ตอนที่ 534 ผู้อาวุโสอู๋ยับเยิน (1)
เป็นไปไม่ได้หรอก!
การแข่งขันมีทั้งหมด 5 ด่าน และแต่ละด่านก็ล้วนแต่มีความสำคัญ เพราะสามารถตัดสินชี้ขาดได้ว่าใครจะได้เป็นตัวแทน 2 คนสุดท้ายหรือไม่ ต่อให้คุณชายโหลวฮวนแน่ใจว่าตัวเองจะผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกไปได้ เขาก็ไม่น่าจะพอใจกับการรั้งอันดับสอง
อีกอย่าง เป้าหมายสูงสุดคือการประลองปรมาจารย์ ถ้าหากแค่การแข่งขันรอบคัดเลือกก็ยังเป็นแชมป์ไม่ได้ เมื่อถึงการแข่งขันระดับใหญ่ จะไหวหรือ?
ท่ามกลางสายตางุนงงทุกคู่ คุณชายโหลวฮวนเดินเข้าไปหาจางเซวียนและพูดว่า “ตาคุณแล้ว…”
เพิ่งจะตอนนั้นเองที่ทุกคนนึกได้ว่าถึงตาของปรมาจารย์จาง
“ปรมาจารย์สู่วกับปรมาจารย์หลิวให้คำรับรองเป็นมั่นเหมาะขนาดนั้น เขาต้องเก่งกาจไม่ใช่เล่นแน่!”
“ดูจากอายุ จะเก่งได้แค่ไหนกัน? ผมยังกังวลว่าหมอนั่นจะรอดพ้นไปได้จนจบเพลงหรือเปล่า!”
ถ้าอยู่จนจบเพลงไม่ได้ล่ะก็ น่าขายหน้าสุดๆ!”
“จริงด้วย!”
เมื่อเห็นว่าถึงตาของปรมาจารย์จาง ทุกสายตาก็เบนจากคุณชายโหลวฮวนไปจับจ้องที่เป้าหมายใหม่
อันที่จริง พวกเขาก็อยากรู้อยู่แล้วว่าชายหนุ่มลึกลับผู้นี้เป็นใคร
ขนาดการแข่งขันรอบคัดเลือกอันแสนสำคัญก็ยังมาสาย เขาเป็นแค่เจ้าหนุ่มที่มั่นใจในตัวเอง หรือหยิ่งผยองไม่เข้าเรื่องกันแน่?
จางเซวียนไม่แยแสสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องของคุณชายโหลวฮวน เขาเดินไปหยิบแผ่นค่ายกลขึ้นมา
แม้ตัวเขาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับเสี้ยว 4 ดาว แต่แผ่นค่ายกลเปล่าแผ่นเดียวที่เขาเคยจับต้องก็คือแผ่นค่ายกลเกรด 5 ที่เขาได้จารึกอักขระค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณลงไป นี่จึงเป็นครั้งแรกที่จางเซวียนได้เห็นแผ่นค่ายกลเกรดต่ำๆ
เมื่อถือมันไว้ในมือ ก็รู้สึกได้ว่าวัสดุที่ใช้นั้นอ่อนกว่าแผ่นค่ายกลเกรด 5 อย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่าคุณภาพของวัสดุย่อมต่างกัน
จางเซวียนเดินไปตรงจุดที่ผู้เข้ารับการทดสอบคนก่อนเคยนั่ง เขามองไปรอบๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เกาหัวและถามอย่างเขินๆ “ผมต้องขออภัยด้วย แต่ว่า…ผมจะตรึงแผ่นค่ายกลแผ่นนี้ไว้บนผนังได้ไหม?”
“ตรึง?”
ผู้อาวุโสถึงกับชะงัก “ถ้าคิดว่าดีก็ทำเถอะ!”
วัตถุประสงค์หลักของการทดสอบคือการวัดความแข็งแกร่งของจิตใจภายใต้การโจมตีของบทเพลงปีศาจวิปลาส แผ่นค่ายกลเป็นเพียงเครื่องมือวัดเท่านั้น ไม่ว่าจะถูกตรึงไว้บนผนังหรืออยู่ในมือก็ไม่แตกต่าง
“ขอบคุณ!”
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากอีกฝ่าย จางเซวียนก็สูดหายใจลึกและสะบัดข้อมือ แผ่นค่ายกลเปล่าปลิวไปติดอยู่บนผนังที่ไม่ห่างออกไปนัก
“ผมพร้อมแล้ว เริ่มกันเลย!” จางเซวียนปรบมือ
“เขาทำอะไรน่ะ?”
“ผมก็ไม่รู้ จารึกอักขระลงบนแผ่นค่ายกลที่ถือไว้ในมือจะไม่ถนัดกว่าหรือ? คิดจะทำอะไรถึงตรึงมันไว้กับผนัง?”
“ไม่รู้เหมือนกัน…”
บรรดาผู้ชมต่างนึกไม่ถึงว่าจางเซวียนจะขว้างแผ่นค่ายกลไปตรึงไว้กับผนัง ไม่มีใครเคยเห็นการจารึกแผ่นค่ายกลด้วยลีลาพิสดารแบบนี้มาก่อน
อีกอย่าง ผนังก็อยู่ห่างจากจุดที่เขายืนราว 3 – 4 เมตร มีดแกะสลักจะยื่นไปถึงแผ่นค่ายกลได้อย่างไร?
ทุกคนมองหน้ากันอย่างสงสัย
“หมอนี่…คิดอะไรอยู่นะ?”
คุณชายโหลวฮวนกับฟู่เสี่ยวเฉินก็มองหน้ากันอย่างงุนงง
ด้วยการถือแผ่นค่ายกลไว้ในมือเท่านั้นที่จะทำให้ควบคุมพละกำลังในการจารึกอักขระ และปรับความหนักเบาของเส้นสายให้มีความล้ำลึกสม่ำเสมอกันได้ ขว้างแผ่นค่ายกลไปตรึงไว้กับผนังแบบนั้น…นี่เป็นวิธีประกาศความพ่ายแพ้ของหมอนั่นหรือไง?
“พร้อมแล้ว?” ผู้อาวุโสอู๋มีสีหน้าไม่สู้ดี “คุณรู้ใช่ไหมว่าเพื่อความยุติธรรม คุณจะต้องยืนอยู่ตรงนี้?”
ผู้เข้ารับการทดสอบทั้ง 5 คนก่อนหน้านั่งอยู่ที่ตำแหน่งเดียวกัน ถ้าเขาปล่อยให้ชายผู้นี้เดินไปที่ผนัง ก็อาจถูกมองว่ามีเลศนัยบางอย่าง
“ผมรู้!” จางเซวียนยิ้ม
“แล้ว…ในเมื่อมีดแกะสลักก็ยื่นไปไม่ถึงผนัง คุณคิดจะจารึกอักขระค่ายกลอย่างไร?” ผู้อาวุโสอู๋ถาม
ทุกคนก็สงสัย
มีดแกะสลักนั้นยาวประมาณครึ่งสือ (16.6 ซม.) แต่ตัวเขาอยู่ห่างจากผนังราว 4 เมตร ต่อให้ยืดจนสุดแขนก็ยังไปไม่ถึง…ในเมื่อมีดแตะค่ายกลไม่ได้ แล้วจะเอาอะไรไปจารึกอักขระ!
ทั้งประธานคัง ผู้อาวุโสสู่ว และผู้อาวุโสหลิวต่างก็มองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ
ทั้งสามรู้ดีว่าปรมาจารย์จางคนนี้คือชายผู้เก่งกาจ ไม่มีทางที่เขาจะทำตัวเองให้เป็นที่ขายหน้าของใครๆ แต่ภาพที่เห็นอยู่ก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ หยั่งไม่ถึงจริงๆว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร
“อ๋อ ผมไม่ใช้มีดแกะสลักหรอก แต่จะใช้ไอ้นี่!”
จางเซวียนสะบัดข้อมือและนำหอกออกมา 1 เล่ม
แผ่นค่ายกลเกรด 5 จะต้องใช้อาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นกลางจารึกอักขระลงไป แต่สำหรับแผ่นค่ายกลเกรด 3 ก็ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดนั้น
ลำพังอาวุธระดับปีศาจขั้นสูงสุดก็เกินพอจะทิ้งร่องรอยไว้กับมันแล้ว และหอกเล่มนี้ก็เป็นอาวุธระดับที่ว่า
มันยาวกว่า 3 เมตร เมื่อรวมเข้ากับความยาวของท่อนแขนของจางเซวียน ก็สามารถจารึกอักขระลงบนแผ่นค่ายกลได้อย่างสบาย
“เขาเพิ่งพูดใช่ไหมว่า…จะใช้หอกจารึกอักขระ?”
“ผมตาฝาดหรือเปล่า?”
“จะบ้าหรือไง! หมอนั่นต้องเพี้ยนแน่ แค่ใช้มีดแกะสลักก็ผิดพลาดได้ง่ายอยู่แล้ว เขายังคิดจะใช้หอก…ไอ้ของเล่นชิ้นนั้นมันใช้จารึกอักขระค่ายกลได้ด้วยหรือ?”
“ผมก็ไม่รู้…”
เห็นชายหนุ่มนำหอกออกมา ทุกคนก็แทบกระอักเลือด
ใช้หอกจารึกอักขระค่ายกล? จะบ้าบอไปไหน?
ไม่เคยเห็นใครทำอะไรทุเรศทุรังแบบนี้!
ทั้งคุณชายโหลวฮวน ฟู่เสี่ยวเฉิน และผู้เข้าท้าชิงคนอื่นๆถึงกับจ้องตาค้างจนแทบถลน หน้าตาบูดเบี้ยวกันไปถ้วนทั่ว
ปรมาจารย์สู่วกับปรมาจารย์หลิวก็ตัวสั่นและเกือบหน้ามืด
พวกเขารู้อยู่แล้วว่าชายผู้นี้ไม่เคยทำอะไรตามอย่างใคร แต่นี่มัน…จะแหกคอกจนน่าตกใจไปหรือเปล่า?
ใช้หอกจารึกอักขระ?
จะเหนือไปไหน? ไม่กลัวขายหน้าเลยหรือไง!
ด้วยหอกที่กระชับมั่นในมือ จางเซวียนดูเหมือนเทพเจ้าแห่งสงครามผู้ไม่มีใครโค่นได้ เขาไม่แยแสสายตาสงสัยของใครต่อใคร และหันไปพูดกับผู้อาวุโสอู๋ว่า “เริ่มเลย!”
“ถ้าคุณแน่ใจ…ก็ตามนั้น!”
ผู้อาวุโสอู๋ปาดเหงื่อและพยักหน้า
ในเมื่ออีกฝ่ายยืนยัน เขาก็ไม่มีทางเลือก
ติ๊ง!
ด้วยการดีดสายพิณ บทเพลงปีศาจวิปลาสดังขึ้นอีกครั้ง
จางเซวียนพลันรู้สึกได้ถึงรังสีอันทรงพลังหนักหน่วงที่พุ่งเข้าใส่ มันกระแทกเข้าสู่จิตวิญญาณ และเกือบจะฉีกหัวสมองของเขาออกเป็นชิ้นๆ
“เป็นอย่างที่เราคิดไว้จริงๆ!”
พลังงานประหลาดโจมตีสติสัมปชัญญะของจางเซวียน ทำให้เขามึนงงและคิดอะไรไม่ออก มันแตกต่างกับที่ได้ฟังเมื่อครู่ก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง จางเซวียนทำอะไรไม่ได้ ได้แต่สั่นหัวเพื่อสลัดมันออกไป
ตอนที่เขาฟังอยู่จากวงนอก จางเซวียนได้ยินแต่เสียงดนตรี ไม่ได้รู้สึกถึงรังสีอันรุนแรงและทรงพลังนี้เลย แต่จากจุดที่เขายืนอยู่ตอนนี้ กลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรือน้อยท่ามกลางเกลียวคลื่นมหึมา ไม่ว่าจะดิ้นรนกระเสือกกระสนสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางหลบเลี่ยงโชคชะตาที่กำลังดูดเขาลงสู่สายน้ำเชี่ยวกราก
ไม่แปลกใจเลยที่ทั้งคุณชายโหลวฮวน ฟู่เสี่ยวเฉิน และคนอื่นๆจะดูเหนื่อยอ่อนมากหลังจบการทดสอบ ไม่มีอาชีพไหนในเก้าสถานะที่จะธรรมดาเลย
“ถ้ามองโลกอย่างถ่อมตัว ก็ยังมีอะไรให้ต้องเรียนรู้อีกมาก!”
รู้ดีว่าจะต้องถูกบีบจนเป็นบ้าแน่หากต้านทานมันอยู่อย่างนี้ จางเซวียนจึงรีบขับเคลื่อนระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณที่ 14.1 ของเขา
วิ้ง!
ภาพลวงสังหาร, หัวใจใสกระจ่าง!
ผู้ที่เข้าถึงสภาวะนี้จะค้นพบความเป็นระเบียบท่ามกลางความสับสนยุ่งเหยิง จิตใจจะใสกระจ่างกว่าเดิม การวิเคราะห์ทุกเรื่องราวทำได้ง่ายดายขึ้นอีกมาก
ด้วยการขับเคลื่อนระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณ จางเซวียนพลันรู้สึกว่ารังสีแรงกล้าที่แผดเผาจิตวิญญาณของเขาอยู่เมื่อครู่ค่อยๆลดระดับลง จนถึงจุดที่เขาเกือบไม่รู้สึก
“ผู้อาวุโสอู๋คนนี้น่าจะมีระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณเท่าๆกับเรา ถึงบทเพลงปีศาจวิปลาสจะน่าสะพรึงอยู่ไม่น้อย แต่ก็ทำอะไรเราไม่ได้!”
จางเซวียนเหลียวซ้ายแลขวาและเห็นว่าบทเพลงนั้นยังไม่จบ ชัดเจนว่าผู้อาวุโสไม่ได้ออมมือให้ แต่อานุภาพของบทเพลงไม่อาจส่งผลอะไรต่อเขาได้อีกต่อไป
จางเซวียนมีระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณเทียบเท่ากับปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวขั้นสูงสุด ไม่แพ้แม้แต่ประธานคัง ดังนั้น ต่อให้ผู้อาวุโสอู๋จะไร้เทียมทานสักแค่ไหน ก็ถือว่าพอๆกัน
อีกอย่าง ตัวเขายังเป็นผู้พยากรณ์จิตวิญญาณด้วย ความอึดและแข็งแกร่งของจิตวิญญาณที่มีอยู่ตอนนี้เรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่านักรบทั่วไปอยู่มาก ไม่มีทางที่บทเพลงปีศาจวิปลาสจะเอาชนะเขาได้
“เริ่มเลย!”
เมื่อรู้แล้วว่าเสียงดนตรีไม่มีผลอีกต่อไป จางเซวียนสะบัดข้อมือ หอกเล่มนั้นแผ่รังสีขาวเจิดจ้าออกมา และพุ่งเข้าใส่แผ่นค่ายกลที่ถูกตรึงไว้กับผนัง
ครืดดดด!
เกิดเสียงปะทะกันระหว่างหอกกับแผ่นค่ายกล แม้จะไม่ดังมาก แต่ก็ราวกับระฆังที่ดังก้องเข้าไปในใจของทุกคน
อานุภาพของเสียงนั้นทำให้เสียงพิณของผู้อาวุโสอู๋ปั่นป่วนไปชั่วขณะหนึ่ง แต่ไม่ช้าเขาก็ตั้งตัวได้ และบทเพลงที่ว่าก็บรรเลงลื่นไหลต่อไป
ครืดดดด!
แต่เสียงขูดขีดของหอกที่ปะทะเข้ากับแผ่นค่ายกลอีกครั้งก็ส่งผลอย่างจังต่อเสียงดนตรี ด้วยอานุภาพของเสียงนั้น บทเพลงที่เคยลื่นไหลก็ปั่นป่วนไปอีกรอบ
“ฮึ?”
ผู้อาวุโสอู๋เลิกคิ้วและมีสีหน้าเคร่งเครียด
ครั้งแรกอาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ไม่มีทางจะบังเอิญ 2 ครั้งติดกัน เสียงการปะทะกันระหว่างหอกกับแผ่นค่ายกลที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ครั้งไม่เพียงแต่จะทำให้บทเพลงเสียกระบวน แต่พลังปราณของเขาเองก็ถูกเสียงนั้นรบกวนจนการไหลเวียนปั่นป่วนไปหมด
มือบรรเลงบทเพลงปีศาจจะใช้พลังปราณของตัวเองเปลี่ยนโน้ตเพลงให้เป็นเครื่องมือโจมตีผู้อื่น การขัดจังหวะบทเพลงของเขาก็เทียบเท่ากับรบกวนกระแสการไหลเวียนของพลังปราณ หากยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่ผู้อาวุโสอู๋จะบรรเลงบทเพลงไม่จบ แต่ยังอาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกรบกวนพลังปราณด้วย
ฟึ่บ!
ผู้อาวุโสอู๋ลุกพรวดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สองมือยังรัวดีดพิณ เขาขับเคลื่อนพลังปราณอย่างเต็มพิกัดขณะที่เสียงพิณดังขึ้นเรื่อยๆ
ครืด คราด แคร่ก!
แม้เสียงขูดขีดของหอกกับแผ่นค่ายกลจะดูสอดคล้องกันดี แต่มันก็พุ่งเข้าโจมตีจุดอ่อนของบทเพลงปีศาจวิปลาสอย่างไม่ต้องสงสัย
“ไม่ธรรมดาแล้ว!”
ขนาดเขาขับเคลื่อนพลังปราณจนเต็มพิกัด อีกฝ่ายก็ยังจารึกอักขระค่ายกลต่อไปได้ แถมยังโจมตีจุดอ่อนของเขาได้อย่างเหมาะเจาะ นี่แสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้โจมตีมั่วซั่ว แต่เขารู้ดีว่าจะต้องจัดการตรงไหน
“ไม่จริง! ผมไม่เชื่อหรอกว่าจะพ่ายแพ้ให้กับนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 1 -สูงสุดอย่างคุณ!”
เพราะถูกจางเซวียนรบกวนพลังปราณอย่างต่อเนื่อง ผู้อาวุโสอู๋จึงรู้สึกแน่นหน้าอก แต่ก็ขับเคลื่อนพลังปราณให้หนักหน่วงขึ้นอีก จนสุดท้าย ก็ดูเหมือนมีไอน้ำเดือดๆพุ่งออกมาจากหัว พละกำลังของเขาพุ่งถึงขีดสุดในตอนนั้น
บึ้ม!
ด้วยการปะทะกันอย่างหนักหน่วงของพลังงาน โต๊ะตัวที่พิณวางอยู่ก็ระเบิดเป็นเสี่ยงๆ
แต่เพราะคาดเดาสถานการณ์ไว้แล้ว ผู้อาวุโสอู๋ใช้ขาตวัดพิณขึ้นมากอดไว้ด้วยมือซ้าย ขณะที่มือขวาก็ยังเล่นต่อไปไม่หยุด บทเพลงจึงไม่สะดุดแม้แต่น้อย
ครืด คราด แคร่ก!
แต่เสียงขูดขีดระหว่างหอกกับแผ่นค่ายกลก็ไม่หยุดเช่นกัน กลับดังขึ้นและดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ที่ได้ยินรู้สึกกดดันอย่างมาก
ถ้าเพลงพิณของผู้อาวุโสเป็นคลื่นยักษ์ เสียงขูดขีดของจางเซวียนก็เหมือนพายุทอร์นาโดขนาดมหึมาที่พัดทุกอย่างซึ่งเข้ามาขวางหน้า ต่อให้คลื่นจะใหญ่แค่ไหน ก็ไม่มีทางสู้กับทอร์นาโดได้
“โว้ยยยยย!”
ผู้อาวุโสอู๋หน้าซีด มือขวาของเขายังรัวดีดพิณไม่หยุด ทำให้บทเพลงยังคงบรรเลงอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยพลังปราณที่ไหลเวียนเร็วเกินไป เสียงที่ออกมาจึงดังราวกับพายุ และในขณะเดียวกัน เขาก็เคลื่อนไหวด้วยเทคนิคการใช้เท้าแบบพิเศษ
แปดก้าวย่างพิณโบราณ!
ด้วยเทคนิคการใช้เท้าแบบพิเศษนี้ ทำให้เขาสามารถสร้างค่ายกลที่เข้าเสริมกำลังกับพิณ ส่งผลให้อานุภาพการโจมตีของบทเพลงปีศาจวิปลาสเพิ่มขึ้นทันทีอีก 2 เท่า



