ตอนที่ 615 องค์หญิงเฟยเอ๋อ
“คุณ…”
นายหญิงน้อยที่ 6 กำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อ เธอหน้าดำคร่ำเครียด นัยน์ตาขุ่นมัวด้วยความหงุดหงิด หากทำได้ คงพุ่งเข้าไปฉีกหมอนี่เป็นชิ้นๆแล้ว
เธอไม่มีวันยอมลดตัวเป็นคนใช้ และการคุกเข่าให้ก็หยามหน้ากัน…จนยอมตายเสียดีกว่า
นายหญิงน้อยกัดฟันกรอดและข่มความหงุดหงิดไว้ เธอพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“เลือกอย่างอื่นเถอะ…”
ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ซุนฉางสวนทันควันด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“นายน้อยของเราให้ทางเลือกคุณตั้งมากแล้ว คุณปฏิเสธเสียหมดทุกอย่าง จะทำตัวยากเกินไปไหม? แต่ก็ได้ ถ้าคุณไม่ยอมคุกเข่า ไม่ยอมเป็นคนรับใช้ นายน้อยของเราก็ยังอยากได้ใครสักคนมาทำให้เตียงของเขาอุ่น คุณจะรับงานไหมล่ะ? ขอแค่ทำให้นายน้อยพอใจ หินวิเศษขั้นกลาง 1 หมื่นก้อนก็ลืมได้เลย!”
บ้าบออะไรขนาดนี้! ควรจะขอบคุณเสียด้วยซ้ำที่นายน้อยยังอารมณ์ดี ถ้าเป็นผมล่ะก็ จะไม่ให้ทางเลือกมากมายแบบนั้นหรอก!
“คุณว่าอะไรนะ?”
นายหญิงน้อยตาแดงก่ำ มือสั่นด้วยแรงโทสะ
“ตรงไหนที่คุณไม่เข้าใจ?” ซุนฉางส่ายหน้า เขาหันไปถามจางเซวียน “นายน้อย แม่นี่ก็เรื่องมากเสียจริง คุณจะอนุญาตให้ผมจัดการเธอไหม?”
“ก็เธอเป็นลูกน้องของคุณนี่ ตามสบาย!” จางเซวียนยักไหล่
ถึงซุนฉางจะใจเร็วด่วนได้ไปบ้าง แต่ก็รับมือกับใครๆได้อย่างเฉลียวฉลาดเสมอ เขาคงมีความคิดดีๆในหัวแน่
“ลูกน้อง…ของเขา?”
ได้ยินแบบนั้น นายหญิงน้อยเกือบกระอักเลือดออกมา
เธอนึกว่าเหตุผลที่ชายหนุ่มคนนี้อยากได้เธอเป็นคนรับใช้เพราะเกิดถูกตาต้องใจในตัวเธอ ใครจะรู้ว่าคิดผิดถนัด? เขาอยากให้เธอเป็นลูกน้องของเจ้าพ่อบ้านที่แสนจะเหลี่ยมจัดคนนั้นต่างหาก…
แล้วไอ้ท่าทีไม่รู้สึกรู้สาของคุณมันคืออะไร?
รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร…ขนาดฮ่องเต้แห่งจักรวรรดิฮ่วนหยูยังต้องจัดพิธีการยิ่งใหญ่ที่สุดเพื่อต้อนรับฉัน หากฉันบอกไป คุณคงช็อกตายแน่!
กล้าเสนอเงื่อนไขแบบนั้น…หยามเกียรติกันเหลือเกิน!
“ขอบคุณนายน้อย”
ซุนฉางหันไปมองนายหญิงน้อยตั้งแต่หัวจรดเท้าและขมวดคิ้ว “รูปร่างหน้าตาของคุณก็งั้นๆ ผมว่านายน้อยคงไม่อยากให้คุณร่วมเตียงกับเขาหรอก เป็นคนรับใช้ทั่วไปก็พอแล้ว!”
“งั้นๆ? ไม่อยากได้ฉัน?”
เธอเลือดขึ้นหน้าจนแทบกรี๊ดออกมา
คุณกล้าบอกว่ารูปร่างหน้าตาอย่างฉันนี่ ‘งั้นๆ’? จงใจยั่วโมโหกันใช่ไหม?
แน่นอนว่าเธอไม่รู้ว่าซุนฉางหมายความตามที่เขาพูดจริงๆ
เพราะลูกศิษย์ของนายน้อยอย่างจ้าวหย่ากับหวังหยิ่งก็มีความงดงามไม่ด้อยกว่าเธอเลย ถึงโม่หยู่กับจ้าวเฟยอู่ก็เป็นคนสวย แต่ถึงอย่างนั้น นายน้อยของเขาก็ยังไม่สนใจ
เพราะอย่างนี้ เขาจะมาสนใจในตัวผู้หญิงเจ้ากี้เจ้าการและสร้างปัญหาแบบเธอหรือ?
“ในเมื่อคุณคิดจะใช้สิ่งนี้ทดแทนการใช้หนี้ เราก็ควรพูดถึงระยะเวลาด้วย เอาเป็นสัก 5 เดือนก็แล้วกัน เพราะคุณติดหนี้หินวิเศษขั้นกลางนายน้อยอยู่ 1 หมื่นก้อน…ระยะเวลา 5 เดือนที่ต้องทำงานให้ ก็เท่ากับหินวิเศษขั้นกลาง 66 ก้อนต่อวัน…ผมคิดเป็น 70 ก็แล้วกันนะ!”
ซุนฉางนับนิ้วและพูดต่อ “แต่แน่ล่ะ ถ้าคุณไม่เต็มใจจะเป็นคนใช้ ก็ซื้อ ‘วันหยุด’ ได้ด้วยการจ่ายหินวิเศษเป็นการใช้หนี้ของวันนั้นมา วันไหนที่คุณจ่าย คุณก็เป็นอิสระ”
“หินวิเศษขั้นกลาง 70 ก้อนต่อวัน? ซื้อ ‘วันหยุด’?”
นายหญิงน้อยที่ 6 ผงะ
“ถูกแล้ว วันไหนที่คุณได้หยุด ก็ไม่ถือว่าเป็นคนใช้ พูดง่ายๆก็คือใน 5 เดือนนี้ คุณจะต้องใช้หนี้หินวิเศษขั้นกลางจนครบ 1 หมื่นก้อน ซึ่งถ้าวันไหนในระหว่างนั้นที่คุณมีเงินพอจะใช้หนี้ ก็สามารถปลดภาระได้ชั่วคราว แต่เพราะ 1 วันมีค่าเท่ากับหินวิเศษ 70 ก้อน แทนที่จะเป็น 66 เพราะเราคิดรายวัน ก็แน่นอนว่าออกจะแพงไปหน่อย ถ้าคุณอยากจ่ายล่วงหน้าเป็นรายเดือนล่ะก็ ผมจะลดราคาให้!” ซุนฉางตอบ
“รายวัน…”
ตอนแรก เธอออกจะรู้สึกว่าความคิดนี้พอรับได้ แต่เมื่อได้ยินคำนั้นก็แทบลมจับ
ทำไมตัวเธอถึงกลายเป็นสินค้าไปได้?
จ่ายรายวัน รายเดือน…
ยิ่งคิดก็แทบคลั่ง เธอจวนเจียนจะปรี๊ดแตกเต็มที
แต่เมื่อคลายความโกรธลงแล้ว มาลองคิดๆดู จะว่าไป ข้อเสนอนี้ก็พอรับได้
เธอจะไม่มีวันยอมลดตัวเป็นคนรับใช้ของใครถึง 5 เดือน แต่ในเมื่อเป็นการจ่ายรายวัน ขอแค่เธอผ่าน 2-3 วันแรกไปได้ ครอบครัวของเธอจะต้องส่งหินวิเศษมาให้เธอใช้หนี้ได้แน่!
“ก็ได้ ฉันตกลง!” เมื่อคิดแล้ว นายหญิงน้อยก็พยักหน้ายินยอม
“ดี!” จางเซวียนอดตาวาวไม่ได้กับข้อเสนอของซุนฉาง
สมกับเป็นพ่อค้า ลูกเล่นของเขาช่างเหนือชั้น
แน่นอนว่าการจ่ายหินวิเศษทีเดียว 1 หมื่นก้อนเป็นเรื่องยาก แต่หากแบ่งจ่ายโดยยืดเวลาออกไป ก็มีความเป็นไปได้มากขึ้น
แนวคิดเรื่องการผ่อนจ่ายไม่เป็นที่แพร่หลายนักในโลกใบนี้ แต่ในฐานะนักธุรกิจ เขารู้ดีว่าจะปรับเปลี่ยนเงื่อนไขอย่างไรให้อีกฝ่ายรับได้ แถมยังโก่งราคาได้เสียด้วย
“นายหญิงน้อย!”
นึกไม่ถึงว่าเธอจะตอบตกลงแบบนั้น ชายหนุ่มถึงกับตื่นตระหนก
คนอื่นอาจไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่เขารู้ดี ให้คนอย่างเธอไปเป็นคนรับใช้…ล้อเล่นน่ะ!
ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ราชวงศ์แห่งจักรวรรดิฮ่วนหยูจะต้องเป็นบ้าแน่
นายหญิงน้อยที่ 6 กัดฟัน
“ฉันจัดการเรื่องของตัวเองได้!”
“แต่…”
เส้นเลือดที่ขมับของชายหนุ่มปูดโปน
ซุนฉางขัดบทสนทนาของทั้งคู่ “พอได้แล้ว ถ้าคุณสองคนยังมีอะไรจะพูดกันล่ะก็ พูดเสียให้เสร็จๆ นับจากตอนนี้ไป คุณคือคนรับใช้ของนายน้อย ถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็เตรียมข้าวของที่จำเป็นและตามเรากลับไปที่บ้านพัก!”
“ไม่ต้องหรอก ฉันจะจ่ายของ 10 วันแรกก่อน!”
นายหญิงน้อยคำรามและสะบัดข้อมือ หินวิเศษขั้นกลางกองหนึ่งปรากฏแก่สายตาของทุกคน เธอนับอย่างรวดเร็ว ได้ 700 ก้อนพอดิบพอดี
“เยี่ยม!”
ซุนฉางตาโต เขาหันไปมองหน้าจางเซวียน ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบว่า “คุณเก็บไว้เลย!”
“ขอรับ!”
ซุนฉางรีบกวาดหินวิเศษทั้งหมดเข้าแหวนเก็บสมบัติ และมองหน้าสาวสวยอีกครั้ง “คุณก็ดูจะมาจากครอบครัวคนใหญ่คนโต ผมว่าคุณคงไม่ทำอะไรโง่ๆอย่างการวิ่งหนีไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องมีหลักประกัน คุณต้องทิ้งของมีค่าบางอย่างไว้กับผมก่อน และหลังจาก 5 เดือนผ่านไปหรือคุณใช้หนี้ครบ แล้วผมจะคืนให้!”
“คุณ…”
นายหญิงน้อยเลิกคิ้ว
ให้เธอเป็นคนใช้ก็หยามหน้ากันพอแล้ว อีกฝ่ายยังกลัวเธอหนีด้วย…น่าหงุดหงิดเสียจริง!
แต่เธอก็รู้ว่าสองคนนี้ ไม่ได้เกรงกลัวอะไรเลย และการต่อปากต่อคำกับพวกเขาก็มีแต่จะทำให้เธออายุสั้นลง จึงสะบัดข้อมือและนำตราสัญลักษณ์อันหนึ่งออกมา
ดาว 5 ดวงส่องประกายอยู่บนนั้น
ตราสัญลักษณ์ปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว!
“ตรานี้บอกตัวตนของฉัน น่าจะพอเป็นหลักประกัน!”
“ได้สิ!”
ซุนฉางรับมาและเก็บไว้ในแหวนเก็บสมบัติของเขา
เขาออกจะประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเมื่อรู้ว่าแม่สาวคนนี้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวเหมือนกับชายหนุ่มอีกคน
แต่ในความเห็นของเขา ปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวก็ไม่ใช่อะไรที่ต้องเกรงกลัว ในฐานะพ่อบ้านของปรมาจารย์ระดับ 8 ดาว หากเขาสู้หน้ากับปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวอย่างเทียมบ่าเทียมไหล่ไม่ได้ ก็คงจะตกงานไปเสียนานแล้ว
“ฮะ?”
เห็นอีกฝ่ายรับตราสัญลักษณ์ของเธอไปโดยไม่แสดงความหวาดกลัวหรืออัศจรรย์ใจสักนิด นายหญิงน้อยอึ้งไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเธอขึ้งเครียดขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะหันหลังกลับและกระทืบเท้าออกจากร้านไป
เธออยู่ต่อไม่ได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว มันไม่ใช่เรื่องการใช้หนี้แล้ว แต่เป็นเพราะทนดูหน้าทั้งคู่ไม่ไหว
พวกนั้นเป็นบ้าอะไร?
เธอนึกว่าปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวซึ่งยังอายุน้อยแบบเธอจะได้รับความเคารพและเกรงกลัวไม่ว่าไปไหน…แต่หมอนั่นมองเธออย่างไม่ให้ความสำคัญเลย ราวกับเธอเป็นลมวูบหนึ่งที่พัดมา
ลำพังแค่ความหงุดหงิดก็มากพอจะทำให้เธอกระอักเลือดแล้ว
“นายหญิงน้อย…”
เห็นเธอผลุนผลันจากไป ชายหนุ่มตัวแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปข่มขู่จางเซวียนกับซุนฉาง “คุณสองคนน่ะ…ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
เมื่อทิ้งท้ายประโยคนั้นไว้แล้ว เขาก็รีบตามไปสมทบกับเธอ
“องค์หญิงที่ 6, เจ้าสองคนนั่นไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเลย ผมควรบอกเย่เฉียนให้ตัดหัวทั้งคู่เสียดีไหม?”
นัยน์ตาของชายหนุ่มฉายความดุดันออกมา
คราวนี้เขาไม่ได้เรียกเธอว่านายหญิงน้อยแล้ว แต่เรียกว่าองค์หญิงที่ 6
ถ้าองค์รัชทายาทเย่เฉียนแห่งจักรวรรดิฮ่วนหยูอยู่ตรงนี้ ก็จะรู้ทันทีว่า ‘นายหญิงน้อยที่ 6’ คือองค์หญิงเฟยเอ๋อแห่งจักรวรรดิหงหย่วน! และชายหนุ่มที่อยู่ข้างเธอก็คือเพื่อนร่วมชั้น, ปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว ชิงย่วน!
ทั้งคู่กำลังเดินชมรอบเมือง ก็พอดีกับที่เจอดงสมบัติลึกลับเข้าโดยบังเอิญ ด้วยความอยากรู้จึงเดินเข้าไป นึกไม่ถึงเลยว่าเพียงครู่เดียวก็ต้องเสียทั้งใจเสียทั้งเงิน!
ด้วยชาติกำเนิดอันสูงส่ง เธอเป็นองค์หญิงที่แม้แต่ฮ่องเต้แห่งจักรวรรดิฮ่วนหยูยังต้องแสดงความเคารพสูงสุด ไม่นึกเลยว่าลงท้ายจะต้องมาเป็นคนใช้ ช่างหยามหน้ากันเหลือเกิน!
“ในฐานะองค์หญิงผู้ทรงเกียรติและปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว ฉันควรฆ่าใครเพียงเพราะแพ้พนันหรือ?”
องค์หญิงเฟยเอ๋อหยุดกึก เธอเลิกคิ้ว
“เอ่อ…”
ชิงย่วนหน้าแดงก่ำ
แค่แพ้พนันก็น่าอับอายอยู่แล้ว หากเธอถึงกับสังหารหมอนั่น ต่อให้ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ เธอก็คงอยู่ไม่ไหว
“แต่ถ้าเราปล่อยไป…หมอนั่นก็จะยิ่งโอหังและอวดดีขึ้นอีก!”
ชิงย่วนกัดฟันกรอด
“เขาอวดดีก็จริง แต่ต้องยอมรับนะว่าความสามารถก็ไม่ธรรมดา ขนาดเสาหินที่ทั้งคุณและฉันทำอะไรไม่ได้ เขายังบอกชื่อสิ่งประดิษฐ์ที่อยู่ในเสาพวกนั้นได้ถึง 110 ต้น ภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที…อีกอย่าง คุณเห็นสีหน้าทองไม่รู้ร้อนของเจ้าพ่อบ้านตอนที่เห็นตราสัญลักษณ์ปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวของฉันไหม? ทั้งคู่ต้องไม่ธรรมดาแน่ บอกเย่เฉียนให้ไปสืบเสาะดีกว่า!”
องค์หญิงเฟยเอ๋อแนะ
เธอไม่คิดจะทำอะไรแบบสะเพร่า
เพราะเป็นถึงปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว ระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณที่สูงกว่า 15.0 จึงทำให้เธอแยกแยะอารมณ์ออกจากเหตุผลได้ ระดับวรยุทธของทั้งนายบ่าวคู่นั้นอาจจะไม่สูงส่งนัก แต่ทีท่าเรียบเฉยที่ไม่มีใครข่มได้ของทั้งคู่ถือว่าไม่ธรรมดา
เป็นไปได้ว่าจะมีอะไรล้ำลึกกว่านั้น
อีกอย่าง เธอก็อยากรู้ว่าเขาระบุสิ่งประดิษฐ์ที่อยู่ในเสาหินอย่างง่ายดายแบบนั้นได้อย่างไร
“ก็ได้!” ชิงย่วนพยักหน้า
“คุณชาย ไม่ทราบผมควรเรียกคุณว่าอย่างไร?”
เมื่อเห็นทั้งคู่จากไปแล้ว กานอีผิงรีบตั้งสติ แล้วเดินไปประสานมือคารวะจางเซวียน
“เรียกผมว่าจางเซวียน!” จางเซวียนพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นก็ คุณชายจาง…นี่คือสิ่งประดิษฐ์ทั้งหมดที่ดงสมบัติลึกลับของเรามีอยู่ คุณสะสมแต้ม ได้มากกว่านั้นเสียอีก ทุกอย่างจึงเป็นของคุณทั้งหมด…”
พนักงานต้อนรับบรรจุทุกอย่างเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติอย่างเป็นระเบียบและนำมาส่งให้
“ดี!”
จางเซวียนรับแหวนเก็บสมบัติไว้ เขามองเข้าไปข้างใน และเห็นชั้นวางของมีค่าอยู่มากมายหลายชั้น
“แต่ถ้าคุณให้ผมหมด แล้วดงสมบัติลึกลับของคุณจะเป็นอย่างไร?” จางเซวียนถามด้วยทีท่าที่ออกจะขัดเขิน
เอาจริงๆเขาแทบไม่สนใจของพวกนี้ แต่กฎย่อมเป็นกฎ จะปฏิเสธก็ดูไม่สุภาพ จึงลำบากใจไม่น้อย
ขืนรับไว้หมด กิจการของดงสมบัติลึกลับจะไม่ล่มจมหรือ?



