ตอนที่ 298 กล่าวหา
“ขอผมทราบหน่อยว่าอะไรที่หายไป?”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ปรมาจารย์หลิวถึงกับขมวดคิ้ว เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายโกหก?
“สมุนไพรล้ำค่าของผมหายไปต้นหนึ่ง!”
นายแพทย์ไป๋ชานเคยใช้ลูกไม้นี้มาก่อนแล้ว เขาพูดต่อไปด้วยอาการสงบ “คืนมันมาเดี๋ยวนี้เลย ไม่อย่างนั้นฉันจะรายงานเรื่องของเธอ และเธอก็จะต้องติดตะราง!”
“ปรมาจารย์หลิว ฉันไม่ได้เอาอะไรของเขามา หมอนั่นใส่ร้ายฉัน!”
จ้าวหย่าลนลานอธิบาย
“จริงๆนะ ปรมาจารย์หลิว พ่อของจ้าวหย่าน่ะเป็นถึงเจ้าเมืองไป๋หยู เธอมีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ไม่มีทางไปขโมยของๆใครหรอก!”
“อาจารย์จางก็เป็นนักปรุงยา เธอจะต้องไปขโมยสมุนไพรทำไม?”
เจิ้งหยางกับคนอื่นๆก้าวออกมา
เด็กๆได้ใช้เวลาคุ้นเคยใกล้ชิดกันมาพักใหญ่ จึงเป็นธรรมดาที่จะต้องเชื่อใจจ้าวหย่า เธอจะไปขโมยของของตาแก่อ้วนคนนี้ได้อย่างไรกัน?
“พอ!”
ปรมาจารย์หลิวยกมือให้ทุกคนเงียบ ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่าย
“ผมคือหลิวหลิง, ปรมาจารย์ระดับ 1 ดาวจากอาณาจักรเป๋ยอู๋ เด็กพวกนี้คือลูกศิษย์ที่ผมพามาด้วย และดูเหมือนจะมีการเข้าใจผิดกัน…”
เขาสะบัดข้อมือ และตราสัญลักษณ์ปรมาจารย์ก็มาอยู่ในฝ่ามือของเขา
“ปรมาจารย์ระดับ 1 ดาว?”
นายแพทย์ไป๋ชานผงะไป
ที่เมืองหลวงแห่งอาณาจักรเทียนหวู่ ปรมาจารย์มีสถานภาพสูงส่ง แม้ทั้งคู่จะอยู่ในระดับ 1 ดาวเหมือนกัน แต่นายแพทย์อย่างเขาก็ยังห่างไกลจากปรมาจารย์มากนัก
แต่สำหรับที่นี่ ผู้ที่มีเกียรติยศสูงส่งอย่างแท้จริงจะต้องเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวขึ้นไป
ด้วยความเป็นผู้คร่ำหวอดและจัดเจนในเมืองหลวง เขาจึงไม่เกรงกลัวคนนอก เป็นปรมาจารย์แล้วไง? ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ได้มาจากเมืองหลวงของอาณาจักรเทียนหวู่ เขาก็มีเป็นหมื่นวิธีที่จะปิดปากหมอนั่น
อีกอย่าง เขาเพิ่งเรียกความยำเกรงจากนายแพทย์ระดับ 1 ดาวคนอื่นๆกลับมาได้ และความภาคภูมิใจในตัวเองก็มีท่วมท้น นายแพทย์ไป๋ชานจึงทำหน้าตาเคร่งเครียดและพูดว่า “เข้าใจผิดกันหรือ? ขนาดประธานสมาคมนายแพทย์ยังให้ความเคารพผมเลย แต่คุณพูดว่าผมกล่าวหาลูกศิษย์ของคุณ?”
“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น…”
ปรมาจารย์หลิวไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะประกาศศักดา เขาจึงรีบอธิบาย
ที่อาณาจักรเทียนเซวียนและอาณาจักรเป๋ยอู๋ ไม่มีใครกล้าหาเรื่องปรมาจารย์ระดับ 1 ดาว แต่ในอาณาจักรขั้น 1 อย่างเทียนหวู่ สถานภาพของปรมาจารย์ไม่ได้สูงส่งนัก
ตระกูลผู้มีอิทธิพลบางตระกูลถึงกับมีปรมาจารย์ประจำตระกูลเป็นของตัวเองเสียด้วยซ้ำ
นั่นคือเหตุผลที่ว่า แม้สถานภาพของปรมาจารย์จะทำให้หลายคนยำเกรง แต่ผู้ที่มีคนหนุนหลังดีๆก็จะไม่ยำเกรงปรมาจารย์มากมายนัก ยกเว้นว่าจะเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว!
เพราะมีสภาปรมาจารย์หนุนหลัง ปรมาจารย์หลิวจึงไม่กังวลว่าจะใครจะมาหาเรื่องเขา แต่สำหรับจ้าวหย่าและคนอื่นๆนั้นแตกต่างออกไป
พวกเขาไม่ได้มีเส้นสายที่นี่ ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสมล่ะก็ ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่
ถ้าอีกฝ่ายยังยืนกรานอย่างหน้าด้านๆแบบนี้ ก็ย่อมจะต้องกระทบกับชื่อเสียงของเขาในฐานะปรมาจารย์
“ถ้าคุณไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แล้วคุณหมายความว่าอย่างไร? ลูกศิษย์ของคุณขโมยของของผม แล้วผมก็วิ่งไล่ตามเธอมาตลอดทางเพื่อมาเอาคืน คุณจะพูดว่าผมวิ่งตามเธอมาเฉยๆอย่างนั้นหรือ?”
นายแพทย์ไป๋ชานสะบัดมืออย่างวางมาด เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังกลัว และนั่นก็ทำให้เขายิ่งได้ใจ
“นายท่าน มีอะไรหรือ?”
ทั้งสองฝ่ายขึ้นเสียงใส่กัน การวิวาทนี้จึงทำให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมเทียนหวู่ต้องเข้ามา
“ลูกค้าของคุณน่ะขโมยของของผม คุณคิดว่าผมควรทำอย่างไรล่ะ?” นายแพทย์ไป๋ชานดึงเก้าอี้มาตัวหนึ่งแล้วนั่งลง
“เอ่อ…”
เถ้าแก่ถึงกับตระหนก
ก่อนที่เขาจะเข้ามา ผู้ช่วยก็ได้รายงานสถานการณ์ให้รู้ก่อนแล้ว ฝ่ายหนึ่งเป็นถึงปรมาจารย์ระดับ 1 ดาว และอีกฝ่ายคือนายแพทย์ไป๋ชานผู้โด่งดัง ซึ่งเขาก็ไม่กล้าแตะต้องทั้งคู่
“อันที่จริงก็ไม่ควรทำให้คุณยุ่งยาก ในเมื่อคุณจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ เชิญหน่วยตรวจการณ์มาก็แล้วกัน!” นายแพทย์ไป๋ชานหรี่ตามองด้วยความมั่นใจ ปรมาจารย์ที่มาจากเมืองต๊อกต๋อยอย่างอาณาจักรเป๋ยอู๋…ไม่มีเหตุให้ต้องกลัวเลย!
“ขอรับ ขอรับ!”
เถ้าแก่ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก เขารีบสั่งการผู้ช่วย ซึ่งฝ่ายนั้นก็ตะลีตะลานออกไป
เมืองหลวงแห่งอาณาจักรเทียนหวู่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล และมีการปะทะทะเลาะวิวาททุกรูปแบบเกิดขึ้นทุกวัน การแก้ปัญหาอย่างทันท่วงทีเท่านั้นที่จะรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยไว้ได้ ดังนั้น เชื้อพระวงศ์แห่งอาณาจักรเทียนหวู่จึงจัดตั้งหน่วยตรวจการณ์ขึ้นมาดูแลความสงบเรียบร้อยภายในเมืองหลวง
เมื่อเกิดปัญหา ก็สามารถแจ้งเรื่องราวและเชิญพวกเขามาได้ทันที
“เอ่อ…ขอผมทราบได้ไหมว่าสมุนไพรชนิดไหนที่คุณทำหาย การเรียกหน่วยตรวจการณ์มาในเวลานี้คงไม่สะดวกแน่ ทำไมเราไม่จัดการกันเองล่ะ!”
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเรียกหน่วยตรวจการณ์มา ปรมาจารย์หลิวจึงเลือกที่จะอ่อนข้อ
การมาอยู่ในถิ่นคนอื่นก็เป็นข้อเสียเปรียบที่หนักหนาพอแล้ว ถึงอย่างไรหน่วยตรวจการณ์ก็ย่อมเข้าข้างอีกฝ่าย ถ้าพวกเขาตัดสินว่าจ้าวหย่าขโมยของของนายแพทย์คนนี้จริงๆ เธอก็จะต้องเจอกับการตั้งคำถามและการสอบสวนอีกร้อยแปด
ถ้าเป็นตัวเขา เขาจะไม่กลัวหมอนั่นเลย เพราะถ้าไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาปรมาจารย์ ก็ไม่มีใครจับกุมปรมาจารย์ได้
เพราะจ้าวหย่ากับเด็กคนอื่นๆมาจากอาณาจักรเทียนเซวียนอันสงบเสงี่ยมเจียมตัว และไม่มีภูมิหลังใหญ่โตอะไร หากการสอบสวนเริ่มต้นเมื่อไหร่ ย่อมใช้เวลายาวนานหลายเดือน และหากถูกตัดสินให้ติดตะราง พวกเขาจะเอาอะไรไปแก้ต่างให้?
‘ศิษย์พี่’ ได้ฝากฝังลูกศิษย์กลุ่มนี้ไว้กับเขา ถ้าเด็กพวกนั้นต้องถูกขัง เขาจะมีหน้าไปพบ ‘ศิษย์พี่’ ได้อย่างไร?
ดังนั้น ปรมาจารย์หลิวจึงตัดสินใจจะจัดการเรื่องนี้ด้วยสันติวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
“สมุนไพรชนิดไหนหายไปน่ะหรือ? ในเมื่อคุณอยากรู้ ผมก็จะบอก ที่หายไปคือ ‘หญ้าเหล็กกล้าสีเขียว’ อายุหนึ่งพันปี มูลค่าของมัน…อย่างน้อยๆก็ 10 ล้านเหรียญ! จะเคลียร์กันตรงนี้ก็ได้นะ คุณเลือกเอาว่าจะจ่ายผมมา 10 ล้าน หรือส่งตัวแม่สาวคนนี้ให้ผม”
นายแพทย์ไป๋ชานมองพวกเขาอย่างย่ามใจ
เรื่องจิ๊บจ๊อย! อยากจะเคลียร์ตรงนี้ใช่ไหม ก็มาดูกันว่าฉันจะเล่นแง่อะไรกับแกได้บ้าง!
“แก…ไอ้สารเลว!”
“แกกล้ากล่าวหาฉันได้อย่างไร!”
จ้าวหย่านึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะหน้าด้านขนาดนี้ เธอหน้าแดงก่ำและหายใจถี่ด้วยความเดือดดาล
เจิ้งหยางกับคนอื่นๆก็กำหมัดแน่น
“หญ้าเหล็กกล้าสีเขียวอายุหนึ่งพันปี?”
ปรมาจารย์หลิวถึงกับหน้าเครียด
ในฐานะปรมาจารย์ ถึงเขาจะไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องยาเป็นพิเศษ แต่ก็เคยได้ยินชื่อหญ้าเหล็กกล้าสีเขียว หญ้าชนิดนี้ที่แก่จัดเต็มที่จนมีอายุถึงหนึ่งพันปีนั้นมีมูลค่ามหาศาล ต่อให้ 10 ล้านเหรียญทองก็อาจยังซื้อไม่ได้สักต้น
ด้วยเงินเก็บที่สะสมไว้หลายปี ก็แน่นอนว่า 10 ล้านเหรียญทองย่อมเป็นเงินที่เขามีอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าใครก็รับไม่ได้หากจะโดนไถเงินกันหน้าด้านๆแบบนี้
“ใช่แล้ว!”
นายแพทย์ไป๋ชานเคาะนิ้วกับโต๊ะ เขาปรือตาขึ้นมองและพูดว่า “หลังจากที่ชนกับลูกศิษย์ของคุณ สมุนไพรที่ผมนำมาด้วยก็หายไป ถ้าไม่ใช่เธอ แล้วใครล่ะที่จะต้องรับผิดชอบ? คุณจะจ่ายเงินให้ผม หรือส่งตัวเธอให้ผมพาไปสอบสวนก็ได้ ไม่อย่างนั้นผมจะป่าวประกาศเรื่องนี้กับฝูงชน ให้รู้กันทั่วว่าคุณเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับการทำตัวไม่เหมาะสมของลูกศิษย์ แล้วมาดูกันว่าสภาปรมาจารย์จะจัดการกับคุณอย่างไร!”
เขารินน้ำชาให้ตัวเองขณะที่พูด และชำเลืองมองปรมาจารย์หลิวอย่างสะใจ
“เอ่อ…”
ปรมาจารย์หลิวหน้าซีด
อีกฝ่ายดูเหมือนจะรู้จุดอ่อนของปรมาจารย์
ปรมาจารย์ทุกคนให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของตัวเอง ถ้าเขาต้องถูกกล่าวหาว่าละเลยความประพฤติไม่เหมาะสมของลูกศิษย์ แล้วต่อไปจะเข้าสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวได้อย่างไร? แล้วจะสู้หน้ากับชาวโลกได้อย่างไร?
ตึ้ง!
ทั้งห้องเงียบกริบเมื่อชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งกรูเข้ามา ผู้ช่วยของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมกลับมาพร้อมกับหน่วยตรวจการณ์
ทั้งกลุ่มมีวรยุทธขั้นต่ำอยู่ที่ขั้น 6-พี่เชวี่ย และคนที่ยืนหน้าสุดเป็นนักรบขั้น 7-ทงฉวน พวกเขาสวมเกราะเหล็กเต็มตัวและถือหอกไว้ในมือ ดูเป็นกลุ่มคนที่แสนจะเลือดเย็น
“คารวะนายแพทย์ไป๋ชาน!”
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโถง เหล่าสมาชิกของหน่วยตรวจการณ์ก็มองไปรอบๆห้อง และจำนายแพทย์ไป๋ชานได้ทันที พวกเขาตรงเข้ามาประสานมือคารวะ
สำหรับบุคคลที่โดดเด่นที่สุดในเมืองหลวงในเวลานี้ อันดับหนึ่งย่อมเป็นองค์หญิงที่ 3, โม่หยู่ อย่างไม่ต้องสงสัย และถัดจากนั้นก็คือบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา
ว่ากันว่าเขาสามารถรักษาอาการป่วยที่แม้แต่นายแพทย์ระดับ 3 ดาวก็รักษาไม่ได้ ซึ่งก็แปลว่าความสามารถของเขาย่อมเหนือชั้นกว่านายแพทย์ระดับ 3 ดาวเสียอีก แต่การที่เขาไม่ได้เข้ารับการทดสอบก็เพราะระดับวรยุทธที่อ่อนด้อย
“อ้อ หัวหน้าหน่วยตรวจการณ์เหยานี่เอง!”
มองปราดเดียว ไป๋ชานก็จำอีกฝ่ายได้เช่นกัน เขาโบกมืออย่างวางมาดและประกาศว่า “ในเมื่อเป็นคุณ เรื่องนี้ก็ง่ายขึ้น แม่สาวคนนี้ขโมยสมุนไพรที่เซียนสมุนไพรเพิ่งมอบให้ผมมา, หญ้าเหล็กกล้าสีเขียวอายุหนึ่งพันปี คุณคิดว่าเราควรจัดการเรื่องนี้อย่างไร?”
“เซียนสมุนไพร?”
หัวหน้าเหยาถึงกับหน้าถอดสี
เซียนสมุนไพรคือบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในเมืองหลวง เขาเป็นตัวแทนของห้องโถงแห่งยาพิษ ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นเจ้าเมืองบัวแดง แม้แต่เชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรเทียนหวู่ก็ยังไม่กล้ามีเรื่องกับเขา
ถ้าเซียนสมุนไพรมอบสมุนไพรให้นายแพทย์ไป๋ชานเป็นการส่วนตัว ก็แสดงว่าที่เล่าลือกันนั้นเป็นเรื่องจริง เขาต้องจัดการกับเรื่องนี้อย่างเข้มวงวดเสียแล้ว
“บังอาจ! คุณกล้าขโมยสมุนไพรของนายแพทย์ไป๋ชานได้อย่างไร?”
หัวหน้าเหยาคำรามกร้าวและเดินไปหาปรมาจารย์หลิว “เพื่อแสดงความเคารพต่อตำแหน่งปรมาจารย์ของคุณ ผมจะไม่ทำให้คุณต้องมีปัญหา ช่วยส่งตัวลูกศิษย์ของคุณให้ผมพาไปสอบสวนด้วย วางใจได้เลยว่าหน่วยตรวจการณ์นั้นมีความเที่ยงธรรม หากเธอไม่ผิด ผมจะมอบความยุติธรรมให้ แต่ถ้าเธอขโมยบางอย่างมาจริงๆ ต่อให้คุณเป็นถึงปรมาจารย์ แต่เราก็จะแจ้งเรื่องนี้ให้สภาปรมาจารย์รับรู้ทันที!”
“เอ่อ…คุณใจเย็นก่อน เรากำลังจะตกลงเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวนะ!”
เห็นทั้งสองฝ่ายรู้จักคุ้นเคยกัน ปรมาจารย์หลิวก็รู้ทันทีว่าหากปล่อยให้เธอถูกจับกุมไป จ้าวหย่าต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมยแน่ ดังนั้น เขาจึงสูดหายใจลึกและตัดสินใจจะอ่อนข้อ
“ปรมาจารย์หลิว คุณต้องไม่ทำแบบนั้นนะ!”
“จ้าวหย่าไม่ได้ขโมยอะไรเลย เราจะมางุบงิบกันแบบนี้ได้อย่างไร?”
“ถูกแล้ว ปรมาจารย์หลิว ถ้าเราเลือกจะเคลียร์เรื่องนี้กันเองล่ะก็ นั่นก็หมายความว่าจ้าวหย่าขโมยของหมอนั่นมาจริงๆ มันจะเป็นการเสื่อมเสียถึงชื่อเสียงของอาจารย์ด้วย…”
….
เมื่อได้ยินว่าปรมาจารย์หลิวตั้งใจจะเคลียร์เรื่องนี้เป็นการส่วนตัว ทั้งเจิ้งหยาง ลู่ฉวิน และคนอื่นๆก็พากันส่งเสียงประท้วงทันที
ถ้าเรื่องนี้ถูกงุบงิบให้จบไปอย่างเงียบๆ ก็หมายความว่าพวกเขาเป็นฝ่ายผิด และขโมยสมบัติของหมอนั่นมาจริงๆ นั่นจะเป็นการปรักปรำชื่อเสียงของปรมาจารย์หลิวอย่างร้ายกาจ ถ้าเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงสภาปรมาจารย์ เขาต้องถูกสอบสวนแน่
ถ้าถึงตอนนั้น ก็แทบจะไม่มีทางแก้ตัวเลย
“พอ! พวกคุณเงียบได้แล้ว!”
ปรมาจารย์หลิวหน้าดำคร่ำเครียด
ถ้าเขาไม่จัดการเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวล่ะก็ จ้าวหย่าจะต้องถูกพาไปสอบสวนแน่ แล้วเขาจะเอาหน้าที่ไหนไปพบกับ ‘ศิษย์พี่’ หากมีเรื่องเสียหายเกิดขึ้นกับลูกศิษย์ขณะที่อยู่ในการดูแลของเขา?
“คุณคิดจะเคลียร์ให้จบตรงนี้?”
นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเต็มใจควักเงิน 10 ล้านเพื่อลูกศิษย์ นายแพทย์ไป๋ชานประหลาดใจมาก แต่แล้วก็ไหวตัวทันและพูดว่า “ผมก็พอใจให้เป็นอย่างนั้น แต่เพิ่งนึกได้ว่าหญ้าเหล็กกล้าสีเขียวอายุหนึ่งพันปีนี้แทบประเมินค่ามิได้ และไม่มีทางที่จะชดใช้มันได้ด้วยราคาแค่ 10 ล้าน อย่างน้อยๆก็ต้อง 50 ล้านนั่นแหละ จ่ายมาซะ และผมก็จะไป ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงต้องขอโทษด้วย เพราะถึงอย่างไร วันนี้ผมก็ต้องพาตัวเธอไปกับผม!”
“50 ล้าน? แก…สมุนไพรชนิดไหนกันที่จะแพงขนาดนั้น?”
“ก็แกเพิ่งบอกอยู่หยกๆว่าราคา 10 ล้าน มันเรื่องอะไรถึงโก่งราคาพรวดพราดแบบนี้? สารเลว…”
….
ได้ยินอีกฝ่ายโกงราคาขึ้นไปถึง 50 ล้าน ทุกคนถึงกับโมโหเดือดและถลึงตามองเขาอย่างโกรธแค้น
ปรมาจารย์หลิวกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีด
เขาเป็นปรมาจารย์มาก็หลายปี ไม่เคยโดนเหยียดหยามขนาดนี้!
“ทำไม? ถ้าจะให้จบก็เร็วๆเข้า เวลาของผมก็มีค่านะ ไม่อยากจะมาเสียกับพวกคุณหรอก!”
นายแพทย์ไป๋ชานยกถ้วยขึ้นและมองหน้าปรมาจารย์หลิวอย่างสะใจ
“แก…”
ปรมาจารย์หลิวหน้าตึง
“ปรมาจารย์หลิว ฉันจะไปกับพวกเขาเอง เขาเป็นคนที่พยายามจะฉวยโอกาสกับฉันจริงๆ แถมตอนนี้ก็ยังมากล่าวหาว่าฉันขโมยสมุนไพรของเขาอีก ฉันไม่เชื่อหรอกว่าอาณาจักรเทียนหวู่จะไม่มีขื่อมีแป!”
จ้าวหย่าก้าวออกมาและประกาศก้อง
….
ในเวลาเดียวกัน จางเซวียนที่อยู่ในห้องก็เพิ่งอาบน้ำเสร็จและกำลังจะเข้านอน แต่แล้วก็ต้องตัวแข็งไป
“นั่นเสียงเหมือน…จ้าวหย่า? หรือว่าพวกเขามาถึงแล้ว?”



