Skip to content

Library Of Heaven’s Path 689

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 689 ยังไม่ตาย?

“องค์หญิง?”

C

เห็นหัวหน้ามีท่าทางอิหลักอิเหลื่อเต็มที ผู้อาวุโสเฉียนจึงได้แต่ประเมินสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า

เย่เหวินเถียนมีลูกสาวสองสามคน แต่ไม่มีคนไหนมีรูปร่างหน้าตาหรืออายุอานามพอๆกับแม่สาวคนนี้

และอีกอย่าง ต่อให้เป็นองค์หญิง ก็แล้วไง? ในฐานะหัวหน้าดงอสูรผู้ทรงเกียรติและนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 8 สูงสุด ต่อให้เย่เหวินเถียนก็ไม่กล้าทำอะไรเขา มันเรื่องอะไรหัวหน้าจะต้องเกรงใจองค์หญิงขนาดนั้น?

“เธอไม่ใช่ลูกสาวของเย่เหวินเถียน แต่เป็นองค์หญิงที่ 6 แห่งจักรวรรดิหงหย่วน, องค์หญิงหยู่เฟยเอ๋อ!”

เห็นผู้อาวุโสเฉียนมีทีท่าสับสน หัวหน้าฉินรีบส่งโทรจิตหา เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะพล่ามอะไรไม่น่าฟังออกมาอีก

“จักรวรรดิหงหย่วน?” ได้ยินคำนั้น ผู้อาวุโสเฉียนตัวสั่นเทิ้มและแทบลมจับ

แม่สาวที่เดินตามปรมาจารย์จางต้อยๆราวกับเป็นคนรับใช้ แท้ที่จริงแล้วคือองค์หญิงแห่งจักรวรรดิหงหย่วน?

จักรวรรดิหงหย่วนเป็นจักรวรรดิขั้น 1 มีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในสังกัดมากมาย แถมเป็นที่ตั้งของสถาบันปรมาจารย์ด้วย แน่นอนว่าราชวงศ์ที่ปกครองจักรวรรดินั้นย่อมมีอำนาจและเกียรติยศสูงส่งมาก

ต่อให้เย่เหวินเถียนก็ไม่กล้าปริปากสักคำ หากถูกองค์หญิงจากจักรวรรดิระดับนั้นตำหนิ

‘แน่ใจนะว่าคุณไม่ได้เข้าใจผิด?’

‘ถ้าสาวน้อยคนนี้เป็นองค์หญิงจริงๆ แล้วไอ้การที่เธอมาเดินตามปรมาจารย์จางต้อยๆแบบนี้… ปรมาจารย์จางเป็นใคร?’

เห็นหยู่เฟยเอ๋อแสดงตัวเป็นองค์หญิง หลัวฉีฉีถาม “เฟยเอ๋อ เธอรู้จักเขาหรือ?”

“ในงานเลี้ยงวันเกิดฉันเมื่อสองสามปีก่อน ผู้อาวุโสไป๋จากโรงเรียนนักฝึกอสูรมอบหมาป่าเขียวหางขาวให้ฉันตัวหนึ่ง ตอนนั้นหัวหน้าฉินเป็นผู้ติดตามเขา” หยู่เฟยเอ๋อตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“อ้อ” หลัวฉีฉีพยักหน้า “พอเธอพูดขึ้นมา ฉันก็จำได้ นึกว่าเขาเป็นแค่ลูกศิษย์คนหนึ่งของผู้อาวุโสไป๋ ไม่นึกเลยว่าจะมาเป็นหัวหน้าดงอสูรแห่งจักรวรรดิฮ่วนหยู!”

เพราะเป็นเพื่อนรักของหยู่เฟยเอ๋อ จึงไม่มีทางที่หลัวฉีฉีจะพลาดงานเลี้ยงวันเกิด เธอยังจำได้ดีว่ารู้สึกอิจฉาขนาดไหน ที่เห็นผู้อาวุโสไป๋มอบของขวัญให้หยู่เฟยเอ๋อเป็นหมาป่าเขียวหางขาวตัวนั้น ซึ่งเมื่อมองดูดีๆ ก็พอจะรู้สึกว่าหัวหน้าฉินดูคุ้นตาอยู่

“คุณคือ…ปรมาจารย์หลัว?”

ทันทีที่จำหน้าเพื่อนรักของหยู่เฟยเอ๋อได้ หัวหน้าฉินถึงกับปากสั่น

“ใช่ คุณจำแม่นจริงๆ ฉันคือหลัวฉีฉี, ปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว!” หลัวฉีฉีพยักหน้า

“ปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว?” ผู้อาวุโสเฉียนกระตุก

‘ถ้าคุณเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว ก็น่าจะบอกตั้งแต่แรก หากผมรู้ จะไม่มัวเสียเวลา คงรีบไปหาอสูรวิเศษให้แล้ว…’

ผู้อาวุโสเฉียนหันไปจ้องหน้าหานชงอย่าหงุดหงิด “คุณบอกว่าปรมาจารย์จางเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวจากสมาพันธ์นานาอาณาจักรไม่ใช่หรือ? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แล้วปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวเป็นลูกศิษย์ของเขาได้อย่างไร…”

หานชงจ้องหน้าจางเซวียนอย่างงุนงง

‘คุณเพิ่งผ่านการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวเมื่อ 2-3 เดือนก่อนไม่ใช่หรือ?’

‘แล้วทำให้องค์หญิงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนกับปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวมาเป็นลูกศิษย์และเดินติดตามคุณตั้งแต่เมื่อไหร่?’

ไม่ใช่เฉพาะพวกเขาที่งุนงงจนแทบคลั่งกับเหตุการณ์ตรงหน้า ฉินจงก็พลันรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ธรรมดา เขาแทบปล่อยโฮ

นี่ตัวเขา…หยามเกียรติองค์หญิงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนและปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว…แถมยังพยายามจะให้ท่านพ่อสั่งสอนบทเรียนให้พวกนั้นด้วย!

โชคดีเหลือเกินที่อีกฝ่ายไม่เอาเรื่อง ไม่อย่างนั้น ต่อให้ท่านพ่อก็ช่วยชีวิตเขาไม่ได้…

เห็นพวกนั้นยืนบื้อ จางเซวียนส่ายหัวและพูดต่อ “เอาเถอะ นี่ไม่ใช่เวลาจะพูดเรื่องไร้สาระ มาจัดการจอมอสูรปีกม่วงก่อนดีกว่า”

อสูรวิเศษขั้น 3 ที่มันจิกตัวไว้ใกล้จะตายอยู่แล้ว แต่พวกเขายังมัวพูดคุยกันอยู่

“จัดการ? จัดการอย่างไรล่ะ? ปรมาจารย์จางมีวิธีหรือเปล่า?” เห็นองค์หญิงหยู่เฟยเอ๋อกับหลัวฉีฉีดูเหมือนจะยกชายหนุ่มให้เป็นหัวหน้ากลุ่ม หัวหน้าฉินก็รู้ว่าเขาคงไม่ใช่ธรรมดาอย่างที่เห็น

จางเซวียนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะให้คำตอบ “ผมจะไปต่อรองดูว่ามันต้องการอะไร!”

ถ้าเจ้านี่มีสายเลือดมังกร เขาก็สามารถหยุดมันได้อย่างง่ายดายด้วยการเปล่งเสียง ‘มู’ หรือ ‘มูว’ ที่เพิ่งเรียนรู้มาใหม่ แต่ดูท่าทางจะไม่ใช่อย่างนั้น เขาอาจจะต้องเปลืองแรงเปล่า จึงควรถามดูก่อนว่ามันต้องการอะไร

“ต่อรอง?”

หัวหน้าฉินกับผู้อาวุโสเฉียนขมวดคิ้ว

ก็เพราะอุปสรรคด้านการสื่อสารนี่แหละ ที่ทำให้พวกเขาต่อรองกับจอมอสูรปีกม่วงที่กำลังโกรธแค้นไม่สำเร็จ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ต้องมาจนปัญญากันแบบนี้

ขณะที่กำลังสงสัยว่าชายหนุ่มคิดอะไร จางเซวียนก็เดินออกไปพูดกับมัน

จอมอสูรปีกม่วงที่อยู่กลางอากาศตัวแข็งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็คำราม

“ฮื่อออออออออ!”

ชายหนุ่ม “….”

จอมอสูรปีกม่วง “ฮื่ออออออออ!”

“นี่คือ…ภาษาอสูรดึกดำบรรพ์?”

เห็นชายหนุ่มตอบโต้กับจอมอสูร หัวหน้าฉินตาถลนจนแทบปะทุออกจากเบ้า

นักฝึกอสูรคนไหนก็ตามที่พอพูดภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ได้ จะได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็นนักฝึกอสูรระดับ 6 ดาวทันทีที่ระดับวรยุทธของพวกเขาสูงถึงเกณฑ์ จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่ชายหนุ่มคนนี้จะพูดภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ได้จริงๆ

“ผู้อาวุโสเฉียน คุณกำลังศึกษาภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ไม่ใช่หรือ? คุณเรียนกับปรมาจารย์จางก็ได้นี่…”

หัวหน้าฉินที่กำลังตื่นเต้นหันไปมองผู้อาวุโสเฉียน แต่แล้วก็ต้องตัวแข็งด้วยความตกใจ

เพราะผู้อาวุโสเฉียนที่สุขุมเยือกเย็นอยู่เสมอกำลังทึ้งผมเผ้าอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ

แต่ก็ไม่น่าแปลกที่เขาจะแสดงกิริยาแบบนั้น เพราะเพิ่งเมื่อครู่นี้เองที่ชายหนุ่มยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรสักอย่างเกี่ยวกับภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ แต่เพียง 10 นาทีให้หลัง หลังจากที่เข้าไปอ่านหนังสือในบ้านไม้ซุงของเขา ปรมาจารย์จางก็ออกมาประกาศว่าเขาเข้าใจภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ขั้นพื้นฐานแล้ว…ซึ่งตอนนั้นผู้อาวุโสเฉียนคิดว่าอีกฝ่ายคุยโม้ ไม่นึกเลยว่าจะเป็นความจริง!

ภาษาอสูรดึกดำบรรพ์…มันเล่าเรียนกันง่ายดายแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?

นี่เขาเสียเวลา 50 ปีไปโดยไม่ได้อะไรเลย?

เพราะผลของความทุ่มเทตลอด 50 ปี ก็ยังเทียบกับสิบนาทีของอีกฝ่ายไม่ได้ มันหมายความว่าอย่างไร?

ขณะที่ผู้อาวุโสเฉียนใกล้เสียสติเต็มที ก็เห็นชายหนุ่มกับจอมอสูรปีกม่วงที่อยู่กลางอากาศจบการต่อรอง จากนั้นชายหนุ่มก็กลับมาด้วยสีหน้าพิลึกพิลั่น

“เป็นอย่างไรบ้าง?” ผู้อาวุโสเฉียนโยนเรื่องอื่นทิ้งไปก่อน เขาถามจางเซวียนอย่างร้อนใจ “มันบอกคุณว่าอย่างไร?”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาอยากรู้ใจแทบขาดว่าอสูรมังกรแกรนิตสั่งเสียไว้อย่างไรก่อนตาย พอๆกับที่อยากรู้ว่าทำไมจอมอสูรปีกม่วงถึงเฝ้าวนเวียนระรานดงอสูรมาตลอด

นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขาเพียรพยายามศึกษาภาษาอสูรดึกดำบรรพ์มาตลอด 50 ปี

“จอมอสูรปีกม่วงพูดว่า…”

จางเซวียนเกาหัว “…มันอยากให้คุณตาย!”

“ผมรู้ว่าผมเป็นคนทำให้อสูรมังกรแกรนิตต้องตาย ในฐานะที่เป็นตัวการที่ทำให้คู่รักของมันต้องจากไป ก็เป็นธรรมดาที่มันจะเกลียดชังผม…”

ผู้อาวุโสเฉียนดูแก่กว่าเดิมไปอีก 10 ปี

ถ้าไม่ใช่เพราะความดื้อรั้นและอวดดีของเขาในตอนนั้น ก็คงไม่ต้องบาดเจ็บสาหัส และอสูรมังกรแกรนิตก็ไม่ต้องพลีชีพเพื่อช่วยชีวิตเขา ในฐานะคู่รักของมัน เป็นธรรมดาที่จอมอสูรปีกม่วงจะอาฆาตแค้นจนอยากให้เขาตาย!

“แค่ก แค่ก! ไม่ใช่อย่างนั้น…”

เห็นผู้อาวุโสเฉียนเอาแต่โทษตัวเองไม่หยุด จางเซวียนดึงเขากลับมา

“ไม่ใช่อย่างนั้น? แล้วเหตุผลคืออะไร?” ผู้อาวุโสเฉียนชะงัก

“เป็นเพราะสิ่งที่อสูรมังกรแกรนิตพูดก่อนตาย!” จางเซวียนตอบ

“อสูรมังกรแกรนิตพูดว่าอย่างไร? จอมอสูรปีกม่วง…บอกสิ่งที่มันสั่งเสียไว้หรือเปล่า?”

ผู้อาวุโสเฉียนตื่นเต้นจนสั่นไปทั้งตัว

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เขาอยากรู้ใจแทบขาดว่าอสูรมังกรแกรนิตสั่งเสียก่อนตายว่าอย่างไร แต่ก็น่าเสียดายที่จอมอสูรปีกม่วงไม่ยอมบอกอะไรเลย…และเพราะเขาไม่สามารถทำตามคำสั่งเสียของมันได้ จึงยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นเรื่อยๆ

เห็นปรมาจารย์จางพูดแบบนี้หลังจากเจรจากับจอมอสูรปีกม่วง…หรือว่ามันยอมบอกเขาว่าอสูรมังกรแกรนิตสั่งเสียก่อนตายว่าอย่างไร?

“ใช่แล้ว…”

จางเซวียนมีสีหน้าพิลึกพิลั่นขึ้นเรื่อยๆ

“มันพูดว่าอย่างไร? มันบอกให้ผมใช้ชีวิตอยู่แทนมันใช่ไหม?”

เมื่อหวนนึกถึงความทรงจำที่ตัวเขากับอสูรผู้จงรักภักดีใช้เวลาร่วมกันมา ผู้อาวุโสเฉียนก็นัยน์ตาแดงก่ำ น้ำตาเริ่มไหลเป็นทาง

“อสูรมังกรแกรนิตพูดว่า…” จางเซวียนต่อสู้กับตัวเองอยู่พักใหญ่กว่าจะพูดออกมาได้ “มันพูดว่า… ‘มันยังไม่ตาย!’”

“ยังไม่ตาย?”

ผู้อาวุโสเฉียนถึงกับเซและกระอักเลือดออกมา “ตะ-แต่ ผมฝังมันไปแล้ว!”

เขาคิดมาตลอดว่าคำสั่งเสียครั้งสุดท้ายของอสูรมังกรแกรนิตคงเป็นการฝากความหวังและความปรารถนาของมันไว้ที่เขา ใครจะคิดเล่าว่าคำพูดนั้นคือ… ‘มันยังไม่ตาย’?

‘บรรลัยสิ!’

‘ผมจับตัวมันแล้วนะ ทั้งเย็นทั้งแข็งทื่อ จะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?’

แต่จะว่าไป ต่อให้ตอนนั้นยังไม่ตาย แต่ก็ถูกฝังมาตั้ง 50 ปีแล้ว ถึงอย่างไรก็ไม่รอด!

ไม่เฉพาะผู้อาวุโสเฉียนที่เกือบคุ้มคลั่ง แม้แต่หลัวฉีฉีกับหยู่เฟยเอ๋อก็ตาค้าง ทั้งคู่แทบลมจับ

พวกเธอถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อได้ฟังเรื่องราวอันน่าประทับใจที่อสูรมังกรแกรนิตยอมตายแทนเจ้านาย ใครจะคิดว่า…กลับกลายเป็นเรื่องสยองขวัญไปเสียนี่!

ถูกฝังทั้งเป็น…

ยาวนานถึง 50 ปี, มันคงตายไปนานแล้วล่ะ!

หัวหน้าฉินและเหล่าผู้อาวุโสก็ตัวสั่นด้วยความพรั่นพรึง

‘สำหรับคุณน่ะ อสูรวิเศษของคุณถึงกับยอมถ่ายเลือดให้ แต่คุณฝังมันทั้งเป็น ทำแบบนี้…ก็ไม่น่าแปลกที่คู่รักของมันจะอาฆาตแค้น!’

จะว่าไป การที่มันแค่สร้างความปั่นป่วนให้กับดงอสูรตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็ถือว่าปรานีมากแล้ว!

จางเซวียนกับคนอื่นๆก็คิดแบบเดียวกัน

แต่สุดท้าย ผู้อาวุโสเฉียนก็ไม่ได้มีเจตนา เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าตอนนั้นอสูรมังกรแกรนิตยังมีชีวิตอยู่? แถมตัวเองยังต้องทุกข์ทรมานกับความรู้สึกผิดตลอดหลายปีที่ผ่านมา

จางเซวียนจึงถามเขาว่า “คุณ…เผามันหรือเปล่า?”

“ผมไม่ได้เผา!” ผู้อาวุโสเฉียนส่ายหน้า

อันที่จริงเขาตั้งใจจะเผาศพมัน แต่จอมอสูรปีกม่วงตามมารังควานเสียก่อน เขาคิดว่าจอมอสูรคงไม่อยากเห็นคู่รักของมันต้องมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน จึงตัดสินใจจะฝังมันไว้ในป่า และอยู่เคียงข้างมันไปจนชั่วชีวิต

“ดีแล้วที่คุณไม่ได้เผา ตามที่จอมอสูรปีกม่วงบอก อสูรมังกรแกรนิตแค่อยู่ในภาวะเสมือนตายเท่านั้น หลังจากได้พักผ่อนและเยียวยาสักระยะ ก็จะฟื้นคืนสภาพเดิม ถึงคุณจะฝังมันไปแล้ว ก็โชคดีที่ยังไม่ได้เผา…ยังพอมีโอกาส!” จางเซวียนพูด

จอมอสูรปีกม่วงได้อธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด อสูรมังกรแกรนิตมีสายเลือดมังกรและแข็งแกร่งราวกับหินแกรนิต เป็นที่มาของชื่อมัน

หลังจากสูญเสียเลือดไป ก็เป็นธรรมดาที่ร่างกายของมันจะเย็นชืดและแข็งทื่อเหมือนหิน ไม่ต่างอะไรกับศพ การหายใจและการเต้นของหัวใจจะหยุดชะงักไประยะหนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่การตายจริงๆ หากได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม ก็จะฟื้นคืนสภาพเดิมได้อย่างรวดเร็ว

เพราะอสูรมังกรแกรนิตเป็นสายพันธุ์หายาก และไม่เคยมีกรณีที่ตัวไหนยินยอมสละเลือดให้เจ้านายของมันมาก่อน เรื่องราวแบบนี้จึงไม่มีบันทึกไว้ในหนังสือ ดังนั้น ต่อให้นักฝึกอสูรระดับ 5 ดาวอย่างผู้อาวุโสเฉียนก็ไม่รู้ว่ามันมีความสามารถข้อนี้

แม้อสูรมังกรแกรนิตจะหยุดหายใจ แม้จะถูกฝัง แต่หากยังไม่ได้เผาและร่างกายของมันยังไม่แหลกสลาย ก็มีโอกาสที่จะรอดชีวิต

เพราะถึงอย่างไร มันก็เป็นอสูรวิเศษขั้น 8 ที่ทรงพลัง…ทั้งยังมีสายเลือดมังกร คงไม่ตายง่ายๆแน่

“ยังมีโอกาส?”

ผู้อาวุโสเฉียนตาโตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพลันหมองลงอีก “แต่…ผมฝังมันไปตั้ง 50 ปีแล้ว…”

ถ้าแค่ 2-3 เดือน หรือแม้แต่ 1 ปีก็ยังพอมีโอกาส แต่นี่ผ่านไปแล้วตั้ง 50 ปี ยาวนานพอที่จะทำให้ภาวะเสมือนตายกลายเป็นการตายจริงๆ!

“ใจเย็นเถอะ ไปดูกันก่อน จะดีที่สุดหากเราช่วยชีวิตมันได้ แต่ถึงจะไม่ได้…ก็ยังคุ้มค่าที่ได้รู้”

จางเซวียนถอนหายใจเฮือก

‘ใครใช้ให้คุณฝังมันทั้งเป็นเล่า? สิ่งเดียวที่เราทำได้ในตอนนี้ก็คือรีบนำมันออกมาวินิจฉัยอาการโดยเร็วที่สุด ต่อให้ลงท้ายจะไม่ได้อะไร แต่อย่างน้อยเรื่องนี้ก็จะคลี่คลาย’

“ได้สิ!” ผู้อาวุโสเฉียนพยักหน้าและนำทั้งกลุ่มไปยังลานหลังบ้านไม้ซุง ในตอนนั้นเอง จางเซวียนก็พลันนึกได้ เขาหันไปขมวดคิ้วใส่จอมอสูรปีกม่วง “แกรีรออะไรล่ะ? ปล่อยอสูรตัวนั้นเดี๋ยวนี้!”

ฮื่อออ!

จอมอสูรปีกม่วงคลายกรงเล็บอย่างไม่เต็มใจ อสูรวิเศษตัวนั้นตกแอ้กลงมากองกับพื้น และสลบไป

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!