Skip to content

Library Of Heaven’s Path 554

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 554 ชดเชย

“ฮะ?”

C

“สำแดงพลังมากเกินไป?”

ทั้งผู้ว่าการอู๋ ประธานคัง และคนอื่นๆอึ้งกันไปหมด

คุณชายโหลวฮวนอ้าปากค้าง อยากเป็นลมเสียให้รู้แล้วรู้รอด

ก็สงสัยอยู่ว่าทำไมปรมาจารย์จางถึงไม่ผ่านการทดสอบ ทั้งที่ตัวเขาเองยังผ่านได้ และนี่ก็คือเหตุผล…หมอนั่นไปไกลถึงขนาดซึมซับพลังหยินกับพลังหยางในน้ำหล่อเลี้ยงจนหมด ทำให้ทะเลสาบหยิน-หยางใช้การไม่ได้ไปด้วย แล้วในเมื่อเป็นแบบนี้ เขาจะผ่านการทดสอบไปเพื่ออะไร?

คิดดูสิว่าเขาเพิ่งจะรู้สึกยำเกรงในความใจกว้างเรื่องการยอมรับความพ่ายแพ้ของอีกฝ่ายไปหมาดๆ …แต่มาตอนนี้ หมอนั่นก็ช่างทำตัวหน้าไม่อาย!

แล้วพวกเราจะเหลืออะไร ในเมื่อน้ำหล่อเลี้ยงหมดสภาพไปแล้ว?

คุณชายโหลวฮวนอยากปล่อยโฮเต็มที

ตั้งแต่เขาพบจางเซวียน ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ทั้งการแข่งขันรอบคัดเลือกหรือการทดสอบที่เพิ่งเสร็จสิ้น ก็ไม่มีอะไรเข้าทางสักอย่าง ดูเหมือนเขาจะถูกตบหน้าหรือไม่ก็หวิดๆจะถูกตบหน้าอยู่ตลอดเวลา

ถ้าไม่ใช่เพราะสภาวะจิตที่แข็งแกร่ง เขาคงเป็นบ้าไปแล้ว

“คะ-คุณ…ซึมซับพลังหยินกับพลังหยางในน้ำหล่อเลี้ยงจนหมด?”

ผู้ว่าการอู๋เพิ่งหายตะลึง เธอจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่เกือบจะคลุ้มคลั่ง

“ใช่!” จางเซวียนตอบอย่างกระอักกระอ่วน

ถึงเขาจะรู้ชื่อของทะเลสาบจิ๋วหลิวนั่นเพราะหอสมุดเทียบฟ้าบอกไว้ แต่ก็ไม่รู้เลยว่ามันสำคัญกับทะเลสาบหยิน-หยางอย่างไร…เขาแค่อยากบ่มเพาะจิตวิญญาณให้แข็งแกร่งขึ้นอีกหน่อย ไม่นึกว่าของสำคัญแบบนั้นจะเปราะบางถึงขนาดหมดสภาพไปเมื่อยกระดับวรยุทธของจิตวิญญาณให้เขาจากนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 2 ไปเป็นขั้น 4

แต่เมื่อคิดดีๆก็พอเข้าใจได้ เพราะน้ำหล่อเลี้ยงรับผิดชอบการผลิตพลังหยินกับพลังหยาง ส่วนพลังจิตวิญญาณนั้นมีน้อย ระดับวรยุทธของจางเซวียนจึงยังอ่อนด้อยอยู่ ส่วนพลังจิตวิญญาณปริมาณมหาศาลที่อยู่ในทะเลสาบหยิน-หยางนั้นส่วนใหญ่ก็มาจากหินวิเศษมากมายที่ฝังอยู่โดยรอบ

ด้วยเหตุนี้ พลังหยินกับพลังหยางที่อยู่ในน้ำหล่อเลี้ยงจึงถูกจางเซวียนซึมซับไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเข้าใจแล้ว จางเซวียนก็ไม่สบายใจอย่างหนัก

ถ้าเขารู้ว่ามันสำคัญและหมดสภาพได้ง่ายดายขนาดนี้ จะไม่มีทางแตะต้องมันเลย!

ก็เหมือนกับพลังปราณ จางเซวียนจะสามารถยกระดับวรยุทธของจิตวิญญาณได้อย่างพรวดพราดก็ต่อเมื่อเขามีหินวิเศษขั้นกลางมากพอเท่านั้น เขาไม่มีทางชดเชยความเสียหายที่เกิดกับน้ำหล่อเลี้ยงและทะเลสาบหยินหยางได้เลย!

แต่ถึงอย่างนั้น…น้ำหล่อเลี้ยงก็ใช่ว่าไร้ประโยชน์เสียทีเดียว เพียงแต่อานุภาพของมันแตกต่างจากหินวิเศษ โดยจิตวิญญาณที่ได้ซึมซับพลังหยินกับพลังหยางจะมีความบริสุทธิ์และหนักแน่นกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่หินวิเศษไม่อาจทำได้

“น้ำหล่อเลี้ยงซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน ซึ่งมีทางเชื่อมต่อกับห้องน้ำแข็งและเปลวไฟ แต่มันห่างกันตั้งหลายพันเมตรนะ…ไกลขนาดนั้น คุณซึมซับพลังของมันได้อย่างไร?”

ผู้ว่าการอู๋ยังไม่อยากจะเชื่อ

ก็ในเมื่อห้องน้ำแข็งและเปลวไฟอยู่ห่างจากน้ำหล่อเลี้ยงขนาดนั้น เขาซึมซับพลังงานจนหมดเกลี้ยงได้อย่างไรกัน?

“แค่ก แค่ก เอ่อ…ตอนที่ผมเข้าไปในห้องน้ำแข็งและเปลวไฟ ผมเจอกลไกที่ทำให้ประตูกลเปิดออกได้…” จางเซวียนตอบ

ผู้ว่าการอู๋ถึงกับตัวสั่น

นั่นมันกลไกที่ออกแบบโดยนักออกแบบสวรรค์สร้างระดับ 5 ดาวนะ! ขนาดตัวเธอยังเปิดมันได้ด้วยตราสัญลักษณ์ผู้ว่าการเท่านั้น แต่ชายคนนี้เปิดได้ด้วยตัวเอง…เขาทำได้ไง?

อีกอย่าง…มันก็เป็นแค่ท่อระบายอากาศเล็กๆ มีไว้เพื่อเชื่อมต่อห้องน้ำแข็งและเปลวไฟกับน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อดึงพลังงานมาใช้เท่านั้น แถมท่อระบายอากาศที่ว่าก็ยังดิ่งลงไปด้วยความสูงหลายพันเมตร…ไม่มีอะไรช่วยรับแรงปะทะได้เลย ถ้ากระโดดลงไปก็ตายแน่!

อีกอย่าง…สมมุติว่าเขาลงไปจริงๆ แล้วขึ้นมาได้อย่างไร?

“เป็นความผิดของผมที่ซึมซับพลังหยินกับพลังหยางในน้ำหล่อเลี้ยงของคุณจนหมด เอาอย่างนี้ดีไหม…ผมจะไม่เอาเปรียบคุณหรอก ผมได้พิจารณาเทคนิคการต่อสู้ของพวกคุณอย่างถี่ถ้วนแล้ว ทั้งเคล็ดวิชาหยินและเคล็ดวิชาหยางของชาวที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิงนั้นมีข้อบกพร่องร้ายแรงอยู่ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดล่ะก็ ผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธทั้งสองเคล็ดวิชานี้จะมีอายุสั้น!”

จางเซวียนรู้สึกผิดที่ทำลายสมบัติล้ำค่าของอีกฝ่าย แต่เขาก็ได้พิจารณาบรรดาสมาชิกที่ฝึกฝนทั้งเคล็ดวิชาพลังหยินและพลังหยางอย่างถี่ถ้วนแล้ว จนรู้ว่าเทคนิควรยุทธของสาวๆเหล่านั้นมีปัญหาบางอย่าง จึงหวังจะใช้สิ่งนี้ชดเชยให้กับผู้ว่าการอู๋

“คุณ…”

ผู้ว่าการอู๋ถึงกับผงะ

สาวๆชาวที่ราบธารน้ำแข็งที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาพลังหยินและพลังหยางเหล่านั้นมีหน้าที่ตรวจตราและดูแลน้ำหล่อเลี้ยง เพราะต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันหนักหน่วงจากท่อน้ำเลี้ยงปฐพีและที่ราบธารน้ำแข็งอยู่บ่อยครั้ง อายุขัยของคนเหล่านั้นจึงมีจำกัด แม้พวกเธอจะพยายามฝ่าด่านวรยุทธจนได้เป็นนักรบเหนือมนุษย์แล้ว แต่ก็จะมีอายุสูงสุดราว 60 ปีเท่านั้น

ว่าแต่…เรื่องนี้เป็นความลับของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง ปรมาจารย์จางรู้ด้วย?

“ผมสามารถปรับปรุงเทคนิควรยุทธของพวกคุณเพื่อขจัดความบอบช้ำเหล่านั้นได้ ขอใช้สิ่งนี้เป็นเครื่องชดเชยความเสียหายก็แล้วกัน!” จางเซวียนพูด

“ปรับปรุง…เทคนิควรยุทธ?” ผู้ว่าการอู๋ตัวสั่น

ข้อบกพร่องนี้มีอยู่ในมรดกตกทอดของพวกเธอมาเนิ่นนานจนนับปีไม่ถ้วน ถ้ามันได้รับการแก้ไขจริงๆ ผู้นั้นจะถือเป็นผู้มีอุปการะคุณอย่างใหญ่หลวงต่อมวลหมู่สมาชิกของที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิง อย่าว่าแต่ทำลายสาขาเดียวจนวอดวาย…ต่อให้เขาทำลายเป็นสิบสาขา ทางสำนักงานใหญ่ ก็คงไม่ขัดใจสักนิด

แต่ว่า…ต่อให้ปรับปรุงได้จริงๆ ก็ยากที่จะเชื่อว่าเป็นผลงานของชายหนุ่มที่ยังไม่ยังอายุไม่ถึง 20 ปี

“ข้อบกพร่องร้ายแรงที่สุดของทั้งสองเทคนิควรยุทธก็คือพลังหยินกับพลังหยางจะเกิดการก่อตัวสะสม ทำให้ทางเดินพลังปราณของผู้ฝึกฝนเกิดการอุดตัน แม้พลังหยินกับพลังหยางจะเป็นพลังรากฐานของโลก แต่ก็มีนักรบเพียงไม่กี่คนที่มีสภาพร่างกายสอดคล้องกับมัน หากพลังเหล่านี้สะสมอยู่นานเกินไป ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ร่างกายจะถูกทำลาย ไม่ต่างอะไรกับโสม ถึงมันจะให้ประโยชน์มากมายกับร่างกายของมนุษย์ แต่ก็มีคนจำนวนหนึ่งที่มีสภาวะร่างกายไม่สอดคล้องกับมัน และหากเกิดการปะทะกันขึ้นมาเมื่อไหร่ ต่อให้ยาบำรุงชนิดดีที่สุด…ก็เปลี่ยนเป็นยาพิษร้ายแรงได้…”

รู้ดีว่าอีกฝ่ายกังวลใจเรื่องอะไร จางเซวียนพูดต่อ “แต่หากแก้ปัญหาที่ต้นตอ ความสอดคล้องระหว่างสภาพร่างกายกับพลังหยินและหยางก็จะมีมากขึ้น การยืดอายุขัยออกไปก็ทำได้ไม่ยาก!”

ผู้ว่าการอู๋ไม่ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาพลังหยินหรือพลังหยาง แต่สมาชิกคนอื่นๆในศาลาว่าการต่างฝึกฝนกันหมด ด้วยระดับวรยุทธที่ยังอ่อนด้อยของพวกเธอ ดวงตาหยั่งรู้ของจางเซวียนจึงมองเห็นทะลุปรุโปร่ง

จากการสังเกต เขาพบว่าสมาชิกส่วนใหญ่ได้รับความทุกข์ทรมานจากอาการบอบช้ำแบบเดียวกัน และหากไม่ได้รับการรักษาเร็วๆนี้ อายุขัยของพวกเธอจะต้องสิ้นสุดแน่

นักรบเหนือมนุษย์มีอายุขัยตั้งแต่ 200 ถึง 300 ปี การมีชีวิตอยู่ได้แค่ 60 ปีจึงถือเป็นโศกนาฏกรรมร้ายแรง

ผู้ว่าการอู๋ยังลังเล แต่ไม่ช้าก็กัดฟันและยื่นหนังสือสองเล่มให้จางเซวียน “ปรมาจารย์จาง ฉันขอรบกวนคุณเรื่องเทคนิควรยุทธด้วย…”

ตอนแรก เธอสงสัยว่าอีกฝ่ายอาจพยายามใช้โอกาสนี้ล้วงความลับเกี่ยวกับเทคนิควรยุทธของเธอ แต่เมื่อได้ฟังคำอธิบาย ก็รู้แล้วว่าตัวเองเข้าใจผิด

ปรมาจารย์จางมองเห็นถึงหัวใจและข้อบกพร่องหลักๆของเทคนิควรยุทธ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเคล็ดวิชาพลังหยินและพลังหยางไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขามากมาย เขาจะลงทุนเล่นตุกติก เพื่อให้ได้มันไปทำไม?

“อือ!” จางเซวียนรับหนังสือเทคนิควรยุทธมา แล้วหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่เหมือนกันเป๊ะก็ปรากฏขึ้นในหอสมุดเทียบฟ้า

เมื่อเปิดอ่าน ก็เป็นไปตามที่ดวงตาหยั่งรู้บอกไว้ ผู้ที่ฝึกฝน 2 เคล็ดวิชานี้จะได้รับความทุกข์ทรมานจากอาการบอบช้ำรุนแรงที่ทำให้อายุขัยสั้นลงมาก

แต่ก็โชคดีที่หอสมุดเทียบฟ้าระบุข้อบกพร่องต่างๆของเทคนิควรยุทธไว้ให้อย่างชัดเจน การปรับปรุงเทคนิควรยุทธจึงไม่ยากเกินไป

ไม่ช้า จางเซวียนก็คว้าพู่กันและเริ่มเปลี่ยนสัดส่วนที่ไม่เหมาะสมของเทคนิควรยุทธที่ทำให้อายุขัยของผู้ฝึกฝนสั้นลง ก่อนจะส่งมันคืน

“มัน…”

ผู้ว่าการอู๋รับเทคนิควรยุทธกลับมา เมื่ออ่านดูก็ถึงกับตัวสั่น

ในฐานะนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 5 ที่ปกครองศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งมาหลายปี เธอบอกได้ไม่ยากว่าการปรับปรุงแบบไหนจะใช้ได้ผลหรือไม่ได้ผล

และจากการประเมินของเธอ ก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ด้วยการฝึกฝนเคล็ดวิชาฉบับปรับปรุงใหม่นี้ ทุกคนในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งจะฟื้นคืนสภาพจากอาการบอบช้ำที่เคยได้รับ

ปรับปรุงเทคนิควรยุทธได้ทันทีที่มองเห็น…ชายหนุ่มคนนี้ไร้เทียมทานขนาดไหนกัน?

แม้แต่ประธานคังยังทำไม่ได้เลย!

“ขอบคุณปรมาจารย์จางที่ช่วยชีวิตมวลหมู่สมาชิกของเรา!”

เธอรู้ดีว่าเทคนิควรยุทธนี้จะต้องสร้างความสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างหนักแน่หากรายงานกลับไปยังสำนักงานใหญ่ ใครจะรู้ได้ว่าทั้งสมาชิกปัจจุบันและในอนาคตจำนวนมากมายแค่ไหนที่จะอยู่รอดปลอดภัยได้ด้วยเทคนิควรยุทธฉบับปรับปรุงใหม่นี้?

ผู้ว่าการอู๋เก็บความตื่นเต้นไว้ไม่ได้อีกต่อไป เธอทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นและคำนับให้จางเซวียน

“เฮ้ย…ผู้ว่าการอู๋ คุณทำอะไรน่ะ?”

นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะคำนับให้เขา จางเซวียนตกใจ เขารีบเข้าไปพยุงให้เธอลุกขึ้น

ผู้ว่าการอู๋สะบัดมือหลบและตอบอย่างเคร่งขรึม “ฉันขอขอบคุณแทนพวกเราทุกคนในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งแห่งนี้ ได้โปรดอย่าปฏิเสธความซาบซึ้งในบุญคุณของเราเลย!”

ด้วยข้อจำกัดในเทคนิควรยุทธของพวกเธอ มีชาวที่ราบมากกว่า 1 แสนคนที่ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้เกิน 60 ปี…เมื่อเทคนิควรยุทธฉบับปรับปรุงใหม่นี้ถูกนำไปใช้ พวกเขาก็จะปลอดภัยจากโชคชะตาโหดร้ายที่บีบบังคับให้ต้องตายก่อนวัยอันควร พูดอีกอย่างก็คือ…ด้วยการกระทำครั้งนี้ ปรมาจารย์จางได้ช่วยชีวิตผู้คนของเธออีกหลายแสนคน การคำนับของเธอจึงเป็นการแสดงความซาบซึ้งในบุญคุณแทนคนเหล่านั้น

“ก็ได้…”

เห็นอีกฝ่ายยืนกราน จางเซวียนก็ได้แต่ยอม

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ประธานคังกับคุณชายโหลวฮวนก็หน้ามืด แทบลมจับไปตามๆกัน

ตอนที่พวกเขารู้ว่าปรมาจารย์จางซึมซับพลังหยินกับพลังหยางในน้ำหล่อเลี้ยงไปจนหมด ต่างคิดว่าผู้ว่าการอู๋จะกุดหัวเขาแล้ว ใครจะรู้ว่าอีกแค่พริบตาเดียว เธอก็ลงไปคุกเข่าให้…

ปรมาจารย์จาง คุณก็จะเก่งไปไหน?

ถึงกับปรับปรุงเทคนิควรยุทธและแก้ไขปัญหาที่รุมเร้าเหล่าสมาชิกของที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิงมาเนิ่นนานนับปีไม่ถ้วน…

ที่คุณทำไปนั่นไม่ใช่ความสามารถของปรมาจารย์แล้ว ต่อให้ประธานคังที่เป็นถึงปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวก็ยังทำไม่ได้แบบนี้เลย

หลังจากโค้งคำนับอย่างงาม 3 ครั้งให้จางเซวียน ผู้ว่าการอู๋ก็ลุกขึ้นยืน

ถึงปรมาจารย์จางจะทำให้น้ำหล่อเลี้ยงของพวกเธอเสียหาย แต่เขาก็ได้ช่วยชีวิตผู้คนของที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิงอีกมากมาย สิ่งที่เขาทำให้นั้นเหนือกว่าความผิดพลาดหลายเท่า

“เหตุผลที่พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อฝึกฝนวรยุทธที่ทะเลสาบหยิน-หยาง เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การประลองปรมาจารย์ แต่ในเมื่อผมทำไห้ทะเลสาบหยิน-หยางหมดสภาพไปแล้ว คุณก็ไม่อาจใช้มันยกระดับวรยุทธได้…เอาอย่างนี้ดีไหม ผมจะมอบคำชี้แนะที่ทำให้คุณฝ่าด่านวรยุทธไปเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -สูงสุดภายใน 1 เดือนให้ เพื่อเป็นการชดเชย!”

หลังเสร็จเรื่องของผู้ว่าการอู๋ จางเซวียนก็หันมาหาคุณชายโหลวฮวน

ตอนแรก หมอนี่ก็ดูกระตือรือร้นที่จะใช้ทะเลสาบหยิน-หยางให้เป็นประโยชน์ในการยกระดับวรยุทธของเขา ใครจะไปรู้ว่าจางเซวียนจะซึมซับพลังหยินกับพลังหยางไปจนหมด ทำให้แผนการที่วางไว้ต้องพังพินาศ จึงเป็นธรรมดาที่จางเซวียนจะต้องชดเชยให้

“เป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -สูงสุดภายใน 1 เดือน?”

คุณชายโหลวฮวนถึงกับผงะ

ตัวเขาก็เป็นปรมาจารย์ ท่านอาจารย์ของเขาก็เป็นถึงประธานสภาปรมาจารย์ ชั่วชีวิตที่ผ่านมา เขาได้ใช้วิธีเจ๋งๆมาแล้วมากมายเพื่อยกระดับวรยุทธของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้ดีว่าไม่มีทางสำเร็จเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -สูงสุดได้หากไม่ได้ฝึกหนักอย่างน้อยสัก 10 ปี แต่จะให้ทำได้ภายใน 1 เดือน…

คุณก็ฝันไป!

“เวลาที่คุณฝึกฝนวรยุทธ รู้สึกไหมว่าทะเลจิตวิญญาณของคุณถูกปิดกั้น จนเหมือนกับต้องพยายามปลดปล่อยพลังผ่านอุโมงค์แคบๆ?” จางเซวียนถาม

“เอ่อ…ใช่!”

คุณชายโหลวฮวนพยักหน้า

เหตุผลหลักที่วรยุทธของเขาก้าวหน้าได้ช้าไม่ใช่เพราะการขาดทรัพยากรหรือความรู้ แต่เป็นเพราะพลังปราณในร่างของเขาดูเหมือนจะเจอเข้ากับอุปสรรคบางอย่าง ทำให้การไหลเวียนไปทั่วร่างเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

“วิธีแก้นั้นง่ายมาก กินยานี้เข้าไป ผมรับรองว่าคุณจะได้เป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -สูงสุดภายใน 1 เดือน!”

จางเซวียนหยิบยาเม็ดสีแดงขนาดเท่ากำปั้นออกมา

คุณชายโหลวฮวนถึงกับหน้าตาเหยเก

“นี่มัน…ยาปลุกสมรรถภาพทางเพศเกรด 2 …ที่ไว้ให้พวกอสูรกินนี่?”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!