Skip to content

Library Of Heaven’s Path 990

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 990 รสชาติไม่เลว

“เราจะดวลแบบไหนล่ะ? คุณกำหนดกติกาได้เลย” จางเซวียนถามเมื่อผู้อาวุโสตอบตกลง

C

เท่าที่ดูจากความสุขุมเยือกเย็นของอีกฝ่าย ผู้อาวุโสฉู่คงไม่หลุดปากเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของห้องโถงแห่งยาพิษเพราะการถูกข่มขู่เป็นแน่ ต่อให้ฆ่าเขาให้ตายก็เถอะ อีกอย่าง ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเขาจะไม่อุปโลกน์ที่ตั้งปลอมๆ ขึ้นมา

จางเซวียนต้องการความช่วยเหลือจากห้องโถงแห่งยาพิษในเรื่องอาการของเว่ยหรูเหยียน จึงดีที่สุดหากเขาจะไม่ทำอะไรให้ต้องผิดใจกัน

ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ก็คือหว่านล้อมให้อีกฝ่ายเชื่อว่าเขาเป็นกูรูยาพิษ และให้ยินยอมนำทางเขาไปเป็นการส่วนตัว

“ก็ดี สภาวะของผมตอนนี้น่ะ ผมผสมยาพิษไม่ได้หรอก แต่ผมมียาพิษจำนวนหนึ่งอยู่กับตัว ผมจะให้คุณเลือก และถ้าคุณสามารถถอนพิษที่อยู่ในนั้นได้ ผมก็จะยอมรับว่าคุณเป็นกูรูยาพิษคนหนึ่ง” ผู้อาวุโสฉู่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะสะบัดข้อมือ แล้วโถเซรามิค 8 ใบก็มาปรากฏตรงหน้า

แต่ละใบปิดสนิทและไม่มีฉลาก ไม่มีทางจะบอกได้เลยว่าที่อยู่ภายในนั้นเป็นอะไร

แต่ด้วยดวงตาหยั่งรู้ จางเซวียนรับรู้ถึงพิษร้ายแรงที่อยู่ในโถเซรามิคแต่ละใบได้อย่างชัดเจน ความร้ายแรงของมันนั้นแทบจะทำให้เกิดการนองเลือดได้หากเปิดออกมา

ก็เหมือนกับสมุนไพร เป็นไปได้ที่ยาพิษร้ายแรงจะมีจิตวิญญาณ หากถูกปลดปล่อยออกมาล่ะก็ หายนะบังเกิดแน่ ถ้าไม่มียาถอนพิษที่เอาอยู่

นี่คือเหตุผลที่เหล่ากูรูยาพิษเป็นที่หวาดกลัวของผู้คนจากทุกอาชีพ

“นี่มัน…ยาพิษเกรด 6 ขั้นสูงสุด!” จางเซวียนตั้งข้อสังเกต

ยาพิษที่อยู่ในโถเซรามิคนั้นรุนแรงมาก เป็นรองก็แค่แมลงเต่าทองเมื่อครู่เท่านั้น

“ใช่แล้ว นี่คือยาพิษเกรด 6 ขั้นสูงสุด คุณเลือกได้เลย ขอแค่คุณผสมยาถอนพิษได้ภายใน 2 ชั่วโมง ผมก็จะยอมรับว่าคุณเป็นกูรูยาพิษตัวจริง” ผู้อาวุโสฉู่พูด

“ได้สิ” จางเซวียนพยักหน้า

เขาเลือกโถเซรามิคใบแรกโดยไม่ลังเล จากนั้นก็เปิดมันออกแล้วก้มหน้าลงไปดูว่ามีอะไรอยู่ภายใน

ส่วนผู้อาวุโสฉู่ก็หน้าดำคร่ำเครียดเมื่อเห็นจางเซวียนทำแบบนั้น

กูรูยาพิษจะต้องมีขั้นตอนเฉพาะในการเข้าถึงพิษแต่ละชนิดเพื่อไม่ให้ถูกวางยาเข้าเสียเอง โดยเฉพาะเมื่อไม่รู้แน่ว่าพิษนั้นมีธรรมชาติอย่างไร แต่หมอนี่กลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ก้มลงไปดมในโถเซรามิคราวกับดมกลิ่นไวน์ชั้นดี

นี่เขากล้าบ้าบิ่นหรือโง่เง่ากันแน่?

แม้แต่กูรูยาพิษระดับ 3 ดาวก็ยังรู้ดีเกินกว่าที่จะทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนี้

ขณะที่ผู้อาวุโสฉู่กำลังคิดว่าไม่ช้าอีกฝ่ายคงถูกพิษในโถเซรามิครมเข้าตัว ก็เห็นจางเซวียนเทผงพิษจากโถออกมาใส่มือ และใช้นิ้วแตะๆ ดู

“….” เส้นเลือดที่ขมับของผู้อาวุโสฉู่ปูดโปน

หมอนี่รนหาที่ตายแล้ว! ยาพิษเกรด 6 ขั้นสูงสุดส่วนใหญ่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ ถ้าพิษนั้นซึมซาบเข้าสู่ทางเดินพลังปราณและเข้าถึงอวัยวะภายในล่ะก็ ต่อให้นักรบระดับเซียนขั้น 2 ก็ถึงตายได้ อย่าว่าแต่นักรบระดับเซียนมือใหม่เลย!

กูรูยาพิษที่ไหนเขาทำกันแบบนี้?

ถ้ากูรูยาพิษสัมผัสยาพิษด้วยวิธีนี้ล่ะก็ จะต้องมีกูรูยาพิษตายไปสักกี่คนเมื่อต้องการผสมยาพิษหรือยาสมุนไพรชนิดใหม่? ขืนเป็นอย่างนี้ กูรูยาพิษคงสูญพันธุ์ไปเองโดยที่เหล่าปรมาจารย์ไม่ต้องทำอะไรเลย

ผู้อาวุโสฉู่ส่ายหน้า กำลังคิดว่าจะเข้าไปขัดจังหวะและช่วยชีวิตชายหนุ่มดีหรือไม่ ก็พอดีกับที่อีกฝ่ายนำผ้าขาวออกมาและบรรจงวางมันบนหน้าอก จากนั้นก็ยืดตัวตรง วางมาดราวกับสุภาพบุรุษที่เตรียมตัวพร้อมสำหรับการรับประทานอาหาร จากนั้นก็ควักช้อนออกมาแล้วตักผงพิษที่อยู่บนฝ่ามือส่งเข้าปากด้วยทีท่าสง่างาม

ผู้อาวุโสฉู่เข่าอ่อนเมื่อเห็นภาพนั้น

เขาคิดว่าการสัมผัสพิษด้วยมือเปล่าก็บ้าพอแล้ว นี่กินเข้าไปดื้อๆ เลย?

อยากตายเต็มทีหรือไง?

ยิ่งกว่านั้น ยังมีผ้าขาวบนหน้าอก ท่ายืนสวยสง่า แล้วยังช้อนบ้านั่นอีก…ทำบ้าอะไรอยู่นี่?

ให้มาผสมยาถอนพิษ ไม่ใช่ให้มาลิ้มรสอย่างสบายใจแบบนี้…

ผู้อาวุโสฉู่อดขนหัวลุกไม่ได้ เขารีบสะบัดข้อมือเพื่อนำยาถอนพิษออกมา เตรียมพร้อมจะรักษาอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร ก็เห็นหมอนั่นเลียปากก่อนจะมองเขาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ “ผู้อาวุโสฉู่ ยาพิษที่คุณผสมนี่ไม่ค่อยจะได้เรื่องนะ กินแล้วออกจะน่าคลื่นไส้ แถมรสชาติก็ไม่ไหว ไม่มีใครอยากลองเป็นครั้งที่ 2 หรอก ไม่ผ่าน!”

ได้ยินคำนั้น ผู้อาวุโสฉู่เกือบล้มพับลงไปกับพื้น

ไอ้น้อง นั่นมันยาพิษ ไม่ใช่อาหาร คุณควรจะตายหลังจากกินมันเข้าไป…มีใครจะได้ทดลองเป็นครั้งที่ 2 เล่า?

ไม่ผ่าน…ไม่ผ่านกับผีอะไร!

ใครที่กินยาพิษนี้เข้าไปต้องตายทันทีทั้งนั้น ยังมีหน้าจะมาบ่นเรื่องรสชาติอีก?

ขณะที่เขากำลังคิดว่าโลกนี้ผิดเพี้ยนไปแล้ว ชายหนุ่มก็เปิดโถเซรามิคใบที่ 2 แล้วตักผงพิษออกมาใส่ปากหนึ่งช้อนเต็มๆ “อันนี้ยังพอรับได้ แต่ถ้าคุณทอดนานกว่านี้อีกหน่อย คงจะให้ความรู้สึกดีกว่านี้”

จากนั้นจางเซวียนก็ขยับไปที่โถใบที่ 3 “นี่หวานเกินไป คุณใส่น้ำผึ้งลงไปด้วยใช่ไหม ผมไม่ค่อยชอบกินน้ำผึ้งเท่าไหร่ คราวหน้าที่คุณผสมใหม่ น่าจะทดลองใช้ชะเอมแทนน้ำผึ้งนะ!”

“อันนี้จะรสดีขึ้นหากคุณใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย แต่ถ้าใส่ใจมากกว่านี้หน่อยเพื่อให้มันน่ากินกว่านี้ก็จะดี ส่วนรสชาติน่ะ ถ้ากินคู่กับบาร์บีคิวเนื้อกับไวน์ดีๆ ล่ะก็ ผมจะกินสักชามใหญ่ๆ แต่มันออกจะหนักท้องไปสักหน่อย ส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยชอบอาหารที่เหนียวเหนอะแบบนี้หรอก”

…..

จางเซวียนออกความเห็นเกี่ยวกับรสชาติของยาพิษแต่ละโถอย่างสบายปาก

“…..” ผู้อาวุโสฉู่ทึ้งผมด้วยอาการคลุ้มคลั่ง

ยาพิษเกรด 6 ขั้นสูงสุดที่เขาผสมขึ้นนั้นสามารถสังหารได้แม้แต่นักรบระดับเซียนขั้น 1-สูงสุดได้อย่างง่ายดาย แต่หมอนี่มายืนกินสบายใจเฉิบ ทำอย่างกับเป็นอาหารชั้นดี?

ยาพิษของเขาเสื่อมสภาพเพราะเก็บไว้นานเกินหรือเปล่า?

แต่นั่นเป็นไปไม่ได้หรอก!

ผู้อาวุโสฉู่หยิบโถใบหนึ่งซึ่งอีกฝ่ายเพิ่งกินไปขึ้นมา เขาจุ่มนิ้วลงไปในนั้นแล้วเอามาป้ายปาก

พลั่ก!

ทันทีที่พิษซึมเข้าลำคอ เขาก็กระอักเลือดออกมา แถมตัวสั่นไม่หยุด ความเจ็บปวดเสียดแทงไปทั่วร่าง รู้สึกเหมือนทางเดินพลังปราณระเบิดขึ้นพร้อมๆ กัน

เขาลนลานกินยาถอนพิษเข้าไปด้วยความอัศจรรย์ใจ ต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าอาการเจ็บปวดจะพอทุเลา ผู้อาวุโสฉู่หน้าตาบูดเบี้ยวและหันไปมองชายหนุ่มซึ่งยังคงทดสอบรสชาติยาพิษของเขาอยู่ใกล้ๆ เขาจ้องจนตาแทบถลน

ไม่ช้าจางเซวียนก็ทดสอบรสชาติของยาพิษครบทั้ง 8 โถ แต่ก็ยังมีสีหน้าค้างคาราวกับว่ายังกินไม่หนำใจ

“เป็นอย่างไรบ้าง?” ผู้อาวุโสฉู่ถามเพราะทนไม่ไหวอีกต่อไป

อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างจริงจังและตอบว่า “สมกับเป็นยาพิษเกรด 6 ขั้นสูงสุด รสชาติไม่เลวเลย แต่สำหรับ 2 ชนิดสุดท้าย ถ้าคุณทำให้มันกรอบกว่านี้หน่อย รสชาติโดยรวมก็จะดีขึ้นอีกมาก”

“….” ผู้อาวุโสฉู่ยืนตัวแข็ง

เขาใช้เวลาลงทุนลงแรงชั่วชีวิตทุ่มเทให้กับการผสมยาพิษเหล่านี้ และคิดว่าตัวเองเป็นผู้ไร้เทียมทานแล้วในจักรวรรดิขั้น 1 ใครจะไปคิดว่ายาพิษพวกนี้จะถูกนักรบระดับเซียนมือใหม่กินเอากินเอาราวกับเป็นของหวาน แถมยังวิจารณ์เรื่องรสชาติด้วย…

จะบ้าหรือไง นี่มันยาพิษที่ฆ่าคนตายได้ง่ายๆ เลยนะ!

ผมเป็นกูรูยาพิษ เป็นกูรูยาพิษผู้เก่งกาจ ไม่ใช่เชฟ…

จางเซวียนส่ายหัว ไม่ใส่ใจอาการสติแตกของอีกฝ่าย

อันที่จริงเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้น เป็นเพราะพลังปราณเทียบฟ้าที่อยู่ในตัว พิษพวกนี้จึงทำอะไรจางเซวียนไม่ได้เลย เขารู้สึกได้ก็เพียงรสชาติและข้อบกพร่องที่ควรจะแก้ไขเท่านั้น

อย่างแรก ในเมื่อยาพิษพวกนี้มีไว้กิน กลิ่นและรสของมันก็ควรจะดีพอที่จะทำให้เหยื่อไม่รู้สึกเจ็บปวดมากนักก่อนถึงแก่ความตาย

“แค่ก แค่ก น่ะ-นี่คุณไม่เป็นอะไรจริงๆ ใช่ไหม? คุณกินพิษเข้าไปตั้งเยอะนะ” ครู่ต่อมา เมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้ายังอ้อยอิ่งอยู่กับการลิ้มรสยาพิษ ไม่มีสัญญาณของการถูกวางยาแม้แต่น้อย ผู้อาวุโสฉู่อ้าปากค้าง

“ผมสบายดี!” จางเซวียนออกจากภวังค์ “เป็นไงล่ะ? แค่นี้ยืนยันได้หรือยังว่าผมเป็นกูรูยาพิษ?”

“แน่นอน! ถ้าเท่านี้ยังยืนยันไม่ได้ล่ะก็ ไม่มีอะไรยืนยันได้แล้ว!” ผู้อาวุโสฉู่ส่ายหน้าและยิ้มแหยๆ

ครั้งแรกที่เขาได้ยินว่าอีกฝ่ายร่ำเรียนเรื่องยาพิษด้วยตัวเอง เขาคิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ แต่เมื่อเห็นหมอนี่กินเอากินเอาราวกับยาพิษนั่นเป็นขนมขบเคี้ยว ก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองเข้าใจผิด

คงเป็นเพราะเขามีสภาพร่างกายที่มีภูมิต้านทานต่อยาพิษ จึงสามารถเอาตัวเองเป็นเครื่องทดสอบยาพิษได้โดยไม่กลัว ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางที่จะร่ำเรียนเรื่องยาพิษได้ด้วยตัวเอง

“ผมสบายดี เอาล่ะ คุณควรจะรีบเยียวยาบาดแผลนะ ผมเกรงว่าเราจะซ่อนตัวจากเจ้าพวกนั้นได้ไม่นานนักหรอก” เมื่อเห็นว่าในที่สุดอีกฝ่ายก็ยอมรับตัวเขา จางเซวียนพยักหน้า

ถึงห้องนี้จะป้องกันรังสีไม่ให้เล็ดลอดออกไปได้ แต่ก็ไม่อาจคุ้มกันพวกเขาจากราชาใบไม้สีม่วงไว้ได้ตลอดไป ไม่ช้าไม่นานอีกฝ่ายก็คงมาเคาะประตู

ทั้งคู่จะต้องรีบออกจากเมืองจิ้งหยวนและมุ่งหน้าไปห้องโถงแห่งยาพิษโดยเร็วที่สุด

“อือ” เมื่อเข้าใจเหตุผลกันแล้ว ผู้อาวุโสฉู่พยักหน้าก่อนจะนำสมุนไพรสองชนิดออกมาจากแหวนเก็บสมบัติและผสมมันขึ้นเป็นยาพิษ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กลืนลงไป

วิธีการรักษาบาดแผลของเขาแตกต่างจากนายแพทย์และนักปรุงยามาก สำหรับนายแพทย์และนักปรุงยา การรักษาทำไปเพื่อฟื้นฟูความบกพร่องในร่างกาย ขณะที่กูรูยาพิษใช้ยาพิษเพื่อกระตุ้นสภาพร่างกาย บีบให้พลังปราณเกิดการไหลเวียนเร็วขึ้นและเร่งการฟื้นตัว

สองกระบวนการ แต่มีเป้าหมายเดียวกัน

ยากที่จะบอกได้ว่าวิธีไหนดีกว่า แต่สมุนไพรนั้นจะส่งผลดีกว่าในระยะยาว ในขณะที่ยาพิษจะมีความสามารถในการกระตุ้นศักยภาพของร่างกายในระยะสั้น แต่อาจทำลายรากฐานของร่างกายซึ่งส่งผลในระยะยาว

…..

เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูตัวเอง จางเซวียนออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ เพื่อเปลี่ยนร่างกลับเป็นซุนฉางและไปตามหาหูอวิ๋นเซิน

“ผู้อาวุโส เมื่อครู่นี้เองท่านเจ้าเมืองประกาศว่าใครก็ตามที่บังอาจประมูลดอกหลุมศพแข่งกับตัวเขาจะถือว่าเป็นศัตรู เพราะอย่างนี้จึงไม่มีใครกล้าประมูลแข่งกับเขาเลย ผมควรจะเลื่อนการประมูลออกไปอีกสัก 2-3 วันไหม?” เมื่อเห็นจางเซวียน หูอวิ๋นเซินรีบรายงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

จากข่าวที่เจ้าเมืองปล่อยออกมา ทำให้ผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่กล้าทำอะไรเพราะไม่อยากจะเป็นศัตรูกับเจ้าเมือง ดังนั้นแม้สินค้าชนิดอื่นจะถูกประมูลออกไปหมดแล้ว แต่ดอกหลุมศพก็ยังอยู่ที่เดิม ไม่มีใครแตะต้อง

“ไม่จำเป็นหรอก” จางเซวียนโบกมือ

ในเมื่อเขาเจอกูรูยาพิษแล้ว การประมูลดอกหลุมศพก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

“ได้!” หูอวิ๋นเซินพยักหน้าก่อนจะยื่นกล่องหยกที่บรรจุดอกหลุมศพให้

จางเซวียนรับกล่องหยกมา และขณะที่กำลังจะอ้าปากพูด คนกลุ่มหนึ่งก็พรวดพราดเข้ามา ผู้นำกลุ่มคือคนที่จางเซวียนหนีมาจากคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง, ราชาใบไม้สีม่วง

ตอนนี้ราชาใบไม้สีม่วงแปลงร่างกลับเป็นมนุษย์แล้ว หากไม่ใช้ดวงตาหยั่งรู้ก็ไม่มีทางมองทะลุการปลอมตัวของเขาได้เลย

“ผู้จัดการหู นี่คือแขกผู้ทรงเกียรติของคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง, ผู้อาวุโสใบไม้สีม่วง ของสิ่งหนึ่งที่สำคัญกับเขามากเพิ่งถูกขโมยไปเมื่อครู่ เราสงสัยว่าหัวขโมยจะซ่อนตัวอยู่ในสำนักเมฆหม่น จึงอยากขอค้นที่นี่ ผมหวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือกับการสืบสวนของพวกเราด้วย!” องครักษ์คนหนึ่งก้าวออกมาและประสานมือ

“คุณจะค้นสำนักเมฆหม่นของผม?” หูอวิ๋นเซินหน้าตาเคร่งเครียด รอยย่นปรากฏบนหน้าผาก

ในความเห็นของเขา หมอนี่แค่แต่งเรื่องขึ้นเพื่อจะหาทางฉกฉวยเอาดอกหลุมศพกลับไปหลังจากที่ประมูลไม่สำเร็จ

“ถูกแล้ว ผมหวังว่าคุณจะไม่ขัดขวางการตามหาของเรา ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่มีทางเลือก นอกจาก คิดว่าสำนักเมฆหม่นของคุณร่วมมือกับไอ้หัวขโมย!” องครักษ์พูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่

หูอวิ๋นเซินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เจ้าองครักษ์นี่บังอาจข่มขู่ต่อหน้าต่อตาเขา!

แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรที่เขาทำได้ หูอวิ๋นเซินจึงเงียบ ไม่รู้ว่าควรจะตอบโต้อย่างไร

แต่ในตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “ของสำคัญมากถูกขโมยไป ก็เข้าใจได้หรอกนะว่าคนๆ หนึ่งจะกระวนกระวายแค่ไหนหากต้องสูญเสียของสำคัญ ว่าแต่บอกเราหน่อยได้ไหมว่ามันคืออะไร? บางทีเราอาจจะช่วยเหลือพวกคุณได้!”

หูอวิ๋นเซินหันกลับไป และเห็นผู้อาวุโสซุนฉางส่งยิ้มให้

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!