Skip to content

Library Of Heaven’s Path 499

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 499 จับอสูรห้าสะพรึง

ปล่อยเขา?

C

นี่พล่ามอะไรออกมา? มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่านั่นคือวิธีการที่ตรงไปตรงมาที่สุด…แต่ก็ดูสิว่ามันกำลังเกรี้ยวกราดขนาดไหน พร้อมจะฆ่าใครได้ทุกคนอยู่แล้ว คุณคิดว่ามันจะยอมปล่อยผมหรือไง?

ทั้งกักขังมันไว้ ทั้งใช้ค่ายกลประสานกาย แค่นี้ก็ทำให้สองฝ่ายเกลียดขี้หน้ากันพอแล้ว เมื่อหลุดออกมาได้ อสูรห้าสะพรึงจึงแทบรอไม่ไหวที่จะฆ่าอีกฝ่ายเพื่อระบายความแค้นของมัน ปล่อยเรอะ? ล้อเล่นน่ะ!

เขานึกว่าในเมื่อชายหนุ่มคนนี้สามารถทำนายเหตุการณ์การปรากฏตัวของมดกลืนกินวิญญาณได้ ก็น่าจะมีวิธีดีๆที่จะช่วยชีวิตเขา ไม่นึกเลยว่าจะเป็นแค่คนกะล่อนปลิ้นปล้อนคนหนึ่ง!

ขอให้อสูรห้าสะพรึงปล่อยตัวเขา ก็เท่ากับเร่งความตายให้เร็วขึ้น!

หัวหน้าหานท้อใจและหมดหวังกับทุกอย่าง แต่ตอนนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงประธานไซ่

“ปล่อย? คุณต้องการอะไรบ้างล่ะ ผมจะไปเตรียมเดี๋ยวนี้!”

“ไม่ต้องเตรียมอะไรเลย แค่ผมจับมันและฝึกมันให้เชื่องได้ มันก็จะยอมฟังผมเอง” ชายหนุ่มยังใช้น้ำเสียงไร้อารมณ์แบบเดิม

“จับมันและฝึกมันให้เชื่อง?” หัวหน้าหานถึงกับหน้ามืด

ตลอดระยะเวลาของความสัมพันธ์ 3 ปี หากนำของล้ำค่าทั้งหมดที่เขาเคยมอบให้อสูรห้าสะพรึงตัวนี้มากองรวมกัน ก็คงได้เท่ากับภูเขาขนาดย่อมๆ ซึ่งนั่นยังไม่รวมปฏิบัติการครั้งนี้ที่เขาถึงกับต้องใช้ซากอสูรฝูงกวาง หินวิเศษขั้นกลาง และของล้ำค่าอีกหลายอย่างเพื่อล่อใจมัน แต่ถึงอย่างนั้น สุดท้ายอสูรห้าสะพรึงก็ยังไม่รับข้อเสนอ

คุณกล้าพูดออกมาง่ายๆได้อย่างไรว่าจะฝึกมันให้เชื่อง? ถ้ามันง่ายแบบนั้น คิดหรือว่าผมจะต้องตกอยู่ในสภาพนี้?

“ช่างหัวมันเถอะ ในเมื่อไว้ใจหมอนั่นไม่ได้ เราก็ควรหาทางด้วยตัวเอง!”

เมื่อรู้แล้วว่าไม่อาจพึ่งพาชายหนุ่มคนนั้น หัวหน้าหานรวบรวมพละกำลังของเขาและพยายามผลักเท้าของอสูรห้าสะพรึงออกไป แต่ยิ่งออกแรงมากขึ้นเท่าไหร่ ก็รู้สึกถึงน้ำหนักที่โถมทับเขามากขึ้น เป็นเงาตามตัว

บึ้ม!

คลื่นความสั่นสะเทือนลูกใหญ่แผ่ออกมาโดยรอบ ร่างของหัวหน้าหานถูกกดให้จมลึกลงไปในดิน ฝุ่นฟุ้งตลบอบอวลขึ้นมา เปื้อนหน้าตาของเขามอมแมมไปหมด

พรวด!

เขากระอักเลือดออกมาอีกครั้ง แรงกดอันหนักหน่วงนั้นทำให้บาดแผลของเขาย่ำแย่ลงอีก สติสตังก็ใกล้วิปลาสเต็มที

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าเราจะต้องมาตายที่นี่…”

ความสิ้นหวังเข้าเกาะกุมหัวใจของเขา เพราะหมกมุ่นกับการฝึกอสูรมาทั้งชีวิต เขาคิดว่าด้วยวิธีการต่างๆนานาที่นำมาใช้ จะต้องทำให้เขาได้เจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนั้นมาเป็นอสูรของตัวเอง ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องลงเอยด้วยการถูกมันกระทืบตาย…

แค่คิดก็หดหู่แล้ว

ขณะที่เขากำลังจะหลับตาลงและรอคอยสัญญาณมรณะ ก็พลันได้ยินเสียงที่เหมือนกับเสียงร้องของวัวและฟ้าคำราม แล้วแรงกดหนักหน่วงที่โถมทับตัวเขาอยู่ก็หายวับไป

หัวหน้าหานคลำตามเนื้อตัวเพื่อให้แน่ใจว่ายังไม่ตาย อสูรห้าสะพรึงที่กำลังจะกระทืบเขาอยู่รอมร่อได้ชักเท้าใหญ่โตของมันกลับไปแล้ว

เขางงงันจนต้องลืมตาดู แต่เห็นแค่แวบเดียวก็ตัวสั่นเทิ้มและเกือบเป็นลม ใบหน้าของเขาบูดเบี้ยว สองตาก็เกือบปะทุออกจากเบ้า

“มะ-มัน…”

ดูเหมือนหัวหน้าหานจะเห็นภาพที่ทำให้เขาจนปัญญาจะหาเหตุผล

อสูรห้าสะพรึงที่แสนหยิ่งผยองซึ่งเพิ่งจะโจมตีเขาเพื่อระบายความแค้นอยู่เมื่อครู่กำลังนอนพังพาบอย่างว่าง่ายอยู่ตรงหน้าชายคนหนึ่ง หัวของมันแนบไปกับพื้น ลิ้นสากหนาก็เลียเท้าของอีกฝ่ายไม่หยุดหย่อน มันประจบประแจงคนผู้นั้นด้วยสีหน้าท่าทางภักดีขั้นสุดราวกับหมาเคล้าเคลียเจ้าของ เป็นภาพที่พิลึกพิลั่นจนสุดจะพรรณนา

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

เจ้ายักษ์ใหญ่นั่นหยิ่งผยองถึงขนาดที่ตัวตายก็ไม่ยอมรับใช้ใครทั้งนั้น ไม่ควรจะมีอะไรทำให้มันเปลี่ยนใจได้ไม่ใช่หรือ?

แต่แค่ชั่วพริบตา มันก็หันไปเลียบาทาของคนอื่นเสียอย่างนั้น?

และที่หนักกว่าเก่า ไอ้ทีท่าเคารพนบนอบนี่คืออะไร? แกกำลังกลืนน้ำลายตัวเองรู้ไหม? เหมือนแกไม่ชอบทำตัวเป็นนกสองหัวไม่ใช่หรือ…จะช่วยทำตัวอย่างที่เคยเป็นไม่ได้หรือไง?

หัวหน้าหานขยี้ตาอย่างแรง และพยายามจ้องดูให้แน่ใจว่าเขาเห็นภาพนั้นจริงๆ ก็พอดีกับคนที่ยืนตรงหน้าอสูรห้าสะพรึงผลักหัวมันอย่างสุดจะทน

“ไปกินหญ้าตรงนู้น ไป๊!”

เฮ้ย!

หัวหน้าหานแทบทรุด

อสูรห้าสะพรึงปฏิบัติต่อคุณด้วยความเคารพขนาดนั้น แต่คุณผลักมันออกไป แถมยังไล่มันให้ไปกินหญ้า? นี่มันสัตว์กินเนื้อ! จะกินหญ้าได้อย่างไรกัน?

แต่แล้วก็ต้องช็อกไปอีกรอบ เพราะอสูรห้าสะพรึงตรงไปที่หญ้าโดยไม่ลังเล มันอ้าปากกว้าง และตั้งต้นเคี้ยวหญ้าหยับๆอย่างมีความสุข ราวกับกลัวว่าจะมีใครขโมยหญ้าไป…

เพียะ!

หัวหน้าหานคิดว่าฝันไป เขาตบหน้าตัวเองอย่างแรง ความเจ็บนั้นทำให้สติสัมปชัญญะของเขาแจ่มชัดขึ้น และเมื่อมองดูอีกครั้ง อสูรห้าสะพรึงก็กำลังห้ำหั่นกับหญ้าอย่างเริงร่าเหมือนเดิม

“ให้นรกกินหัวสิ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”

หัวหน้าหานยกสองมือกุมหัวอย่างคนคลุ้มคลั่ง รู้สึกเหมือนทุกอย่างผิดเพี้ยนไปหมด

เขาเห็นชายคนที่อสูรห้าสะพรึงกำลังประจบประแจงแล้ว คือนักฝึกอสูรระดับ 2 ดาวที่เพิ่งแนะนำเขาไปเมื่อครู่ก่อน, จางเซวียน

หลังจากพากเพียรอยู่ 3 ปี อสูรห้าสะพรึงก็ยังไม่สนใจใยดีเขา ถึงกับพยายามจะฆ่าเขาเสียด้วยซ้ำ…แต่ชายผู้นี้แค่คำรามครั้งเดียว มันก็หันมาเลียบาทาและกินหญ้าอย่างสบายใจ

ความยุติธรรมของโลกใบนี้หายไปไหน?

ผมหรือคุณกันแน่ที่เป็นนักฝึกอสูรระดับ 4 ดาว?

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาทันที

“หรือว่านี่เป็นเหตุผลที่…ประธานไซ่ปฏิบัติตัวต่อเขาอย่างสุภาพ?

เขาสงสัยมาตลอดว่าทำไมประธานไซ่ถึงเลือกที่จะทำตัวนอบน้อมกับชายหนุ่มคนนี้ และจากที่เห็น ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้เป็นแค่นักฝึกอสูรระดับ 2 ดาว

เพราะไม่อย่างนั้น… แค่คำรามครั้งเดียว จะทำให้อสูรห้าสะพรึงที่แสนเย่อหยิ่งลดตัวลงมายอมจำนนให้เขาได้อย่างไร?

หัวหน้าหานรวบรวมลมหายใจและข่มความเจ็บปวดไว้ก่อนจะเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม “ขอบคุณนักฝึกอสูรจางที่ช่วยชีวิตผม!”

ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายช่วยจัดการกับอสูรห้าสะพรึง เขาคงตายไปแล้ว ถึงอย่างไรชายหนุ่มก็ได้ช่วยชีวิตเขา ซึ่งนั่นทำให้เขาเป็นหนี้บุญคุณชายผู้นี้

จางเซวียนโบกมืออย่างไม่แยแสและพูดว่า “ผมทำก็เพราะประธานไซ่ร้องขอ ถ้าจะต้องขอบคุณใครสักคนให้ได้ล่ะก็ ไปขอบคุณประธานไซ่เถอะ!”

ถ้าไม่ใช่เพราะประธานไซ่ล่ะก็ เราจะไม่ยุ่งด้วยเลย!

“ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณนักฝึกอสูรจาง ถ้าไม่ใช่เพราะคุณช่วยไว้ ผมคงตายไปแล้ว!”

หลังจากขอบคุณจางเซวียนอีกครั้ง หัวหน้าหานก็หันไปประสานมือคารวะประธานไซ่ “ประธานไซ่ ผมขอขอบคุณ…”

“เราก็เป็นเพื่อนกันมานาน คุณไม่จำเป็นต้องเกรงใจผมหรอก!” ประธานไซ่หน้าแดงก่ำ “อีกอย่าง ผมก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ปรมาจารย์จางจัดการให้อสูรตัวนั้นยอมจำนนได้ด้วยตัวเขาเอง!”

“ปรมาจารย์จาง?”

แม้เขาจะเคยได้ยินประธานไซ่เรียกคำนี้มาแล้ว แต่ก็คิดไปว่าตัวเองหูฝาด และก่อนหน้านี้เขาก็อยู่ในการต่อสู้จากระยะไกล จึงเป็นไปได้ว่าจะเข้าใจผิด แต่ครั้งนี้ไม่มีทางเข้าใจผิดได้ หัวหน้าหานใจหายวูบ

หรือว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาจะเป็นปรมาจารย์จริงๆ?

“ถูกแล้ว ปรมาจารย์จางไม่ได้เป็นแค่ปรมาจารย์นะ เขายังเป็นนักฝึกอสูรระดับ 2 ดาว, นักตรวจสอบสมบัติระดับ 5 ดาว และผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับเสี้ยว 4 ดาวด้วย!” ประธานไซ่อธิบาย

“ปรมาจารย์, นักตรวจสอบสมบัติระดับ 5 ดาว และผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ…เสี้ยว 4 ดาว?” หัวหน้าหานหน้าซีด

เขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นแค่นักฝึกอสูรระดับ 2 ดาว จึงไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร ก็จะไปรู้ได้อย่างไรเล่าว่าเขาจะเชี่ยวชาญในหลากหลายอาชีพเสียขนาดนั้น?

แต่จะว่าไป แค่ความเป็นปรมาจารย์อย่างเดียวก็มากพอจะทำให้ชายหนุ่มคนนี้มีสถานภาพสูงส่งกว่าเขาแล้ว

ปรมาจารย์ไม่ใช่ผู้ที่ใครจะมาดูถูกดูแคลนได้ ใครที่กล้าทำแบบนั้นจะต้องตายในทันที และไม่มีผู้ใดกล้าออกรับหรือแก้ต่างให้ด้วย

แถมเขายังเป็นนักตรวจสอบสมบัติระดับ 5 ดาวและผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับเสี้ยว 4 ดาวอีกต่างหาก

“แน่นอน นายน้อยของผมไม่ได้มีอาชีพแค่นั้นนะ เขายังเป็นนายแพทย์ นักปรุงยา และจิตรกรด้วย!”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังอึ้งตะลึง ชายร่างตุ้ยนุ้ยก็เดินออกมาจากด้านหลังชายหนุ่มและพูดขึ้นมา

“เจ็ด…อาชีพ?” หัวหน้าหานกลืนน้ำลายและเริ่มปากสั่น

กว่าจะเชี่ยวชาญได้สักอาชีพหนึ่งก็ต้องลงทุนลงแรงกันอย่างหนัก แต่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาเชี่ยวชาญถึงเจ็ดอาชีพ…

มีปีศาจพรรค์นี้ปรากฏตัวขึ้นในสมาพันธ์นาอาณาจักรตั้งแต่เมื่อไหร่?

ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมประธานไซ่ถึงยกย่องนัก หากเขารู้ว่าอีกฝ่ายมีสถานภาพแบบนี้ จะไม่มีทางวางท่าอวดเก่งใส่เลย “ใช่แล้ว แต่เหนือสิ่งอื่นใด นายน้อยของผมช่วยชีวิตคุณเอาไว้ คุณคิดว่าไอ้คำว่า ‘ขอบคุณ’ คำเดียวมันเพียงพอหรือ?”

ซุนฉางหรี่ตาและจ้องหน้าหัวหน้าหานอย่างดูแคลน “ผมจำได้ว่าเห็นคุณมอบของล้ำค่า 2 – 3 อย่างให้อสูรห้าสะพรึงตอนที่พยายามจะจับมัน ทำไมล่ะ? คุณคิดว่าชีวิตของตัวเองมีค่าน้อยกว่าอสูรวิเศษตัวหนึ่งหรือไง?”

“ผม..

หัวหน้าหานตัวแข็งทื่อ

อันที่จริง แค่คำขอบคุณเพียงคำเดียวก็ไม่คู่ควรกับผู้ที่ช่วยชีวิตเขาไว้

“ตอนแรก ผมคิดจะใช้หินวิเศษก้อนนี้ล่อใจอสูรห้าสะพรึง เพื่อที่ผมจะได้จับมันได้เสียที…”

หัวหน้าหานหยิบหินวิเศษขั้นกลางก้อนที่ใช้เมื่อครู่ก่อนออกมา เขามองอสูรห้าสะพรึงที่ยังง่วนอยู่กับการเคี้ยวหญ้า รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะทำให้มันเชื่อง จึงได้แต่กัดฟันและยื่นให้ “แต่ว่า…ตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์แล้ว ผมจะมอบมันให้ปรมาจารย์จางเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความขอบคุณที่ช่วยชีวิตผมก็แล้วกัน!”

ชายร่างตุ้ยนุ้ยรับหินวิเศษมาพลิกหน้าพลิกหลัง จากนั้นก็ขมวดคิ้ว “แค่ก้อนเดียว?”

“ผม…มีก้อนนี้ก้อนเดียวแหละ!” หัวหน้าหานหน้าแดงก่ำ

ทั่วทั้งสมาพันธ์นานาอาณาจักรก็มีหินวิเศษขั้นกลางอยู่แค่ไม่กี่ก้อน ตัวเขาต้องพึ่งพาทั้งโชคชะตาและความมานะกว่าจะได้ก้อนนี้มา

“เอาเถอะ! เท่าไหร่เท่านั้น” เมื่อรู้แล้วว่าอีกฝ่ายมีปัญญาแค่นี้ ซุนฉางก็ส่ายหน้าและมอบหินวิเศษให้จางเซวียน “นายน้อย!”

“อือ”

จางเซวียนรับมาและพยักหน้าอย่างพอใจ

ถ้าจะพูดกันตามตรง ซุนฉางถือเป็นลูกน้องที่รู้งานสุดๆ

เขาอ่านขาดว่าจางเซวียนอยากได้หินวิเศษขั้นกลาง จึงออกหน้าและจัดการให้

ถึงอย่างไร ปรมาจารย์ก็ไม่ใช่นักบุญ การที่ใครสักคนจะอยากได้สิ่งตอบแทนหลังจากให้ความช่วยเหลืออะไรสักอย่างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และบรรดาปรมาจารย์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน

เพราะไม่อย่างนั้น ผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือก็มีอยู่ตั้งมากมาย แล้วนายน้อยจะไม่เหนื่อยตายหรือ?

เมื่อเก็บหินวิเศษเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติแล้ว จางเซวียนก็หันไปพูดกับหัวหน้าหาน “ผมกำลังอยากได้หินวิเศษขั้นกลางอยู่ ยินดีมากทีเดียวที่ได้รับของกำนัลจากคุณ แต่ถึงอย่างไรก็จะไม่เอาเปรียบคุณหรอกนะ ผมจะรักษาอาการบาดเจ็บให้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนก็แล้วกัน!”

“รักษาอาการบาดเจ็บ?” หัวหน้าหานถึงกับตะลึง “คุณกำลังจะบอกว่าอาการบาดเจ็บรุนแรงขนาดนี้ก็รักษาได้หรือ?”

เพราะถูกอสูรห้าสะพรึงโจมตีอย่างหนักหน่วงครั้งแล้วครั้งเล่า อีกทั้งตัวเองก็ขับเคลื่อนพลังงานเกินพิกัด อวัยวะภายในของเขาจึงบอบช้ำ ระดับวรยุทธก็ตกฮวบ แทบไม่มีทางจะรักษาอาการบาดเจ็บให้หายในระยะเวลาสั้นๆได้

เมื่อจางเซวียนบอกว่าจะรักษาให้ ความคิดแรกที่เข้ามาก็คือมันเป็นไปไม่ได้

“ผมพูดแล้ว ก็แปลว่าผมทำได้ แต่ถ้าคุณไม่ต้องการ เราจบเรื่องเพียงเท่านี้ก็ได้นะ!” จางเซวียนโบกมือ

“ผมอยากได้การรักษาอยู่แล้ว…” เมื่อนึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นทั้งปรมาจารย์และนายแพทย์ หัวหน้าหานก็รีบพยักหน้า

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เขาจะไม่มีทางเชื่อคำพูดของอีกฝ่ายเลย แต่เมื่อมองดูอสูรห้าสะพรึงที่กำลังแทะทึ้งหญ้าอย่างว่าง่าย ก็อดคิดไม่ได้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาช่างเก่งกาจเสียจริง

เมื่อพูดจากันเข้าใจแล้ว หัวหน้าหานก็ถาม “ปรมาจารย์จาง คุณต้องการสมุนไพรชนิดไหนบ้างหรือเปล่า? ผมพอมี…”

แม้เขาจะไม่ใช่นายแพทย์ แต่ในฐานะนักรบและนักฝึกอสูร หัวหน้าหานก็พอมีความรู้พื้นฐานเรื่องการรักษาโรคอยู่บ้าง ด้วยอาการบาดเจ็บรุนแรงที่เขาประสบอยู่ หากไม่ได้สมุนไพรอายุหลายร้อยปีมาช่วย การจะพื้นฟูสภาพร่างกายให้ดีดังเดิมก็คงเป็นไปได้ยาก

ซึ่งเขาก็พอมีสมุนไพรเหล่านั้นอยู่บ้าง

ขณะที่กำลังจะหยิบออกมา ชายหนุ่มก็ขัด

“สมุนไพร? ไม่ต้องหรอก… เจ้าอสูรห้าสะพรึง…มานี่ซิ มาจัดการตบเขาให้สลบที!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!