Skip to content

Library Of Heaven’s Path 875

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 875 ปัญหาของรังนางพญามด

“ไม่ใช่ละ มีบางอย่างผิดปกติ”

C

จางเซวียนย่นหน้าผากเป็นร่องลึก ตรงกันข้ามกับสีหน้าดีอกดีใจของคนอื่นๆ

สิ่งที่ปลุกจิตวิญญาณของต้นโพธิ์เซียนขึ้นมาไม่ใช่น้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพี แต่เป็นพลังปราณเทียบฟ้าของเขาต่างหาก!

พลังปราณเทียบฟ้านั้นมีพลังชีวิตอยู่เต็มเปี่ยม จึงสามารถเจือจางพิษร้ายได้ดี เป็นธรรมดาที่จะมีฤทธิ์ปลุกจิตวิญญาณของต้นโพธิ์เซียนที่หลับไหลอยู่ขึ้นมาได้

แต่สิ่งที่ทำให้จางเซวียนย่นหน้าผากลึกก็คือ การได้รู้ว่าสาเหตุที่จิตวิญญาณของต้นโพธิ์เซียนสลบไสลไปนั้นไม่ใช่เพราะได้รับบาดเจ็บ แต่เป็นเพราะถูกวางยา!

พลังปราณเทียบฟ้านั้นมีความบริสุทธิ์อย่างน่าทึ่ง ทำให้สามารถไหลเวียนไปได้ทั่วทั้งต้นอย่างทั่วถึง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมองเห็นสภาวะจิตวิญญาณของต้นโพธิ์เซียนที่สลบไสลอยู่ได้อย่างชัดเจน

จิตวิญญาณนั้นได้รับบาดเจ็บก็จริง แต่ไม่ร้ายแรงถึงขั้นที่จะต้องสลบ

สิ่งที่ดูดพลังไปคือการต่อสู้กับพิษรุนแรงซึ่งกำลังดำเนินอยู่จนกระทั่งถึงตอนนี้

และที่สำคัญ เขารู้สึกได้ว่ามันเป็นพิษร้ายกาจถึงตาย

มันคือยาพิษชำระจิตวิญญาณ! นัยน์ตาของจางเซวียนเป็นประกายประหลาด

ถ้าพูดถึงยาพิษชำระจิตวิญญาณ เรียกได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่ รวมถึงบรรดาหัวหน้าโรงเรียนของสถาบันปรมาจารย์ต่างก็ไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้ แต่หากใครสักคนอธิบายว่าเป็นพิษรุนแรงถึงตายที่ผสมขึ้นจาก ‘เถาหัวใจใบไม้เขียว’ และ ‘ดอกไร้วิญญาณ’ แทบทุกคนจะเข้าใจในทันที

มันคือยาพิษรุนแรงถึงตายที่โหยวฉู่ใช้กับเขาระหว่างการดวลแบบชี้เป็นชี้ตายในครั้งนั้น!

ยาพิษชนิดนี้ เมื่อกินเข้าไปแล้วจะทำลายทั้งหัวใจและสมองในทันที ทำให้ถึงแก่ความตายอย่างรวดเร็ว ต่อให้เป็นนักรบระดับเซียนก็สู้ไม่ไหว

แม้ต้นโพธิ์เซียนจะเป็นสมุนไพรระดับเซียนที่มีพลังชีวิตอยู่มากมาย ก็ยังยากที่จะต้านทานไหวเมื่อเจอกับยาพิษชำระวิญญาณที่มีอานุภาพร้ายกาจ เหตุผลเดียวที่มันยังมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้ก็เพราะผู้อาวุโสจ้าวกับคนอื่นๆ แม้พวกเขาจะไปผิดที่ผิดทางตั้งแต่ต้น แต่ด้วยการบ่มเพาะที่หลากหลาย ทำให้มันยังมีความแข็งแกร่งพอที่จะยืนหยัดกับการโจมตีของพิษรุนแรงนั้นได้

โหยวฉู่มาที่นี่เมื่อ 2 ปีก่อน และไม่นานหลังจากนั้น ต้นโพธิ์เซียนก็ป่วย หรือว่าโหยวฉู่จะเป็นตัวการ? จางเซวียนขมวดคิ้ว

ยาพิษชำระวิญญาณนั้นเป็นยาพิษที่ผสมยากมาก และยังไม่ต้องพูดถึงว่าเถาหัวใจใบไม้เขียวและดอกชำระวิญญาณก็สูญพันธุ์ไปหลายศตวรรษแล้ว หลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนี้ดูจะชี้ไปที่ โหยวฉู่

แต่ถ้าหยูเสิ่นชิงเต็มใจให้โหยวฉู่เข้าใกล้ต้นโพธิ์เซียนเพื่อเก็บเมล็ดของมัน นั่นก็หมายความว่าทั้งคู่ไม่มีความขัดแย้งต่อกัน

แล้วโหยวฉู่จะได้อะไรจากการวางยาต้นโพธิ์เซียน?

จางเซวียนครุ่นคิดอยู่อีกครู่ใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถเชื่อมโยงหลักฐานต่างๆเข้าด้วยกันได้ เขาส่ายหัวและตัดสินใจจะปล่อยเรื่องนี้ไปก่อน ช่างมันเถอะ ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่หยูเสิ่นชิงควรกังวล ไม่ใช่เขา

เหตุผลเดียวที่เขารักษาต้นโพธิ์เซียนก็เพื่ออยากจะขอยืมมันไปช่วยชีวิตเว่ยหรูเหยียน ส่วนการจะเปิดโปงว่าใครเป็นผู้วางยามันนั้นถือเป็นหน้าที่ของคนอื่น

หลังจากเทน้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพีในน้ำเต้าลงไปจนหมดและถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปอีกหลายสิบครั้ง ต้นโพธิ์เซียนที่อ่อนแอก็ดูจะมีชีวิตชีวาขึ้น เริ่มปรากฏสัญญาณของการเจริญงอกงาม

จางเซวียนระบายลมหายใจยาวและพูดว่า “เอาล่ะ เรียบร้อยแล้ว”

“ขอบคุณมาก ปรมาจารย์จาง!” หยูเสิ่นชิงที่แสนจะตื่นเต้นรีบเข้ามาประสานมือคารวะอย่างสำนึกในบุญคุณ

ต้นโพธิ์เซียนเป็นรากฐานของตระกูลหยูของพวกเขา หากต้องสูญสลายไป ตระกูลหยูก็คงจะเริ่ม สั่นคลอน และสุดท้ายก็ต้องหายไปจากบันทึกของประวัติศาสตร์

หยูเสิ่นชิงเคยหมดหวังและเตรียมใจรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว ไม่นึกเลยว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาจะสามารถระบุสาเหตุและแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดาย ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน

“ปรมาจารย์จาง”

ผู้อาวุโสจ้าวและคนอื่นๆหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย หากทำได้ก็อยากจะหายตัวไปเสียเดี๋ยวนั้น

พวกเขาคลางแคลงใจในตัวอีกฝ่าย กล่าวหาว่ามาที่นี่ก็เพื่ออยากดัง แต่ทุกคนกลับกลายเป็น ‘ผู้รอบรู้’ ที่ใช้เวลาถึง 2 ปีโดยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ส่วน ‘เจ้างั่ง’ คนนี้เข้ามาแก้ปัญหาให้ต้นโพธิ์เซียนได้ภายในเวลาแค่ 2-3 ชั่วโมง

เพียงเท่านี้ก็มากพอที่จะทำให้พวกเขาแสนอับอายแล้ว

ผู้อาวุโสคนหนึ่งก้าวออกมาแล้วพูดว่า “ปรมาจารย์จาง ถ้าคุณมีเวลาว่าง ช่วยไปเปิดการบรรยายให้พวกเราฟังสักหน่อยเถิด ตระกูลซุนของเราพร้อมจะมอบสมุนไพรระดับจิตวิญญาณขั้นสูงสุด 100 ชนิดให้คุณเป็นการตอบแทน!”

มันคือปัญหาที่แม้พวกเขาจะระดมความคิดกันแล้วก็ยังแก้ไขไม่ได้ แต่อีกฝ่ายมองเพียงแวบเดียวก็จัดการได้สำเร็จ ความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรของเขาเหนือกว่าที่จินตนาการไว้มาก

ถ้าพวกเขาสามารถเชิญปรมาจารย์จางไปเปิดการบรรยายที่ตระกูลได้ แน่นอนว่าความเชี่ยวชาญของสมาชิกในตระกูลจะต้องพุ่งพรวด และไม่ช้าไม่นานก็คงเหนือชั้นกว่าตระกูลผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรตระกูลอื่นๆ

ผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งก้าวออกมาแล้วยื่นข้อเสนอ “ปรมาจารย์จาง มาที่ตระกูลเฉินของเราเถอะ เราพร้อมจะมอบสมุนไพรระดับจิตวิญญาณขั้นสูงสุด 150 ชนิด กับสมุนไพรระดับเซียนอีก 5 ชนิดให้คุณ!”

รู้ดีว่าปรมาจารย์จางมีโอกาสจะสร้างยุคสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรืองให้กับตระกูลของพวกเขา ผู้อาวุโสคนอื่นๆในห้องต่างก็รีบเสนอตัว

“ปรมาจารย์จาง มาที่ตระกูลจ้าวของเราเถอะ”

“ตระกูลหลิวของเราดีกว่า”

“ขอบคุณที่ให้เกียรติผม แต่ตอนนี้ผมยังไม่คิดจะเปิดการบรรยายที่ไหนทั้งนั้น”

เมื่อเห็นเหล่าผู้อาวุโสที่พูดจาไม่เข้าหูอยู่เมื่อครู่กลับพูดจาสุภาพราวกับเด็กใหม่คุยกับอาจารย์ จางเซวียนถึงกับใบ้กิน

อันที่จริง ข้อเสนอที่อีกฝ่ายยื่นให้ก็แสนจะเย้ายวนใจ แต่ปัญหาก็คือเขาไม่รู้จะเปิดการบรรยาย เรื่องสมุนไพรว่าอย่างไร!

เหตุผลเดียวที่จางเซวียนรักษาต้นโพธิ์เซียนได้ก็เพราะดวงตาหยั่งรู้และหอสมุดเทียบฟ้า แทบไม่เกี่ยวอะไรกับความรู้เรื่องสมุนไพรอันน้อยนิดของเขาเลย

ขืนเปิดการบรรยายไป ไม่ช้าคนพวกนี้ต้องขอเงินคืนแน่

เห็นจางเซวียนไม่เต็มใจจะเปิดการบรรยายที่ไหนทั้งนั้นทั้ง ผู้อาวุโสจ้าวกับคนอื่นๆก็ได้แต่ผิดหวัง

จางเซวียนหันไปพูดว่า “ฝ่าบาทและผู้อาวุโส ผมอยากขอยืมต้นโพธิ์เซียนเพื่อธุระส่วนตัวบางอย่าง”

รู้ดีว่าจางเซวียนหมายความว่าอย่างไร หยูเสิ่นชิงหันมายิ้มให้ “พวกคุณล้วนแต่ทำงานหนักมาตลอด 2 ปีเพื่อรักษาต้นโพธิ์เซียน ผมจะให้พ่อครัวหลวงจัดเตรียมงานเลี้ยงให้เดี๋ยวนี้ ตามผมไปที่ห้องโถงใหญ่เถอะ!”

“ขอบคุณมาก ฝ่าบาท”

“พวกเราไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่เลย”

ผู้อาวุโสคนอื่นๆต่างพยักหน้าขณะที่ตามหยูเสิ่นชิงออกไป

ไม่ช้าก็เหลือจางเซวียนเพียงคนเดียวอยู่ในบ้านพักหลังนั้น

เขาโผขึ้นกลางอากาศเพื่อสำรวจพื้นที่โดยรอบ และเห็นว่าหยูเสิ่นชิงได้วางกองกำลังอารักขาไว้ทั่วบริเวณนั้นด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าใกล้บ้านพัก จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นก็นำร่างที่กำลังป่วยหนักของเว่ยหรูเหยียนออกมาจากรังนางพญามด

สองสามวันมานี้ เขาพาเธอไปไหนต่อไหนด้วย เผื่อกรณีที่อาการของเธออาจจะเลวร้ายลงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

เมื่อมีต้นโพธิ์เซียนที่แข็งแรงดีอยู่ตรงหน้าแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องรักษาอาการป่วยของเธอเสียที

จางเซวียนถอดจิตของเขาออกมาก่อนจะเรียกวิญญาณของเว่ยหรูเหยียนออกมาพร้อมๆกัน จากนั้นก็ใช้ศาสตร์ลับเพื่อถ่ายทอดจิตวิญญาณของเธอเข้าไปในต้นโพธิ์เซียน

ก่อนหน้านี้เขาได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว และพบว่าต้นโพธิ์เซียนมีอานุภาพในการบ่มเพาะจิตวิญญาณจริงๆ

จางเซวียนตามจิตวิญญาณของเว่ยหรูเหยียนเข้าไปในต้นโพธิ์เซียนเพื่อประเมินอาการของเธอ และรู้สึกได้ว่าความบอบช้ำของเธอได้รับการเยียวยาจนค่อยๆแข็งแรงขึ้นทีละน้อย

เอ๊ะ? เธอฟื้นตัวเร็วกว่าที่เราคิดไว้ จางเซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะได้คำตอบ

เป็นเพราะยาพิษชำระจิตวิญญาณนี่เอง! ไม่น่าเชื่อเลยว่า 2 ปีเต็มที่ต้นโพธิ์เซียนต้องทุกข์ทรมานกับยาพิษชำระจิตวิญญาณจะกลายเป็นผลดีกับอาการของเว่ยหรูเหยียน!

ด้วยขนาดอันใหญ่โตและคุณสมบัติทางยาที่มีประสิทธิภาพของต้นโพธิ์เซียน ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง กว่าสภาวะจิตวิญญาณเป็นพิษของเว่ยหรูเหยียนจะส่งผลกระทบและลิดรอนอานุภาพการรักษาของมันเหมือนกับดอกสิบใบ

แต่เพราะต้นโพธิ์เซียนได้เผชิญกับยาพิษชำระจิตวิญญาณมาตลอด 2 ปี มันจึงมีภูมิต้านทานต่อยาพิษ ซึ่งสภาวะจิตวิญญาณเป็นพิษก็มีอานุภาพในการกลืนกินพิษร้ายแรงถึงตาย และยาพิษชำระจิตวิญญาณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในต้นโพธิ์ก็บ่มเพาะเธอได้เป็นอย่างดี

พูดอีกอย่างก็คือ ไม่เพียงแต่จิตวิญญาณของเว่ยหรูเหยีนนจะไม่ได้เป็นภัยกับต้นโพธิ์เซียนในระยะเวลาอันสั้นแล้ว ยังช่วยซึมซับพิษร้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในต้นโพธิ์ด้วย

และในเวลาเดียวกัน จิตวิญญาณของเธอก็ได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็ว

ถ้าได้ความเร็วระดับนี้ วันเดียวเธอก็คงฟื้น จางเซวียนตาโต

ดูเหมือนเขาจะตัดสินใจถูกจริงๆ ที่เลือกช่วยชีวิตต้นโพธิ์เซียน

แม้เขาจะต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพีซึ่งเป็นของล้ำค่าไปไม่น้อย แต่ก็คุ้มค่าหากช่วยชีวิตลูกสาวของเว่ยชางเฟิงได้สำเร็จ

จางเซวียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นก็ดึงจิตวิญญาณกลับเข้าร่างตัวเอง และเก็บร่างของเว่ยหรูเหยียนกลับเข้าไปในรังนางพญามดด้วย

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว “นายท่าน ฉันอยากให้คุณเข้ามาด่วน”

จางเซวียนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงนั้น

มันคือเสียงนางพญามด

ก่อนหน้านี้ มันได้ใช้มิติลี้ลับของปรมาจารย์ขงเพื่อขยายพื้นที่รังของมัน ซึ่งเท่าที่ดู ก็น่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนกว่าภารกิจจะสำเร็จ นี่เวลาเพิ่งผ่านไปไม่ถึง 5 วัน มันคงเจอปัญหาบางอย่างเป็นแน่

จางเซวียนรีบเข้าไปในรังนางพญามดโดยไม่รีรอ

รังนั้นดูกว้างใหญ่กว่าเดิมมาก ขยายขนาดไปเป็นด้านละ 20 เมตร ต่อให้อสูรตะวันไบแซนไทน์กับหม้อต้นกำเนิดทองคำอยู่ด้วยกันก็ยังเหลือพื้นที่อีกมาก

ขณะที่กำลังชื่นชมกับความใหญ่โตอย่างน่าทึ่งของรังนางพญามดอยู่นั้น จางเซวียนก็เดินไปถามว่า “มีอะไร?”

“นายท่าน ฉันคิดว่าฉันประเมินความยากของภารกิจนี้ต่ำไป ฉันรู้ดีว่าตัวเองพูดไว้ว่าจะทำให้สำเร็จภายใน 3 เดือน แต่ตอนนี้ระดับวรยุทธของฉันยังอ่อนด้อย จนฉันเริ่มจะควบคุมพื้นที่นี้ไม่ได้แล้ว!” นางพญามดอธิบายอย่างลำบากใจ

ก่อนหน้านี้ มันเคยประกาศอย่างมั่นใจว่าจะซึมซับเอามิติลี้ลับของปรมาจารย์ขงเข้าไปในรังนางพญามดให้ได้ภายใน 3 เดือน แต่เท่าที่ดู คงจะไม่ง่ายอย่างนั้น

ตอนนี้นางพญามดมีระดับวรยุทธอยู่ที่ขั้น 7-การประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบ การควบคุมพื้นที่ที่มีขนาดกว้างยาวราว 10 เมตรยังถือว่าทำได้ แต่เมื่อรังขยายขนาดเป็น 20 เมตรแล้ว พื้นที่ก็ออกจะใหญ่โตเกินกว่าที่มันจะควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์

ในสภาวะนี้ พื้นที่อาจล่มสลายเสียก่อนที่รังของมันจะสร้างเสร็จ

“ควบคุมไม่ได้?” จางเซวียนพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

แม้สภาวะพิเศษของนางพญามดจะทำให้มันสามารถควบคุมมิติได้ทั้งที่มีวรยุทธเพียงขั้นการประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ความสามารถของมันก็ยังถูกจำกัดด้วยระดับวรยุทธ หากยังฝืนขยายรังต่อไป คงจะต้องเจอผลกระทบจากแรงตีกลับและจะกลายเป็นปัญหาใหญ่

“มีวิธีแก้ปัญหาหรือเปล่า?” จางเซวียนถาม

“มี แต่ออกจะยุ่งยากอยู่สักหน่อย!” นางพญามดส่ายหัว

“พูดมาสิ” จางเซวียนถอนหายใจเฮือกเมื่อรู้ว่ามีวิธีแก้ไข

“ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการยกระดับวรยุทธของฉันอย่างรวดเร็ว หากฉันยกระดับวรยุทธได้อย่างรวดเร็ว ขอแค่สำเร็จวรยุทธระดับเซียน ก็จะสามารถควบคุมพื้นที่นี้และเร่งความเร็วของกระบวนการสร้างรังได้ด้วย” นางพญามดพูด

“ยกระดับวรยุทธ? ง่ายมาก ผมทำให้ได้ง่ายนิดเดียว ว่าแต่จะให้ถึงระดับเซียน” จางเซวียนขมวดคิ้ว “ช่างมันเถอะ ทำที่ทำได้ก่อนก็แล้วกัน”

หากการยกระดับวรยุทธของนางพญามดจะช่วยแก้ปัญหาได้ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าไหร่นัก ด้วยพลังปราณเทียบฟ้าของจางเซวียน เขาสามารถชำระสายเลือดของอสูรวิเศษให้บริสุทธิ์และยกระดับวรยุทธของมันได้

ครืนนนนน!

ภายใต้การบ่มเพาะจากพลังปราณของจางเซวียน รังนางพญามดเริ่มสั่นสะท้าน จากนั้นระดับวรยุทธของมันก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

6 ชั่วโมงต่อมา ด้วยอานุภาพของพลังปราณเทียบฟ้าและน้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพี ระดับวรยุทธของนางพญามดก็เข้าถึงขั้น 9-ตัวดักแด้ ขั้นต้น เหมือนกันกับจางเซวียน

ด้วยขีดจำกัดของระดับวรยุทธของเขา จางเซวียนจึงทำได้เท่านี้

แม้การยกระดับวรยุทธจากขั้น 7-การประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบ ขั้นสูงสุดมาเป็นขั้น 9-ตัวดักแด้ ขั้นต้น จะเป็นการเพิ่มขึ้นถึงขั้นกว่าๆ แต่นางพญามดก็ยังห่างไกลกับการสำเร็จวรยุทธระดับเซียนอยู่

หลังจากปรับระดับวรยุทธของมันแล้ว นางพญามดใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “นายท่าน ฉันรู้มาว่าดงอสูรมีหยดเลือดของนางพญามดที่มีวรยุทธระดับเซียนอยู่ ถ้าฉันได้มันมาล่ะก็ จะต้องสำเร็จวรยุทธระดับเซียนได้อย่างรวดเร็วแน่ๆ”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!