Skip to content

Library Of Heaven’s Path 740

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 740 ความดีความชอบ

เมื่อได้ฟังคำถามของรองหัวหน้าหยวนหง หลัวฉีฉีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ท่านอาจารย์อายุราว 20 ปี ผิวขาว…”

C

หลังจากสำเร็จวิชากายทองคำเบญจโชติช่วงแล้ว ผิวกายของจางเซวียนก็เรียบและไร้ตำหนิร่องรอยใดๆราวกับเด็กทารก อันที่จริงจะเรียกว่า ‘ผิวขาว’ ก็ไม่ถูกนัก

“จางเซวียน, นักเรียนใหม่, อายุราว 20 ปี…” หยวนหงแทบจะคลุ้มคลั่ง

ผู้ที่เพิ่งสร้างความพินาศวายปวงให้กับโรงเรียนช่างตีเหล็กก็ใช้ชื่อนี้ แถมลักษณะที่บรรยายมาก็ดูจะใช่…

“มีอะไรหรือ รองหัวหน้าหยวน?” เห็นหยวนหงครุ่นคิดหนักหลังจากตั้งคำถาม จ้าวปิงฉูอดถามไม่ได้ “หรือว่าคุณรู้จักปรมาจารย์จาง?”

“ผม…” หยวนหงไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไร ด้วยสีหน้าที่ยังแทบไม่อยากเชื่อ เขาหันไปถามหลัวฉีฉีอีกครั้ง “ปรมาจารย์จางมีอาจารย์ผู้เก่งกาจ ซึ่งเป็นปรมาจารย์ที่เหนือกว่าระดับ 6 ดาวใช่ไหม?”

“คุณหมายถึงปรมาจารย์หยาง? เรื่องนั้นฉันก็ไม่แน่ใจในรายละเอียดนะ แต่ดูเหมือนเขาจะเป็นปรมาจารย์ที่เหนือกว่าระดับ 6 ดาวเสียอีก!” หลัวฉีฉีพยักหน้า

“ปรมาจารย์หยาง…หยางชวน…” หยวนหงตัวสั่นอย่างหนัก

ไม่จำเป็นต้องถามอะไรอีกแล้ว หลักฐานเท่านี้ก็มากพอที่จะชี้ชัดว่าบุคคลทั้งสองเป็นคนเดียวกัน

หมอนั่นประกาศว่าตัวเองเป็นศิษย์ของหยางชวน และตัวเขาเองก็เป็นนักเรียนใหม่ซึ่งมีอายุราว 20 ปี แถมยังชื่อเดียวกันอีก…จะมองในแง่ไหน ก็เป็นคนเดียวกันแน่นอน!

นรกจกเปรตอะไรกันนี่!

ทันทีที่หมอนั่นมาถึงโรงเรียนช่างตีเหล็ก สิ่งแรกที่เขาทำก็คือทำลายห้องเปลวเพลิงปฐพีจนวายวอด ก่อนจะลามไปเสียหายจนถึงเส้นทางสถิติโลกจารึก ทำให้โรงเรียนช่างตีเหล็กต้องอยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างหนัก

เขาคิดว่าหมอนั่นอาจเป็นนักเรียนที่โรงเรียนอื่นส่งมาเพื่อป่วนโรงเรียนช่างตีเหล็ก ใครจะคิดว่าเขามีภูมิหลังแบบนี้?

เอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น ทั้งยังยอมมอบมรดกตกทอดของหวูหยางจื่อให้โดยไม่ลังเล ทุกสิ่งที่เขาทำช่างสูงส่งอย่างน่าทึ่ง ทำให้ผู้ที่ได้รับรู้วีรกรรมของเขาไม่อาจรู้สึกเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากความยำเกรง

เทพเจ้าแห่งความวอดวายและปรมาจารย์ผู้เอาใจใส่มวลมนุษยชาติ…

จะเป็นคนเดียวกันได้อย่างไร!

เขาเป็นโรคบุคลิกแปรปรวนหรือเปล่า?

“มีอะไรหรือ?” เห็นหยวนหงใกล้จะปล่อยโฮอยู่รอมร่อ จ้าวปิงฉูถามอีกครั้ง

ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 6 ดาว อย่างน้อยหยวนหงก็น่าจะปกปิดหรือระงับอารมณ์ได้ ทำไมถึงออกอาการท้อแท้หดหู่ขนาดนี้?

“เรื่องมันเป็นอย่างนี้ ผมเพิ่งบอกคุณไปใช่ไหมว่าผมมีเรื่องจะรายงาน?” เมื่อได้ยินคำถามของหัวหน้า หยวนหงพลันนึกได้และรีบประสานมือ

“ใช่” จ้าวปิงฉูพยักหน้า “เรื่องอะไรล่ะ?”

ก่อนหน้านี้ ตอนที่รองหัวหน้าฉงปิงพูดขึ้น หยวนหงเองก็บอกว่าเขามีเรื่องจะรายงานเช่นกัน

“เรื่องนั้นก็คือ…เส้นทางสถิติโลกจารึกได้พังทลายไปแล้ว และครึ่งหนึ่งของห้องโถงใหญ่ของสมาคมช่างตีเหล็กก็พินาศวอดวายไปด้วย…” หยวนหงใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย

ตัวเขาเป็นถึงผู้ควบคุมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการทดสอบด้านต่างๆในโรงเรียนช่างตีเหล็ก แต่พื้นที่ภายใต้การปกครองของเขากลับวอดวายไปเพราะผู้เข้าท้าทายสถิติคนหนึ่ง เขาจะต้องกลายเป็นตัวตลกสำหรับหัวหน้าโรงเรียนอื่นๆเป็นแน่

“เส้นทางสถิติโลกจารึกและครึ่งหนึ่งของห้องโถงใหญ่แห่งโรงเรียนช่างตีเหล็กถูกทำลาย? เป็นการโจมตีของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นหรือเปล่า?” จ้าวปิงฉูเลิกคิ้วอย่างหวาดระแวง

เพราะพวกเขากำลังง่วนอยู่กับการปรึกษาหารือในสำนักงาน จึงขาดการติดต่อกับโลกภายนอกไป ข่าวเรื่องนี้จึงยังมาไม่ถึง

แต่ว่า เส้นทางสถิติโลกจารึกถูกสร้างขึ้นด้วยวัสดุที่มีความแข็งแกร่งทนทานอย่างเหลือเชื่อ ทำให้อยู่ยืนยงมาได้ตลอดระยะเวลาหลายพันปี ถ้าไม่ใช่การโจมตีของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น จู่ๆมันจะพินาศวอดวายได้อย่างไร?

“ไม่ใช่แบบนั้น!” นึกไม่ถึงว่าหัวหน้าจ้าวจะคิดไกล หยวนหงรีบอธิบายอย่างกระอักกระอ่วน “มีใครคนหนึ่งเข้ามาท้าทายห้องเปลวเพลิงปฐพี…”

จากนั้นเขาก็รายงานเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

“คุณกำลังจะบอกว่า…มีผู้รอดชีวิตอยู่ในห้องเปลวเพลิงปฐพีได้ถึง 2 ชั่วโมงเต็ม? และสุดท้าย เมื่อเขาออกมา ห้องนั้นก็พังพินาศ อีกทั้งหัวใจเปลวเพลิงปฐพีก็สูญสิ้นพลังงานไปจนหมด?”

“ยิ่งไปกว่านั้น เขายังใช้เปลวเพลิงปฐพีมาเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงแทนที่หัวใจเปลวเพลิงปฐพี และซ่อมแซมห้องเปลวเพลิงปฐพีได้สำเร็จ แต่ทันทีที่คุณก้าวเข้าไปในนั้น…มันก็ระเบิด?”

…..

เมื่อได้ฟังเรื่องเล่าของหยวนหง บรรดารองหัวหน้าต่างจ้องหน้าเขาราวกับเห็นผี

รอดชีวิตอยู่ในเปลวเพลิงร้อนแรงของห้องเปลวเพลิงปฐพีได้ถึง 2 ชั่วโมง ทั้งยังนำเปลวเพลิงปฐพีไปใช้ทดแทนได้สำเร็จ…เอาจริงๆสิ?

ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวคนหนึ่งทำอะไรแบบนั้นได้ด้วยหรือ?

ใครๆก็รู้ว่าแม้แต่พวกเขาซึ่งเป็นถึงปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวยังทำแบบนั้นไม่ได้เลย!

“ใช่แล้ว…” หยวนหงพยักหน้า “ผู้ที่สร้างความโกลาหลอลหม่านทั้งหมดนั่นน่ะมีชื่อว่า…จางเซวียน และเขาเป็นนักเรียนใหม่เช่นกัน”

“เขาชื่อจางเซวียน? หรือว่าจะเป็นคนเดียวกัน?”

“สามารถช่วยชีวิตคนของเราจากหุ่นเผ่าพันธุ์ปีศาจ ทั้งยังทำลายห้องใต้ดินเพื่อฝังพวกมันไว้ในนั้น ปรมาจารย์จางมีทั้งความเฉลียวฉลาดและกล้าหาญ มีแต่คนอย่างเขาเท่านั้นแหละที่จะทำอะไรแบบนั้นได้!”

…..

รองหัวหน้าคนอื่นๆออกความเห็น

ถ้าใครสักคนบอกพวกเขาว่ามีคนรอดชีวิตอยู่ในห้องเปลวเพลิงปฐพีได้ถึง 2 ชั่วโมงเต็ม แถมยังทำลายห้องโถงใหญ่ของโรงเรียนช่างตีเหล็กไปครึ่งหนึ่ง พวกเขาจะไม่มีวันเชื่ออย่างเด็ดขาด

แต่หลังจากได้ฟังวีรกรรมอันน่าทึ่งของปรมาจารย์จาง เรื่องนี้ก็ดูจะไม่น่าแปลกใจเท่าไรนัก

“ห้องเปลวเพลิงปฐพีนั้นมีไว้เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกาย ยิ่งอยู่ในนั้นได้นานเท่าไหร่ร่างกายของผู้นั้นก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ถ้าทั้งสองปรมาจารย์จางเป็นคนเดียวกันล่ะก็ ดูจากการที่เขาได้รับมรดกตกทอดของหวูหยางจื่อและฝึกฝนจนสำเร็จเคล็ดวิชากายทองคำเบญจโชติช่วงแล้ว ก็ไม่ยากเกินไปหรอกที่เขาจะอยู่ในนั้นได้ถึง 2 ชั่วโมง!” จ้าวปิงฉูพยักหน้า

ความคิดแรกของเขาเมื่อได้ยินว่ามีใครคนหนึ่งอยู่ในห้องเปลวเพลิงปฐพีได้ถึง 2 ชั่วโมง ก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อเช่นเดียวกัน แต่เมื่อนึกถึงมรดกตกทอดของหวูหยางจื่อ ก็อดไม่ได้ที่จะพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของเรื่องนี้

แม้เขาจะไม่เคยเห็นเคล็ดวิชากายทองคำเบญจโชติช่วงมาก่อน แต่มันก็เป็นเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายเนื้อที่มีชื่อเสียงและว่ากันว่าดีที่สุดในจักรวรรดิหงหย่วน ทำให้หวูหยางจื่อกลายเป็นช่างตีเหล็กผู้เก่งกาจที่สุด

“ผม…ผมไม่รู้ ผมคิดว่าเขาจงใจสร้างปัญหา ก็เลยสั่งการให้เขาชดใช้ค่าเสียหาย…” หยวนหงพูดอย่างกระวนกระวายใจ

ถ้าเขารู้เสียก่อนว่าจางเซวียนอดทนกับความร้อนภายในห้องเปลวเพลิงปฐพีได้ด้วยความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างแท้จริง เขาคงจะไม่ทำเรื่องให้ยุ่งยากถึงขนาดนั้น

เพราะถึงอย่างไร ห้องเปลวเพลิงปฐพีก็เป็นแค่การท้าทายสถิติอย่างหนึ่ง หากปรมาจารย์จางอดทนกับความร้อนแผดเผาในห้องนั้นได้ด้วยความสามารถของตัวเขาเอง ก็พูดได้อย่างเดียวว่าห้องเปลวเพลิงปฐพีถูกสร้างมาไม่ดีพอจะรับมือกับความเก่งกาจของเขา…ซึ่งการเรียกร้องให้ผู้เข้าท้าทายสถิติจ่ายค่าชดเชยในการซ่อมแซมความเสียหายนั้นจัดเป็นเรื่องน่าอับอายมากสำหรับโรงเรียนช่างตีเหล็ก

ซึ่งถ้าหยวนหงไม่เรียกร้องค่าชดเชย ความยุ่งยากอีกมากมายหลังจากนั้นก็จะไม่เกิดตามมา

“เรื่องนี้เราจะตำหนิเขาไม่ได้หรอก การออกแบบห้องเปลวเพลิงปฐพีก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่จริงๆ ทำให้ไม่สามารถรับมือกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริงได้…” จ้าวปิงฉูถอนหายใจเฮือก

“คุณพูดถูก” หยวนหงพยักหน้า “แต่ตอนนี้ความเสียหายไม่ได้อยู่แค่ห้องเปลวเพลิงปฐพีแล้วเส้นทางสถิติโลกจารึกและครึ่งหนึ่งของห้องโถงใหญ่ของโรงเรียนช่างตีเหล็กก็พินาศวอดวายไปด้วย เราควรทำอย่างไรกับเรื่องนั้น?”

ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเฉพาะกับห้องเปลวเพลิงปฐพี พวกเขาก็พอจะมองข้ามได้ เพราะถึงอย่างไรหินวิเศษขั้นสูงจำนวน 10 ก้อนก็ไม่ใช่เงินก้อนใหญ่นักสำหรับโรงเรียนช่างตีเหล็ก แต่ตอนนี้ความเสียหายไปไกลกว่านั้นมาก

“สำหรับเรื่องนั้น…ยกเลิกการเรียกร้องค่าเสียหายซะเถอะ!” จ้าวปิงฉูโบกมือและถอนหายใจหลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่ใหญ่

“ยกเลิก? จะให้ทำแบบนั้น…” หยวนหงอุทานด้วยความตกใจ

ถ้ายกเลิกการเรียกร้องค่าเสียหาย โรงเรียนช่างตีเหล็กจะต้องสูญเสียหินวิเศษขั้นสูงไปอีกหลายพันก้อน ต่อให้ร่ำรวยแค่ไหนก็ถือเป็นภาระใหญ่หลวงสำหรับพวกเขา!

“คุณคิดถึงข้อดีข้อเสียบ้างหรือเปล่า? ความดีความชอบของเขาที่ยกเทคนิคการหลอมพิณให้กับโรงเรียนช่างตีเหล็กของเราน่ะมีค่าเกินกว่าหินวิเศษ 2-3 พันก้อนมากนัก!” จ้าวปิงฉูส่ายหน้า

มรดกตกทอดของหวูหยางจื่อนั้นจะยกระดับทักษะของบรรดานักเรียนในโรงเรียนช่างตีเหล็กได้อีกมาก ถือว่าจางเซวียนมีความดีความชอบต่อนักเรียนรุ่นต่อๆไปที่กำลังจะเข้ามา ซึ่งนั่นมีค่ามากกว่าหินวิเศษขั้นสูงจำนวน 2-3 พันก้อนมากมายนัก

ถ้าจำเป็นล่ะก็ โรงเรียนช่างตีเหล็กก็ยินยอมพร้อมใจ แม้จะต้องจ่ายหินวิเศษขั้นสูงจำนวนหลายหมื่นก้อนเพื่อให้ได้มรดกตกทอดของหวูหยางจื่อมาด้วยซ้ำ

เทคนิคการหลอมพิณของเขาไม่เพียงแต่จะสง่างาม ยังทำให้การตีเหล็กกลายเป็นศิลปะ สิ่งนี้จะช่วยยกระดับผลงานของพวกเขา ทั้งยังทำให้ผู้เรียนรู้ได้เพิ่มพูนความเข้าใจเรื่องการตีเหล็กไปโดยอัตโนมัติ

ด้วยเคล็ดวิชาลับนี้ ภายใน 10 ปี โรงเรียนช่างตีเหล็กจะต้องชิงตำแหน่งของโรงเรียนนักปรุงยาได้ กลายเป็นโรงเรียนอันดับ 1 ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนแน่นอน

แม้แต่จ้าวปิงฉูซึ่งเป็นหัวหน้าโรงเรียนช่างตีเหล็กก็ยังทำแบบนั้นไม่ได้เลย แล้วความดีความชอบที่ว่านี้จะตีราคาเท่ากับหินวิเศษเพียง 2-3 พันก้อนได้อย่างไร?

มันต่างกันโดยสิ้นเชิง!

จางเซวียนสร้างคุณงามความดีให้กับโรงเรียนมากขนาดนี้ หากพวกเขายังเรียกร้องค่าเสียหายจากอีกฝ่ายด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย จะไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของโรงเรียนเสียไปหรือ?

“จริงด้วย! นอกจากจะยกเลิกการเรียกร้องค่าเสียหาย เราควรให้รางวัลตอบแทนเขาด้วยนะ!”

“เราจำเป็นที่จะต้องตบรางวัลให้กับอัจฉริยะอย่างเขาเลยล่ะ เพื่อที่เขาจะได้อยู่ในโรงเรียนช่างตีเหล็กของเรา!”

ในสถาบันปรมาจารย์แห่งนี้มีโรงเรียนอยู่มากมาย จึงย่อมมีการแข่งขันกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็จะต้องช่วงชิงอัจฉริยะอย่างปรมาจารย์จางให้เข้าสู่โรงเรียนช่างตีเหล็กและเลือกวิชาชีพตีเหล็กเป็นอาชีพรองรับของเขาให้ได้ ด้วยวิธีนี้ หากต่อไปเขามีชื่อเสียงโด่งดัง ชื่อเสียงของโรงเรียนก็จะติดตามตัวเขาไปด้วย!

ส่วนหยวนหงก็ได้แต่อ้าปากค้าง

หมอนั่นทำลายโรงเรียนของเขาจนเกือบวายวอด แต่ไม่เพียงจะไม่ถูกลงโทษ ยังจะได้รับรางวัลเสียอีก ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น…เขาจะไม่ดูเป็นตัวตลกในสายตาของบรรดานักเรียนหรือ?

แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีทางเลือก นอกจากยอมรับคำตัดสินของหัวหน้า

การมอบเทคนิคการหลอมพิณให้กับโรงเรียนช่างตีเหล็กนั้นถือเป็นคุณงามความดีใหญ่หลวง ต่อให้จางเซวียนทำลายทั้งโรงเรียนช่างตีเหล็กจนวอดวาย ตราบใดที่ไม่มีนักเรียนคนไหนได้รับบาดเจ็บ ความดีความชอบของเขาก็สามารถลบล้างความผิดนั้นได้ทั้งหมด

สุดท้าย สิ่งสำคัญที่สุดของสถาบันปรมาจารย์ก็คือบุคลากร ตราบใดที่พวกเขามีอัจฉริยะจำนวนมากพอ ลำพังแค่สิ่งปลูกสร้าง…จะสร้างขึ้นใหม่เมื่อไหร่ก็ได้

สภาปรมาจารย์ในจักรวรรดิขั้นสูงกว่านี้ถูกเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและหอสมุดของพวกเขาถูกทำลายจนพินาศวอดวายไปไม่รู้กี่ครั้ง แต่มรดกของเหล่าปรมาจารย์ยังคงอยู่ และทำให้มวลมนุษยชาติแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

“เอาล่ะ เป็นอันตกลงตามนี้นะ อ้อ, คุณบอกว่าเขาตั้งใจจะเข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาวใช่ไหม? พาเขาไปที่มหานทีแห่งศาสตราวุธเลย หากเขาผ่านการทดสอบ ผมจะรับเขาเป็นศิษย์…” จ้าวปิงฉูหัวเราะหึๆ

คงจะดีไม่ใช่น้อยหากเขาได้รับอัจฉริยะระดับนี้มาเป็นลูกศิษย์

“ได้” หยวนหงพยักหน้า

“ส่วนพวกคุณที่เหลือ พวกคุณปฏิบัติภารกิจได้ดีมาก ผมได้รับยาเม็ดจำนวนหนึ่งมาจากโรงเรียนนักปรุงยา และจะได้จัดการทำความสะอาดทางเดินพลังปราณและกระดูกของพวกคุณแต่ละคนให้ด้วยตัวเอง!” จ้าวปิงฉูหันไปพูดกับหลัวฉีฉีและคนอื่นๆ

“ทำความสะอาดทางเดินพลังปราณและกระดูก? ขอบคุณมาก หัวหน้าจ้าว!” เมื่อได้ยินคำนั้น หลัวฉีฉีกับพรรคพวกพากันหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น

การได้รับการทำความสะอาดทางเดินพลังปราณและกระดูกโดย 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์นั้น หากเป็นผลสำเร็จ พวกเขาจะไม่ต้องเผชิญกับด่านคอขวดอีกต่อไป จนกว่าจะสำเร็จวรยุทธขั้นกึ่งเซียน

การทำความสะอาดทางเดินพลังปราณและกระดูกเป็นกระบวนการที่เหน็ดเหนื่อยมาก ต่อให้นักรบระดับเซียนก็ไม่อาจทำได้ง่ายดายนัก นี่คือรางวัลที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่พวกเขาได้รับสำหรับความพยายามที่ผ่านมา

ดีกว่าได้คะแนนวิชาการเสียอีก!

“หยวนหง คุณพาปรมาจารย์จางไปที่ห้องสอบเลยนะ ดูแลเขาดีๆล่ะ อย่าทำให้เขารู้สึกว่าโรงเรียนช่างตีเหล็กของเราปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมกับนักเรียนที่มีความดีความชอบ!” จ้าวปิงฉูสั่งการอย่างจริงจัง

“ได้!” หยวนหงยิ้มเจื่อนๆและเดินก้มหน้าออกจากสำนักงานไป

ตอนแรกที่มาถึงสำนักงาน เขายังคิดอยู่ว่าจะร้องขอให้ทางโรงเรียนลงโทษจางเซวียนอย่างหนัก ใครจะคิดว่าเรื่องราวจะกลับตาลปัตรขนาดนี้?

มันเป็นไปได้อย่างไร?

แค่คิดก็แน่นหน้าอกจนแทบหายใจหายคอไม่ออกแล้ว

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!