ตอนที่ 761 คุณเป็นอาจารย์?
แม่สาวคนนั้นดูจะมีรอยยิ้มและความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ แม้แต่บุคลิกและความสวยของจ้าวหย่าก็ดูจะด้อยไปเมื่อเทียบกับเธอ
จางเซวียนพยายามควบคุมกิริยาอย่างสุดความสามารถและถามเธอว่า “คุณเป็นนักเรียนของที่นี่หรือ?”
ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกระวนกระวายและไม่เป็นตัวของตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอคนนี้ มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน
ตัวเขาเข้ามาที่สถาบันปรมาจารย์ ผ่านการสอบเข้าและได้เป็นนักเรียนที่นี่ ในเมื่อเธอก็อยู่ที่นี่เหมือนกัน แสดงว่าเธอเป็นนักเรียนเหมือนเขาใช่หรือเปล่า?
ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ถือว่าเยี่ยมเลย ลำพังแค่ความคิดที่ว่าจะได้ใช้วันเวลาอีกมากมายในอนาคตกับเธอ ก็ทำให้เขาตื่นเต้นลุกลี้ลุกลนเสียแล้ว
แต่สาวน้อยส่ายหน้า
“ไม่ใช่?” จางเซวียนชะงัก “หรือว่าคุณเป็นเชื้อสายของหนึ่งในผู้อาวุโสที่นี่?”
สถาบันปรมาจารย์มีกฎเกณฑ์เคร่งครัด ผู้ที่ไม่ใช่นักเรียนและบุคลากรของสถาบันจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา
ถ้าเธอไม่ใช่นักเรียน ก็เป็นไปได้ว่าอาจเป็นลูกสาวหรือญาติสนิทของผู้อาวุโสคนใดคนหนึ่งที่นี่ ไม่อย่างนั้นจะมาปรากฏตัวได้อย่างไร?
แต่แล้วแม่สาวน้อยก็ส่ายหน้าอีกครั้ง
“ถ้างั้น” จางเซวียนเกาหัว และขณะที่กำลังจะเดาต่อไป เสียงแผ่วเบาทว่างดงามก็ดังขึ้นข้างหูของเขา
“ตามฉันมา”
จากนั้น สาวน้อยตรงหน้าก็เดินนำเขาไป
“คุณพูดได้นี่” จางเซวียนถึงกับอึ้ง
เมื่อครั้งที่อยู่ในภูเขาเขียวขจี เขาไม่ได้ยินถ้อยคำจากปากเธอแม้สักคำเดียว จึงนึกว่าเธอพูดไม่ได้ ใครจะคิดว่านอกจากเธอจะพูดได้แล้ว น้ำเสียงก็ยังไพเราะด้วย
“แน่นอนว่าฉันพูดได้!” สาวน้อยยิ้มและกลอกตา
เจ้าหนุ่มคนนี้ช่างเซ่อซ่าเสียจริงๆ
เมื่อตอนที่อยู่ในหุบเขาเขียวขจี เธอได้สังหารอสูรตัวร้ายที่เข้ายึดครองอาณาเขตบริเวณนั้น ทำให้ได้รับความชื่นชมและสำนึกในบุญคุณจากบรรดาอสูรวิเศษมากมายที่อยู่บริเวณนั้น
ด้วยเหตุนี้ อสูรวิเศษพวกนั้นจึงมาขอพบเธอเพื่อแสดงความสำนึกในบุญคุณ แต่เพราะเกรงว่าจะรบกวนขณะเธอกำลังพักผ่อน พวกมันจึงรวมตัวและตั้งวงล้อมเธอเอาไว้ ซึ่งหมอนี่ก็ไพล่ไปคิดว่า เธอกำลังถูกโจมตี และฉุดเธอลงไปในทะเลสาบ
ทั้งคู่ลงเอยด้วยการอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานเพื่อหลบเลี่ยงการตามล่าของอสูรวิเศษตัวอื่นๆ
จนแล้วจนรอด เขาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นผู้ช่วยชีวิตเธอ ช่างเป็นคนที่น่าขบขันเสียจริงๆ
แม้จะเป็นความเข้าใจผิด แต่เธอก็รู้ว่าเขาทำไปด้วยความปรารถนาดี เมื่อนึกถึงความกล้าหาญของเขาที่ฝ่าฝูงอสูรวิเศษเข้าไปเพื่อ ‘ช่วยชีวิต’ เธอ เธอจึงเลือกที่จะไม่ใส่ใจความเข้าใจผิดของชายหนุ่มคนนั้น
เขาช่วยชีวิตเธอไว้หนหนึ่งแล้ว และเธอก็ได้ตอบแทนบุญคุณด้วยการแก้ปัญหาเรื่องจิตวิญญาณของเขา ซึ่งหลังจากนั้น เธอคิดว่าวาสนาระหว่างเธอกับเขาได้สิ้นสุดลงแล้ว และทั้งคู่คงไม่มีวันได้พบกันอีก ใครจะคิดว่า สุดท้ายวันหนึ่งเธอกับเขาจะได้พบกันอีกครั้ง?
“คุณเป็นนักเรียนที่นี่หรือ?” หญิงสาวถามขณะที่เดินเคียงข้างกันไป
“ใช่แล้ว ผมเป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาได้แค่ 2-3 วัน ครั้งล่าสุดที่เราพบกันที่จักรวรรดิฮ่วนหยูน่ะ อันที่จริงก็คือผมกำลังจะมุ่งหน้ามาที่นี่” จางเซวียนตอบ
“เข้าใจแล้ว” สาวน้อยพยักหน้ารับ
ในเมื่อเขาเป็นนักเรียนที่นี่ ก็ไม่น่าแปลกใจที่เธอจะได้พบเขา
หลังจากเดินฝ่าฝูงชนกันไปอย่างเงียบๆ อีกครู่หนึ่ง สาวน้อยก็ตั้งคำถาม “คุณเลือกอาจารย์ได้หรือยัง?”
“ยังเลย ผมยังไม่มีความคิดที่จะหาอาจารย์สักคน” จางเซวียนส่ายหน้า
“คุณไม่คิดจะเสาะแสวงหาอาจารย์?” สาวน้อยมีทีท่าประหลาดใจ “ทำไมล่ะ?”
เหล่าปรมาจารย์ที่ได้เข้าเรียนที่นี่ต่างไขว่คว้าหาความเก่งกาจและความก้าวหน้ากันทั้งนั้น ความรอบรู้ของปรมาจารย์ระดับสูงจะเป็นประโยชน์มากต่อปรมาจารย์ระดับต่ำกว่า แล้วทำไมเขาถึงไม่คิดจะหาอาจารย์สักคน?
“ก็ไม่ใช่อะไรมากหรอก เพียงแต่ผมยังไม่เจออาจารย์ที่เหมาะสมเลย” จางเซวียนยิ้มแหยๆ
ใช่ว่าเขามีเจตนาจะโกหกเธอ แต่เขาไม่กล้าพูดความจริง จะให้บอกออกไปได้อย่างไรว่ามาตรฐานของอาจารย์ส่วนใหญ่ที่นี่ก็แสนจะต่ำเตี้ย แถมบทเรียนพวกนั้นก็ไร้ประโยชน์สำหรับเขา ขืพูดออกไป มีหวังถูกทั้งอาจารย์ทั้งนักเรียนยำเละในชั่วพริบตาแน่
“แล้วคุณกำลังเสาะหาอาจารย์แบบไหนอยู่ล่ะ? ฉันอาจช่วยคุณในเรื่องนี้ได้นะ” สาวน้อยพูด
แม้เธอจะไม่ได้มีความเข้าใจเหล่าอาจารย์ในสถาบันมากนัก แต่ด้วยทักษะการหยั่งรู้ที่มีอยู่ เธอแน่ใจว่าจะสามารถหาอาจารย์ที่เหมาะสมกับเขาได้อย่างง่ายดาย
“เอ่อ…” จางเซวียนเกาหัวอีกครั้ง
เขาไม่คิดจะรับใครเป็นอาจารย์อยู่แล้ว จึงไม่แน่ใจว่าควรจะให้คำตอบกับทีท่าปรารถนาดีของเธออย่างไร
เพราะขนาดหัวหน้าจ้าวและหัวหน้ามั่วเขาก็ปฏิเสธมาแล้ว ยังจะมีอาจารย์คนไหนเทียบชั้นกับทั้งคู่ได้อีกเล่า?
“ฉันคิดว่าอาจารย์คนนี้ก็ไม่เลวนะ คำอธิบายเรื่องเทคนิควรยุทธของเขาละเอียดลออมาก อีกทั้งยังมีการวิเคราะห์ที่เป็นระบบ เริ่มจากส่วนที่เรียบง่ายก่อนจะดำดิ่งลงไปถึงรายละเอียดที่ซับซ้อน ทำให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาที่เขาพยายามจะถ่ายทอดได้ง่ายขึ้น”
ทั้งคู่เงียบงันกันไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนที่สาวน้อยจะหยุดตรงหน้าเวที และชี้นิ้วไปที่ชายชราคนหนึ่งซึ่งกำลังเปิดการบรรยายท่ามกลางฝูงชน
จางเซวียนมองตามไปและเห็นชายชราที่เขาจำได้ว่ามาจากโรงเรียนนักออกแบบสวรรค์สร้าง
เพราะต้องรับมือกับกลไกที่ซับซ้อนอยู่ทุกวัน เหล่านักออกแบบสวรรค์สร้างจึงมีวิธีคิดที่เป็นระบบระเบียบและมีเหตุผล นิสัยดังกล่าวนี้ดูจะมีประโยชน์เป็นพิเศษในการถ่ายทอดความรู้ ดังนั้นคำบรรยายของเขาจึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นด้วยเหตุผลที่อยู่บนพื้นฐานของตรรกะที่เป็นไปได้ สิ่งนี้ทำให้คำบรรยายของนักออกแบบสวรรค์สร้างเป็นที่จดจำและเข้าใจได้ง่ายกว่าสำหรับผู้ฟัง
มีนักเรียนใหม่ยืนรุมล้อมเขาอยู่มากมายด้วยสีหน้าตาปลื้มปริ่มยินดี ดูเหมือนพร้อมจะรับเขาเป็นอาจารย์
แต่นั่นแหละ แม้นักเรียนจะมีสิทธิ์เลือกอาจารย์ แต่ตัวอาจารย์เองก็มีสิทธิ์เลือกนักเรียนเช่นกัน
เพราะยิ่งอาจารย์ผู้นั้นมีความสามารถมากแค่ไหน ก็ยิ่งเป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่นักเรียนมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อดูจากความสามารถอันโดดเด่นในการถ่ายทอดความรู้ของชายชรา ก็น่าจะมีนักเรียนใหม่หลายคนที่อยากเข้าเป็นศิษย์ของเขา แต่ส่วนเขาจะรับกี่คนนั้น เป็นเรื่องที่ยังต้องรอดูต่อไป
“เขาเป็นอาจารย์ที่ดีจริงๆ แต่ไม่เหมาะกับผม” จางเซวียนส่ายหน้า “อันที่จริง คุณไม่จำเป็นต้องเสาะหาอาจารย์ให้ผมหรอก ตอนนี้ผมยังไม่มีความคิดที่จะรับใครเป็นอาจารย์ มาพูดเรื่องของคุณดีกว่า คุณชื่ออะไร?”
“ชื่อของฉัน?”
สาวน้อยกำลังจะตอบ ก็พอดีกับที่มีเสียงอุทานอย่างตื่นเต้นดังขึ้นจากกลุ่มนักเรียนที่อยู่โดยรอบ
“ผมรู้มาว่าอาจารย์สาวสวยคนนั้นมาถึงโรงเรียนแล้ว และกำลังจะเปิดการบรรยายสาธารณะเร็วๆ นี้ รีบไปดูกันเถอะ!”
“ไปดูเอาอะไรล่ะ? เรามาเสาะแสวงหาอาจารย์นะ ไม่ใช่แฟน!”
“ผมได้ยินมาว่าเธอเป็นปรมาจารย์ที่ถูกส่งมาจากสภาปรมาจารย์ของจักรวรรดิฉิงหย่วนอันทรงเกียรติ แม้จะยังอายุไม่ถึง 20 ปี แต่ก็เป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวแล้ว ขนาด 10 สุดยอดปรมาจารย์ยังให้ความเคารพเธอเลย!”
“จริงเหรอ?”
“ลุงของผมเป็นอาจารย์คนหนึ่งที่นี่ และผมได้รู้ข่าวนี้จากปากของเขาเองเลยล่ะ ถ้าเราสามารถรับเธอเป็นอาจารย์ได้ ต่อไปอนาคตคงรุ่งเรืองแน่!”
“ถ้าเธอเป็นอาจารย์จากสำนักงานใหญ่จริงๆ มุมมองของเธอก็ย่อมจะกว้างไกลกว่าพวกเรามาก เอาเถอะ ว่าแต่เธอชื่ออะไร? คิดว่าคงยังไม่มีข้อมูลของเธออยู่ในเอกสารข้อมูลอาจารย์ที่ผมเพิ่งซื้อมาหรอก”
“เธอเป็นอาจารย์ใหม่ของที่นี่ แม้แต่แก๊งพระจันทร์สีเทาหรือแก๊งตะวันฉายก็ยังไม่เคยพบเธอเลยนะ จึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่มีข้อมูลเรื่องของเธอ แต่นั่นแหละ ผมไปสืบหาชื่อของเธอมาแล้ว ถ้าจำไม่ผิด เธอชื่อหลัวลั่วชิง!”
“เป็นชื่อที่ไพเราะมาก! เอาล่ะ ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะไปฟังการบรรยายสาธารณะของเธอ”
…..
ท่ามกลางผู้คนที่เดินไปมาคลาคล่ำ ทั้งนักเรียนใหม่และศิษย์พี่มากมายต่างตื่นเต้นรีบร้อนราวกับกลัวว่าถ้าไปช้าจะได้ยืนในพื้นที่ที่ไม่ดี
“อาจารย์สาวสวย?” เห็นฝูงชนพากันตื่นเต้น จางเซวียนยืนงง
ลำพังแค่สวยหรือน่ารักไม่ได้หมายความว่าจะสอนดีเสียหน่อย
“ไปดูกันเถอะ!” เมื่อได้ยินเสียงพึมพำจากฝูงชนโดยรอบ สาวน้อยก็ส่ายหน้าและเดินตรงไปทางนั้น
“คุณอยากเจออาจารย์สาวสวยคนนั้นเหมือนกันหรือ?” จางเซวียนชะงัก
ตัวเธอเองก็เป็นผู้หญิง มันเรื่องอะไรจะต้องอยากเจออาจารย์ผู้หญิงที่เป็นสาวสวยด้วยล่ะ?
สาวน้อยยิ้มอย่างมีเลศนัยให้จางเซวียนก่อนจะเดินหน้าต่อไป
แม้จางเซวียนจะงงงัน แต่เขาก็ทำได้แค่เดินตามเธอไปติดๆ เท่านั้น
ไม่ช้า พวกเขาก็มาอยู่ตรงหน้าเวทีซึ่งมีฝูงชนออกันอยู่แล้วมากมาย
ชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่บนเวที และกำลังจัดแจงทุกสิ่งให้เรียบร้อย
เวทีนี้ดูจะเหมือนเพิ่งถูกสร้างขึ้นไม่นาน และมันไม่เหมือนกับเวทีอื่นๆ ตรงที่ไม่มีอุปกรณ์หรือวัตถุใดๆ อยู่บนเวทีเลย นอกจากป้ายที่อ่านได้ว่า “หลัวลั่วชิง”
“แล้วอาจารย์คนสวยอยู่ที่ไหนล่ะ? ทำไมถึงไม่มาอยู่ตรงนี้? แน่ใจหรือว่าไม่ได้ฟังข้อมูลมาผิดๆ ?”
“ข้อมูลผิด? ล้อเล่นแล้วล่ะ! คุณไม่เห็นผู้อาวุโสบนเวทีหรือไง นั่นน่ะผู้อาวุโสจ้าวจากโรงเรียนนักปรุงยานะ!”
“ผู้อาวุโสจ้าว? จ้าวไหน?”
“มีผู้อาวุโสคนไหนอีกล่ะที่ใช้แซ่จ้าวในโรงเรียนนักปรุงยา? ก็แน่นอนว่าต้องเป็นรองหัวหน้าจ้าวสิ!”
“รองหัวหน้าจ้าวลงทุนจัดแจงเวทีด้วยตัวเองเพื่อต้อนรับอาจารย์ใหม่?”
“ดูเหมือนทางสถาบันจะให้ความสำคัญกับปรมาจารย์หลัวมากนะ”
…..
นักเรียนต่างออกความเห็นกันเซ็งแซ่ไปทั่ว
“รองหัวหน้าจ้าว?” จางเซวียนงง
ในบรรดา 10 โรงเรียนวิชาชีพ โรงเรียนนักปรุงยาถือเป็นอันดับ 1 และด้วยความที่เป็นอันดับ 1 จึงมีผู้นำผู้ทรงเกียรติอยู่หลายคน อย่างเช่นรองหัวหน้าโรงเรียนนักปรุงยาที่กำลังจัดแจงเวทีอยู่นั้น ดูเหมือนว่าปรมาจารย์หลัวจะไม่ใช่ปรมาจารย์ธรรมดาๆ เลย
เห็นสีหน้าของจางเซวียน สาวน้อยที่ยืนข้างเขาตั้งคำถาม “ว่าอย่างไรล่ะ? คุณสนใจจะรับปรมาจารย์หลัวเป็นอาจารย์ของคุณหรือเปล่า?”
“ไม่ล่ะ” จางเซวียนส่ายหน้า
“ทำไมล่ะ? ผู้คนมากมายมีแต่จะสนใจเธอ แต่ทำไมไม่รวมถึงคุณ?” สาวน้อยตั้งคำถาม
ระหว่างปรมาจารย์สองคนที่มีระดับเดียวกัน คนที่มาจากสำนักงานใหญ่จะได้รับความยำเกรงและเกรงใจกว่ามาก
นั่นเป็นเพราะมุมมองต่อโลกที่แตกต่างกันของพวกเขา
ปรมาจารย์ที่มาจากสำนักงานใหญ่มักได้มีโอกาสใกล้ชิดกับปรมาจารย์ระดับสูงกว่าอยู่เสมอ ระดับความเข้าใจในวรยุทธของพวกเขาจึงล้ำลึกกว่าปรมาจารย์ในสำนักงานสาขารอบนอก
ดูหลัวฉีฉีเป็นตัวอย่าง แม้เธอจะเป็นเพียงปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวขั้นต้น แต่ก็สามารถเปิดการบรรยายสาธารณะให้นักปรุงยาระดับ 5 ดาวในจักรวรรดิฮ่วนหยูฟังได้
“ต่อให้เธอเป็นอาจารย์ที่เก่งกาจขนาดไหน เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเก่งกาจพอๆ กับผม ทำไมผมถึงต้องเลือกรับคนที่ฝีมือสู้เราไม่ได้มาเป็นอาจารย์ด้วย?” จางเซวียนพูดอย่างมั่นใจ
ต่อให้ฝ่ายนั้นมาจากสำนักงานใหญ่ ก็แล้วไงล่ะ?
เทคนิควรยุทธที่เธอได้ร่ำเรียนจะละเอียดลออและสอดคล้องกับธรรมชาติได้เหมือนกับเคล็ดวิชาเทียบฟ้าหรือ?
ไม่มีทางเป็นไปได้โดยเด็ดขาด!
“อีกอย่าง แม้นักเรียนคนอื่นๆ จะเรียกเธอว่าอาจารย์คนสวย ผมก็ยังสงสัยว่าจะใช่หรือเปล่า ถ้าสวยจริงอย่างปากว่า ทำไมถึงยังไม่ปรากฏตัวล่ะ? บางทีอาจจะน่าเกลียดน่ากลัวก็ได้!” จางเซวียนพูดยิ้มๆ
แม้เขาจะไม่เคยออกเดทกับใครมาก่อน แต่ก็รู้ดีเกินกว่าจะยกย่องชมเชยผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าสาวน้อยที่เขาหลงใหลใฝ่ฝัน เพราะอาจทำให้เธอเกลียดขี้หน้าเขา
อีกอย่าง เขาคิดว่าความสวยคงเป็นแค่จุดขายของปรมาจารย์หลัวเท่านั้น
สำหรับเหล่าปรมาจารย์ รูปลักษณ์ภายนอกไม่แตกต่างอะไรกับภาพลวงตา ของจริงคือความสามารถต่างหาก
บางที เรื่องราวเกี่ยวกับความงดงามของปรมาจารย์หลัวอาจเป็นแค่ความพยายามของทางสถาบันที่จะดึงดูดบรรดานักเรียนให้เข้าฟังการบรรยายสาธารณะของเธอมากขึ้น
ก็ใช่ว่าเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“น่าเกลียดน่ากลัว?” สาวน้อยหรี่ตา
“ก็ใช่น่ะสิ ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ เดี๋ยวเธอปรากฏตัวเมื่อไหร่คุณก็เห็นเอง” จางเซวียนพยักหน้าอย่างมั่นใจ
ขณะที่เขากำลังจะพูดต่อ ผู้อาวุโสจ้าวที่ยืนอยู่บนเวทีก็พลันมองเห็นบางอย่างและทำตาโต เขารีบพุ่งเข้ามาและประสานมือคารวะสาวน้อยที่ยืนข้างจางเซวียน
“ปรมาจารย์หลัว คุณอยู่นี่เอง เราเตรียมเวทีไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว”
“ฉันเห็นแล้ว” สาวน้อยพยักหน้าก่อนจะหันไปมองหน้าจางเซวียนด้วยรอยยิ้มที่ตีความหมายไม่ออก “คุณบอกว่าฉันน่าเกลียดน่ากลัวใช่ไหม?”
“คะ-คุณคือหลัวลั่วชิง, ปรมาจารย์หลัว?”
จางเซวียนยืนตัวแข็งขณะจ้องเธอจนตาแทบถลน “คุณไม่ใช่นักเรียน แต่เป็นอาจารย์?”



