ตอนที่ 956 ราชาใบไม้สีทองแทบปล่อยโฮ
ด้านนอกห้องโถงที่กักขังเหล่าปรมาจารย์ไว้ ราชาทั้ง 2 ขมวดคิ้วขณะจับจ้องอย่างไม่คลาดสายตา
“ทำไมถึงไม่มีความเคลื่อนไหวอยู่ข้างในเลย?” ราชาใบไม้เขียวถามขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
พวกเขารออยู่ข้างนอกมาเกือบ 1 ชั่วโมงแล้ว และคิดว่าจะได้ยินเสียงการต่อสู้ เสียงของราชาใบไม้สีทองตัวปลอมสังหารเหล่าปรมาจารย์เพื่อสร้างความยำเกรง แต่กลับตรงกันข้าม ไม่มีเสียงอะไรเลย ราวกับผู้คนที่อยู่ในนั้นหายตัวไปหมด!
“ผมก็ว่ามันไม่ปกติ ใช้การรับรู้จิตวิญญาณแอบดูข้างในดีไหม?” ราชาใบไม้สีทองถาม
“ไม่น่าจะดีนะ หมอนั่นเป็นผู้เชี่ยวชาญพอๆกันกับเรา ใช้การรับรู้จิตวิญญาณตรวจสอบเขาจะดูเป็นการไม่เคารพ อีกอย่าง สิ่งที่เขากำลังทำก็เป็นความลับสุดยอดของเบื้องบน พวกเราอาจเกิดปัญหาได้” ราชาใบไม้เขียวตอบด้วยสีหน้าสับสน
ถ้าไม่ใช่เพราะยำเกรงในพละกำลังของหมอนั่นล่ะก็ เขาคงเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์แล้ว แทนที่จะมัวกระวนกระวายรออยู่ข้างนอก
“คุณพูดถูก” ราชาใบไม้สีทองพยักหน้าก่อนจะเงียบไป
บึม!
ในตอนนั้นเอง พื้นก็สั่นสะเทือนราวกับพลังจิตวิญญาณปริมาณมหาศาลจากโดยรอบได้พุ่งเข้าสู่พระราชวัง ไปที่ศูนย์กลางของฐานทัพ
ราชาใบไม้เขียวหน้าเสีย เขารีบหันไปหาบริวารที่อยู่ใกล้ๆและตวาด “เกิดอะไรขึ้น?”
“เรียนฝ่าบาท เสียงนั้นดูจะมาจากพระราชวังรูน” ถงเยว่รายงานด้วยใบหน้าซีดเผือด
พระราชวังรูนเป็นศูนย์กลางของฐานทัพของพวกเขา หากเกิดอะไรขึ้นกับที่นั่น ทุกอย่างที่พวกเขาลงทุนลงแรงทำมาจะสูญเปล่า
ราชาใบไม้เขียวขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขาพูดขึ้นขณะที่พื้นสั่นสะเทือนอีกครั้ง “พระราชวังรูน ไปดูกัน!”
ครืนนนนน!
ฝุ่นคลุ้งไปทั่วราวกับมีหมอกควันล้อมรอบฐานทัพ จากนั้น ตึกรามบ้านช่องก็พังทลายเป็นบริเวณกว้างราวกับเกิดพายุหิมะถล่ม ค่ายกลป้องกันตัวทั้งหมดที่ถูกจัดวางไว้เสื่อมสลายไปเหมือนน้ำแข็ง ที่เจอกับแสงแดดแผดเผา มีบางส่วนที่ระเบิดออกมา ทำให้เผ่าพันธุ์ปีศาจที่ไม่ได้ระมัดระวังตัวซึ่งอยู่แถวนั้นได้รับบาดเจ็บ
ค่ายกลถูกขับเคลื่อนโดยพลังจิตวิญญาณที่ได้จากพระราชวังรูน ดังนั้น หากเกิดอะไรขึ้นกับพระราชวัง ค่ายกลอื่นๆก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย
ยิ่งค่ายกลมีพละกำลังมากแค่ไหน ผลตีกลับก็ยิ่งใหญ่หลวงขึ้นเท่านั้นหากมีอะไรเกิดขึ้นกับมัน เรื่องนี้เป็นหลักการเดียวกับลูกบอลลูนที่เป่าลมเข้าไปเต็ม หากลมรั่วออกมาพร้อมๆกันทันทีก็จะเกิดสภาพที่ควบคุมไม่ได้
“ตึกของผม” ถงเยว่แทบปล่อยโฮออกมา
เมื่อ 2 เดือนก่อนที่พวกเขาผ่านฉนวนและเข้ามาในอาณาจักรใต้ดินแห่งนี้ พวกเขาได้เริ่มต้นสร้างฐานทัพ ต้องใช้ความพยายามและทรัพยากรมากมายกว่าจะขยายพื้นที่ออกไปได้ขนาดนี้ แต่ทุกอย่างกลับสูญสลายไปในชั่วพริบตา เขาอดมึนงงไม่ได้ คับข้องใจจนแทบหายใจหายคอไม่ออก สุดท้ายก็กระอักเลือดออกมากองใหญ่
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ราชาใบไม้เขียวที่เห็นสิ่งปลูกสร้างพังทลายต่อหน้าต่อตาก็อ้าปากค้างขณะพึมพำ “ดูเหมือนสาเหตุจะมาจากพลังจิตวิญญาณในพระราชวังรูนถูกใช้ไป”
ด้วยความสามารถในการหยั่งรู้ของเขา เขาบอกสาเหตุของการพังทลายนั้นได้ แต่พระราชวังรูน ได้รับการอารักขาอย่างเข้มงวด ทั้งยังมีค่ายกลคอยปกป้องด้วย จึงไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับมันได้
ขณะที่ราชาใบไม้เขียวกำลังงงงันกับสถานการณ์ตรงหน้า ราชาใบไม้สีทองก็หน้าถอดสีด้วยความตกใจขณะอุทานออกมา “เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?”
“เกิดอะไรขึ้น?” ราชาใบไม้เขียวกับถงเยว่หันมามองพร้อมกัน
“ดูห้องโถงที่อยู่ตรงหน้าพวกเราสิ!” ราชาใบไม้สีทองชี้มือไปด้วยใบหน้าซีดเผือด
ทั้งคู่ขมวดคิ้วและมองตาม เพียงเพื่อจะเห็นว่าห้องโถงที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาได้พังทลายกลายเป็นเศษซากเช่นกัน
“มีอะไรผิดปกติล่ะ ห้องโถงนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยหินโลหะสีน้ำเงินชั้นยอด และได้รับพลังจากค่ายกลมากมาย แต่เท่าที่ดูจากการที่ตึกรามบ้านช่องส่วนมากพังทลายไปแล้ว ก็ไม่น่าแปลกอะไรที่ห้องโถงจะพังเหมือนกัน” ถงเยว่ตั้งข้อสังเกต ออกจะสับสนกับปฏิกิริยาของราชาใบไม้สีทอง
“พังกับผีอะไรเล่า! หมอนั่นกับพวกปรมาจารย์อยู่ที่ไหน? พวกคุณไม่คิดว่ามันแปลกบ้างหรือไงที่พวกนั้นไม่ยอมออกมาตอนที่ทั้งห้องพังทลายไปแล้วน่ะ?” ราชาใบไม้สีทองตวาดอย่างหงุดหงิด
“เอ่อ” เพิ่งจะตอนนั้นเองที่ทั้งคู่รู้สึกได้ ต่างคนต่างหน้าถอดสีด้วยความประหลาดใจ ราชาใบไม้เขียวรีบเปิดใช้การรับรู้จิตวิญญาณเพื่อตรวจสอบเศษซาก แต่แล้วก็ต้องตัวแข็งไปกับผลที่ได้รับ
ภายในเศษซากปรักหักพังนั้นไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่เลย ราวกับว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นตัวนั้นได้หายสาบสูญไปพร้อมกับปรมาจารย์จำนวนมาก
“พวกมันไปแล้ว” ราชาใบไม้เขียวหันมามองราชาใบไม้สีทองที่มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างพรั่นพรึง
“เราถูกหมอนั่นหลอกแล้วล่ะ เร็วเข้า รีบไปที่พระราชวังรูน!” ราชาใบไม้เขียวคำรามก่อนจะนึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขารีบลุกไปพร้อมกับราชาใบไม้สีทอง
ในชั่วพริบตา พวกเขาก็มาถึงซากปรักหักพังของพระราชวังรูน และหลังจากตรวจสอบโดยรอบอย่างรวดเร็วแล้วก็แทบจะหน้ามืด
ดวงตาหยั่งรู้ของพวกเขาบอกได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการกระทำของมนุษย์
พูดอีกอย่างก็คือ เมื่อครู่นี้เองมีใครบางคนซึมซับเอาพลังจิตวิญญาณที่มีอยู่ในพระราชวังรูนและทำลายอักษรจารึกบนผนังและบนเสาไปหมด ทำให้เกิดการพังทลายมหาวินาศ
ไม่อย่างนั้น ไม่มีทางที่พระราชวังรูนจะตกอยู่ในสภาพนี้ได้ ต่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นก็ตาม
“ปรมาจารย์! หมอนั่นต้องเป็นปรมาจารย์แน่ๆ!” ราชาใบไม้เขียวกำหมัดแน่นเมื่อบรรลุความจริง
เว้นเสียแต่ปรมาจารย์ ไม่มีทางที่นักรบทั่วไปคนไหนจะบอกได้ว่าพระราชวังรูนเป็นศูนย์กลางของฐานทัพ แล้วตรงเข้าทำลายมันทันที อีกอย่าง การที่หมอนั่นต้องการเวลาส่วนตัวกับเหล่าปรมาจารย์ก็น่าสงสัยพออยู่แล้ว แถมหลังจากนั้นยังหายตัวไปอีก ต่อให้พวกเขาจะหัวขี้เลื่อยแค่ไหน ก็ชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ของอีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อสอบสวนแต่มาเพื่อช่วยชีวิตพวกเขา
ราชาใบไม้สีทองอุทานอย่างแทบไม่อยากเชื่อ “แต่พวกมันออกไปได้อย่างไร พวกเราจับตาดูห้องโถงอย่างใกล้ชิด แถมยังมีค่ายกลป้องกันตัวติดตั้งไว้โดยรอบอีกด้วย”
ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาซึ่งเป็นถึงราชาของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น เป็นนักรบระดับเซียนขั้น 4 จะถูกปั่นหัวแบบนี้ แค่คิดก็ทำเอาแทบคลุ้มคลั่งแล้ว
“ไม่ว่ามันจะหนีไปได้ด้วยวิธีไหน ดูจากการที่มันเพิ่งทำลายพระราชวังรูนและพวกมันก็มากันเป็นกลุ่มใหญ่ มันคงไปไม่ได้ไกลหรอก พวกแกสำรวจพื้นที่ให้ทั่ว หากพบร่องรอยของพวกมันรีบรายงานกลับมาทันที ไม่ว่าอย่างไรก็อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม!” ราชาใบไม้เขียวสั่งการ
ในกลุ่มนั้นมีปรมาจารย์ที่แก่ชราและอ่อนเปลี้ยอยู่หลายคน เขาไม่เชื่อว่าหมอนั่นจะหนีไปได้ไกล
“ขอรับฝ่าบาท” ถงเยว่กับคนอื่นๆตอบก่อนจะออกไปลาดตระเวน
“บ้าที่สุด บ้าจริง! ไอ้หมอนั่นเป็นใคร?” หลังจากสั่งการบริวารทั้งหมดแล้ว สองราชาก็กัดฟันกรอด ความโกรธแทบจะทะลักออกมาจากร่าง
ในตอนนั้นเอง ราชาใบไม้สีทองก็พลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้น เขาพึมพำออกมา “ถ้าหมอนั่นเป็นปรมาจารย์ที่ปลอมตัวมา เป็นไปได้ไหมว่าเขาจะเป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนที่พวกมันพูดถึงก่อนหน้านี้ จางเซวียน?”
เมื่อครู่ก่อน ว่าที่อาจารย์ใหญ่ลู่เฟิงได้พูดว่าหมอนั่นอวดอ้างตัวเองว่าเป็นจางเซวียน อาจารย์ใหญ่ของหงหย่วน แต่พวกเขาไม่ได้ใส่ใจ คิดว่าเป็นแค่ลูกเล่นที่เผ่าพันธุ์ของตัวเองนำมาใช้เพื่อเรียกความไว้ใจจากศัตรู แต่คิดๆดูแล้วเรื่องนั้นคงจะเป็นความจริง
“จางเซวียน?” ราชาใบไม้เขียวทวนชื่อนั้นก่อนจะพยักหน้า
ชื่อนี้ดูไม่คุ้นหูสำหรับเขา แต่คนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์ได้นั้นจะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร?
“พวกเราจะรู้ความจริงก็ต่อเมื่อจับตัวพวกมันมาสอบสวนได้ ผมสาบานเลยว่าผมจะฉีกหมอนั่นเป็นชิ้นๆโทษฐานที่มาหยามกันแบบนี้” ราชาใบไม้เขียวคำรามกร้าว เสียงของเขาดังก้องไปไกล
…..
ขณะที่ 2 ราชากำลังโมโหเดือดอยู่นั้น ห่างออกไปจากพระราชวังรูนที่เพิ่งพังทลาย แหวนเก็บสมบัติวงหนึ่งร่วงลงมาจากกลางอากาศ และไม่ช้าร่างหนึ่งก็ปรากฏ
ร่างนั้นยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับกลายเป็นมีชีวิต
ฟู่!
จางเซวียนระบายลมหายใจยาว จากนั้นก็ยิ้มอย่างสบายใจ โชว์ฟันขาวเต็มปาก
ร่างนั้นคือจางเซวียนซึ่งหลบหนีออกมาจากพระราชวังรูน
ไม่เลวเลย กองกำลังหุ่นก็กลายเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 3 แล้ว ทั้งยังได้รับการชาร์จพลังด้วย ต่อให้เราต้องเจอกับราชาซึ่งเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 4 ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไร
แม้การสูบพลังงานอย่างรวดเร็วของกองทัพหุ่นจะทำให้พระราชวังรูนพังทลาย แต่มันก็ช่วยให้ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นอีกมาก
ด้วยการมีกองทัพหุ่น 20 ตัวอยู่ข้างกาย เขาสามารถเอาชนะได้แม้นักรบระดับเซียนขั้น 4 หรือต่อให้เอาชนะไม่ได้ ก็ยังมีเวลาให้หลบหนี
“เอาล่ะ ออกมาได้แล้ว!” จางเซวียนสะบัดข้อมือและนำเหล่าปรมาจารย์ออกมาจากรังนางพญามด
“พวกเราอยู่ที่ไหน? เราหนีพ้นหรือยัง?”
“ที่นี่ไกลออกมาจากอาณาจักรใต้ดิน อยู่ทางทิศใต้ ผมเคยมาครั้งหนึ่งแล้ว เราน่าจะอยู่ ห่างจากฐานทัพของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นราว 200 ลี้”
“200 ลี้?”
…..
หลังจากรู้ตำแหน่งของตัวเองแล้ว เหล่าปรมาจารย์ก็รีบประเมินสภาพแวดล้อมโดยรอบ เมื่อรู้ว่าไม่มีเผ่าพันธุ์ปีศาจอยู่แถวนั้น ก็หันมามองร่างตรงหน้าด้วยสายตาที่แสดงความสำนึกในบุญคุณ
ชายหนุ่มไม่ได้โกหก เขามาเพื่อช่วยชีวิตพวกเขาจริงๆ
รู้สึกได้ถึงสายตาของฝูงชน จางเซวียนปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์จากสภาพของเผ่าพันธุ์ปีศาจกลับสู่รูปลักษณ์เดิมและสวมเสื้อคลุมปรมาจารย์ ดาว 6 ดวงที่กลัดอยู่บนหน้าอกของเขาส่งแสงแวววาว
“ปรมาจารย์จาง ขอบคุณที่ช่วยชีวิตพวกเรา” ผู้อาวุโสคนหนึ่งประสานมือ และคนอื่นๆก็พากันทำตาม
“ไม่ต้องมีพิธีรีตองไปหรอก พวกเราเป็นปรมาจารย์เหมือนกัน เป็นธรรมดาที่จะต้องช่วยกันในยามจำเป็น” จางเซวียนโบกมือเพื่อบอกว่าไม่มีอะไร
คนเหล่านี้เต็มใจมอบชีวิตให้เพื่อผดุงความยุติธรรม จางเซวียนรู้สึกว่าไม่ควรจะปล่อยให้พวกเขาเดือดร้อน
เขาพูดขัดคำพูดของเหล่าปรมาจารย์ขึ้น “พวกเรายังไม่อยู่ในสภาพที่จะพักผ่อนได้เต็มที่หรอกนะ เรารอดออกมาจากฐานทัพต่อหน้าต่อตาพวกมัน เผ่าพันธุ์ปีศาจพวกนั้นจะต้องกำลังลาดตระเวนพื้นที่อย่างคลุ้มคลั่งเพื่อหาตัวพวกเราอยู่แน่ และไม่ช้าพวกมันก็คงหาเจอ ตอนนี้พวกคุณหาที่พักและเยียวยาตัวเองก่อน ขอให้แน่ใจด้วยนะว่าเป็นที่ปลอดภัยที่จะไม่ถูกพบตัว!”
“พักและเยียวยาตัวเอง? พวกเราทำไม่ได้หรอก” ปรมาจารย์คนหนึ่งขมวดคิ้ว “เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นเริ่มสร้างฐานทัพของพวกมันแล้ว แถมยังมีราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจ 2 ตัวคอยสำรวจอาณาจักรใต้ดินอยู่ แปลว่าพวกมันมีเป้าหมายบางอย่าง พวกเราจะต้องยับยั้งมันไว้ ไม่อย่างนั้นผมก็ไม่อยากจะนึกภาพว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป!”
เผ่าพันธุ์ปีศาจเตรียมการบางอย่างมาเป็นอย่างดี ในสถานการณ์แบบนี้ พวกเขาไม่อาจเสียเวลาไปกับการพักผ่อนและเยียวยาตัวเองได้
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ผมจัดการเอง” จางเซวียนโบกมือ
เหตุผลที่เขามาอยู่ที่นี่ก็เพื่อสืบเสาะถึงความพิสดารที่เกิดขึ้นกับป้ายสุสาน แต่เขาเพิ่งจะทำลายฐานทัพของมันไปเท่านั้น เผ่าพันธุ์ปีศาจกว่า 200 ตัวยังคงมีสภาพพร้อมรบอยู่ เขาจะกลับไปได้อย่างไร?
“คุณจะไปคนเดียว? ไม่ดีหรอกนะ มันอันตรายเกินไป!” เหล่าปรมาจารย์พากันอุทานด้วยความพรั่นพรึง
“สภาพของพวกคุณตอนนี้น่ะ ต่อให้พวกคุณไปกับผมก็ช่วยอะไรไม่ได้มากหรอก ตอนนี้สิ่งที่คุณควรทำคือเยียวยาตัวเองให้หายจากการอาการบาดเจ็บ เพื่อจะได้มีเรี่ยวแรงไว้รบรากับเผ่าพันธุ์ปีศาจอีกรอบ!” เขารู้ดีว่าเหล่าปรมาจารย์เป็นห่วง แต่ก็ยังส่ายหน้า
ไม่ใช่เพราะจางเซวียนไม่เชื่อมั่นในปรมาจารย์เหล่านี้ แต่เหตุการณ์ที่พวกเขาเพิ่งเผชิญมานั้นรุนแรงเกินไป เหล่าปรมาจารย์ไม่อาจสู้รบในสภาพแบบนี้ได้แน่
หากพาพวกเขาไปด้วย จางเซวียนก็มีแต่จะต้องละล้าละลังระหว่างเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นกับการดูแลพวกเขา
“เอ่อ” เหล่าปรมาจารย์ต่างใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
อีกฝ่ายพูดถูก พวกเขาเป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด แต่เมื่อต้องเผชิญกับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น 200 ตัวและราชาระดับเซียนขั้น 4 อีก 2 ตัว ก็ทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย
“ปรมาจารย์จาง พวกเราอาจไม่แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะกองทัพของพวกมัน แต่คุณก็ไปที่นั่นคนเดียวไม่ได้หรอกนะ อย่างน้อยที่สุด พวกเราก็ควรมีส่วนได้ช่วยเหลือคุณ เมื่อเรารวมพลังกัน ถึงจะ กำจัดกองกำลังของพวกมันไม่ได้ ก็ยังสร้างความเสียหายได้มาก”
“จริงด้วย พวกเรามีกันตั้งกว่า 40 คน ถ้าแต่ละคนฆ่าเผ่าพันธุ์ปีศาจคนละตัว ก็จะทุ่นแรงของคุณไปได้มาก”
“ให้พวกเราไปกับคุณเถอะ คราวนี้พวกเราจะเดินหน้าอย่างระมัดระวัง จะไม่ปล่อยให้ตัวเองจนมุมง่ายๆอย่างที่ผ่านมา!”
เหล่าปรมาจารย์ยังคงกังวลใจ



