ตอนที่ 831 จางเซวียน, ฉันจะเล่นงานแก!
“ 6 – 7 วัน? ก็ไม่ไกลเท่าไหร่” จางเซวียนพยักหน้า
แม้จะเป็นอสูรวิเศษขั้น 9 แต่จอมอสูรปีกม่วงก็ไม่อาจไปถึงชายแดนของจักรวรรดิหงหย่วนได้ภายใน 6-7 วัน เมื่อคำนวณจากระยะเวลาแล้ว ดูเหมือนแท่นสถาปนาเซียนจะอยู่ไม่ไกลนัก
หลัวลั่วชิงอมยิ้มแล้วถามว่า “ตกลงว่าอย่างไร คุณสนใจจะไปกับฉันหรือเปล่า?”
“ไปสิ!” จางเซวียนรีบพยักหน้า
นอกจากจะได้ไปกับหลัวลั่วชิง ยังเป็นโอกาสดีสำหรับปรมาจารย์คนไหนก็ตามที่จะได้ไปเยือน พื้นดินบริเวณที่ปรมาจารย์ขงได้กลายเป็นเซียน
อีกอย่าง ก็อาจมีโอกาสที่เขาจะได้เรียนรู้บางเรื่องเกี่ยวกับสภาวะครรภ์เป็นพิษแต่กำเนิดจากที่นั่นด้วย
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว จางเซวียนถาม “เราจะออกเดินทางเมื่อไหร่?”
“ถ้าคุณสะดวก เราไปกันเดี๋ยวนี้เลยก็ได้” หลัวลั่วชิงตอบ
“ได้สิ”
เพราะหญ้าปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่ยังมาไม่ถึง จางเซวียนจึงยังไม่อาจหลอมยาเม็ดปรับสภาพร่างกายขนานใหญ่ได้ ส่วนตอนนี้ ทั้งจิตวิญญาณและกายเนื้อของเว่ยหรูเหยียนก็ได้รับการดูแลบ่มเพาะจากทั้งดอกสิบใบและน้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพี จึงไม่น่าจะมีเหตุขัดข้องอะไรในช่วงระยะเวลาอันใกล้ การเดินทางเพียง 6-7 วันคงไม่มีปัญหา
หลังจากสั่งการซุนฉางให้ดูแลคนอื่นๆ แล้ว จางเซวียนกับหลัวลั่วชิงก็กระโดดขึ้นหลังจอมอสูรปีกม่วงเพื่อมุ่งหน้าไปยังแท่นสถาปนาเซียน
…..
หลังจากที่จางเซวียนออกจากเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนไปได้ไม่นาน ตงซินก็มาถึงสำนักงานของหัวหน้าโรงเรียนผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล, เฉินเฉิงชวิน
เมื่อเห็นความวิตกกังวลบนใบหน้าที่สุขุมเยือกเย็นอยู่เสมอของลูกศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจที่สุด เฉินเฉิงชวินถามอย่างสงสัย “เกิดอะไรขึ้น?”
ตงซินกัดฟันกรอดแล้วตอบว่า “ฉันมีเรื่องสำคัญมากที่จะรายงาน หวังว่าท่านอาจารย์จะช่วยพาฉันไปพบหัวหน้าลู่เฟิงด้วย!”
“คุณต้องการพบหัวหน้าลู่เฟิง? มันเรื่องอะไรกัน?” เฉินเฉิงชวินขมวดคิ้ว
เรื่องที่จะถูกนำเข้าแจ้งต่อผู้ปฏิบัติงานแทนอาจารย์ใหญ่นั้นจะต้องเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อสถาบันในวงกว้าง แล้วเรื่องพรรค์ไหนกันที่จะดึงดูดความสนใจได้ขนาดนั้น?
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสถาบันปรมาจารย์และศิษย์พี่อสูรตะวันไบแซนไทน์ รวมถึงเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นด้วย!” ตงซินตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ศิษย์พี่อสูรตะวันไบแซนไทน์?”
เฉินเฉิงชวินลุกพรวด “คุณได้ข่าวเกี่ยวกับเขา?”
“ใช่แล้ว!” ตงซินพยักหน้า
“นั่นถือเป็นข่าวดีทีเดียว ตามผมมา ผมจะพาคุณไปพบหัวหน้าลู่”
ไม่มัวรีรอให้เสียเวลา เฉินเฉิงชวินรีบนำศิษย์สายตรงของเขารุดไปยังโรงเรียนนักปรุงยา
ไม่ช้าก็มาถึงที่พักของลู่เฟิง
หลังจากสำรวจโดยรอบแล้วว่าไม่มีผู้แอบฟัง หัวหน้าโรงเรียนทั้งสองคนก็หาที่นั่งแล้วจ้องมองสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า
“เอาล่ะ มีเรื่องอะไร?” ลู่เฟิงถามด้วยน้ำเสียงที่เจือความตื่นเต้น
ปรมาจารย์มู่เคยพูดไว้ว่าใครก็ตามที่พบตัวอสูรตะวันไบแซนไทน์จะได้เป็นอาจารย์ใหญ่คนต่อไป ถ้าลู่เฟิงได้รับโอกาสนั้น เขาก็จะมีสิทธิ์เล่นงานจางเซวียนได้ตามสบาย
ต่อให้มั่วจูหรือจ้าวปิงฉูก็ต้องยินยอมโดยดุษณี
“เรื่องเป็นอย่างนี้ ฉันได้เห็นศิษย์พี่อสูรตะวันไบเเซนไทน์!” ตงซินตอบ
ลู่เฟิงกับเฉินเฉิงชวินตาลุกเมื่อได้ฟังเช่นนั้น
“คุณเห็นเขา? เขาอยู่ที่ไหน? ปลอดภัยดีหรือเปล่า?” ลู่เฟิงถามเป็นชุด
ในเมื่อตงซินเพิ่งเห็นอสูรตะวันไบแซนไทน์ ก็แปลว่าอีกฝ่ายยังคงอยู่ในเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น หากพวกเขารีบไป ก็คงจะช่วยชีวิตได้ทันการ
“ตอนนี้เขาอยู่ในคฤหาสน์ของจางเซวียน” ตงซินตอบ
“คฤหาสน์ของจางเซวียน? ทำไมศิษย์พี่อสูรตะวันไบแซนไทน์ถึงอยู่ที่นั่น?” ลู่เฟิงถามอย่างประหลาดใจ
“เรื่องเป็นอย่างนี้ ฉันบังเอิญผ่านไปที่คฤหาสน์หลังนั้น และเห็นศิษย์พี่อสูรตะวันไบแซนไทน์ถูกกักขังไว้ในค่ายกลที่อยู่ภายในคฤหาสน์ เขาพยายามหลบหนี แต่ทำลายค่ายกลออกมาไม่ได้”
ตงซินเล่าทุกอย่างที่เธอได้เห็นในคฤหาสน์ของจางเซวียนโดยไม่ปิดบัง
เพราะเธอซ่อนตัวและแอบมองจากระยะไกล จึงไม่เห็นว่าเป็นกองทัพหุ่น เธอคิดว่าพวกนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจริงๆ
“คุณกำลังบอกผมว่าจางเซวียนสั่งการให้เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น 20 ตัวรุมทำร้ายศิษย์พี่อสูรตะวันไบแซนไทน์ และจากที่เห็น ดูเหมือนเขาจะเป็นหัวหน้าของปีศาจพวกนั้น?” ลู่เฟิงลุกพรวดอย่างงงงันกับข่าวที่ได้รับ
นี่มันเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
ต่อให้เป็นคนอื่นที่มีชีวิตมาแล้วหลายศตวรรษก็คงแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
“คุณพูดเรื่องจริงหรือนี่?” เฉินเฉิงชวินถามตงซินด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก
การที่จางเซวียนสามารถสั่งการเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นถึง 20 ตัวให้เข้าโจมตีอสูรตะวันไบแซนไทน์ เป็นเรื่องที่บ่งบอกอยู่ชัดๆ ว่าเขาเป็นสายลับที่ลักลอบเข้ามาในสถาบันปรมาจารย์ ทั้งยังมีความเป็นไปได้สูงที่ตัวเขาเองจะเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น!
“ฉันพร้อมจะปฏิญาณโดยใช้ตัวตนปรมาจารย์เป็นเครื่องรับประกันว่าทุกคำที่ฉันพูดเป็นความจริง ถ้าผิดพลาดแม้แต่น้อยล่ะก็ ฉันยอมถูกเพิกถอนใบอนุญาตปรมาจารย์เลย” ตงซินยกมือขวาขึ้นปฏิญาณอย่างเอาจริง
การปฏิญาณหรือสาบานในนามของปรมาจารย์คนหนึ่งนั้นเป็นเรื่องใหญ่หลวงที่สุดเท่าที่ปรมาจารย์จะทำได้ หากเกิดความผิดพลาดขึ้น ต่อให้สภาปรมาจารย์ไม่เอาเรื่อง ก็ยังหมายถึงการเสื่อมศรัทธา และทำให้ผู้นั้นไม่อาจสร้างความก้าวหน้าในเรื่องระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณให้ตัวเองได้อีก
“เอ่อ” เห็นตงซินปฏิญาณแบบนั้น ลู่เฟิงกับเฉินเฉิงชวินสบตากัน ทั้งคู่มีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม
ครู่ต่อมาลู่เฟิงก็พลันคิดอะไรบางอย่างได้ เขาอุทาน “เรื่องนี้อธิบายได้เลยว่าทำไมหมอนั่นถึงเก่งกาจในหลากหลายวิชาชีพทั้งที่อายุเพียง 20 ปี เก่งกว่าหัวหน้าโรงเรียนอย่างพวกเราเสียอีก เป็นแบบนี้นี่เอง!”
ลู่เฟิงอธิบายต่อเมื่อสังเกตเห็นความงุนงงของอีก 2 คน “เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นนั้นมีอายุขัยยืนยาวกว่ามนุษย์มาก แม้หมอนั่นจะดูเหมือนอายุราว 20 ต้นๆ แต่ก็เป็นไปได้ที่เขาจะเป็นปีศาจแก่ชราที่มีชีวิตมาแล้วหลายยุคสมัย ไม่อย่างนั้น เขาจะมีความเชี่ยวชาญทั้งการตีเหล็ก การหลอมยา การรักษาโรค แถมด้วยนาฏศิลป์ได้อย่างไรกัน!”
เจ้าจางเซวียนคนนั้นมีความลึกลับอยู่กับตัวมากมาย ต่อให้การมีดวงตาหยั่งรู้ก็ยังไม่เพียงพอจะอธิบายความน่าทึ่งต่างๆ ที่เขาได้ทำลงไป เพราะฉะนั้น หากเขาเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจริงๆ ทุกอย่างก็จะกลายเป็นจิ๊กซอว์ที่ลงตัว
“เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นเป็นอันตรายต่อมวลมนุษย์ ในฐานะปรมาจารย์ พวกเราต้องสังหารมันให้หมดทุกตัว” นัยน์ตาของลู่เฟิงฉายประกายคมกริบ เขากัดฟันอย่างโกรธแค้น
ความเป็นศัตรูกันระหว่างเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นกับมวลมนุษยชาตินั้นฝังลึกลงไปถึงกระดูกเสียแล้ว ไม่มีหนทางจะประนีประนอมได้ หากจางเซวียนเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น สิ่งเดียวที่เขาต้องทำก็คือสังหารหมอนั่นเสีย!
“ใช่แล้ว มันเป็นภาระหน้าที่ของพวกเราในฐานะปรมาจารย์ที่จะต้องกำจัดใครก็ตามที่ประสงค์ร้ายต่อมวลมนุษย์” เฉินเฉิงชวินเสริม
แต่แล้วครู่ต่อมาเขาก็ย่นหน้าผาก “แต่จางเซวียนได้รับความเชื่อใจทั้งจากหัวหน้ามั่ว หัวหน้าจ้าวและคนอื่นๆ ถ้าเราไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอ ก็มีแต่จะทำให้พวกเราแตกแยกกันเองเสียเปล่าๆ”
“เจ้างั่งพวกนั้น!” ลู่เฟิงคำราม
เขาประกาศอย่างมั่นใจด้วยรังสีของผู้ถือไพ่เหนือกว่า “ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น ผมก็บอกได้เลยว่าหมอนั่นไม่ใช่คนดี แต่พวกนั้นไม่เชื่อ แล้วดูสิว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น เอาล่ะ รีบไปอธิบายเรื่องนี้ให้ปรมาจารย์มู่ฟังเถอะ จากนั้นเราจะเรียกประชุม 10 สุดยอดปรมาจารย์ นำตัวจางเซวียนออกมา แล้วกำจัดเขา!”
“จริงด้วย! ถ้ามีปรมาจารย์มู่อยู่ ไม่มีใครกล้าคัดค้านแน่” เฉินเฉิงชวินพยักหน้า
“อือ!” ลู่เฟิงก็พยักหน้าอย่างพอใจ
จากนั้นเขาหันไปถามสาวน้อยว่า “คุณคือตงซินใช่ไหม? ทำได้ดีมาก เมื่อเราพบปรมาจารย์มู่ ทบทวนทุกอย่างที่คุณได้เห็นมาให้เขาฟังอย่างละเอียดนะ ผมรู้ว่าอาชีพนักปรุงยาก็เป็นหนึ่งในอาชีพรองรับของคุณ ขอแค่คุณจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ผมจะรับคุณเป็นศิษย์สายตรงและถ่ายทอดเทคนิคการหลอมยาให้เป็นการส่วนตัว!”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ตงซินรีบทรุดตัวลงคุกเข่าและคำนับอย่างร้อนรน “ตงซินคารวะอาจารย์ลู่!”
ถ้าลู่เฟิงได้เป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันเมื่อไหร่ เธอก็จะกลายเป็นศิษย์สายตรงของอาจารย์ใหญ่ ด้วยสถานภาพที่สูงกว่าศิษย์สายตรงของหัวหน้าโรงเรียนอีก 2 โรงเรียน ไม่ช้าแก๊งตงซินของเธอก็จะกลายเป็นแก๊งหมายเลข 1 ของสถาบัน!
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!
หูเหยาเหย่า หลงชางเยว่ เชวเจินหยาง มาดูกันว่าพวกเธอจะเทียบกับฉันได้อย่างไร!
ส่วนจางเซวียนที่ถูกเปิดโปงไปแล้วว่าเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น ก็เรียกได้ว่าจบเห่ ชื่อของเขาไม่ควรค่าแม้แต่จะถูกพูดถึง
“เอาล่ะ ไปขอพบปรมาจารย์มู่กัน”
ลู่เฟิงพยักหน้าและกำลังจะออกเดิน แต่แล้วก็หยุดกึก “เดี๋ยวก่อน ถ้าผมจำไม่ผิด จางเซวียนสนิทสนมกับปรมาจารย์หลัวด้วย ถ้าเราไปพบปรมาจารย์มู่ตอนนี้ ผมเกรงว่าเรื่องจะรั่วไหลไปถึงหูของจางเซวียน ทำให้เขามีโอกาสเตรียมตัว ซึ่งหากเขาหนีไปได้ล่ะก็ แน่นอนว่าย่อมจับตัวลำบาก!”
การที่อีกฝ่ายสามารถปกปิดรังสีที่แท้จริงและปลอมตัวเป็นปรมาจารย์ได้ ก็หมายความว่าเขาน่าจะเป็นชนชั้นสูงของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น
ถ้าผู้เชี่ยวชาญระดับนั้นหนีไปได้ ต่อให้ประธานสภาปรมาจารย์ขงจักรวรรดิอันทรงเกียรติก็ไม่อาจไปตามจับตัว นับประสาอะไรกับสถาบันปรมาจารย์
เรื่องนี้จะต้องมีการวางแผนอย่างรัดกุม
“จริงด้วย” เฉินเฉิงชวินพยักหน้า
ถึงแม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่เตรียมการไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย
ลู่เฟิงสั่งการหลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง “หัวหน้าเฉิน ช่วยผมตรวจสอบทีว่าตอนนี้จางเซวียนอยู่ที่ไหน ส่งคนไปคอยจับตา อย่าปล่อยให้เขามีโอกาสหลบหนีไปได้ ทันทีที่เราเตรียมการเรียบร้อย เราจะแจ้งให้ปรมาจารย์มู่รับทราบและจัดการเรื่องนี้ทันที!”
แม้เขาจะอยากพุ่งเข้าไปสังหารจางเซวียนเต็มแก่ แต่ก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาหุนหันพลันแล่น ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด เขายังคงความสุขุมเยือกเย็นไว้ได้แม้ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้
“ผมจะจัดการให้” หัวหน้าเฉินตอบก่อนออกจากห้องไป ครู่หนึ่งก็กลับเข้ามาอีกครั้งหลังจากที่ได้ส่งผู้อาวุโส 2 คนไปเฝ้าคฤหาสน์ของจางเซวียน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา 1 ใน 2 ผู้อาวุโสที่ถูกส่งตัวไปก็เดินเข้ามารายงาน “หัวหน้าลู่ หัวหน้าเฉิน พวกเราไปที่คฤหาสน์ของจางเซวียนแล้ว แต่เขาไม่อยู่ที่นั่น พวกเราถามและได้ความว่าดูเหมือนเขาจะขี่อสูรวิเศษออกไปกับปรมาจารย์หลัวเมื่อบ่ายนี้เอง”
“ออกไปแล้ว?” ทั้ง 3 ชะงัก
“ใช่ เขาออกไปตั้งแต่ 2 ชั่วโมงก่อน ส่วนไปที่ไหนนั้น เขาไม่ได้บอกใครเอาไว้เลย พวกเราจึงไม่อาจแกะรอยได้” ผู้อาวุโสตอบ
ด้วยวรยุทธระดับเซียน การที่พวกเขาจะตรวจสอบทั้งคฤหาสน์จนถี่ถ้วนและรู้ว่าจางเซวียนไม่อยู่นั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร และจากนั้นทั้งคู่ก็ได้สอบถามบุคคลที่อยู่โดยรอบ จึงได้รู้ว่าจางเซวียนขี่อสูรวิเศษออกไปกับปรมาจารย์หลัว
แต่เมื่อดูจากการที่แม้ซุนฉางก็ยังไม่รู้ว่าทั้งคู่ไปไหน คงไม่มีทางที่คนอื่นจะล่วงรู้
“ออกไปตั้งแต่ 2 ชั่วโมงก่อน?” ลู่เฟิงหน้าดำคร่ำเครียด
อสูรวิเศษสามารถเดินทางได้หลายพันกิโลเมตรในเวลา 2 ชั่วโมง ต่อให้เขาส่งกองกำลังของสถาบันปรมาจารย์ออกตามล่า ก็ไม่มีทางที่จะระบุตำแหน่งของอสูรวิเศษซึ่งอาจอยู่ที่ไหนก็ได้ในรัศมีหลายพันกิโลเมตร ซึ่งกว่าจะพบร่องรอย อีกฝ่ายก็คงหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว
ลู่เฟิงถามว่า “พวกลูกศิษย์ของเขายังอยู่หรือเปล่า?”
“อยู่ แต่จากข้อมูลที่เราได้มา ดูเหมือนปรมาจารย์หลัวเป็นผู้เชื้อเชิญจางเซวียนให้ออกไป”
“ดีแล้ว เขาคงแค่ออกไปเพื่อจัดการธุระบางอย่าง การที่ลูกศิษย์ของเขายังอยู่ที่นั่นแปลว่าจางเซวียนคงยังไม่ได้ข่าวอะไร จับตาดูเอาไว้ให้ดี รายงานผมทันทีที่เขากลับมา เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ!” ลู่เฟิงสะบัดแขนเสื้อและสั่งการด้วยทีท่าวางอำนาจราวกับเป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์เสียเอง
“ขอรับ!” ผู้อาวุโสพยักหน้าก่อนจะออกจากห้อง
“ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว เราจะทำอย่างไร?” เฉินเฉิงชวินถาม
“จะทำอย่างไร? ก็รอน่ะสิ! ทันทีที่เขากลับมา เราจะจัดการประชุมผู้อาวุโสและฉีกหน้ากากของเขาต่อหน้าปรมาจารย์มู่กับคนอื่นๆ !” ลู่เฟิงคำรามกร้าวด้วยเจตนาสังหารพลุ่งพล่าน
หยิ่งผยองนักไม่ใช่หรือ? ท้าทายอำนาจของฉัน! ทำลายโรงเรียนนักปรุงยาของฉัน!
จางเซวียน, ให้ฉันบอกแกเถอะ วันชื่นคืนสุขของแกน่ะจบสิ้นแล้ว!
รอดูไปก็แล้วกัน ฉัน, ลู่เฟิง จะเล่นงานแกเอง!



