เราจะต้องไปที่บ้านพักของผู้อาวุโสไป๋” จางเซวียนส่งโทรจิตหาจ้าวหย่า

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!