Skip to content

Library Of Heaven’s Path 427

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 427 สรรพเสียงแท้จริงของหมู่มังกร

สรรพเสียงแท้จริงของหมู่มังกรเป็นภาษาที่ใช้กันเฉพาะในหมู่มังกรเลือดบริสุทธิ์ดึกดำบรรพ์ หากสายเลือดมังกรที่มีในอสูรตัวไหนยังไม่ถึงระดับของมังกรเลือดบริสุทธิ์ แต่ละคำจะนำไปสู่การกดข่มสายเลือด ซึ่งทำให้มันต้องยอมจำนน

C

อสูรฝันสะพรึงเพิ่งจะแยกเขี้ยวใส่นักฝึกอสูรจางอยู่เมื่อครู่ แต่จู่ๆ ก็ทรุดฮวบลงกับพื้นและทำตัวเชื่องเหมือนลูกหมา ถ้านี่ไม่ใช่ภาษาซึ่งมีบันทึกไว้ในตำนาน หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินก็นึกไม่ออกว่าจะมีภาษาไหนที่ทำได้ขนาดนี้

แต่ว่า…มันเป็นมรดกตกทอดที่หายสาบสูญไปพร้อมกับเผ่าพันธุ์มังกรไม่ใช่หรือ?

เขาเรียนรู้มันได้อย่างไร?

อีกอย่าง…ต่อให้มีสมาชิกเผ่าพันธุ์มังกรมาถ่ายทอดสรรพเสียงแท้จริงของหมู่มังกรให้ ก็ไม่มีทางที่มนุษย์จะเรียนรู้ได้

นี่ไม่ใช่แค่ความปราดเปรื่องแล้ว ต่อให้มีพลังปราณพิเศษ ร่างกายมนุษย์ก็ไม่สามารถต้านทานกับโทนการออกเสียงอันเฉียบคมแบบนั้น

เสียงนี้จะพุ่งไปทั่วทางเดินพลังปราณและจุดชีพจรทุกจุดในร่างกายก่อนที่จะเปล่งออกมา ซึ่งต่อให้ฝึกฝนเทคนิควรยุทธที่ล้ำลึกที่สุด ก็ไม่มีทางที่ใครจะเปิดทางเดินพลังปราณและจุดชีพจรทั้งหมดได้

“หรือว่า…เขาเป็นมังกรอวตาร?”

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินหรี่ตา เขาตัวสั่นไม่หยุด

ตำนานกล่าวไว้ว่า เผ่าพันธุ์มังกรจะเดินทางท่องไปทั่วโลกโดยใช้หลายรูปลักษณ์ บ้างเป็นอสูร บ้างเป็นมนุษย์ เป็นวิญญาณ หรือแม้แต่ปีศาจ…ไม่มีใครหยั่งรู้ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา

แค่อัดหมาป่าลมกรด หมาป่าพวกนั้นก็ยอมจำนนและเข้าประจบประแจงเขา, แค่หมัดเดียว อสูรหัวเสือก็ถึงกับแกล้งตาย, แค่สองสามคำ ก็ทำให้วานรแขนเหล็กสีทองยกมือโบกลาราวกับเป็นเพื่อนรักกันมาหลายสิบปี…

ถ้าเขาไม่ใช่มังกรอวตาร จะทำอะไรน่าทึ่งแบบนั้นได้อย่างไร?

นักฝึกอสูรระดับ 5 ดาวยังทำไม่ได้เลย!

“จะเป็นใครก็ช่าง ถึงอย่างไรเราก็ต้องไม่พูดเรื่องนี้ออกไป ไม่อย่างนั้น…โดนปิดปากแน่!”

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินหน้าซีด

สมาชิกเผ่าพันธุ์มังกรนั้นมีความแข็งแกร่งและพลังทำลายล้างมหาศาลมาตั้งแต่เกิด ถ้านักฝึกอสูรจางคนนี้เป็นมังกรอวตารจริงๆ และเขาพลาดพลั้งไปเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงในขณะที่อีกฝ่ายอยากปกปิด ก็มีแต่จะสร้างความขุ่นเคืองและผลักดันเจตนาสังหารในตัวอีกฝ่ายให้สำแดงออกมา

ข้อสันนิษฐานของหัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินทำให้เขาหน้าซีดหนักขึ้นอีก

ส่วนฝูงชนที่กำลังงงงันกับภาพที่เห็นก็แทบจะเสียสติไป

แน่นอนว่าความเดือดดาลของอสูรฝันสะพรึงเป็นของจริง ขนาดค่ายกลเกรด 3 ขั้นสูงสุดที่ผู้อาวุโสหลายคนเข้าตรึงกำลังไว้ก็ยังฉีกเป็นชิ้นๆ เห็นได้ชัดว่ามันน่ากลัวแค่ไหน

แต่ตอนนี้ เจ้าตัวเก่งกล้านั่นกำลังนอนหมอบอยู่บนพื้นและเอาแต่เลียขากางเกงของจางเซวียน…

มันเกิดอะไรขึ้น?

“มันกำลังทำอะไรน่ะ?”

“ข้าก็ไม่รู้ หรือว่า…กางเกงของนักฝึกอสูรจางรสชาติดีกว่าน้ำผึ้งเจ็ดสี มันเลยเลียไม่หยุด?”

“คงไม่ใช่ว่ามันเชื่องแล้วหรอกนะ ถึงต่อให้เชื่อง ก็ไม่มีทางที่มันจะเปลี่ยนท่าทีปุบปับขนาดนี้!”

นักฝึกอสูรอาวุโสบางคนทึ้งเคราตัวเอง แต่สมองก็ปั่นป่วนเสียจนไม่ทันรู้สึกเจ็บ

ภาพที่เห็นตรงหน้ามันน่าตกใจเกินไป

แค่ชั่วพริบตา อสูรที่มีวรยุทธกึ่งเหนืออสูรซึ่งเมื่อครู่ก่อนเกือบจะสังหารทุกคนอยู่แล้ว ก็กลับลงนอนสบายอกสบายใจอยู่บนพื้น ไม่มีใครคาดว่าจะได้เห็นเรื่องหักมุมแบบนี้

“ด้วยคำนั้น…อสูรฝันสะพรึงก็เชื่อง?”

เว่ยโหย่วเต้า เจียงหนานผิง และคนอื่นๆ มองหน้ากัน งงงันจนหัวแทบจะระเบิด

เว่ยโหย่วเต้าถึงกับเอาน้ำผึ้งเจ็ดสีซึ่งเป็นของที่อสูรโปรดปรานเป็นอันดับ 5 ในรายการมาล่อ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่สนใจ ขณะที่พวกเขาคิดว่าไอ้ตัวดื้อด้านนี้คงไม่มีวันเชื่อง นักฝึกอสูรจางก็เปล่งเสียงเป็นถ้อยคำประหลาดๆ จากนั้นมันก็ล้มตัวลงนอนเหยียดยาว และเคล้าเคลียเขาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจมัน…

อสูรที่มีวรยุทธถึงขั้นนี้ทำตัวน่าไม่อายขนาดหนักได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

มันเพี้ยน หรือพวกเราตาฝาด?

“ฮะ?”

อันที่จริง จางเซวียนก็เซ่อไปเหมือนกัน

ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาทำให้อสูรฝันสะพรึงเกิดโมโหขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ตัวเขาก็เครียดเอาการ

จางเซวียนแค่ทดลองใช้ภาษาลึกลับที่พบใหม่เท่านั้น และคิดว่าหากเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา ก็สามารถใช้ศิลปะการเคลื่อนไหวเทียบฟ้าเอาตัวรอดได้ เขาไม่คิดว่าอสูรนั่นจะเปลี่ยนท่าทีอย่างปุบปับเมื่อได้ยินคำนั้น

ถ้ารู้สักหน่อยว่าคำพวกนี้ทรงพลังแค่ไหน จะไม่มีทางเสียเวลาร่ำเรียนภาษาอสูรดึกดำบรรพ์เลย

เขาชำเลืองมองหัวอันใหญ่โตที่ยังเคล้าเคลียไม่หยุด จางเซวียนพยายามข่มความอัศจรรย์ใจไว้และเอ่ยถาม “แกอยากยอมจำนนให้ข้าหรือ?”

“ฮื่อออออ!”

อสูรฝันสะพรึงรีบผงกหัว

“เอ่อ…” ขนาดอีกฝ่ายตกปากรับคำแล้ว จางเซวียนก็ยังไปไม่เป็น

มันจะ…ง่ายไปหน่อยไหม!

“ถ้างั้นก็…ทำสัญญากัน!”

ถึงจะยังงงๆ แต่ก็รู้ว่านี่คือโอกาสงาม จางเซวียนแตะหัวของอสูรฝันสะพรึง และหยดเลือดจากปลายนิ้วของเขาลงไป

ราวกับกลัวว่าจางเซวียนจะเปลี่ยนใจ เจ้ายักษ์ใหญ่นั่นรีบกลืนเลือดของเขาลงไปด้วยสีหน้าที่พออกพอใจมาก

จากนั้น จางเซวียนก็รู้สึกได้ถึงเจตจำนงหนึ่งที่ผูกพันเข้ากับเจตจำนงของเขา ทำให้เขาสามารถสื่อสารกับมันเข้าใจ

“นี่คือ…การยอมจำนนอย่างสมบูรณ์แบบ?”

นักฝึกอสูรที่อยู่ตรงนั้นถึงกับหัวหมุน

แค่ตะโกนคำประหลาดสองสามคำ อีกฝ่ายก็ทำสำเร็จ อสูรที่มีวรยุทธกึ่งเหนืออสูรทำตัวว่าง่ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

“ไม่น่าเชื่อว่าพวกเราเคยคิดจะแข่งกับเขา…”

อัจฉริยะหลายคนที่อยู่ตรงนั้นแทบปล่อยโฮ

แม้จางเซวียนจะผ่านด่านกรงสิบอสูรได้อย่างง่ายดาย แต่ก็มีอยู่สองสามคนที่ยังไม่อยากจะยอมรับในความเก่งกาจของเขา

แต่เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า ก็รู้แล้วว่า…มันคนละชั้น

แม้แต่หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินซึ่งเป็นถึงนักฝึกอสูรระดับ 3 ดาวก็ยังทำไม่สำเร็จ แต่แค่ราว 12 อึดใจ จางเซวียนก็ทำได้ วีรกรรมนี้ช่างน่าทึ่งเสียจนดูไม่เหมือนเป็นฝีมือมนุษย์

“นี่คือปรมาจารย์นักฝึกอสูรตัวจริง!”

ใครสักคนพูดขึ้นและถอนหายใจออกมา

เมื่อได้ยินคำนั้น ฝูงชนที่เหลือก็พากันพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง

เพราะมีแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอสูรระดับปรมาจารย์เท่านั้นที่จะสามารถทำให้อสูรฝันสะพรึงยอมจำนนได้อย่างง่ายดาย แถมยังผ่านด่านกรงสิบอสูรไปได้โดยใช้แค่ครึ่งเวลาน้ำชา…

ทุกคนหันขวับไปมอง ‘ปรมาจารย์’ อยากรู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไปหลังจากที่ทำสัญญาแล้ว และได้เห็นอีกฝ่ายเดินไปหาหัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉิน

“หัวหน้าเซี่ย ข้าทำให้ไอ้ตัวนั้นเชื่องแล้วนะ เพราะฉะนั้นก็…เลือดอสูรวิเศษ 20 หยด เดี๋ยวก่อน ท่านบอกว่าจะเพิ่มให้อีก 10 หยดนี่ แล้วเมื่อไหร่ข้าจะได้?”

“เลือดอสูรวิเศษ…”

เซี่ยจิ่วเฉินถึงกับเซ หน้าตาของเขาบูดเบี้ยว

ตอนที่ผมบอกให้คุณทำให้อสูรฝันสะพรึงยอมจำนนน่ะ ข้าหมายถึงเจ้าจะต้องหว่านล้อมให้มันจงรักภักดีต่อดงอสูรต่างหาก

นี่เอาไปเป็นของตัวเองหน้าตาเฉย ยังมีหน้าจะมาเรียกร้องค่าตอบแทนอีก!

จะมีเหตุผลกว่านี้หน่อยได้ไหม?

ก็เหมือนกับการที่ข้าขอให้เจ้าช่วยติดต่อสาวสวยให้สักคน แต่แล้วเจ้าก็คว้านางไปเสียเอง แถมยังมีหน้ามาเรียกร้องให้ข้าจ่ายเงินให้…

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินแน่นหน้าอกจนแทบกระอักเลือดออกมา

ทำแบบนี้ไม่ได้นะ!

“นักฝึกอสูรจาง เจ้าทำให้อสูรฝันสะพรึงยอมจำนนและกลายเป็นอสูรของเจ้าเอง มันเหมาะสมแล้วหรือที่เจ้าจะมาเรียกร้องให้เราจ่ายค่าตอบแทนเป็นเลือดอสูรวิเศษ?”

เห็นหัวหน้าเดือดดาลจนพูดไม่ออก ผู้อาวุโสสูงสุดเว่ยยู่ฉิงจึงอดขัดไม่ได้

“ไม่เหมาะสม? ก็ข้าทำให้มันเชื่องแล้วไง?” จางเซวียนย้อน

“ก็ใช่…”

“ก็ท่านพูดไม่ใช่หรือว่า จะมอบหยดเลือดอสูรวิเศษให้ ถ้าข้าทำให้มันเชื่องได้?” จางเซวียนถามต่อ

“ก็ใช่…”

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินร่ำๆ จะปล่อยโฮ

ตอนแรก เขาคิดว่าต่อให้หมอนี่เก่งกาจสักแค่ไหนก็ยังเป็นแค่นักรบจงซรือขั้นสูงสุด เมื่อดูจากการที่อสูรฝันสะพรึงเชิดใส่แม้กระทั่งพวกเขา แล้วมันจะยอมจำนนให้คนที่มีวรยุทธอ่อนด้อยได้อย่างไร?

ไม่นึกไม่ฝันว่าเขาจะทำได้สำเร็จจริงๆ …

“ก็ในเมื่อท่านตกลงแล้ว เราก็ควรจะทำให้มันจบๆ ไม่อย่างนั้น ข้าจะไปจัดการกรงสิบอสูรอีก!” จางเซวียนพูด

“ช่างมันเถอะ, ผู้อาวุโสเว่ย ไปเอาเลือดอสูรวิเศษมาที”

หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินถึงกับกระตุก เขารีบโบกมือและสั่งการ

ถึงอย่างไรเรื่องของอสูรฝันสะพรึงก็แก้ไขไม่ได้แล้ว อีกอย่าง ถ้าหมอนั่นเข้าไปท้าทายกรงสิบอสูรอีก ไม่นานอสูรทุกตัวที่อยู่ที่นี่ก็คงกลายเป็นของเขาไปหมด..

ขืนเป็นอย่างนั้นขึ้นมาล่ะก็ ในฐานะหัวหน้าดงอสูร เขาคงไม่เหลือศักดิ์ศรีไปมองหน้าใครได้อีก…

“ก็ได้!”

เว่ยยู่ฉิงก็หงุดหงิด แต่เขาก็ทำตามคำสั่งของหัวหน้า ครู่เดียวก็กลับมาพร้อมกับขวดหยก 1 ใบ

จางเซวียนรับขวดหยกมาและเปิดฝาดู หยดเลือดสีแดงก่ำลอยอยู่ในนั้น มันมีอยู่ราวครึ่งขวด จากการกะคร่าวๆ จางเซวียนก็แน่ใจว่าน่าจะมีราว 30 หยด

“เยี่ยมเลย!”

การที่เขามาดงอสูรก็เพื่อสิ่งนี้ เมื่อได้ตามต้องการแล้ว จางเซวียนจึงเก็บขวดนั้นลงไปในแหวนเก็บสมบัติอย่างยินดีปรีดา

เมื่อเห็นภาพนั้น หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินแสนจะปวดใจ

ตลอดระยะเวลายาวนานกว่าพันปี ดงอสูรแห่งอณาจักรชวนหยวนสะสมเลือดอสูรวิเศษไว้ได้ราว 50 หยดเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เกินกว่าครึ่งต้องหายไปในพริบตา มันช่างเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่

แต่เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายอาจเป็นมังกรอวตาร หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินจึงรีบสลัดความไม่พอใจออกไป

“เอาล่ะ ไม่มีประโยชน์อะไรที่แกจะตามข้ามา แกควรอยู่ที่นี่และรับใช้ดงอสูร ถ้าตกลงล่ะก็ ข้าจะรักษาอาการบาดเจ็บที่แกกำลังทุกข์ทรมานอยู่ให้ และการที่ข้าจะช่วยให้แกเป็นอสูรวิเศษได้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก!”

จางเซวียนไม่แยแสท่าทีของหัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉิน เขาหันไปพูดกับอสูรฝันสะพรึงด้วยทีท่าสบายๆ

เจ้านี่แข็งแกร่งก็จริง แต่บินไม่ได้ จึงมีประโยชน์กับจางเซวียนไม่มาก

อาณาจักรชวนหยวนแห่งนี้ก็เป็นแค่เป้าหมายชั่วคราวเท่านั้น จางเซวียนต้องไปให้ถึงสมาพันธ์นานาอาณาจักรภายใน 3 เดือน และเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะพามันไปด้วย ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็ยกประโยชน์ให้ดงอสูรดีกว่า

ซึ่งก็แน่นอนว่า ถ้าอีกฝ่ายปฏิเสธจะมอบหยดเลือดอสูรวิเศษให้เขา เขาก็จะปล่อยให้อสูรฝันสะพรึงเป็นอิสระ แทนที่จะบอกให้มันยอมจำนนต่อที่นี่

เพราะถึงอย่างไรจางเซวียนก็ไม่ใช่นักบุญ ถ้าอีกฝ่ายคว่ำสัญญา แล้วเขาจะช่วยเหลือไปทำไม?

“เจ้า…เจ้าว่าไงนะ? บอกให้อสูรฝันสะพรึงรับใช้ดงอสูรของเรา?”

ตอนแรก หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินก็แสนจะไม่พอใจกับเล่ห์กลของอีกฝ่าย แต่เมื่อได้ยินแบบนั้น เขาก็ถึงกับหายใจหอบด้วยความตื่นเต้น

“ใช่สิ!”

จางเซวียนโบกมือง่ายๆ

“เอ่อ…” หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินและผู้อาวุโสสูงสุดเว่ยยู่ฉิงถึงกับอึ้ง พวกเขาตาแดงก่ำขึ้นมาทันที

นี่คืออสูรที่มีวรยุทธขั้นกึ่งเหนืออสูร ถ้าใครสักคนทำให้มันยอมจำนนได้ ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยมันไป แต่ชายหนุ่มคนนี้เพิ่งจะพูดว่ายกมันให้พวกเขา ใจกว้างอะไรขนาดนี้?

พวกเขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นแค่คนเห็นแก่ตัวและโลภมาก คิดตลอดเวลาว่าจะเอาเปรียบคนอื่นอย่างไร แต่การกระทำของจางเซวียนได้เปลี่ยนความคิดของพวกเขาไปหมด บางทีเขาอาจจะมีภารกิจเร่งด่วนที่ต้องใช้หยดเลือดอสูรวิเศษจริงๆ

อสูรที่มีวรยุทธขั้นกึ่งเหนืออสูรและใกล้จะฝ่าด่านคอขวดจนได้เป็นอสูรวิเศษแล้ว ย่อมมีค่ามากกว่าหยดเลือดอสูรวิเศษ 30 หยดหลายเท่า อันที่จริง ต่อให้ร้อยหยดก็ยังเทียบกับมูลค่าของมันไม่ได้

ในเมื่ออีกฝ่ายยอมมอบอสูรที่เก่งกาจขนาดนี้ให้พวกเขาอย่างง่ายๆ แล้วจะเป็นคนตะกละตะกรามโลภมากได้อย่างไร?

“พะ-พวกเราเข้าใจเขาผิดไป อัจฉริยะล้วนมีศักดิ์ศรีของตัวเอง เขาคงไม่ยอมทำอะไรไม่เข้าท่าเพียงเพราะผลประโยชน์เล็กน้อยแค่นี้หรอก…”

เมื่อเกิดความคิดนั้นขึ้นมา ความประทับใจของทั้งคู่ที่มีต่อตัวนักฝึกอสูรจางก็พลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือ

แต่แล้วชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาก็อ้อมแอ้มออกมา “อ้อ ใช่…ในเมื่อข้าหว่านล้อมให้อสูรฝันสะพรึงยอมจำนนต่อดงอสูรแล้ว พวกท่านก็ควรจะมอบอะไรที่เป็นการแสดงความขอบคุณหน่อยไหม? อย่างเช่นหินวิเศษ ยาเม็ด สมุนไพร หรืออะไรทำนองนั้นน่ะ สักหนึ่งหรือสองคันรถก็ได้ ข้าไม่รังเกียจที่จะหอบไปหรอก…”

“….” หัวหน้าเซี่ยจิ่วเฉินกับผู้อาวุโสสูงสุดเว่ยยู่ฉิง

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!