ตอนที่ 752 จางเซวียนซื้อสิ่งประดิษฐ์
ไม่ช้า ซุนฉางก็กลับมาพร้อมกับพนักงานต้อนรับคนหนึ่ง แต่ทันทีที่เห็นนายน้อย เขาก็ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อไปด้วยความตกตะลึง
เพราะตอนนี้นายน้อยของเขาอยู่ในชุดเสื้อคลุมงามสง่าที่บ่งบอกถึงความหรูหราฟู่ฟ่าจนเกินขนาด ในมือของเขามีพัด ซึ่งก็กำลังพัดให้ตัวเองอย่างสบายอารมณ์ แถมยังมีรอยยิ้มถือดีที่มุมปาก มองใกล้ๆ แล้วก็ดูราวกับลูกท่านหลานเธอของตระกูลสูงส่งสักตระกูลหนึ่ง
“นายน้อยคิดจะทำอะไรน่ะ?” ซุนฉางครุ่นคิดอย่างสงสัย
แต่เพราะไม่อยากทำให้แผนแตก เขาจึงระงับความประหลาดใจไว้และเดินไปประสานมือให้อีกฝ่าย พร้อมกับทักทายอย่างนอบน้อม “นายน้อย!”
เมื่อครั้งที่อยู่ในอาณาจักรเทียนเซวียน นายท่านเคยพาเขาไปยังห้างหุ้นส่วนเทียนหยู่ครั้งหนึ่งและทำตัวแปลกประหลาดพิสดารเช่นเดียวกัน ซึ่งในตอนสุดท้าย หลิงเทียนหยู่ก็ได้มาเยี่ยมเยียนพวกเขาเป็นการส่วนตัวถึงคฤหาสน์ แถมยังเต็มใจมอบค่าตอบแทนให้เป็นเงินจำนวนมากมาย หรือว่านายน้อยกำลังคิดจะใช้กลยุทธ์แบบนั้น?
“อือ” จางเซวียนพยักหน้าก่อนจะชำเลืองหางตามองพนักงานต้อนรับที่ยืนอยู่ด้านหลัง “คุณคือผู้จัดการที่นี่ใช่ไหม?”
พนักงานต้อนรับยิ้มให้
“ผมไม่ใช่ผู้จัดการ แต่น่าจะสามารถตอบคำถามและข้อสงสัยของคุณได้แทบทั้งหมด…”
พนักงานต้อนรับเป็นชายหนุ่มอายุราว 30 ปี และเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 5 ในฐานะพนักงานต้อนรับที่นี่ เขามีหน้าที่แนะนำและเสนอขายสินค้าที่จัดวางไว้บนชั้น จึงถือว่ามีอำนาจสั่งการในระดับหนึ่ง
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี ผมอยากจะซื้อของสักสองสามอย่าง ช่วยแนะนำของแพงๆ ที่นี่ให้หน่อย!” จางเซวียนตอบอย่างวางมาดขณะพัดให้ตัวเอง
“ของแพงๆ ?” ซุนฉางตาโต
เขาเคยทำธุรกิจแบบเดียวกันนี้มาก่อน จึงเข้าใจธรรมเนียมการตลาดดี เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบ ผู้ซื้อส่วนมากมักจะทำตัวเหมือนคนจนๆ ที่ไม่ค่อยมีทรัพย์สินอะไรมากมาย เพื่อจะได้กดราคาของให้ต่ำลง แต่นายน้อยของเขากลับบอกเจ้านี่ช่วยให้แนะนำของแพงๆ ให้…นี่ไม่เท่ากับการกู่ก้องตะโกนว่า ‘ฉันมีเงินเหลือเฟือ มากอบโกยไปจากฉันทีเถอะ อย่างนั้นหรือ?’
ลูกค้าแบบนี้ถือเป็นลูกค้าในฝันของพนักงานทุกคน ถ้าวันนี้ไม่ได้ขูดเลือดขูดเนื้อกันล่ะก็ พวกเขาคงได้เชือดคอตัวเองแน่!
ตกลงนี่นายน้อยตั้งใจมาแก้แค้นจริงๆ หรือเปล่า?
ทำไมถึงดูเหมือนเขาพยายามจะเอาเงินมามอบให้ห้างสารพันจิตวิญญาณเสียมากกว่า?
ก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่ได้ยินคำพูดของจางเซวียน พนักงานต้อนรับก็พลันตาโต เขารีบเดินไปยังชั้นวางสินค้าที่อยู่ใกล้ๆ และชี้ไปที่สินค้าชิ้นหนึ่ง “นายน้อย ฆ้องบรอนซ์อันนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าที่หลอมขึ้นโดยช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาว มันเป็นของระดับจิตวิญญาณขั้นกลาง…”
บนชั้นมีฆ้องบรอนซ์อยู่อันหนึ่ง ซึ่งมีตัวหนังสือมากมายจารึกไว้ ผิวหน้าของมันส่งประกายวาววับเยือกเย็นออกมา
“ขอผมดูหน่อย!” จางเซวียนสั่งการให้พนักงานต้อนรับนำฆ้องบรอนซ์ใบนั้นมาให้เขา
“ขอรับ!” นัยน์ตาของพนักงานต้อนรับวาววับขณะที่รีบนำฆ้องลงมายื่นให้จางเซวียนอย่างนอบน้อม
กิ๊ง!
เสียงใสกังวานของโลหะดังออกมาจากฆ้อง เกิดพายุหมุนอันทรงพลังอยู่โดยรอบ สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับผู้คนบริเวณนั้น
“ใช้ได้เลยนี่…” จางเซวียนพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะส่งของให้ซุนฉางและมองหน้าพนักงานต้อนรับ “ราคาเท่าไหร่?”
พนักงานตอบหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “นายน้อย ฆ้องบรอนซ์ใบนี้หลอมโดยช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาว, จูฉวน ซึ่งก็ยาวนานกว่าร้อยปีแล้ว ไม่เพียงแต่จะเป็นอาวุธที่ทรงพลัง แต่ยังเป็นของเก่าแก่โบร่ำโบราณที่มีประวัติศาสตร์สำคัญๆ อยู่เบื้องหลังมากมาย ขอบอกตามตรงนะ มันเป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าชั้นยอดที่ห้างสารพันจิตวิญญาณของเรามี เพราะฉะนั้น…ราคาก็ออกจะสูงอยู่สักหน่อย!”
“เอาแล้วไง…” ซุนฉางส่ายหน้าเมื่อได้ยินน้ำเสียงนั้น
หมอนี่ตบตากันชัดๆ เมื่อเห็นนายน้อยทำตัวเหมือน ‘เหมืองทองเดินได้’ เขาก็รีบยกยอคุณสมบัติของฆ้องบรอนซ์ใบนั้นเสียเลิศลอย และพูดจาเป็นทำนองว่าราคาของมันออกจะเกินกำลังของนายน้อยอยู่สักหน่อย
มันเป็นกลยุทธพื้นๆ ที่ใช้กันดาษดื่น แต่บางครั้งก็ได้ผลกับลูกท่านหลานเธอที่มีความหยิ่งผยองเอามากๆ …
ขณะที่ซุนฉางกำลังคิดว่าเจ้าพนักงานต้อนรับต้องผิดหวังแน่ๆ นายน้อยผู้สุขุมเยือกเย็นของเขาก็พลันเอ่ยปาก “ออกจะเกินกำลังอยู่สักหน่อย? คุณกำลังจะบอกว่าผมไม่มีปัญญาซื้อมันอย่างนั้นหรือ?”
ซุนฉางกุมขมับและแทบปล่อยโฮ
‘นายน้อย…แน่ใจนะว่ามาแก้แค้น?’
‘ทำไมทำตัวอย่างกับเศรษฐีใหม่ที่ให้ใครต่อใครมาต้มหมูเอาง่ายๆ ?’
“เอ่อ ไม่ใช่แน่นอนขอรับ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้สูงส่งอย่างคุณสามารถซื้อมันได้อย่างแน่นอน…”
พนักงานต้อนรับยิ้มเจื่อนๆ ราวกับอับอายในความสงสัยแคลงใจของตัวเอง จากนั้นเขาก็กัดฟันและทำท่าเหมือนกับกำลังจะขาดทุนย่อยยับ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ฆ้องบรอนซ์ใบนี้มีราคาเท่ากับหินวิเศษขั้นกลาง 5,000 ก้อน แต่ความตรงไปตรงมาและจริงจังของคุณทำให้ผมนับถือ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณอยากได้มันจริงๆ ล่ะก็ ผมจะต่อรองกับผู้จัดการให้ เพื่อให้เหลือราคาเพียงแค่หินวิเศษขั้นกลาง 3,000 ก้อนเท่านั้น!”
‘3,000 ก้อน?’ ซุนฉางกระอักเลือดออกมา
ไอ้แบบนี้จะเรียกว่าอะไรถ้าไม่ใช่ปล้นกันกลางวันแสกๆ ?!
ตอนที่เขามาที่นี่เมื่อวาน พนักงานต้อนรับอีกคนหนึ่งกำลังพยายามจะขายฆ้องบรอนซ์ใบนี้ให้กับลูกค้าอีกคนหนึ่งเช่นกัน ซึ่งราคาที่เสนอก็เท่ากับหินวิเศษขั้นกลางเพียง 1,000 ก้อนเท่านั้น แต่ลงท้ายลูกค้าก็ปฏิเสธ แต่เจ้าหมอนี่กล้าหาญชาญชัยถึงกับพูดว่าฆ้องมีราคาเท่ากับหินวิเศษถึง 5,000 ก้อน แถมยังทำท่าราวกับพร้อมจะขาดทุนย่อยยับด้วยการขายในราคาเพียง 3000…
นี่เห็นพวกเขาเป็นไอ้งั่งหรืออย่างไร?
ขณะที่ซุนฉาง กำลังจะหาทางแนะนำนายน้อย อีกฝ่ายก็พยักหน้าอย่างพออกพอใจและพูดว่า “ผลงานของช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวนั้นก็ควรค่ากับราคาของมันแล้ว ซุนฉาง, ห่อมันซิ ผมจะเอามันไป!”
“คุณจะเอา?” ซุนฉางแทบทรุด เกือบไม่เชื่อหูตัวเอง
เช้านี้นายน้อยกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่า?
นอกจากความจริงข้อแรกที่ว่าพวกเขาไม่มีหินวิเศษขั้นกลาง 3,000 ก้อนอยู่กับตัว แต่ถึงต่อให้มี ก็ไม่มีทางใช้ไปกับของไร้ค่าแบบนี้!
จะเป็นช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาว หรือจูฉวน หรือใครก็แล้วแต่ ล้วนแต่เป็นเรื่องปัญญาอ่อนทั้งนั้น!
เงินจำนวนมากขนาดนั้นน่ะสามารถซื้ออาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นสูงได้ชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว! ทำไมจะต้องมาใช้ซื้อของพรรค์นี้?
แต่ในเมื่อนายน้อยบอกแล้วว่าจะเอา ตัวเขาในฐานะคนรับใช้ก็ไม่ควรจะขัดขืนการตัดสินใจของเขา จึงได้แต่เออเออออตามน้ำไป
พนักงานต้อนรับเองก็ถึงกับตาโตด้วยความประหลาดใจ เขานึกไม่ถึงว่าจางเซวียนจะซื้อฆ้องไปง่ายๆ แบบนั้น
เจ้าของไร้ค่าชิ้นนี้อยู่บนชั้นวางของมาหลายเดือนแล้ว แม้พวกเขาจะพยายามสักแค่ไหนก็ขายไม่ออก แต่หมอนี่กลับซื้อทันทีโดยไม่ลังเล ดูเหมือนคราวนี้เขาจะเจอกับเหมืองทองเดินได้ตัวจริงเข้าแล้ว!
ด้วยมือหนึ่งไพล่หลัง ขณะที่อีกมือพัดให้ตัวเองอย่างสบายใจ จางเซวียนยิ้มอย่างไม่สบอารมณ์นัก “ว่าแต่…มีของที่มันแพงกว่านี้และดีกว่านี้อีกไหม? อย่าบอกนะว่าของดีที่สุดที่ห้างสารพันจิตวิญญาณของคุณมีน่ะคือเจ้าฆ้องบรอนซ์ระดับจิตวิญญาณขั้นกลางอันนี้?”
เขาทำราวกับว่าของที่เพิ่งซื้อไปนั้นราคาถูกเกินกว่าจะคู่ควรกับสถานภาพของคนอย่างเขา
“แน่นอนว่าเรามี! เรามีของที่ดีกว่าฆ้องบรอนซ์ใบนั้นอีกมาก!” พนักงานต้อนรับตาโต ขณะที่ กำลังจะเดินนำไปยังชั้นอื่น เขาก็หยุดกึกก่อนจะหันกลับมา “นายน้อย ส่วนเรื่องค่าฆ้องบรอนซ์ใบนี้…”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า แต่มันก็ยากที่จะบอกได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเก็บเงินมาเสียก่อนก็น่าจะปลอดภัยกว่า
“นี่คุณกำลังคิดว่าผมจะไม่จ่ายหรือไง? ช่างบังอาจนัก!”
จางเซวียนคำรามอย่างหงุดหงิดราวกับถูกลบหลู่ให้เสื่อมเสียเกียรติ แต่ขณะที่เขากำลังจะระเบิดความหงุดหงิดออกมา ก็พลันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “เอาล่ะ รับสิ่งนี้ไป สิ่งนี้คงทำให้คุณตั้งอกตั้งใจหาข้าวของให้ผมมากขึ้นนะ!”
จากนั้น จางเซวียนก็สะบัดข้อมือและโยนหินวิเศษก้อนหนึ่งออกมา
พนักงานต้อนรับรีบรับไว้และก้มลงมองวัตถุในมือ ครู่ต่อมาก็ตัวแข็ง “หินวิเศษขั้นสูง…”
ของที่อีกฝ่ายโยนมาให้เขาอย่างง่ายๆ นั้นคือหินวิเศษขั้นสูง ซึ่งมีพลังจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์จนถึงขนาดที่เขารู้สึกได้ว่ามันซึมซาบเข้าไปในผิวของเขา
มันเป็นหินวิเศษขั้นสูงจริงๆ !
หินวิเศษขั้นสูงจะมีประโยชน์สำหรับนักรบเหนือมนุษย์ขั้นตัวดักแด้ขึ้นไปเท่านั้น แต่ด้วยความหายากของมัน จึงมีแต่นักรบระดับเซียนที่จะมีไว้ในครอบครอง แต่อีกฝ่ายกลับโยนให้เขาอย่างง่ายๆ เพื่อเป็นค่าฆ้องบรอนซ์…
เขาอดปากคอแห้งผากไม่ได้
“ใช่แล้ว หินวิเศษขั้นสูงนี่มีค่าเท่ากับหินวิเศษขั้นกลาง 10,000 ก้อน เพราะฉะนั้นก็เกินพอที่จะจ่ายค่าฆ้องบรอนซ์แล้วนี่, ใช่ไหม?” จางเซวียนพึมพำเหยียดๆ
“พอขอรับ มากเกินพอเสียอีก…” พนักงานต้อนรับรีบพยักหน้า
ความสงสัยแคลงใจทั้งหมดที่เขาเคยมีต่อลูกค้าผู้นี้หายวับไปในชั่วพริบตา ผู้ที่โยนหินวิเศษขั้นสูงออกมาให้เขาอย่างง่ายๆ จะชักดาบได้อย่างไร? แถมดูเหมือนอีกฝ่ายจะเป็นนายน้อยจากตระกูลผู้มั่งคั่งสักตระกูลหนึ่งด้วย และคงอยู่กับกองเงินกองทองมาตั้งแต่เล็ก คงชินเสียแล้วกับการใช้จ่ายเงินทีละมากๆ
“แล้วคุณมัวรออะไรอยู่? รีบพาเราไปดูสิ!” จางเซวียนสั่งการ
“ขอรับ!” หลังจากได้หินวิเศษขั้นสูง ทีท่าของพนักงานต้อนรับก็เคารพนบนอบกว่าที่เคย
เขารีบพาจางเซวียนกับซุนฉางเดินฝ่าฝูงชนไป และไม่ช้าก็เดินลึกเข้าไปในห้างสารพันจิตวิญญาณ
บริเวณนั้นมีผู้คนน้อยกว่ากันมาก แต่คนส่วนใหญ่ที่อยู่ตรงนี้ล้วนแต่เป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงในเมืองหลวง และสินค้าต่างๆ ที่วางอยู่บนชั้นก็เห็นได้ชัดว่ามีราคาและคุณค่าสูงกว่าบรรดาสินค้าที่อยู่ในห้องโถงใหญ่
จางเซวียนมองสำรวจสินค้าชิ้นต่างๆ อย่างรวดเร็ว
“อาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นสูง, สินแร่หายาก, ผลไม้แห่งจิตวิญญาณซึ่งสามารถยืดอายุขัย…”
หลังจากเปิดใช้ดวงตาหยั่งรู้ เขาก็ระบุสินค้าในห้องนั้นได้หลายรายการ
สมกับที่เป็นห้างสารพันจิตวิญญาณจริงๆ ขนาดคนจุกจิกจู้จี้ช่างเลือกอย่างจางเซวียนก็อดจะสนใจกับข้าวของบางชิ้นไม่ได้
ในตอนนั้นเอง สายตาของเขาก็พลันหยุดอยู่ที่สิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่ง และจากนั้นก็ยิ้มมุมปาก เขาเดินไปที่กล่องหยกใบหนึ่งซึ่งวางอยู่บนชั้น
จางเซวียนมองกล่องหยกและถามพนักงานต้อนรับว่า “นี่คืออะไร?”
“มันคือยาเม็ดฝ่าด่านคอขวดเกรด 6! นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 9 สามารถยกระดับวรยุทธของตัวเองได้อีก 1 ขั้นด้วยการกินยาเม็ดชนิดนี้ แถมยังไม่มีเงื่อนไขใดๆ ด้วย ยานี้หลอมโดยรองหัวหน้าหลัวแห่งโรงเรียนนักปรุงยา เขาหลอมเองกับมือเลยนะ ทำให้มีราคาสูงมาก!” พนักงานต้อนรับตอบ
“ยาเม็ดฝ่าด่านคอขวดเกรด 6!”
ยิ่งมีระดับวรยุทธสูงขึ้นเท่าไหร่ การจะฝ่าฟันไปให้ก้าวหน้าก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ยาเม็ดหนึ่งจะสามารถยกระดับนักรบเหนือมนุษย์ขั้นตัวดักแด้ขึ้นได้อีก 1 ขั้นโดยไม่ต้องการเงื่อนไขใดๆ คงยากที่จะประเมินราคาของยาเม็ดชนิดนี้
“ขอผมดูหน่อย” จางเซวียนพูด
“โดยทั่วไป เราไม่อนุญาตให้ใครสัมผัสแตะต้องมัน แต่ในเมื่อเป็นคุณที่อยากจะเห็น ผมก็จะนำมาให้คุณดู…” รู้ดีว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นหมูตัวใหญ่ พนักงานต้อนรับจึงรีบตอบตกลงด้วยรอยยิ้ม
“ดี” จางเซวียนพยักหน้า
พนักงานต้อนรับก้าวออกไปและเปิดกล่องที่อยู่ชั้นนอกออก เขาหยิบกล่องหยกใบนั้นออกมาแล้วค่อยๆ เปิดอย่างระมัดระวัง
ฟิ้วววว!
กระแสพลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์พุ่งออกมาจากกล่องใบนั้น ทำให้ทุกคนรู้สึกสดชื่น ดูราวกับว่าหากได้กินยาเม็ดนี้เข้าไป ระดับวรยุทธจะต้องพุ่งพรวดจริงๆ
หมอกสีเขียวปกคลุมไปทั่วยาเม็ด ดูเหมือนมันพร้อมจะกลายร่างเป็นมังกรที่จะโผบินไปได้ทุกขณะ
แม้จะเป็นยาเม็ดที่อยู่ในระดับขั้นก่อตัว แต่เพราะสมุนไพรล้ำค่าที่ใช้ในการหลอมยา ยานั้นจึงมีพลังงานมหาศาล และก็แน่นอนว่าราคาจะต้องสูงลิ่วด้วยเช่นกัน
“เป็นยาเม็ดที่ไม่เลวเลย…”
“ยาเม็ดเกรด 6! ต่อให้ผมอยากซื้อ ผมก็ซื้อไม่ได้!”
“จริงด้วย มันแพงเกินไป…”
กระแสพลังจิตวิญญาณที่ล่องลอยออกมาจากกล่องหยกดึงดูดความสนใจของทุกสายตาบริเวณนั้น
บรรดาแขกเหรื่อที่กำลังเลือกชมสินค้าอยู่ต่างก็หันมามอง
เมื่อเห็นว่าสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่ที่ยาเม็ด จางเซวียนก็โบกมือและพูดว่า “ปิดฝาเสีย ยานี้ก็ถือว่าไม่เลว ราคาเท่าไหร่ล่ะ? ผมจะซื้อ!”
เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายจะซื้อ พนักงานต้อนรับก็รีบปิดกล่องและตอบอย่างตื่นเต้น “ในเมื่อมันเป็นยาเม็ดเกรด 6 ที่หลอมโดยรองหัวหน้าโรงเรียนนักปรุงยา ใช้สมุนไพรล้ำค่าถึง 81 ชนิด ก็จำเป็นที่จะต้องมีราคาสูงกว่ายาเม็ดชนิดอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าคุณต้องการล่ะก็ ผมจะให้ส่วนลดคุณ เอาเป็นหินวิเศษขั้นสูงแค่ 2 ก้อนก็แล้วกัน!”
“หินวิเศษขั้นสูง 2 ก้อน?”
“จะโก่งราคากันไปไหน?”
“เมื่อสองสามวันก่อน ราคาของมันยังเท่ากับหินวิเศษขั้นกลาง 5,000 ก้อนอยู่เลยไม่ใช่หรือ? อยู่ๆ กลายเป็นหินวิเศษขั้นสูง 2 ก้อนได้อย่างไร?”
…..
เกิดเสียงวิจารณ์อื้ออึงเซ็งแซ่
บรรดาลูกค้าส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นลูกค้าประจำ จึงพอจะกะราคาของสินค้าแต่ละชิ้นได้
แม้ยาเม็ดฝ่าด่านคอขวดจะเป็นยาเม็ดเกรด 6 แต่ก็เป็นแค่ขั้นต่ำ และอีกอย่าง ก็เข้าถึงแค่ระดับก่อตัวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงควรมีราคาสูงสุดเพียงแค่หินวิเศษขั้นกลาง 5,000 ก้อน โก่งราคาไปเป็นหินวิเศษขั้นสูง 2 ก้อนแบบนี้…เจ้าพนักงานต้อนรับนั่นคงเสียสติไปแล้ว!
ขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าจางเซวียนจะต้องปฏิเสธเนื่องจากราคาที่สูงเกินไป เขาก็ชำเลืองมองยาเม็ดและพูดว่า “ยาเม็ดเกรด 6 แลกกับหินวิเศษขั้นสูง 2 ก้อนก็ไม่ได้แพงเกินไปนะ ผมจะเอา!”
“เขาจะซื้อจริงๆ น่ะ?”
ทุกคนถึงกับผงะ
ต่างคนต่างก็เคยเห็นมนุษย์โง่เง่ากันมาแล้วมากมาย แต่ไม่เคยเจอใครโง่ขนาดนี้!
นี่เวลาจะซื้อของอะไร ราคาไม่มีความสำคัญเลยหรือ?
“ได้เลย ผมจะห่อให้คุณเดี๋ยวนี้…” เมื่อรู้ว่าจางเซวียนจะซื้อ พนักงานต้อนรับก็ถึงกับลิงโลด เขารีบ ยื่นกล่องหยกใส่มือซุนฉาง
แต่แล้วในตอนนั้นเอง จางเซวียนก็พลันขมวดคิ้วและตั้งคำถาม “ของที่พวกคุณนำมาขายนี่เป็นของปลอมบ้างหรือเปล่า?”
“ของปลอม? คุณคงล้อเราเล่นกระมัง?” พนักงานต้อนรับละล่ำละลักตอบ
“ของทุกชิ้นที่อยู่ในห้างสารพันจิตวิญญาณผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบสมบัติแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีของปลอมอยู่ที่นี่ ถ้าคุณพบว่าสินค้าชิ้นไหนของเราเป็นของปลอมล่ะก็ ห้างสารพันจิตวิญญาณของเราจะคืนเงินให้คุณเป็น 10 เท่าของราคาขายเลยทีเดียว!”



