ตอนที่ 1545 การดวลกับเซียนดาบ
กระแสดาบฉีนั้นทั้งทรงพลังและสง่างามมีเจตจำนงอยู่เต็มเปี่ยมถึงจะมาจากระยะไกลแต่ก็ไม่ได้ถูกแนวคิดเรื่องเวลาจำกัดไว้ดูเหมือนมันจะมาปรากฏตรงหน้าหมัดของหุ่นอารักขาสวรรค์และช่วยชีวิตปรมาจารย์จานไว้ได้อย่างฉิวเฉียด
หุ่นอารักขาสวรรค์โจมตีด้วยพละกำลังเต็มพิกัดแต่อีกฝ่ายสามารถปัดป้องมันออกไปได้อย่างง่ายดาย
“ผู้เชี่ยวชาญ…” หวังหยิ่งหรี่ตาอย่างหวาดระแวง
เธอรีบหันไปยังทิศทางที่กระแสดาบฉีพุ่งมาในเวลาเดียวกันเจิ้งหยางก็ถือหอกในมือเอาไว้มั่นเตรียมพร้อมออกตัวได้ทุกขณะ
สามารถปัดป้องการโจมตีของหวังหยิ่งได้จากระยะไกลขนาดนั้นความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นจะต้องเทียบเท่ากับเหรินชิงหยวนเป็นอย่างน้อยอันที่จริงในแง่ของศิลปะเพลงดาบเขาเหนือชั้นกว่าเหรินชิงหยวนด้วยซ้ำ
“มันคือแก่นเพลงดาบที่เน้นความเร็ว” จางเซวียนที่กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการสร้างทางเดินพลังปราณให้จ้าวหย่าโพล่งออกมาเขาพยักหน้าและตอบข้อสงสัยของทุกคน “น่าจะเป็นหัวหน้าตระกูลจางท่านพ่อของทายาทน้อย,เซียนดาบชิง”
เขาได้ศึกษาแก่นเพลงดาบของตระกูลจางมาแล้วเมื่อตอนที่ไปเยือนตระกูลจางและรู้ประสิทธิภาพของมันดีมันสามารถปลดปล่อยกระแสดาบฉีให้เข้าถึงตัวคู่ต่อสู้ได้ในพริบตาโดยไม่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดของเวลาซึ่งคนคนเดียวที่สามารถควบคุมมันได้อย่างแม่นยำจากระยะไกลขนาดนั้นก็คงมีแต่หัวหน้าตระกูลจางผู้เป็นตำนาน,เซียนดาบชิง!
ตอนเราอยู่ที่ตระกูลจางเราตั้งใจจะท้าเขาดวลแต่เขาก็ไม่อยู่ในเมื่อตอนนี้เขามาแล้วก็เป็นโอกาสดีที่เราจะได้เห็นว่าเขาแข็งแกร่งอย่างที่ใครๆ พูดหรือเปล่า!จางเซวียนคิดพร้อมกับยิ้ม
ระหว่างที่เขาเดินทางไปยังตระกูลจางจางเซวียนตั้งใจจะท้าดวลกับเซียนดาบชิงแต่ลงท้ายเขาก็ไม่ได้พบอีกฝ่ายใครจะไปคิดว่าทั้งคู่จะมาเจอกันอีกครั้งที่นี่?
ซึ่งในเมื่อเป็นอย่างนั้นเขาก็จะใช้เซียนดาบชิงเป็นเครื่องทดสอบพละกำลังที่ได้มาใหม่พร้อมกับล้างแค้นให้ผู้อาวุโสเจี้ยนและที่สำคัญกว่าก็คือเขาจะพูดจากับอีกฝ่ายให้ชัดเจนว่าถ้าลูกชายของเขาอยากแต่งงานกับหลัวลั่วชิงก็จะต้องข้ามศพของจางเซวียนไปก่อน!
ฟึ่บ!
ทันทีที่จางเซวียนเกิดความคิดนั้นมิติที่อยู่เหนือร่างของเขาก็สั่นสะท้านร่างของคนสองคนปรากฏขึ้นเป็นชายวัยกลางคนกับหญิงวัยกลางคนทั้งคู่คือคู่สามีภรรยาที่ออกเดินทางไปทั่วเพื่อตามหาลูกชายของตัวเอง,เซียนดาบชิงกับเซียนดาบเหมิง!
ทั้งสองกำลังอยู่ในทิศทางที่ตรงข้ามกับสมาพันธ์นานาจักรวรรดิตอนที่ได้รับข้อความของปรมาจารย์หยางจากนั้นก็รีบมาที่นี่
“ท่านหัวหน้า…” เมื่อเห็นทั้งคู่จางหวู่เหิงลนลานเข้าไปหาราวกับพบผู้ช่วยชีวิต
“ผู้อาวุโสที่ 1,เกิดอะไรขึ้นกับคุณ?” เซียนดาบชิงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
ในฐานะตระกูลหมายเลข 1 ของทวีปแห่งปรมาจารย์แม้แต่สภาปรมาจารย์ก็ยังต้องปฏิบัติต่อตระกูลจางด้วยความระมัดระวังแต่ผู้อาวุโสที่ 1 ถูกซ้อมจนอยู่ในสภาพนี้ไม่หลงเหลือเกียรติยศศักดิ์ศรีไว้ให้ตระกูลจางเลย…ใครกันที่เป็นตัวการ?
“ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้าจางเซวียนกับบรรดาลูกศิษย์ดื้อด้านของเขา!” จางหวู่เหิงคำรามขณะชี้ไปยังชายหนุ่มที่อยู่ด้านล่าง “ท่านหัวหน้าคุณจะต้องชดเชยความเสียหายให้ผมนะไม่อย่างนั้นใครต่อใครจะมองตระกูลจางของเราอย่างไร?ถ้าเราไม่รับมือกับเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดล่ะก็เราจะกลายเป็นตัวตลกของทั่วทั้งทวีปแห่งปรมาจารย์แน่!”
“จางเซวียน?” เมื่อได้ยินคำตอบของจางหวู่เหิงเซียนดาบเหมิงรีบมองตามนิ้วของอีกฝ่ายไม่ช้าก็เห็นสายตาของชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังมองมาที่เธอเช่นกัน
ร่างของเธอสั่นสะท้านจนหยุดไม่ได้ขึ้นมาทันที
“ที่รักจะต้องเป็นเขาแน่!ฉันแน่ใจ-ต้องเป็นเขา!” เซียนดาบเหมิงร้อนรนส่งโทรจิตหาสามีของเธอ
เธอไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงแน่ใจว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเป็นลูกชายแม้ทุกอย่างจะยังไม่ได้รับการพิสูจน์แต่เซียนดาบเหมิงก็เชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเองเสมอมาเธอรู้สึกได้ถึงสายสัมพันธ์ที่ไม่อาจอธิบายได้กับชายหนุ่มคนนั้น
เกรงว่าภรรยาของเขาจะก่อเรื่องเซียนดาบชิงคว้ามือของเธอมาบีบแน่น “ใจเย็นก่อนที่รักขอแค่เขาเป็นลูกชายของเราวันนี้เราจะต้องได้ตัวเขาแน่…”
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ด้วยข้อเท็จจริงที่ผู้อาวุโสที่ 1 ถูกซ้อมจนอยู่ในสภาพนี้ทั้งที่มีปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวอยู่มากมายก็บ่งบอกแล้วว่าจางเซวียนไม่ใช่คนธรรมดา
ถ้าอีกฝ่ายเป็นลูกชายของพวกเขาจริงๆ ก็เป็นเรื่องหนึ่งแต่หากเขาไม่ใช่แล้วทั้งคู่รีบเข้าไปเหมาเอาว่าเป็นอย่างนั้นก็คงจะกลายเป็นเรื่องกระอักกระอ่วนมาก
เพียงเท่านี้ตระกูลจางก็อยู่ในสภาพที่น่าอับอายมากพออยู่แล้วหากทั้งคู่ทำอะไรผิดพลาดอีกชื่อเสียงของตระกูลคงป่นปี้ไม่มีเหลือ!
เซียนดาบเหมิงรับรู้ความกังวลของสามีเธอกัดฟันส่งโทรจิตหาเขา “คุณแคลงใจคำพูดของฉันหรือ?ไม่มีทางที่ฉันจะจำลูกชายของตัวเองไม่ได้!ถึงเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่เลือดของฉันก็ยังคงไหลเวียนอยู่ในร่างของเขา!”
“ผมรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไรเขาเป็นลูกชายของคุณก็เป็นลูกชายของผมเหมือนกัน!คุณร้อนใจอยากเข้าไปหาเขาผมก็ร้อนใจแต่ตอนนี้เราจะต้องสงบสติอารมณ์ไว้และต้องแน่ใจก่อนว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด!มีปานแดงอยู่ที่ก้นของลูกชายของเราหรือเปล่า?ผมจะหาโอกาสถามเรื่องนี้ทีหลังซึ่งทันทีที่เราพิสูจน์เรื่องนั้นได้เราจะรับตัวเขาเข้ามาทันทีตกลงไหม?” เซียนดาบชิงปลอบโยนภรรยา
ถึงลูกชายของเขาจะเป็นเซียนแต่กำเนิดแต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่าเขายังเป็นเพียงเด็กทารกตอนที่ถูกพรากไปยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะมีรังสีของจิตวิญญาณที่แตกต่างไปจากลูกชายของเขาทำให้จำเป็นมากที่จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจน
ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดและเป็นการคุกคามน้อยที่สุดก็คือการตรวจสอบปานแดงของเขา
ร่างกายทุกส่วนของมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาแต่ปานของคนคนหนึ่งจะไม่มีทางหายไป
“ก็ได้!” รู้ดีว่าคำพูดของเซียนดาบชิงมีเหตุผลเซียนดาบเหมิงจึงพยักหน้าและพยายามระงับอารมณ์
เห็นทั้งคู่พึมพำกับตัวเองไม่หยุดตั้งแต่มาถึงเจิ้งหยางเลิกคิ้วและเดินเข้าไปหา “คุณคือหัวหน้าตระกูลจางใช่ไหม?มาได้เวลาพอดีผมยังไม่มีโอกาสได้ดวลกับใครเลยคุณจะสู้กับผมหรือเปล่า?”
เกรงว่าเซียนดาบชิงจะไม่รู้จักชายหนุ่มจางหวู่เหิงรีบรายงานผ่านโทรจิต “หมอนี่เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของจางเซวียนเขาคือทายาทยอดขุนพล,เจิ้งหยาง!”
“อ้อคุณคือทายาทยอดขุนพลเจิ้งหยางนี่เองผมได้ยินชื่อของคุณมานานแล้วแต่ไม่คิดว่าคุณจะเป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์จาง…” เซียนดาบชิงประสานมือและทักทายชายหนุ่ม
“อย่ามัวพูดพล่ามอยู่เลยบอกมาก็พอว่าจะดวลหรือไม่ดวล!ตระกูลจางของคุณหยามเกียรติท่านอาจารย์ของผมมากแต่ผู้อาวุโสที่ 1 ของคุณก็ยังไม่ยอมกล่าวคำขอโทษถ้าคุณไม่อยากดวลกับผมล่ะก็ผมจะยอมจบเรื่องนี้หากคุณยอมกล่าวคำขอโทษ!” เจิ้งหยางมองเซียนดาบชิงอย่างอาจหาญเขาชูหอกขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างามทำให้อากาศโดยรอบส่งเสียงหวีดหวิวเพราะแรงกดดันจากการเคลื่อนไหวนั้น
เขารู้ว่าเซียนดาบชิงเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกาจไร้เทียมทานซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อหลายปีก่อนแต่ในฐานะทายาทยอดขุนพลเขาก็ตั้งใจไว้แน่วแน่ว่าจะไม่ถอยให้คู่ต่อสู้คนไหนทั้งสิ้นความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา
ในเมื่อเขามาที่นี่เพื่อล้างแค้นแทนท่านอาจารย์เขาก็จะต้องเล่นงานทั้ง 3 กลุ่มอำนาจให้ยอมจำนนให้ได้เพื่อให้คนเหล่านั้นไม่กล้าพูดอะไรอีก
“ดวลกับคุณน่ะผมไม่มีปัญหาหรอกแต่…” เซียนดาบชิงหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มให้ “ผมบังเอิญมีนัดดวลกับท่านอาจารย์ของคุณในเมื่อเราทั้งคู่อยู่ที่นี่แล้วผมก็คิดว่าควรจะจัดการเรื่องนั้นให้เรียบร้อยก่อนที่จะมาถึงเรื่องของคุณ!”
“คุณคิดว่าใครหน้าไหนก็ได้ก็มีคุณสมบัติเพียงพอจะดวลกับท่านอาจารย์ผู้ทรงเกียรติของผมหรือ?” เจิ้งหยางคำราม “เอาเถอะถ้าคุณเอาชนะผมได้คุณจะท้าทายท่านอาจารย์ของผมผมก็ไม่ว่าอะไรแต่ถ้าคุณเอาชนะผมไม่ได้ล่ะก็รู้ไว้เสียด้วยนะว่าผมจะไม่ลดละจนกว่าคุณจะกล่าวคำขอโทษ!”
“คุณพูดจามีเหตุผลเป็นเรื่องเหมาะสมที่ลูกศิษย์คนหนึ่งจะยืนหยัดเพื่อผลประโยชน์ของอาจารย์ซึ่งเรื่องนั้นผมก็พูดอะไรไม่ได้” เซียนดาบชิงพูด “แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความขัดแย้งกับตระกูลจางคือท่านอาจารย์ของคุณและเมื่อเขาเข้ามาจัดการด้วยตัวเองเท่านั้นใครต่อใครถึงจะยอมรับผลที่เกิดขึ้นตามมาในฐานะลูกศิษย์คุณไม่คิดว่าจะเป็นการแสดงความไม่เคารพหรือที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจธุระของท่านอาจารย์?ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปผู้คนคงจะพากันคิดว่าที่ทุกอย่างคลี่คลายไปได้ก็เพราะปรมาจารย์จางมีลูกศิษย์ที่ดีซึ่งนั่นคงดูไม่ดีหรอกนะใช่ไหม?”
“คือ…” เจิ้งหยางถึงกับอับจนถ้อยคำ
ในใจของเขาคิดแต่ว่าจะล้างแค้นให้ท่านอาจารย์ได้อย่างไรจึงไม่ได้ใคร่ครวญให้ลึกซึ้งถึงผลที่อาจจะตามมาจากการกระทำของเขา
เขาไม่อยากยอมรับแต่เซียนดาบชิงก็พูดถูกแน่นอนว่าการที่ลูกศิษย์คนหนึ่งจะก้าวเข้าไปปกป้องท่านอาจารย์เป็นเรื่องดีแต่หากทำอะไรล้ำเส้นก็จะทำให้อาจารย์ดูไร้สมรรถภาพไปแทน
และคำว่าไร้สมรรถภาพนั้นก็เป็นคำที่ไม่มีปรมาจารย์คนไหนอยากเข้าไปเกี่ยวข้อง
“ท่านอาจารย์ผม…” เมื่อเข้าใจทุกอย่างเจิ้งหยางหันไปมองจางเซวียนเพื่อขอความเห็นซึ่งอีกฝ่ายก็หัวเราะหึๆ
“ไม่เป็นไรผมจัดการเองได้เป็นความจริงที่ผมมีนัดดวลกับหัวหน้าตระกูลจางและในเมื่อเขาอยากจะสะสางผมก็ยิ่งกว่าเต็มใจที่จะทำให้เขาได้สมหวัง!”



