Skip to content

Library Of Heaven’s Path 562

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 562 กลับสู่เมืองหลวงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักร

“ก็ได้!”

C

ถึงจะไม่มีใครเต็มใจ แต่ก็ไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้

หากพวกเขายังกระพือเรื่องต่อไป และทางสภาปรมาจารย์แห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักรเข้ามายุ่งเกี่ยว ทางสำนักงานใหญ่ก็จะต้องรู้เรื่อง และคงส่งผู้แทนมาก่อนที่จางเซวียนจะกลับมาเสียอีก ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเขาจะตกที่นั่งลำบาก

ฟึ่บ!

ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงถอยทัพอย่างรวดเร็วเหมือนขามา

เมื่อเห็นพวกนั้นจากไปหมดแล้ว ซุนฉางก็ขาสั่นและแทบทรุดลงไปกองกับพื้น

เขาเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยางชวน รู้ดีว่าเทียบอะไรกับคนพวกนั้นไม่ได้ แถมวรยุทธของเขาก็อ่อนด้อยเกินไป ในฐานะที่เป็นแค่นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 1 …ซุนฉางต้องใช้ความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อยืนหยัดต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญกลุ่มใหญ่ขนาดนั้น

รู้ดีว่าอีกฝ่ายเฉียดตายแค่ไหน จ้าวเฟยอู่เข้ามาถาม “คุณไม่…กลัวตายหรือ?”

กล้าตวาดและตะเพิดนักรบจิตวิญญาณสอดคล้องมากมายให้กลับไป ขนาดท่านพ่อของเธอยังไม่กล้าหาญแบบนั้นเลย พ่อบ้านอ้วนกลมคนนี้เอาความมั่นอกมั่นใจมาจากไหน?

ผ่านไปครู่หนึ่ง ซุนฉางก็ตั้งตัวได้ เขาลุกขึ้นยืนและส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“ผมกลัว!”

“ก็ถ้ากลัว ทำไมถึงยัง…”

แม้แต่กูรูเชวก็งง

ในเมื่อกลัว แล้วทำทำไม?

ถ้าเจ้าสำนักหลัวฮวงลงไม้ลงมือขึ้นมาจริงๆ เขาคงตายทันที ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่มีอะไรชดเชยได้ ต่อให้ปรมาจารย์จางเอาเรื่องก็เถอะ!

คนตายฟื้นไม่ได้!

“ผมเป็นหนี้บุญคุณนายท่าน จากนักรบเจิ้นซี่ต๊อกต๋อยคนหนึ่ง เขาทำให้ผมอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับความเคารพและความไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้คนอีกมากมาย ตราบใดที่นายท่านยังให้ผมทำหน้าที่พ่อบ้านข้างกาย ผมก็มีความรับผิดชอบที่จะต้องดูแลเกียรติยศชื่อเสียงของนายท่านไม่ให้ด่างพร้อย…ต่อให้ต้องตายก็ยอม!” ซุนฉางตอบอย่างเด็ดเดี่ยว

ถ้าไม่ใช่เพราะนายท่าน เขาคงต้องดักดานทั้งชีวิตอยู่ในร้านค้าเล็กๆที่ตัวเขาเป็นเจ้าของในเมืองหลวงแห่งอาณาจักรเทียนเซวียน คงไม่มีวันได้พบปรมาจารย์อีกมากมาย ไม่มีทางได้อยู่ตำแหน่งที่ คนจำนวนหนึ่งต้องยำเกรง

นายท่านมอบชีวิตใหม่ให้กับเขา และถ้าตัวเขาในฐานะพ่อบ้านไม่อาจรักษาชื่อเสียงเกียรติยศของนายท่านไว้ได้ ก็ถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่

นี่คือชะตาลิขิต ตัวเขาถูกกำหนดมาให้มีชีวิตแบบนี้

และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขารวบรวมความกล้าจนสามารถยืนหยัดต่อหน้าบรรดาผู้เชี่ยวชาญในสถานการณ์หมิ่นเหม่แบบนั้นได้

พละกำลังก็อ่อนด้อย ระดับวรยุทธก็ต่ำต้อย แต่เกียรติยศศักดิ์ศรีของปรมาจารย์ระดับสูงไม่อาจถูกละเลย!

“เอ่อ…”

จ้าวเฟยอู่มองหน้าเขาอย่างยำเกรง

ชายอ้วนกลมคนนี้ดูเหมือนจะไม่น่าไว้ใจ แต่อันที่จริงเขาก็มีบางอย่างที่ยึดมั่นไม่หวั่นไหว

ดูเหมือนผู้คนที่อยู่รอบตัวปรมาจารย์จางล้วนแต่พิลึกพิลั่น พวกเขาช่างแปลกประหลาดและรับมือด้วยยาก แต่ก็ไม่เคยเกิดความขัดแย้งกันเองเลย

บางที…อาจจะเป็นเพราะบุคลิกเฉพาะตัวของปรมาจารย์จาง

ครู่ต่อมา จ้าวเฟยอู่ก็พลันนึกบางอย่างได้ เธอตั้งคำถาม “แล้วนายท่าน…ที่คุณเรียกว่าปรมาจารย์หยางน่ะ ตอนนี้อยู่ที่ไหน?”

เธอรู้ว่าปรมาจารย์หยางเป็นอาจารย์ของปรมาจารย์จาง แต่ก็ไม่เคยพบ

“นายท่านชอบใช้เวลารอนแรมไปตามดินแดนต่างๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน!”

เมื่อพูดถึงหยางชวน ใบหน้าของซุนฉางก็แช่มชื่นด้วยความเคารพยกย่อง

“คุณไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหน?” จ้าวเฟยอู่งง “แล้วเขา…จะไม่มาชมการประลองปรมาจารย์หรือ?”

ลูกศิษย์ลูกศิษย์ทั้งคนเป็นตัวแทนเข้าร่วมการประลองปรมาจารย์เป็นครั้งแรก แล้วปรมาจารย์หยางที่เป็นอาจารย์ของเขาจะไม่มาให้กำลังใจปรมาจารย์จางในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้หรือไง?

ซุนฉางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “เรื่องนี้…ผมก็ไม่แน่ใจ แต่คิดว่า…เขาคงจะมาเร็วๆนี้แหละ!”

ชัดเจนว่าคนพวกนั้นมีเจตนาร้ายต่อปรมาจารย์จาง ถ้านายท่านยังไม่ปรากฏตัวเร็วๆนี้ ต้องเกิดเรื่องไม่ดีแน่

แต่…นายท่าน คุณอยู่ที่ไหน?

ฮาดดดดดด เช้ย!

จางเซวียนถูจมูก

เป็นธรรมดาที่เขายังไม่รู้ว่าติงหงมาถึงเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์และหว่านล้อม 14 กลุ่มอำนาจให้มาจัดการเขา เขายังอยู่บนหลังของอสูรพาหนะ และเหม่อมองไปยังหุบเขาเบื้องล่างขณะที่นัยน์ตาฉายความตื่นเต้นออกมา

หลังจากการเดินทางกว่าครึ่งเดือน ในที่สุดก็กลับถึงเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักร!

“ในที่สุดก็มาถึง ดูจากระยะเวลา หญ้าปลุกวิญญาณคงโตเต็มที่แล้ว เราคงสกัดธูปปลุกวิญญาณเพื่อใช้ปลุกลู่ชงได้เสียที!”

เพราะหญ้าปลุกวิญญาณไม่สามารถเก็บรักษาไว้ในแหวนเก็บสมบัติได้ จางเซวียนจึงไม่ได้นำไปด้วย นับตั้งแต่เขาออกเดินทาง ก็ผ่านไป 50 วันแล้ว ด้วยการดูแลของหวังหยิ่ง ป่านนี้มันคงโตเต็มที่และพร้อมจะใช้สกัดเป็นธูปปลุกวิญญาณ

ด้วยสิ่งนี้ ลู่ชงจะได้ฟื้นจากการหลับไหล และเขาจะได้ยกหินก้อนใหญ่ที่ถ่วงหัวใจออกไปเสียที

บึ้ม!

อีกด้านหนึ่ง คลื่นรบกวนของพลังจิตวิญญาณแผ่ออกมา รู้สึกได้ถึงรังสีอันทรงพลังที่ระเบิดขึ้น

“เราฝ่าด่านวรยุทธได้หรือนี่?”

คุณชายโหลวฮวนค่อยๆลืมตา

ตอนนี้ นัยน์ตาของเขาใสกระจ่าง ร่างกายก็ดูเหมือนจะสดชื่นและมีพละกำลังเต็มเปี่ยม

นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 ขจัดสิ่งมัวหมอง-สูงสุด!

ด้วยคำชี้แนะของจางเซวียนและอานุภาพของหินวิเศษขั้นกลาง เขาได้เป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 – สูงสุดภายในเวลาครึ่งเดือนได้จริงๆ

“ปรมาจารย์จาง ขอบคุณที่ชี้แนะ!”

เมื่อรู้สึกได้ถึงกระแสพลังปราณที่มีคุณภาพดีกว่าแต่ก่อนมาก คุณชายโหลวฮวนประสานมือคารวะอย่างซาบซึ้งในบุญคุณ

ถ้าไม่ใช่เพราะจางเซวียน ใครจะรู้ว่าเขาต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะได้เป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -สูงสุด

“ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจ!”

จางเซวียนโบกมือ

กระแสพลังปราณเทียบฟ้าที่จางเซวียนเคยถ่ายทอดเข้าไปในตัวคุณชายโหลวฮวนทำให้พลังปราณที่เคยขุ่นข้นแต่เดิมบริสุทธิ์ขึ้น เมื่อมีสิ่งนี้เป็นพื้นฐาน การที่เขาจะฝ่าด่านวรยุทธขั้นย่อยได้ในระยะเวลาอันสั้นก็ไม่ยากเย็นเกินไป

ภายใต้สภาวะแบบนี้ หากเขายังทำไม่ได้ ก็คงไม่สมราคาที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘อัจฉริยะ’

“ปรมาจารย์จาง วรยุทธของคุณ…” ประธานคังตั้งข้อสงสัย

ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของคุณชายโหลวฮวนตลอด 2 – 3 วันที่ผ่านมาทำให้เขาดีใจ แต่ขณะเดียวกันก็เกิดความสงสัยขึ้นมา ถ้าปรมาจารย์จางทำให้คนอื่นก้าวหน้าได้ขนาดนี้ ทำไมไม่ทำกับตัวเองด้วย?

ตอนนี้ตัวเขาก็ยังไม่ได้เป็นแม้แต่นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 3 ถือว่าเสียเปรียบมาก หากเทียบกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ

“คุณไม่ต้องกังวล ผมจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะสำเร็จวรยุทธขั้นหยินหยาง-สูงสุดให้ได้ก่อนถึงการประลอง และถ้าเป็นไปได้ อาจจะขยับไปถึงขั้นขจัดสิ่งมัวหมอง”

รู้ดีว่าอีกฝ่ายกังวลใจเรื่องอะไร จางเซวียนโบกมืออย่างไม่เดือดร้อน

ในการยกระดับวรยุทธ เขาต้องการหินวิเศษขั้นกลาง การซึมซับพลังจิตวิญญาณจากในอากาศนั้นไม่เพียงพอ ซึ่งตอนนี้ เรื่องใหญ่ก็คือ…เขายังขาดแคลนทรัพยากรอยู่

ในเมื่อการยกระดับวรยุทธด้วยวิธีอื่นได้ผลน้อยกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจจะหาหินวิเศษขั้นกลางให้ได้มากกว่าเดิมก่อนจะทำการยกระดับวรยุทธ

“อือ!”

ได้ฟังปรมาจารย์จางยืนยัน ประธานคังก็พยักหน้า “เราใกล้จะถึงบ้านพักของคุณแล้ว…”

จางเซวียนเดินไปที่ประตูห้องโดยสารบนหลังอสูรพาหนะ แต่ปุบปับก็หันกลับมาและพูดว่า “เอาล่ะ ผมขอลาพวกคุณตรงนี้ และหลังจากนี้คงจะมีธุระยุ่งเหยิงเอาการ พวกคุณอย่าเพิ่งมาตามหาผม วางใจเถอะว่าผมจะไปปรากฏตัวที่การประลองปรมาจารย์เมื่อถึงเวลา!”

เพื่อให้ได้หินวิเศษขั้นกลางเพิ่ม เขาคงต้องปรากฏตัวต่อสาธารณชนในคราบของปรมาจารย์หยาง ซึ่งระหว่างนี้ หากประธานคังมาหา ด้วยการหายตัวไปอย่างปุบปับของปรมาจารย์จางและความคล้ายคลึงหลายประการระหว่างตัวเขากับปรมาจารย์หยาง ก็มีโอกาสที่ประธานคังจะปะติดปะต่อได้ และรู้ว่าปรมาจารย์หยางคือตัวเขา ด้วยเหตุนี้ จางเซวียนจึงป้องกันไว้ก่อน

“ได้สิ!”

ประธานคังรู้ดีว่าจางเซวียนกำลังจะปลีกวิเวกเพื่อฝึกฝนวรยุทธ เขาพยักหน้า

เมื่อพูดทุกอย่างที่จำเป็นต้องพูดแล้ว จางเซวียนก็กระโดดลงจากหลังอสูรพาหนะ และไม่ช้าประธานคังก็จากไป

ทันทีที่เดินเข้าบ้านพัก ซุนฉางก็รีบมาต้อนรับ

“นายน้อย!”

รู้ดีว่าอาการร้อนรนของซุนฉางจะต้องมาจากอะไรสักอย่าง จางเซวียนถาม “ผมไม่อยู่ เกิดอะไรขึ้นบ้าง?”

“สำนักเมฆเหินกับอีก 13 กลุ่มอำนาจมาขอพบตอนที่คุณไม่อยู่…”

ซุนฉางรีบทบทวนเรื่องราว

“มาขอพบผมทำไม?” จางเซวียนขมวดคิ้ว

เขาไม่เคยเจอคนพวกนั้นมาก่อน ทำไมจู่ๆถึงมาขอพบ?

“ถ้าพวกนั้นมาอีก บอกผมด้วย…”

จางเซวียนกำลังลำบากใจว่าจะหาหินวิเศษมาจากไหน ก็พอดีกับที่คนพวกนี้มาถึงหน้าบ้าน เรื่องนี้ช่างเหมาะเจาะเหลือเกิน อย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่ต้องออกไปหาลูกค้าที่ไหน

“ได้!” เห็นนายน้อยยังมีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ ซุนฉางรู้สึกเหมือนภาระที่แบกไว้บนบ่าถูกยกออกไป เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก “นายน้อย ไม่ทราบว่าตอนนี้นายท่านอยู่ที่ไหน เขาจะมาหรือเปล่า?”

“ท่านอาจารย์?”

จางเซวียนอึ้งไปชั่วขณะ แต่แล้วก็ตั้งตัวได้และรีบตอบ “อาจารย์บอกผมว่าอีกสองสามวันจะมา…เอาล่ะ ผมต้องคุยกับหวังหยิ่ง เธออยู่ไหน?”

จางเซวียนโบกมือ

ในเมื่อเขาคิดจะใช้ตัวตนของปรมาจารย์หยาง การปล่อยข่าวล่วงหน้าก็ย่อมดีที่สุด เพราะทุกอย่างจะได้ไม่ดูแปลกประหลาดและกะทันหันเกินไป

“เธอกำลังดูแลหญ้าปลุกวิญญาณ นายน้อย…คุณกำลังจะรักษาลู่ชงหรือ?” เมื่อนึกได้ ซุนฉางก็ตาโต

ในฐานะพ่อบ้าน เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าหวังหยิ่งทำอะไรอยู่ การที่นายน้อยรีบไปหาทันทีที่กลับมา ก็แปลว่าคงมีเรื่องสำคัญที่เขากำลังจะทำให้ลู่ชง

“ใช่!” จางเซวียนพยักหน้า “เรื่องของลู่ชงนั้นเกี่ยวพันกับจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง ผมต้องการ ความเงียบสงบมากที่สุดระหว่างการรักษา อย่าให้ใครรบกวนล่ะ!”

ซุนฉางพยักหน้า แต่อีกครู่ต่อมาก็พลันนึกได้ถึงเหตุผลที่เขารู้สึกแปลกๆ เขาถามขึ้นอีก “นายน้อย แล้วจ้าวหย่าล่ะ ทำไมไม่กลับมาด้วย?”

ในเมื่อจ้าวหย่าไปกับจางเซวียน การที่เขากลับมาคนเดียวก็ออกจะประหลาด

“เธอไปที่อื่นน่ะ ยังไม่กลับมาเร็วๆนี้หรอก…”

จางเซวียนโบกมือและเดินเข้าไปในห้องที่ใช้เก็บรักษาหญ้าปลุกวิญญาณ

“ท่านอาจารย์!”

ทันทีจางเซวียนเข้าไป ก็เห็นหวังหยิ่ง เขาพยักหน้ารับคำทักทายของอีกฝ่ายและจับจ้องหญ้าปลุกวิญญาณที่อยู่กลางห้อง

ตอนนี้มันมีความสูงราวครึ่งหนึ่งของมนุษย์ ส่งกลิ่นหอมอบอวลเฉพาะตัวที่ทำให้จิตใจวุ่นวายสับสน ดูเหมือนใครก็ตามที่ไม่ระวังตัวจะต้องตกอยู่ใต้อำนาจของมันทันที

หญ้าปลุกวิญญาณมีอานุภาพในการรบกวนจิตใจและสร้างความสับสนให้กับผู้ที่ได้กลิ่นของมัน

“คุณเหน็ดเหนื่อยมาหลายวันแล้ว ไปพักเถอะ!”

เมื่อเห็นว่าหญ้าปลุกวิญญาณเจริญเติบโตได้ดีแค่ไหน แถมยังไม่มีแม้รอยขีดข่วน ก็รู้เลยว่าหวังหยิ่งทุ่มเทดูแลมันอย่างมาก

“ได้!”

เมื่อได้รับคำชม หวังหยิ่งหน้าแดงก่ำขึ้นมา เธอรีบเดินออกไป

“ได้เวลาแล้ว!”

จางเซวียนถอดจิตออกจากร่าง เขาถือหญ้าปลุกวิญญาณไว้และถ่ายทอดพลังปราณเข้าไป

หากเป็นก่อนหน้านี้ เขาจะต้องเตรียมตัวหลายอย่างก่อนจะหลอมหญ้าปลุกวิญญาณ แต่หลังจากที่จิตวิญญาณของเขาได้รับการบ่มเพาะจากพลังหยินและพลังหยางจนกระทั่งแข็งแกร่งกว่าเดิม ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

เมื่อได้รับกระแสพลังปราณจากจางเซวียน สมุนไพรนั้นก็หลอมละลายกลายเป็นเมือกสีเขียว

และด้วยการกระดิกนิ้ว เมือกนั้นก็รวมตัวกัน เกิดเป็นธูปก้านหนึ่ง

ธูปปลุกวิญญาณ!

เมื่อจุดธูปนี้ มันจะมีอานุภาพในการปลุกจิตวิญญาณหลับไหล

“ตามที่มั่วคุนเสินบอก เพื่อเพิ่มโอกาสในการปลุกลู่ชง จะดีที่สุดถ้าเราหลอมจิตวิญญาณเสี้ยวหนึ่งของเราเข้าไปในธูปนั้น!”

ด้วยการหลอมจิตวิญญาณเสี้ยวหนึ่งเข้ากับธูปปลุกวิญญาณก่อนจะจุดมัน ประสิทธิภาพของการปลุกจิตวิญญาณหลับไหลจะสูงขึ้นอีก

“แยกส่วนจิตวิญญาณ!”

จางเซวียนแยกจิตวิญญาณของเขาเป็นส่วนๆอย่างระมัดระวัง ซึ่งกว่าจะจบกระบวนการก็ทำเอาหน้าซีด

แม้จิตวิญญาณของเขาจะมีวรยุทธเทียบเท่ากับนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -สูงสุดแล้ว แต่การแยกจิตวิญญาณเป็นส่วนๆก็ยังทำให้เขาบอบช้ำสาหัส

แต่ขอแค่ลู่ชงปลอดภัย ก็ไม่มีอะไรที่มากเกิน

จางเซวียนหลอมจิตวิญญาณเสี้ยวหนึ่งของเขาเข้ากับธูป ซึ่งในที่สุด…เขาก็พร้อมแล้วที่จะปลุกลู่ชง

“เยี่ยม! เริ่มเลย…”

เมื่อเตรียมการทุกอย่างพร้อม จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาดึงจิตวิญญาณกลับเข้าร่างแล้วเดินไปหาลู่ชง

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!