ตอนที่ 643 จางเซวียนโดนเปิดซิงจูบแรก?
กระแสพลังจิตวิญญาณในทะเลสาบนั้นนุ่มนวลและปลอดภัยไม่ใช่หรือ?
จะมีใครมาตายที่นี่ได้อย่างไร?
คงไม่ใช่ฝึกฝนวรยุทธจนตายแน่?
“เขาตายแล้วหรือ? เป็นไปได้อย่างไร?”
องค์หญิงเฟยเอ๋อก็ช็อก
เธอยังคิดอยู่ว่าทำอย่างไรถึงจะเอาชนะคนเจ้าเล่ห์เจ้ากลคนนี้ได้ ไม่นึกไม่ฝันว่าหมอนั่นจะตายง่ายๆแบบนี้…
“ให้ฉันดูหน่อย!”
เธอรีบกระโดดลงไปในดวงตาทะเลสาบและสัมผัสเนื้อตัวของอีกฝ่าย แต่แล้วก็ต้องหน้าซีด
เจ้าคนที่เพิ่งทำให้ธูปชำระวิญญาณมอดไหม้หมดทั้ง 5 ดอกเมื่อ 8 ชั่วโมงก่อน ตัวแข็งทื่อเหมือนหิน ไม่มีทั้งลมหายใจและเสียงหัวใจเต้น
…เขาตายจริงๆหรือนี่?
ถึงเธอจะไม่มีความปรารถนาดีให้หมอนี่สักนิด แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นคนรับใช้ของเขาอยู่ จะมาตายง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร?
แล้วเธอมิต้องมีสถานภาพเป็นคนรับใช้ไปชั่วชีวิตหรือ?
“เขาคงไม่ได้เป็นอย่างนี้เพราะว่าซึมซับพลังจิตวิญญาณเร็วเกินไป…เพื่อจะเอาชนะฉันหรอกนะ?” องค์หญิงเฟยเอ๋อตัวสั่น หน้าซีดเผือดไปอีกรอบเมื่อนึกได้
เขาไม่ได้ออกไปจากดวงตาทะเลสาบเลย ซึ่งก็หมายความได้อย่างเดียว คือความพยายามอย่างหนักหน่วงเกินขนาดที่จะเอาชนะพนันให้ได้ทำให้เขาซึมซับพลังจิตวิญญาณจากดวงตาทะเลสาบอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เกิดความผิดพลาดที่คร่าชีวิตเขาในที่สุด
“ก็เป็นไปได้นะ”
หลัวฉีฉีพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะก็ มีโอกาสสูงที่จะเป็นภาวะเสมือนตาย!”
ในฐานะนักปรุงยาผู้เก่งกาจ เธอพอรู้เรื่องสภาวะทางการแพทย์อยู่บ้าง
“ภาวะเสมือนตาย?”
“ใช่แล้ว ผู้ที่ซึมซับพลังจิตวิญญาณในปริมาณมากเกินไปในช่วงเวลาหนึ่ง จะทำให้ทางเดินพลังปราณเกิดการอุดตัน ขัดขวางการไหลเวียนของกระแสเลือด ส่งผลให้เขาสิ้นสติไปชั่วขณะ อยู่ในภาวะเสมือนตาย แต่การตายแบบนี้ไม่ใช่การตายจริงๆ หากได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ก็เอาชีวิตรอดได้…ฉันเคยอ่านเจอในหนังสืออยู่ครั้งหนึ่ง เพราะเมื่อครู่ก่อน ปรมาจารย์จางก็ยังดีๆอยู่เลย คงจะเป็นแบบนั้นแหละ!” หลัวฉีฉีพูด
“แล้ว…เธอจะช่วยชีวิตเขาอย่างไร?” องค์หญิงเฟยเอ๋อถามอย่างกระวนกระวาย
หลัวฉีฉีขมวดคิ้วและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ถ้าฉันจำไม่ผิด…เราต้องเอาพลังจิตวิญญาณออกจากตัวเขาให้ได้ในรวดเดียว!”
“ให้ได้รวดเดียว?” องค์หญิงเฟยเอ๋อยังไม่เข้าใจ
“ทางเดินพลังปราณของเขาถูกพลังจิตวิญญาณปิดกั้นไว้ ทำให้เกิดความตึงเครียดอย่างหนักจนเขามีสภาพแบบนี้ หากเรานำพลังจิตวิญญาณออกจากร่างของเขาโดยใช้ฝ่ามือตามปกติ จะทำให้ ระดับความกดดันของพลังจิตวิญญาณในร่างกายเกิดการแปรปรวน ส่งผลให้ทางเดินพลังปราณเสียหายได้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น การช่วยชีวิตเขาจะยิ่งยุ่งยากขึ้นไปอีก ต่อให้ช่วยได้ก็อาจต้องพิการตลอดชีวิต เราจึงจำเป็นต้องนำพลังจิตวิญญาณออกจากร่างของเขาให้ได้ในรวดเดียว…”
มาถึงตอนนี้ หลัวฉีฉีหน้าแดงก่ำ “พูดง่ายๆก็คือ…ต้องนำพลังจิตวิญญาณออกจากร่างของเขาด้วยปาก!”
“ด้วยปาก?”
องค์หญิงเฟยเอ๋อปากค้าง
แน่นอนว่าการใช้ฝ่ามือผลักดันพลังจิตวิญญาณออกจากร่างของอีกฝ่ายมีประสิทธิภาพไม่ดีพอ ซึ่งหากผิดพลาด จะทำให้เกิดความแปรปรวนของระดับความกดดันในร่างกาย ซึ่งอาจทำให้ทางเดินพลังปราณเสียหายและนำไปสู่สภาวะพิการ และหากทางเดินพลังปราณเสียหายอย่างฉับพลัน แบบนั้น ชีวิตนักรบก็มีอันต้องสิ้นสุด
แต่เธอกับเขาเป็นคนละเพศกัน ให้ใช้ปากนำพลังจิตวิญญาณออกมา…
องค์หญิงเฟยเอ๋ออ้อมแอ้มด้วยใบหน้าแดงก่ำ “เขาเป็นอาจารย์ของเธอนี่ รีบช่วยชีวิตเขาสิ!”
“ฉัน?”
หลัวฉีฉีรีบส่ายหน้า “ความสัมพันธ์ของอาจารย์กับลูกศิษย์น่ะเป็นของสูงนะ นี่ออกจะใกล้ชิดเกินไป ฉันทำลายความสัมพันธ์ด้วยวิธีนี้ไม่ได้หรอก…แต่เธอน่ะ เธอตั้งใจจะเอาชนะเขาให้ได้ไม่ใช่หรือ? ถ้าเขาตายไป เธอจะได้ชื่อว่าเป็นคนรับใช้ของเขาไปตลอดชีวิตเลยนะ…”
“เอ่อ…” องค์หญิงเฟยเอ๋อหน้าซีด
แม่เพื่อนรักก็พูดได้ถูกจุด นี่คือสิ่งที่เธอกำลังคิดอยู่
ถ้าเธอแพ้พนัน จะต้องกลายเป็นคนรับใช้ของเขา เพราะฉะนั้น…หากหมอนี่มาตายตรงนี้ ความอับอายครั้งนี้จะต้องเป็นตราบาปกับเธอไปชั่วชีวิต!
ใครต่อใครจะต้องคิดว่าเธอสังหารเขาเพราะความโกรธที่แพ้พนัน แล้วถ้าเกิดเรื่องแบบนั้น เธอคงไม่มีวันล้างมลทินให้ตัวเองได้
บ้าบออะไรขนาดนี้นะ!
ก็แค่พนัน แต่จับพลัดจับผลู…เธอต้องมารับผิดชอบชีวิตของหมอนี่เสียอย่างนั้น แค่คิดก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว
เห็นเพื่อนรักยังลังเล หลัวฉีฉีกระทุ้ง “ถ้าเธอจะช่วยชีวิตเขาล่ะก็ เร็วเข้าเถอะ ยิ่งยื้อไป โอกาสที่จะรอดชีวิตก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น!”
องค์หญิงเฟยเอ๋ออึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟัน “ก็ได้ ฉันจะช่วยเขา!”
เธอได้รับการฟูมฟักพะเน้าพะนออย่างดีตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยสักครั้งที่จะต้องเจอกับการหยามหน้าขนานใหญ่แบบนี้ ไม่เพียงแต่หมอนี่จะชนะพนัน ยังทำให้เธอกลายเป็นคนใช้ของเขา แถมยังเตะก้นเธอจนบวมเป่งและแทบเดินไม่ได้
เธอขัดอกขัดใจเหลือเกิน สิ่งเดียวที่ต้องการก็คือเอาชนะเขาให้ได้อย่างขาวสะอาดเท่านั้น
แต่ถ้าหมอนี่มาด่วนตาย เธอจะเอาคืนได้อย่างไร?
ความสูญเสียครั้งนี้จะตามหลอกหลอนเธอไปชั่วชีวิต!
มาถึงตอนนี้ ความเป็นหญิงชายก็ดูจะไม่สำคัญแล้ว
องค์หญิงกัดฟันกรอดก่อนจะขับเคลื่อนพลังปราณ แล้วค่อยๆประกบริมฝีปากของเธอเข้ากับริมฝีปากของชายหนุ่ม
“คุณทำอะไรน่ะ?”
จางเซวียนซึ่งเพิ่งจะกลับมาจากทะเลสาบหมดจดมาเห็นเหตุการณ์ตอนนี้พอดี เขาแทบลมจับ
ความที่จิตวิญญาณของเขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก จึงควบคุมได้ลำบากกว่าเดิม ดังนั้น เพื่อไม่ให้ใครต่อใครรู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณของเขา เขาจึงดำน้ำมา และไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น จนเข้าใกล้กายเนื้อของตัวเองนั่นแหละ จึงได้เห็นว่าองค์หญิงที่ 6 โอบร่างของเขาอยู่ และพร้อมจะจูบเขา
จางเซวียนเกือบช็อกตาย
องค์หญิงนี่ดูเผินๆก็ไม่มีอะไร แค่เขาหายไปแป๊บเดียว คิดจะขโมยจูบเขาเสียแล้ว! เหลือเชื่อจริงๆ…เชื่อแล้วว่าตัดสินหนังสือจากหน้าปกไม่ได้
จางเซวียนกำลังจะผลักอีกฝ่ายออกไป ก็พอดีกับที่มีเสียงเรียกอย่างร้อนรน
“องค์หญิงที่ 6!”
ชิงย่วนมาทันเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานพอดี
ถึงภายนอกเขาจะวางท่าเฉย แต่หัวใจก็เต้นโครมคราม
เขาตามเทียวไล้เทียวขื่อองค์หญิงที่ 6 มาเนิ่นนานหลายปี เพียงเพื่อจะถูกเมินและเชิดใส่ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังจะจูบเจ้าคนที่ทำให้เธอโกรธจนเกือบตายเมื่อสองสามวันก่อน จะหักมุมไปไหน?
“อ้อ? ชิงย่วน คุณมาได้เวลาเลย!”
เมื่อเห็นชายหนุ่ม องค์หญิงหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย พร้อมๆกับที่ถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอรีบร้องเรียกอีกฝ่าย “เร็วเข้า มาช่วยชีวิตเขา!”
“ช่วยชีวิต?” ชิงย่วนชะงัก
“ก็ใช่น่ะสิ ไม่มีเวลาอธิบายมากนักหรอกนะ ช่วยชีวิตเขาก่อน ต้องขับพลังจิตวิญญาณออกจากร่างกายของเขาโดยใช้ปากให้ได้ในอึดใจเดียว เร็วๆเข้า ไม่งั้นเขาตายแน่…” องค์หญิงเร่ง
“ประกบปาก?” ชิงย่วนแทบทรุด “ผมกับเขานี่นะ?”
อีกด้านหนึ่ง จางเซวียนก็หน้ามืด
ถึงผมจะไม่ค่อยแสดงความสนใจในตัวผู้หญิง ก็ไม่ได้หมายความว่าผมชอบผู้ชายนะ!
ขืนให้หมอนี่จูบ ไม่ขยะแขยงตายหรือ…
“ก็ใช่น่ะสิ เร็วๆเข้า เดี๋ยวจะไม่ทันเวลา!” องค์หญิงพยักหน้า
“ผม…” จางเซวียนแทบกระอักเลือด ส่วนชิงย่วนก็มีสภาพไม่ต่างกัน
เห็นอีกฝ่ายยึกยัก องค์หญิงยื่นคำขาด “ถ้าคุณไม่ทำ ฉันทำเอง!”
ชิงย่วนกัดฟันกรอด “ไม่ต้อง ผมทำได้…”
เขายอมตายเสียดีกว่าจะเห็นผู้ชายคนอื่นขโมยจูบของเทพธิดาของเขาไป!
ชิงย่วนกระโดดลงไปในดวงตาทะเลสาบ เขาประคองร่างของจางเซวียนไว้ ริมฝีปากจวนเจียนจะประกบกันเต็มที
“บรรลัยแล้ว!” จางเซวียนแทบปล่อยโฮ
“ไม่ได้ เราต้องรีบกลับเข้าร่างเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นถูกหมอนี่เปิดซิงจูบแรกแน่ๆ…” จางเซวียนทนไม่ไหว จิตวิญญาณของเขารีบพุ่งเข้ากายเนื้อทันที
ทันทีที่รวมร่างได้ เขาก็จะรู้สึกตัวและแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน
“เฮ้ย?”
แต่ทันทีที่จิตวิญญาณของจางเซวียนสัมผัสกับหว่างคิ้วของเขา ก็ต้องตัวแข็งทื่อไป
เพราะคราวนี้จิตวิญญาณของเขาเติบโตมากเกินขนาด เกินกว่าระดับที่กายเนื้อจะทนทานได้ จางเซวียนจึงพบว่าตัวเองกลับเข้าร่างไม่ได้!
พูดง่ายๆก็คือ จิตวิญญาณของเขาใหญ่เกินกว่ากายเนื้อร่างนี้ไปเสียแล้ว ไม่อาจบีบอัดมันกลับเข้าร่างได้เหมือนเดิม
แต่…หมอนั่นกำลังจะจูบเขาอยู่แล้ว!
“ไม่ไหวแล้วล่ะ ไม่สนแล้ว…”
เห็นริมฝีปาก 2 คู่ใกล้ประกบกันเต็มที จางเซวียนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขารวบรวมพลังแล้วเตะอีกฝ่ายเข้าอย่างแรง
พลั่ก!
แม้จิตวิญญาณจะเป็นสิ่งจับต้องไม่ได้ ก็ยังสามารถรวบรวมพลังจิตวิญญาณเพื่อใช้ในการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามได้อยู่
นึกไม่ถึงว่าจะมีใครโจมตี ชิงย่วนถูกเตะยอดหน้าก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว เขาร้องตะโกนออกมาสุดเสียงก่อนจะกระเด็นตกลงไปในทะเลสาบ!
“อ๊ากกก! ช่วยผมด้วย…” เขากรีดร้องอย่างหมดหวัง
ขนาดอาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นกลางยังหลอมละลาย ตัวเขาก็คงแหลกเละไม่เหลือซาก แต่หลังจากตะโกนไปได้แป๊บเดียว ก็พลันรู้สึกตัวว่ายังไม่เป็นอะไร จึงได้แต่หน้าแดงก่ำ
เพราะพลังจิตวิญญาณในทะเลสาบหมดจดถูกสูบไปจนเกือบแห้งแล้ว ความเชี่ยวกรากและอานุภาพทำลายล้างของมันจึงหมดไปด้วย อย่าว่าแต่ตัวเขา ต่อให้สามัญชนคนธรรมดาตกลงไปก็ไม่เป็นไร
พูดได้เลยว่าตอนนี้ทะเลสาบหมดจดไม่ได้ต่างจากแหล่งน้ำทั่วๆไป
“คุณทำอะไรน่ะ?” องค์หญิงเฟยเอ๋อหน้าตึง
เธอคิดว่าเขาจะรีบช่วยชีวิตปรมาจารย์จาง ใครจะคิดว่าจะเอาแต่กระโดดไปทางโน้นทีทางนี้ที กรีดร้องและตะโกนโหวกเหวก เป็นบ้าอะไร?
แม้การถูกโจมตีด้วยพลังจิตวิญญาณจะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่พวกเขาในฐานะที่เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว หากสังเกตดีๆก็พอจะรู้สึกได้ แต่ในเมื่อทุกคนจับจ้องอยู่กับการช่วยชีวิตปรมาจารย์จาง จึงไม่มีใครรู้สึกถึงความผิดปกติ
“ถ้าคุณไม่อยากช่วยชีวิตเขา ก็แค่บอกมา! ไม่ต้องทำท่าน่ารำคาญแบบนั้น” องค์หญิงกระทืบเท้าอย่างโกรธจัด ไม่รอให้อีกฝ่ายอธิบาย
ก็เห็นๆอยู่ว่าตรงนั้นไม่มีอะไรเลย แต่หมอนี่ก็กระโดดหนีราวกับตกใจเสียเต็มที เห็นชัดว่าเขาไม่อยากช่วยชีวิตปรมาจารย์จาง ก็ถ้าไม่อยากทำ…ก็แค่พูดออกมา เอาแต่ชักช้าก็เสียเวลาไปเปล่าๆ
“ผม…” ชิงย่วนแทบปล่อยโฮ
ไม่เห็นรอยบาทาบนหน้าผมหรือไง…
แต่องค์หญิงเฟยเอ๋อไม่ฟังอีร้าค่าอีรมแล้ว เธอห่อริมฝีปากและยื่นหน้าเข้าไปใกล้จางเซวียนมากขึ้นอีก
“องค์หญิงที่ 6 คุณชายชิงย่วน หลัวฉีฉี นี่คือ…”
ยังไม่ทันที่ริมฝีปาก 2 คู่จะได้ประกบกัน ก็มีเสียงร้องเรียกด้วยความตกใจ
เย่เหวินเถียนก็ผงะกับสถานการณ์ตรงหน้า เขากำลังจะมาพาองค์หญิงที่ 6 กับคนอื่นๆออกจากดวงตาทะเลสาบ ก็พอดีต้องมาสะดุด
ด้วยความกระอักกระอ่วนใจถึงขีดสุด เขาได้แต่ถอนใจ
หนุ่มสาวสมัยนี้ก็ช่างเสรีประชาธิปไตยกันเหลือเกิน กลางวี่กลางวันแสกๆ ในแหล่งน้ำสาธารณะก็ยังทำเรื่องแบบนี้ได้…
“องค์หญิงเฟยเอ๋อถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นเย่เหวินเถียน” คุณมาได้เวลาพอดี เกิดความผิดพลาดขึ้นกับการฝึกวรยุทธของปรมาจารย์จาง รีบมาดูทีเถอะว่าพอจะช่วยชีวิตเขาได้อย่างไร!”
อีกฝ่ายเป็นถึงนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 8-สูงสุด และฮ่องเต้ของจักรวรรดิ แน่นอนว่าในแง่ของทักษะการหยั่งรู้และความรอบรู้ ตัวเขาย่อมเหนือกว่าหลัวฉีฉีมาก บางทีอาจจะมีวิธีที่ดีกว่าการประกบปาก
“เกิดความผิดพลาดขึ้นกับการฝึกวรยุทธของปรมาจารย์จาง?” เย่เหวินเถียนชะงักก่อนจะหน้าแดงก่ำ เขานึกว่าทั้งคู่กำลังจะแสดงความรักกัน แต่กลับกลายเป็นว่าเกิดเหตุร้าย
เย่เหวินเถียนขมวดคิ้ว
ชายหนุ่มคนนี้ดูมีศักยภาพมากพอที่จะได้เป็นยอดขุนพลในอนาคต ทั้งยังได้รับการปกป้องจากประธานมั่วซึ่งเป็นประธานสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิหงหย่วนด้วย หากเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ตัวเขาต้องหลุดจากตำแหน่งฮ่องเต้แน่…
เย่เหวินเถียนรีบกระโดดลงไปในดวงตาทะเลสาบและขมวดคิ้วจ้องมองจางเซวียน
เห็นสีหน้าคร่ำเคร่งของเขา องค์หญิงเฟยเอ๋อถาม “เขาเป็นอะไร?”
“ดูเหมือนว่า…”
เย่เหวินเถียนตาโต แทบไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
“…จิตวิญญาณของเขาออกจากร่างไปแล้ว!”



