ตอนที่ 406 ตบหน้าพระชายา
เหลียงชิงหมิงคิดว่าการขู่ครั้งนี้จะต้องทำให้ไอ้อ้วนพุงพลุ้ยและบรรดาคนรับใช้ในคฤหาสน์พากันตัวสั่นงันงก เจอการขู่แบบมือเก๋าเข้าไป พวกนั้นคงเปิดหนีไปไกลสุดกู่
แต่เมื่อมองดู ก็ต้องอึ้งไปอีกรอบ
ทุกคนที่อยู่ในคฤหาสน์ยังคงทำงานตามปกติ ราวกับการปรากฏตัวของเขาไม่มีผลอะไรเลย ใครกำลังฝึกวรยุทธก็ฝึกไป ใครกำลังทำกับข้าวก็ยังทำอยู่ ใครกำลังซักผ้าก็ไม่หยุดซัก…ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน!
โดยเฉพาะไอ้อ้วนที่อยู่ข้างล่าง ยังคงจ้องหน้าเขาด้วยอาการเหยียดหยามขั้นสุด ทำเหมือนมองคนปัญญาอ่อน
ให้ตายสิ!
นี่มันอะไร?
เป็นแค่ปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวขั้นต้นของอาณาจักรขั้น 1 เมื่อได้เห็นนักรบขั้นจื้อจุนอย่างเขา ก็ควรจะตัวสั่นงันงกไม่ใช่หรือ?
ปรมาจารย์คือผู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดานักรบที่มีวรยุทธขั้นเดียวกันก็จริง แต่ด้วยระดับวรยุทธที่ห่างกันขนาดนี้ ทักษะที่มีก็ชดเชยไม่ได้!
การที่จางเซวียนจะไม่สนใจเขาก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ไอ้อ้วนเหยาะแยะนั่นทำปากกล้าได้อย่างไร?
มันไม่กลัวถูกฆ่าตายหรือ?
ช่างเป็นการลบหลู่อย่างอวดดีที่สุด!
ในฐานะนายพลที่รับคำสั่งโดยตรงจากองค์รัชทายาท ทั้งยังเป็นนักรบจื้อจุนขั้นสูง ไม่ว่าเขาจะไปไหนก็มีแต่คนหวาดกลัว เดินผ่านใคร คนพวกนั้นก็ต้องคำนับให้ แค่ตวาดครั้งเดียว ต่อให้โม่เทียนเชว่, ฮ่องเต้แห่งอาณาจักรเทียนหวู่ ก็ต้องมาคุกเข่าตรงหน้า…
แล้วไอ้อ้วนเสร่อนั่นกล้าดูถูกเขาได้อย่างไร!
เจียมกะลาหัวแกด้วย!
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห และในตอนนั้น เสียงของไอ้อ้วนก็ดังขึ้นอีก
“นับถึง 3 หรือยังล่ะ? เร็วเข้าเถอะ แต่อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน นี่จะเป็นการนับ 1 ถึง 3 ครั้งสุดท้ายของแก…”
“โว้ยยยย!”
นายพลเหลียงหน้าดำปิ๊ดปี๋เหมือนถ่าน โกรธจนควันออกหู
ฉันคือคนที่กำลังจะกุดหัวแก แต่แกมาบอกว่านี่จะเป็นการนับ 1 ถึง 3 ครั้งสุดท้ายของฉัน?
แกกล้าดูหมิ่นเกียรติยศของนักรบขั้นจื้อจุน?
ไอ้หมูสกปรก ฉันจะแล่เนื้อแกเป็นชิ้นๆ …
นายพลเหลียงหมดความอดทน เขากำลังจะพุ่งลงไปฆ่าคนในนั้นสักสองสามคนเพื่อเป็นคำเตือน ก็พอดีกับที่ ‘แอ๊ด!’ ประตูห้องโถงใหญ่เปิดออก มีคนสามคนเดินออกมา
คนแรกที่เดินออกมาคือชายวัยกลางคนอายุประมาณ 40 กว่าปี และที่ตามหลังมาคือผู้อาวุโสอีก 2 คนที่สวมเสื้อคลุมปรมาจารย์
ต่อให้ประธานสภาปรมาจารย์แห่งอาณาจักรเทียนหวู่ก็เป็นแค่นักรบจงซรือขั้นสูงสุด นายพลเหลียงจึงไม่สนใจสองคนนั้น
“เกิดอะไรขึ้น? มาเอะอะโวยวายอะไรตรงนี้?”
ชายวัยกลางคนผู้นั้นขมวดคิ้วและมองหน้าเจ้าอ้วน ไม่แม้แต่จะเงยหน้าดู
“นายท่าน ไอ้คนที่อยู่ข้างบนน่ะต้องการพบนายน้อย มันออกคำสั่งให้นายน้อยออกมา ตลกเป็นบ้า มันคิดว่ามันเป็นใคร? คิดว่าใครหน้าไหนก็ไม่รู้อย่างมันจะเข้าพบนายน้อยได้หรือ?”
“ผมจึงบอกให้มันกลับไปซะ”
“อือ! ดีมาก!” ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับคำบอกเล่าของเจ้าอ้วน
พลั่ก!
เหลียงชิงหมิงทรุดไปอีกรอบ
ไอ้อ้วนเสร่อนั่นจะพล่ามอะไร เขาก็ยังพอรับได้ แต่นึกไม่ถึงว่าชายวัยกลางคนซึ่งดูเหมือนจะเป็นเจ้าของคฤหาสน์ก็ทำแบบเดียวกัน… นี่มันกู่ไม่กลับแล้ว!
ตอนแรก เหลียงชิงหมิงยังลังเลว่าจะไปต่อดีหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นถึงสมาชิกของสภาปรมาจารย์ หากเขาทำอะไรโฉ่งฉ่างไป อาจบานปลายกลายเป็นหายนะ แต่ด้วยความโกรธจนหน้ามืดตามัว เขาจึงไม่สนใจแล้วว่าจะเกิดอะไรตามมา
“ในเมื่อพวกแกพากันรนหาที่ตาย ฉันก็จะจัดการให้…”
เหลียงชิงหมิงที่กำลังโมโหเดือดยืดแขนออกไป และพละกำลังมหาศาลก็ถูกปล่อยลงมาจากท้องฟ้า มือขนาดมหึมาข้างหนึ่งพุ่งลงไปใส่กลุ่มคนที่อยู่ในคฤหาสน์
เทคนิคการต่อสู้ระดับปีศาจขั้นสูงสุด, ฝ่ามือเกราะเพชร!
ฝ่ามือเกราะเพชรที่ไม่มีผู้ใดต้านทานได้นี้จะก่อให้เกิดพายุลูกใหญ่ที่พัดทุกอย่างจนราบเป็นหน้ากลอง
ฝ่ามือที่ว่านี้มีพละกำลังเหนือกว่า 30000 ติ่ง แม้แต่นักรบจื้อจุนขั้นกลางก็ยังต้องแหลกเละทันทีหากโดนเข้าจังๆ
เหลียงชิงหมิงคิดว่าอีกฝ่ายจะต้องกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้เห็นการโจมตีอันทรงพลังของเขา แต่ชายวัยกลางคนผู้นั้นก็แค่มองผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งที่ยืนข้างๆ ด้วยทีท่าไม่รู้สึกรู้สาอะไร และพูดว่า “สู่วน้อย ผมจะปล่อยไอ้หมอนี่ให้เป็นหน้าที่ของคุณก็แล้วกัน ยิงเขาให้ร่วงลงมาพร้อมกับเจ้านกที่อยู่กลางอากาศตัวนั้นด้วย!”
“ขอรับ ปรมาจารย์หยาง!”
ผู้อาวุโสที่ถูกเรียกว่า ‘สู่วน้อย’ ก้าวออกมา
‘สู่วน้อย’ คนนี้ไม่ได้มีรูปร่างใหญ่โตอะไร และไม่มีบุคลิกหรือท่าทางที่สะดุดตาเขาแม้แต่น้อย ขาสองข้างก็ออกจะสั่นๆ แถมใบหน้าก็ซีดเผือด ดูเหมือนกำลังทุกข์ทรมานจากอาการบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
ผมเผ้าก็ชี้โด่ชี้เด่ ดูสภาพเหมือนเพิ่งถูกอัดมา ไม่ว่าเหลียงชิงหมิงจะพยายามเพ่งพิจารณาแค่ไหน เจ้าสู่วน้อยคนนี้ก็ดูไม่เหมือนผู้เชี่ยวชาญเลย
จะส่งหมอนี่มารับมือกับเขานี่นะ?
เจ้าพวกคนข้างล่างมันเสียสติกันไปหมดหรือเปล่า?
ไม่ใช่เขาคนเดียวที่คิดแบบนั้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญและผู้มีอิทธิพลอีกหลายคนที่เฝ้าดูอยู่ต่างก็จ้องตาค้าง และพากันเบ้ปาก
นี่คือนักรบชั้นนำจากอาณาจักรชวนหยวน! พระชายาพาเขามาที่นี่เพื่อสังหารคุณ อย่างน้อยคุณก็ควรจะส่งใครที่ดูเหมาะสมสักหน่อยออกไปรับมือกับเขา มันเรื่องอะไรถึงส่งผู้อาวุโสที่หน้าซีดขาสั่นขนาดนั้นออกไป?
จะดูถูกคู่ต่อสู้มากไปไหม !
การมาของปรมาจารย์สู่วและปรมาจารย์หลิวเป็นความลับสุดยอดของสภาปรมาจารย์ จึงไม่มีใครรู้ว่าชายสองคนที่ดูแสนจะธรรมดาสามัญนี้ ที่แท้เป็นนักรบผู้ทรงพลังอย่างที่พวกเขาจินตนาการไปไม่ถึง
ขณะที่ทุกคนกำลังหัวหมุนกับภาพอันน่าสมเพช ‘สู่วน้อย’ ก็เงยหน้าขึ้นและคำรามกร้าว
ครืนนนนนน!
เสียงของเขาไม่ถึงกับดังนัก แต่มันทุ้มลึกราวกับโลหะที่ระเบิดออกจากกัน เมื่อเสียงนั้นพุ่งขึ้นไปในอากาศ เหลียงชิงหมิงก็ถึงกับถอยกรูดไปโดยไม่อาจต้านทานได้
พลั่ก!
จากนั้นก็รู้สึกเจ็บแปลบอย่างรุนแรงที่หน้าอกราวกับถูกแทงด้วยดาบ เขากระอักเลือดออกมาและหน้ามืด ทั้งร่างสั่นสะท้านด้วยแรงปะทะ เหลียงชิงหมิงแทบตกลงมาจากอสูรสายฟ้าสีทองตัวนั้น
“นี่มัน…นักรบเหนือมนุษย์?”
อีกฝ่ายยังไม่ได้ขยับตัวด้วยซ้ำ แค่เสียงคำรามก็สามารถสกัดกั้นการโจมตีของเขา แถมยังทำให้เขาบาดเจ็บด้วย ต่อให้เหลียงชิงหมิงจะโง่เง่าแค่ไหน ก็รู้แล้วว่า ‘สู่วน้อย’ คนนี้เหนือชั้นกว่าเขามากนัก
เขาหรี่ตาและตัวสั่นด้วยความกลัว
แม้แต่ในอาณาจักรชวนหยวนก็ยังไม่มีนักรบเหนือมนุษย์สักคน แล้วมาโผล่ที่อาณาจักรขั้น 1 ได้อย่างไร?
อีกอย่าง การที่อีกฝ่ายทรงพลังถึงขนาดใช้แค่เสียงโจมตีได้…แม้แต่ในบรรดานักรบเหนือมนุษย์ด้วยกัน สู่วน้อยคนนี้ก็จะต้องสำเร็จขั้นสูงแน่!
“เฮ้ย…”
ฝูงชนที่เฝ้าดูอยู่พากันตาค้าง ตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น
ผู้อาวุโสที่ดูปวกเปียกคนนั้นเก่งกาจถึงขั้นใช้เสียงคำรามสกัดการโจมตีของนักรบขั้นจื้อจุนได้ แถมยังส่งแรงปะทะที่ทำให้อีกฝ่ายเกือบตกจากอสูร…
นี่มันอะไรกัน?
“เอ่อ…เจ้ารู้จักปรมาจารย์คนนี้หรือเปล่า?” โม่เทียนเชว่หันไปถามลูกสาว
โม่เทียนเชว่ไม่รู้จัก ‘สู่วน้อย’ คนนี้ แต่เนื่องจากอีกฝ่ายสวมเสื้อคลุมปรมาจารย์ ก็แสดงว่าเขาต้องเป็นสมาชิกของสภาปรมาจารย์แน่
แล้วปรมาจารย์ที่ไร้เทียมทานขนาดนี้มาจากไหน?
พละกำลังของเขาเหนือชั้นกว่าทุกคน!
“เอ่อ…” โม่หยู่ก็ผงะกับภาพที่เห็นตรงหน้า
ตอนที่เสียงระฆังรวมพลดังขึ้น เธอไม่อาจไปที่สภาปรมาจารย์ได้ในทันที จึงไม่ได้รู้จักปรมาจารย์สู่วและปรมาจารย์หลิว แล้วเธอก็กลับออกมาหลังจากที่ได้เห็นการทดสอบของจางเซวียนกับโม่หงอี
ด้วยเหตุนี้ โม่หยู่จึงไม่รู้ว่ามีปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวถึงสองคนมาที่สภาปรมาจารย์
แต่ต่อให้รู้ ก็นึกไม่ถึงหรอกว่าจะมีใครที่กล้าเรียกปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวว่า ‘สู่วน้อย’ …ถึงกับสั่งการปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวได้แบบนั้น ชายวัยกลางคนผู้นี้จะเก่งกาจจนน่าสะพรึงสักแค่ไหน?
“ลงมา!”
ยังไม่ทันที่ใครจะหายตะลึง ‘สู่วน้อย’ ที่ออกจะหลังค่อมหน่อยๆ ก็คำรามขึ้นอีกครั้ง
ฟิ้ววววว!
ราวกับมีดาบแทงทะลุขึ้นไปในอากาศ อสูรสายฟ้าสีทองยังไม่ทันจะได้ตอบโต้ มันก็ตัวสั่นและร่วงลงมา
ตึ้งงงง!
ฝุ่นฟุ้งกระจายจากการร่วงลงมาของอสูรขนาดยักษ์ เจ้าคนปากกล้าที่อวดอ้างว่าจะสังหารทุกคนในคฤหาสน์ตกลงมากระแทกพื้น
ด้วยการตกจากความสูงขนาดนั้น หลินหลงต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นคืนสติ เธอรีบหันไปดูท่านพ่อและน้องชาย แต่ภาพที่ได้เห็นก็ทำเอาแทบคลั่ง
แรงกระแทกจากการตกลงมาทำให้กระดูกสันหลังของหลินหลั่งที่ยังไม่ได้สติหักเป็นสองท่อน ในเวลานี้ก็เรียกได้ว่าเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้าย ไม่มีหนทางช่วยชีวิตเขาได้อีก
ส่วนหลินโหลวเทียนที่ยังพอจะได้สติอยู่ก็กระอักเลือดกองใหญ่ออกมา ทั้งบาดแผลเก่าบาดแผลใหม่สร้างความเจ็บปวดให้เขาอย่างแสนสาหัส จนบอกไม่ได้ว่าจะอยู่หรือไป
หลินหลงแทบคลั่ง
พวกเขามาที่นี่เพื่อแก้แค้น…
แต่ยังไม่ทันจะได้ฆ่าใครสักคน ยังไม่ทันได้จัดการจางเซวียนซึ่งเป็นเป้าหมายแรกด้วยซ้ำ แต่ท่านพ่อและน้องชายก็ร่อแร่เสียแล้ว เธอเองก็บาดเจ็บสาหัส นี่มันอะไร?
“นายพลเหลียง ทำอะไรอยู่ล่ะ? รีบฆ่ามันซะ…”
เพราะหลินหลงอยู่ในห้องโดยสารบนแผ่นหลังของอสูรสายฟ้าสีทอง จึงแทบไม่ล่วงรู้สถานการณ์ภายนอก ทั้งหมดที่เธอได้ยินก็คือบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ เธอนึกว่าเหลียงชิงหมิงคงจะจัดการอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย จึงตวาดเขาด้วยความโมโห
“ฆ่ามัน?”
นายพลเหลียงตัวสั่นและแทบลมจับ
ผมจะฆ่ามันได้อย่างไร?
หมอนั่นเป็นถึงนักรบเหนือมนุษย์! คุณจะส่งผมไปตายใช่ไหม?
ทำไมองค์รัชทายาทผู้แสนชาญฉลาดถึงแต่งงานกับผู้หญิงงี่เง่าแบบคุณนะ?
ปรมาจารย์สู่วมองหน้าเหลียงชิงหมิง
“ฆ่าผม?”
ถึงเขาจะฝ่าด่านวรยุทธได้แล้ว แต่ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เพิ่งจะได้รับก็บรรเทาเบาบางลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดีอย่างหนัก และเมื่อได้ยินแม่ผู้หญิงที่อยู่บนหลังอสูรตัวนั้นสั่งการให้ฆ่าเขา ปรมาจารย์สู่วก็หน้าตึงขึ้นทันที
“มะ-ไม่ใช่แบบนั้น…ผู้อาวุโส, ได้โปรดใจเย็นก่อน!”
นายพลเหลียงตัวสั่น เขารีบประกบมือเข้าด้วยกันเพื่อวิงวอนอีกฝ่าย
“คุณจะกลัวมันทำไม มันเป็นแค่ปรมาจารย์จากอาณาจักรขั้น 1 จะทำอะไรคุณได้!”
เมื่อเห็นลูกน้องไร้น้ำยาถึงขนาดเรียกอีกฝ่ายว่า ‘ผู้อาวุโส’ หลินหลงก็กริ้วหนัก
อันที่จริงเธอเป็นคนฉลาด แต่สิ่งที่เกิดกับท่านพ่อและน้องชายทำให้หลินหลงหน้ามืดตาลายจนคิดอะไรไม่ออก แค่ร่วงลงมา ทุกคนก็ร่อแร่เต็มทีแล้ว มาตอนนี้ เรื่องเดียวที่เธอคิดได้ก็คือแก้แค้นให้พวกเขา
“กล้าดีอย่างไรมาลบหลู่ปรมาจารย์!” ปรมาจารย์สู่วตวาด “ตบหน้าเธอซะ!”
ปรมาจารย์สู่วเป็นคนสุภาพอ่อนโยน แต่ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว เขาก็มีเกียรติยศศักดิ์ศรีของตัวเอง ในเมื่ออีกฝ่ายลบหลู่ปรมาจารย์กันซึ่งๆ หน้า ก็เป็นสิ่งที่เขาทนไม่ได้
“ได้…”
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เหลียงชิงหมิงก็หันหลังกลับแล้วเดินเข้าไปในห้องโดยสารที่อยู่บนหลังของอสูรสายฟ้าสีทอง
แม้บุคคลที่เขาต้องตบหน้าจะเป็นถึงชายาขององค์รัชทายาท แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก อีกฝ่ายเป็นถึงนักรบเหนือมนุษย์ หากขัดขืนคำสั่ง วันนี้ทุกคนต้องตายหมดแน่
“นายพลเหลียง คุณจะทำอะไรน่ะ?”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามา หลินหลงก็ถึงกับผงะ ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร เขาก็พุ่งปราดเข้ามาและตบหน้าเธออย่างจัง
เพียะ!
ไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบโต้ แรงตบนั้นทำให้หลินหลงกระเด็นไป เธอตกลงมาศีรษะกระแทกพื้น ฟันร่วงเกือบหมดและมีเลือดไหลออกจากมุมปาก
หลินหลงเป็นอัจฉริยะ และระดับวรยุทธของเธอก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยขีดจำกัดของอายุ เธอจึงเป็นแค่นักรบจงซรือขั้นสูง แล้วจะรับมือกับการโจมตีของนักรบจื้อจุนขั้นสูงได้อย่างไร?
เพียะ เพียะ เพียะ เพียะ!
ในเมื่อผู้อาวุโสยังไม่สั่งให้หยุด นายพลเหลียงก็ไม่กล้าหยุด เขาเดินไปหาหลินหลงและตะลุยตบแบบรัวๆ
“แก…แก…”
หลังจากถูกตบติดๆ กันหลายครั้ง ใบหน้างดงามของเธอก็บวมเป่งเหมือนหัวหมู ฤทธิ์แรงตบนั้น ปลุกเธอให้ตาสว่างและเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด หลินหลงจ้องหน้าปรมาจารย์สู่วและชายวัยกลางคนผู้นั้น, ปรมาจารย์หยาง ด้วยความเกลียดชัง
ตั้งแต่เกิดมาจนได้เป็นชายาขององค์รัชทายาท ชีวิตของเธอราบรื่นสวยงามมาตลอด ไม่เคยต้องเจอกับการดูถูกเหยียดหยามแบบนี้
ความเกลียดชังของเธอตกตะกอนลึกเสียจนต่อให้ใช้น้ำจากแม่น้ำ 3 สายมาชำระจนน้ำเหือดแห้งไป ความเกลียดชังนี้ก็ยังอยู่



