ตอนที่ 336 ได้สมุนไพร
อาการบาดเจ็บของจ้าวหย่ารุนแรงกว่าที่พวกเขาคิด ถ้าไม่ใช่เพราะสภาวะพิเศษของเธอที่ทำให้ร่างกายมีความทนทาน เธออาจไม่รอดชีวิตกลับมาก็ได้
หลิวหลิงไม่คิดว่าจะมีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากการไปโรงเรียนเทียนหวู่ เขาตกตะลึง แต่ก็รีบเข้ามาหา
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เธอถูกผู้หญิงร้ายกาจคนหนึ่งทำให้บาดเจ็บ ปรมาจารย์หลิว โปรดช่วยชีวิตเธอด้วย!” เจิ้งหยางพูด
“อือ!” เมื่อตรวจอาการแล้ว หลิวหลิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“พลังปราณของเธอเกิดความแปรปรวนจากอาการบาดเจ็บรุนแรง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ พักฟื้นสักครึ่งเดือนก็น่าจะหายดี”
“ครึ่งเดือน? ไม่ได้หรอก อีก 3 วันจ้าวหย่าต้องดวลกับผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง…”
เจิ้งหยางผงะและกำลังจะวิงวอนให้ปรมาจารย์หลิวช่วย เมื่ออีกฝ่ายโบกมือและหันไปประสานมือคารวะปรมาจารย์หยาง “นี่คืออาจารย์ปู่ของพวกคุณ, ปรมาจารย์หยาง รีบคารวะเขาเสีย!”
“อาจารย์ปู่?”
“ปรมาจารย์หยาง?”
เจิ้งหยางกับพรรคพวกเพิ่งเห็นว่ามีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ตรงกลางห้อง
ปรมาจารย์หยางคือบุคคลที่สร้างปาฏิหาริย์มานับไม่ถ้วนในอาณาจักรเทียนเซวียน และที่สำคัญกว่านั้นคือ อาจารย์ของพวกเขาก็เป็นศิษย์สายตรงของปรมาจารย์หยางคนนี้
ทุกคนได้ยินเรื่องราวอันเป็นตำนานของเขา แต่ไม่มีใครเคยพบตัวเป็นๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของปรมาจารย์หลิว เด็กๆก็ถึงกับตัวสั่นด้วยความตกใจ ทุกคนรีบทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นและคำนับอย่างนอบน้อม
“ศิษย์หลานจ้าวหย่า (เจิ้งหยาง หวังหยิ่ง หลิวหยาง หยวนเทา)คารวะอาจารย์ปู่!”
“อือ!”
จางเซวียนพยักหน้า เขาขมวดคิ้วและหันไปถามจ้าวหย่า “เกิดอะไรขึ้น?”
นึกไม่ถึงว่าจะมีใครกล้ามาทำร้ายจ้าวหย่าทั้งที่เขาเพิ่งจากไปแค่วันเดียว ใครกันที่กล้าบ้าบิ่นถึงกับบังอาจแตะต้องลูกศิษย์ของเขา?
“เรียนอาจารย์ปู่ อาการบาดเจ็บของฉันมาจากการพ่ายแพ้ให้กับอีกฝ่ายในการดวลอย่างขาวสะอาด เป็นเพราะวรยุทธที่อ่อนด้อยของฉันเองจึงทำให้เกิดเรื่องแบบนี้!” จ้าวหย่าอธิบาย
“การดวลอย่างขาวสะอาด?” จางเซวียนขมวดคิ้ว
ถ้าเธอพ่ายแพ้ในการดวลแบบนั้น ก็แปลว่าเธอมีวรยุทธอ่อนด้อยกว่าอีกฝ่ายจริงๆ ต่อให้เขาเป็นอาจารย์ของเธอ การเข้าไปก้าวก่ายก็ไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมนัก
“มานี่!” จางเซวียนเรียก
จ้าวหย่าเดินเข้าไปหา
เขาแตะปลายนิ้วที่จุดชีพจร และส่งพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปในร่างของเธอ
ฟิ้วววววว!
ด้วยคุณสมบัติการเยียวยาของพลังปราณเทียบฟ้า พลังปราณอันแปรปรวนของจ้าวหย่าก็ค่อยๆสงบลง บาดแผลของเธอสมานตัวอย่างรวดเร็วจนเห็นชัด
“ขอบคุณอาจารย์ปู่ที่ช่วยรักษา!” จ้าวหย่าตาวาวด้วยความตื่นเต้นเมื่อรู้สึกได้ถึงพละกำลังที่กลับคืนมา
อาจารย์ปู่ของพวกเขาช่างน่าทึ่งสมคำร่ำลือ ด้วยวิธีง่ายๆเท่านี้ ไม่เพียงแต่จะรักษาอาการบาดเจ็บให้เธอเท่านั้น แต่ดูเหมือนเขาจะกระตุ้นวรยุทธของเธอให้ใช้การได้ดีด้วย ตอนนี้จ้าวหย่ารู้สึกเหมือนตัวเองใกล้จะฝ่าด่านวรยุทธเต็มที
“เหลือเชื่อ!”
เมื่อเห็นภาพนั้น ความชื่นชมที่หลิวหลิงมีให้ปรมาจารย์หยางก็เพิ่มขึ้นอีก
เขาบอกได้ว่าอาการบาดเจ็บของจ้าวหย่ามาจากการปล่อยพลังที่มากเกินไปจนส่งผลตีกลับอย่างรุนแรง อวัยวะภายในของเธอได้รับความเสียหาย และพลังปราณก็ถดถอยอย่างมาก ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก แต่ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนกว่าจะฟื้นตัวได้เหมือนเดิม
แต่ปรมาจารย์หยางก็รักษาอาการบาดเจ็บให้เธอได้ เพียงแค่แตะปลายนิ้วลงบนจุดชีพจรในระยะเวลาไม่กี่อึดใจ วิธีการของเขาช่างล้ำลึกเกินหยั่ง ถ้าไม่ได้เห็นกับตา เขาคงไม่มีวันเชื่อว่าจะเป็นไปได้
“อีก 3 วันจะต้องดวลกันอีก นั่นหมายความว่าอย่างไร?”
จางเซวียนโบกมือเพื่อแสดงให้รู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่แล้วก็นึกถึงคำพูดของเจิ้งหยางขึ้นมาได้ จึงต้องขมวดคิ้วอีกรอบ
เจ้าเด็กพวกนี้มันเป็นอะไร? ทำไมต้องหาเรื่องต่อสู้กับคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ถึงกับมีการดวลกันเลยทีเดียว?
“เรียนอาจารย์ปู่ พวกเราเดินเที่ยวเล่นอยู่ข้างนอก และบังเอิญได้ยินผู้หญิงคนหนึ่งลบหลู่อาจารย์ของเราต่อหน้าผู้คนมากมาย จ้าวหย่าทนไม่ไหวจึงไปท้าดวลกับอีกฝ่ายเพื่อรักษาศักดิ์ศรีให้อาจารย์ ใครจะไปรู้ว่าฝ่ายนั้นไม่ได้เหยาะแหยะเลย และสุดท้ายจ้าวหย่าก็ต้องตกอยู่ในสภาพนี้!”
จ้าวหย่ายังไม่ทันได้ตอบ หยวนเทาก็พรั่งพรูออกมา
เมื่อได้ยินคำพูดของหยวนเทา ทุกคนก็ผงะ
ปรมาจารย์ส่วนใหญ่ย่อมไม่พอใจกับการที่เห็นลูกศิษย์ของตัวเองสร้างปัญหา
การหาเรื่องต่อสู้กับใครต่อใครก็ถือเป็นความโง่เง่าพอตัวแล้ว แถมเจ้าเด็กพวกนี้ยังบ่นพึมอย่างดื้อด้านและไม่เต็มใจยอมรับความผิดด้วย ถ้าเป็นปรมาจารย์จาง เขาอาจจะยังรับได้ แต่การพูดแบบนี้ออกมาต่อหน้าปรมาจารย์ที่น่าจะมีระดับสูงกว่า 3 ดาว…ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกฝ่ายต้องไม่พอใจแน่ ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ปรมาจารย์จางอาจจะต้องถูกปรมาจารย์หยางตำหนิอย่างรุนแรงด้วย…
เมื่อคิดได้แบบนี้ ทุกคนก็กลอกตาใส่หยวนเทา พร้อมกับประสาทกินเมื่อคิดว่าปรมาจารย์หยาางคงจะต้องโกรธ
“ลบหลู่อาจารย์ของพวกคุณ?”
ปรมาจารย์หยางเลิกคิ้ว “ไม่เลว ลูกศิษย์ก็สมควรที่จะต้องปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงให้อาจารย์ พวกคุณทำดีแล้ว!”
“ดีแล้ว?”
พวกเขากำลังคิดว่าจะต้องรับฟังการตำหนิ แต่สุดท้ายปรมาจารย์หยางก็กลับชมเชย ทุกคนต่างอึ้งกันไป แม้แต่ปรมาจารย์หลิว
นี่หมายความว่าเขาสนับสนุนให้เด็กๆต่อสู้กับคนอื่นหรือ?
อาจารย์ในอุดมคติของเขาช่าง…สุดโต่งจริงๆ!
“แต่ว่า…ก็น่าอายนะที่ยับเยินขนาดนี้ ในเมื่อเป็นคนท้าเขาดวลเอง!” จางเซวียนพึมพำ
“อันที่จริง วรยุทธของจ้าวหย่าไม่ได้บกพร่องหรอก แต่เป็นเพราะเทคนิคการต่อสู้ของอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งมาก…” เจิ้งหยางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา
เรื่องจริงก็คืออีกฝ่ายเอาชนะได้เพราะมีเทคนิควรยุทธเหนือกว่าเท่านั้น
อาณาจักรเทียนหวู่เป็นอาณาจักรขั้น 1 ในขณะที่อาณาจักรเทียนเซวียนเป็นอาณาจักรไร้ขั้น ด้วยความแตกต่างนี้ เทคนิควรยุทธที่มีอยู่ในทั้งสองอาณาจักรจึงต่างกันโดยสิ้นเชิง
เท่านี้ก็น่าทึ่งพอแล้วที่จ้าวหย่ารับมือกับการโจมตีของอีกฝ่ายได้นานขนาดนั้น
“เทคนิควรยุทธ?”
เพิ่งจะตอนนั้นเองที่จางเซวียนนึกได้ว่าเขาไม่เคยถ่ายทอดเทคนิควรยุทธใดให้จ้าวหย่าเลย
เขาสอนศิลปะการใช้ขาเทียบฟ้าและศิลปะการเคลื่อนไหวเทียบฟ้าให้หวังหยิ่ง, ถ่ายทอดเพลงหอกเทียบฟ้าให้เจิ้งหยาง และเพลงหมัดเทียบฟ้าให้กับหลิวหยาง แต่หลังจากที่ปลุกสภาวะพิเศษให้หยวนเทากับจ้าวหย่าแล้ว ก็ไม่ได้สอนเทคนิควรยุทธใดให้กับทั้งคู่เลย ก็ไม่แปลกที่จะเสียเปรียบมากเมื่อต้องต่อสู้กับคนอื่น
“ในเมื่ออาจารย์ของพวกคุณกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว ผมจะถ่ายทอดเทคนิคการต่อสู้ให้คุณแทนเขาเอง คุณเต็มใจจะเรียนไหม?”
จางเซวียนถามสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า
“ฉันเต็มใจ!” ได้ยินว่าอาจารย์ปู่กำลังจะถ่ายทอดเทคนิควรยุทธให้เธอ จ้าวหย่ารีบประสานมือและคำนับ
สุดยอดไปเลย! นี่คืออาจารย์ปู่เชียวนะ! เทคนิคการต่อสู้ที่เขาถ่ายทอดให้เธอจะต้องล้ำลึกสุดๆแน่
“ในเมื่อคุณใช้ดาบมาตั้งแต่เด็ก ผมจะถ่ายทอดเพลงดาบให้”
จางเซวียนพูดหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“แต่ว่าศิลปะเพลงดาบของผมนั้นเฉียบคมมาก คุณเพิ่งได้รับบาดเจ็บมา จึงยังไม่เหมาะหากจะฝึกวรยุทธตอนนี้ วันนี้พักผ่อนก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ผมจะถ่ายทอดเพลงดาบให้!”
แม้จ้าวหย่าจะได้เรียนเทคนิคการออกหมัดและการเตะมาบ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ความถนัดของเธอ ความถนัดแท้จริงของจ้าวหย่าคือศิลปะการใช้ดาบซึ่งเธอได้ร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้น การถ่ายทอดเพลงดาบให้เธอจึงเหมาะสมที่สุด
“ได้!” จ้าวหย่าพยักหน้า
เธอเพิ่งได้รับบาดเจ็บ จึงไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์พอที่จะเรียนเคล็ดวิชาเพลงดาบอันไร้เทียมทานในตอนนี้ หากสภาพร่างกายสมบูรณ์ดีแล้ว คงจะร่ำเรียนและใช้พลังในการฝึกฝนเพลงดาบได้ดีกว่านี้แน่
“เอาล่ะ พวกคุณพักผ่อนได้แล้ว ซุนฉาง, ส่งคนไปสภาปรมาจารย์และพาเจียงสู่มาที่นี่ บอกเขาทีว่าผมมีเรื่องต้องรบกวน!”
เมื่อจัดการกับเรื่องของจ้าวหย่าแล้ว จางเซวียนก็โบกมือให้เด็กๆออกไป
เขาได้ถ่ายโอนหนังสือจากหอสมุดของสภาปรมาจารย์ไว้มากมาย และมีรายละเอียดเกี่ยวกับศิลปะการใช้ดาบอยู่เต็มไปหมด แต่ว่าเทคนิคเหล่านั้นก็ล้ำลึกและยากเกินกว่าที่จ้าวหย่าจะฝึกฝนให้เชี่ยวชาญได้หากเขาถ่ายทอดออกไปตามนั้น ด้วยเหตุนี้ จางเซวียนจึงตัดสินใจที่จะเรียนศิลปะการใช้ดาบพวกนั้นด้วยตัวเองก่อน เพื่อจะได้ทดสอบและเรียบเรียงใหม่ให้เหมาะสมกับเธอ
ถ้าเขาไม่พยายามทำความเข้าใจทุกแง่มุมก่อนจะถ่ายทอดให้จ้าวหย่า มันอาจส่งผลต่อทักษะพื้นฐานที่จะทำให้เกิดปัญหาใหญ่กับจ้าวหย่าในอนาคต
ซุนฉางออกไปอย่างรวดเร็ว และในอีกไม่ถึง 1 ชั่วโมงต่อมา ประธานสภาปรมาจารย์เจียงสู่ก็มาอยู่ตรงหน้าเขา
เมื่อเห็นปรมาจารย์หยางที่นั่งอยู่กลางห้อง เขาก็รีบทรุดตัวลงคุกเข่าและคำนับด้วยความตื่นเต้น “เจียงสู่คารวะท่านอาจารย์!”
ไม่เพียงแต่บุคคลตรงหน้าจะช่วยฝึกอสูรอันทรงพลังให้เขา แต่ยังถ่ายทอดเทคนิควรยุทธที่เข้าไปรักษาอาการบอบช้ำในร่างกายของเขาด้วย เขาจึงสำนึกในบุญคุณของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก
“มีสมุนไพรอยู่ 2 ชนิดที่ผมต้องการ แขนงประกายใบไม้สีทองและดอกหนอน 9 ชนิด คุณมีไหม?”
จางเซวียนทำหน้าเฉยและถามเข้าประเด็นทันที
“แขนงประกายใบไม้สีทองและดอกหนอน 9 ชนิด? ผมมี!”
สะบัดข้อมือหนึ่งครั้ง สมุนไพรทั้งสองชนิดก็มาอยู่ในมือของเจียงสู่ พวกมันคือสมุนไพรที่จางเซวียนกำลังตามหา
“ดี!” เมื่อรับสมุนไพรมาแล้ว จางเซวียนก็โบกมือ “ผมจะไม่เอาเปรียบคุณหรอกน ะสมุนไพรสองชนิดนี้ราคาเท่าไร เดี๋ยวจะให้ซุนฉางนำเงินไปส่งให้!”
“ผมเป็นหนี้บุญคุณท่านอาจารย์อย่างมาก มันก็แค่สมุนไพร 2 ชนิดเท่านั้นเอง ได้โปรดถือว่าเป็นน้ำใจของผมเถอะ…”
เจียงสู่รีบพูด
หากปราศจากเทคนิควรยุทธของปรมาจารย์หยาง อีกไม่นาน อาการบอบช้ำของเขาก็คงออกฤทธิ์ และชีวิตของเขาย่อมตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ ไม่เพียงแต่เขาจะฝึกอสูรตัวหนึ่งให้เชื่องได้ แต่อาการบอบช้ำภายในก็ยังได้รับการเยียวยาด้วย ด้วยสิ่งที่ได้รับมานี้ ต่อให้เขาต้องบุกป่าฝ่าดงผ่านหุบเขาที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงให้อีกฝ่าย เขาก็ยอม!
เมื่อเทียบกันแล้ว สมุนไพรเพียงสองชนิดช่างไม่มีความหมายอะไรเลย
ด้วยความสำนึกในบุญคุณถึงขีดสุดแบบนี้เท่านั้น ที่จะทำให้หน้าหนังสือสีทองในหอสมุดเทียบฟ้าเกิดขึ้นมาได้
“วาสนานำพาเราทั้งคู่ให้มาพบกันแล้ว นั่นคือเหตุผลเดียวที่ผมช่วยคุณ ผมจะไม่เอาเปรียบคุณหรอก” จางเซวียนขมวดคิ้วและประกาศเสียงดังฟังชัด “ผมจะชดใช้ให้คุณตามราคาของมัน!”
เห็นอาจารย์ยืนกรานที่จะจ่ายเงิน เจียงสู่ประทับใจมาก
เห็นไหม?
นี่แหละคุณธรรมของปรมาจารย์ที่แท้จริง
ใครที่จะไม่เคารพเขาคงเป็นไปไม่ได้
“ขอรับ!” เจียงสู่พยักหน้าและทบทวนความจำก่อนจะพูดออกมา “ผมได้สมุนไพร 2 ชนิดนี้มาจากเซียนสมุนไพร พวกมันมีอายุเกินกว่า 100 ปีแล้ว จึงมีราคาอยู่ที่ 20 ล้านเหรียญทอง”
“20 ล้าน…แค่ก แค่ก!”
จางเซวียนตั้งใจจะยื่นเงินให้อีกฝ่ายอย่างสง่าผ่าเผย แต่เมื่อได้ยินคำนั้นก็แทบกระอักเลือดและลมจับ
20 ล้านเหรียญทอง?
จะบ้าหรือไง!
ต่อให้ขายตัวเขาเองก็ยังไม่ได้เงินขนาดนี้!
เขานึกว่าราคาของมันก็น่าจะอยู่ราว 2-3 ล้าน จึงยืดอกประกาศว่าจะจ่ายเงินให้ ไม่นึกเลยว่าแค่สมุนไพรสองชนิดนี้ จะแพงกว่าสมุนไพรชนิดอื่นๆทั้งหมดที่เขาเพิ่งได้มา
สมุนไพรตะหวักตะบวยอะไรจะแพงขนาดนั้น…
ทั้งหมดที่เขาอยากทำก็คือรับลูกศิษย์สักคน และยกระดับพละกำลังให้เขาเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่นึกเลยว่าการทำแบบนี้จะทำให้ต้องถึงกับล้มละลายขายตัว
บ้าบอ!
“เงินก็เป็นแค่ของนอกกาย ในฐานะปรมาจารย์ หากหมกมุ่นวุ่นวายกับเรื่องเงินอยู่วันยังค่ำ ก็จะส่งผลต่อความสงบของสภาวะจิตของคุณ…”
จางเซวียนโบกมืออย่างสง่าผ่าเผยด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“….”
เจียงสู่ถึงกับงง
ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องจ่าย อาจารย์ก็ยังยืนกรานจะจ่ายอยู่นั่น แล้วทำไมตอนนี้ถึงพูดว่าการหมกมุ่นเรื่องเงินจะส่งผลกระทบต่อความสงบของสภาวะจิต?
เห็นสีหน้าพิลึกพิลั่นของอีกฝ่าย จางเซวียนรีบไอกลบเกลื่อน เขาโบกมือด้วยอาการที่พยายามทำให้ดูสบายๆและพูดว่า “ในอีกสองสามวันนี้ คุณควรดูแลร่างกายของตัวเองให้ดี ผมจะหาเวลาเพื่อช่วยคุณให้ฝ่าด่านวรยุทธไปให้ได้…ขอใช้มันเป็นการชดเชยให้กับสมุนไพรสองชนิดนี้ก็แล้วกัน!”
เขาเพิ่งจะสัญญิงสัญญากับอีกฝ่ายว่าจะจ่ายเงินให้ แต่แล้วก็ต้องมารู้ตัวว่ามีเงินไม่พอ ในฐานะปรมาจารย์ผู้ล้ำลึกเกินหยั่งอย่างปรมาจารย์หยาง จะยอมเสียหน้ากับเรื่องเล็กๆแบบนี้ไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องให้สัญญากับเจียงสู่ในเรื่องอื่นแทน
“ช่วยผมให้ฝ่าด่านวรยุทธ?”
เจียงสู่กำลังสงสัยว่าทำไมอาจารย์ของเขาจึงเปลี่ยนท่าทีปุบปับแบบนั้น แต่เมื่อได้ยินที่ปรมาจารย์หยางพูด ความตื่นเต้นก็เข้ามากลบความสงสัยที่มีจนหมดสิ้น เขารีบทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นและคำนับอย่างงาม
“ขอบคุณท่านอาจารย์…”
เขาติดแหงกอยู่ที่วรยุทธจงซรือขั้นสูงสุดมาหลายปีแล้ว หากฝ่าด่านไปถึงกึ่งจื้อจุนได้ ทั้งอายุขัยและพละกำลังของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมาก
“คุณไปได้แล้ว!”
เมื่อได้สมุนไพรครบ จางเซวียนก็กระวนกระวายอยากกลับโรงเรียน จึงกล่าวอำลากับอีกฝ่าย
“ผมยังมีภารกิจที่ต้องทำ ต้องขอตัวก่อน พรุ่งนี้จะมาใหม่!”
เมื่อพูดจบ จางเซวียนก็ออกจากคฤหาสน์ไป
เขาเดินออกจากคฤหาสน์ไปยังตรอกเปลี่ยวแห่งหนึ่ง เมื่อมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น ก็รีบแปลงโฉมกลับเป็นอาจารย์หลิวและมุ่งหน้าไปโรงเรียนเทียนหวู่
คฤหาสน์ที่ไป๋ชานเช่าไว้นั้นอยู่กึ่งกลางระหว่างสภาปรมาจารย์กับโรงเรียนเทียนหวู่ ดังนั้น ใช้เวลาไม่นานจางเซวียนก็กลับไปถึงห้องเรียน
แต่ยังไม่ทันได้เข้าห้อง เมิ่งเทาก็ลนลานเข้ามาหา “อาจารย์ อาจารย์กลับมาแล้ว ช่วยศิษย์พี่ด้วย ศิษย์พี่…ได้รับบาดเจ็บ!”
“มู่เสว่คิงได้รับบาดเจ็บ?”
จางเซวียนถึงกับผงะ



