บทที่ 1086 ฝากกระบี่ไว้ในโลกมนุษย์
บนฟ้า คือเซียนคิมหันต์โบราณ
เขาอยู่ระดับสูงสุดของพสุธาแดนดิน เดินอยู่บนวิถีของตัวเอง สำหรับพสุธาแดนดินเปรียบดั่งวีรบุรุษ เคยนำพาผู้บำเพ็ญของพสุธาแดนดินบุกเบิกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
สยบกำราบเผ่าเทพนภาเจิดจรัสแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ สร้างวิถีสวรรค์ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ทำให้ผู้บำเพ็ญทั้งหลายของพสุธาแดนดินเดินสู่จุดสูงสุด
ยิ่งเพื่อปกป้องพสุธาแดนดินแล้ว เพื่อผลักดันให้เส้นทางเซียนลึกซึ้งไปถึงแก่นแท้ยิ่งขึ้น เพื่อเปิดระดับขั้นที่สูงขึ้นในระบบฝึกบำเพ็ญ เขากับสหายของเขาจะต้องออกเดินทางสู่ห้วงดาราอันไม่คุ้นเคยแห่งนี้
แสวงหาการหยั่งรู้ แสวงหาโอกาสแห่งวาสนา
การจากไปครานั้น กินเวลานับหมื่นหมื่นปี
บัดนี้ หนึ่งในพวกเขาได้หวนคืนกลับมาแล้ว
และใต้หล้าในยามนี้คือ เซียนคิมหันต์ผู้มาใหม่!
แม้ฐานะของเขาจะไม่สูงเทียบเท่ารุ่นก่อน แต่เขาก็ได้เหยียบย่างบนเส้นทางของตนเองเช่นกัน สำหรับเผ่ามนุษย์แล้ว เขาย่อมเป็นวีรบุรุษเช่นกัน!
ภายหลังจากที่จักรพรรดิโบราณเสวียนโยวจากไป เขาสังหารเทพเจ้า กำราบปราบปรามเผ่าอื่น ออกรบแทนเผ่ามนุษย์ และปกปักษ์ความสงบสุขของเผ่ามนุษย์
ชั่วชีวิตล้วนอุทิศให้แก่มนุษยชาติ
ในใจของเขา พสุธาแดนดินไม่สำคัญ หมื่นเผ่าไม่สำคัญ สิ่งเดียวที่สำคัญคือมนุษยชาติ!
และในขณะนี้ เมื่อเซียนคิมหันต์ 1 เก่า 1 ใหม่ทั้ง 2 สายตาของพวกเขาประสานกันผ่านฟากฟ้า ในเสี้ยวพริบตาที่จ้องมองซึ่งกันและกัน…
ฟ้าถล่ม
ท้องฟ้าคำรามก้อง เกิดระลอกคลื่นที่เหมือนเกล็ดปลาขึ้นก่อน จากนั้นไม่นานนักระลอกคลื่นนี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นริ้วรอยด่างดวงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งภายใต้เสียงกัมปนาทสั่นสะเทือนแก้วหู ริ้วรอยเหล่านั้นก็แตกร้าวไปสิ้น
แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วผืนฟ้า
ประดุจดอกลำโพงมหึมาเป็นดอกๆ ผลิบานบนท้องฟ้า
สิ่งที่มาพร้อมกับการผลิบานคือเสียงเย็นชาเก่าแก่เสียงหนึ่ง ดังมาจากนอกพิภพ สะท้อนก้องไปทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
มหาสมุทรของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ปั่นป่วนขึ้นทั้งหมด เผ่าพันธุ์ต่างๆ ในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ต่างจิตใจสั่นสะท้าน
เทพทั้งหลายที่ต่ำกว่าระดับเทพแท้จริง แต่ละคนล้วนเพลิงเทวะตลอดจนแท่นเทวะล้วนกำลังสั่นไหว
ต่อให้เป็นเทพแท้จริงที่หาได้ยากยิ่ง…ในเสี้ยวพริบตานี้ อยู่ในที่พำนักพักพิงของตัวเองก็จิตเทพคำรามก้องไปเช่นกัน
เพราะ…พลังอำนาจกดดันที่มาพร้อมกับเสียงที่ดังมาอยู่เหนือซึ่งระดับเซียนคิมหันต์สุดยอด คล้ายว่าห่างจากระดับเซียนคิมหันต์ขั้นสูงขึ้นไป ห่างกับระดับนายแห่งเซียนที่ทัดเทียมกับนายแห่งเทพเป็นเพียงม่านหมอกบางๆ เท่านั้น
“เจ้าใช่ว่าจะไม่มีโอกาสที่จะฟื้นคืนชีพ”
ทันทีที่ประโยคนี้ดังออกมา สวี่ชิงลมหายใจถี่กระชั้น จักรพรรดินีทางนั้นยิ่งเงยหน้าขึ้นโดยพลัน มองไปทางท้องฟ้า จิตใจที่หมดอาลัยตายอยากมาตลอดทางของนาง ในขณะนี้พลันสั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย
“สวามิภักดิ์ต่อข้า แล้วเมื่อข้าได้สิ่งที่ต้องการจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ขจัดม่านหมอกข้างหน้า และเมื่อคว้าเอาตำแหน่งนายแห่งเซียนออกได้อย่างสมบูรณ์ ข้าจะช่วยให้เจ้าฟื้นคืนชีพอย่างแท้จริง”
บนท้องฟ้า เสียงดังอีกครั้ง
สรรพชีวิตทั้งหลายเงียบงัน
มหาจักรพรรดิครองกระบี่เอ่ยอย่างแผ่วเบา “นับตั้งแต่เล็กข้าฟังเรื่องของพวกท่านผู้อาวุโสทั้ง 9 จนเติบใหญ่ ชื่อของพวกท่านข้าสลักลึกในความทรงจำ ร่องรอยเรื่องราวของพวกท่านคือต้นกำเนิดแสงในใจข้า”
“สำหรับพวกท่าน ข้าเคารพนับถือ ต่อให้จนถึงตอนนี้ ความจริงแล้วข้าก็ยังคงเคารพนับถือเช่นเดิม”
“ใต้เท้าจี๋จุน”
มหาจักรพรรดิครองกระบี่เอ่ยพลางโค้งคารวะ หลังจากที่ยืนตัวตรง ดวงตาทั้ง 2 ของเขาในเสี้ยวพริบตานี้ฉายประกายเฉียบคมออกมา เสียงในเสี้ยวพริบตานี้ก็แผ่กระจายความเฉียบขาดแข็งกร้าวออกมา
“แต่เจ้า…เป็นร่างจริงของใต้เท้าจี๋จุนแน่หรือ”
“ข้าไม่เชื่อเด็ดขาดว่าผู้อาวุโสทั้ง 9 ที่เดินออกไปจากพสุธาแดนดิน สยบกำราบเผ่าเทพนภาเจิดจรัส บุกเบิกแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ด้วยจิตใจอันสูงส่งยิ่งของพวกเขาจะมีผู้ใดใจเสื่อมทรามตกต่ำถึงเพียงนี้ ถึงขั้นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองแล้วก็ยกคมมีดสังหารชี้ไปยังชนรุ่นหลัง!”
“ข้าไม่เชื่อ”
เสียงของมหาจักรพรรดิครองกระบี่หนักแน่นเด็ดเดี่ยว
ส่วนบนท้องฟ้า ชายชราชุดคลุมยาวสีดำที่ยืนอยู่ในเจดีย์สูงของแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับพสุธา ใบหน้าของเขาเย็นชา ก้มมองแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ สายตาจับจ้องไปบนร่างของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ เอ่ยราบเรียบ “เห็นแก่ว่าเจ้าเดินมาถึงขั้นนี้ ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรไม่ง่าย ข้าจะพูดกับเจ้าให้มากสักหน่อย”
“สำหรับแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ สำหรับพสุธาแดนดิน ข้าคว้าเอาตำแหน่งนายแห่งเซียนมาได้ นั่นคือการบุกเบิกระบบการบำเพ็ญ”
“เรื่องนี้มีความหมายมหาศาลนัก การทุ่มเทระหว่างทางทุกอย่าง ก็เพื่ออนาคตที่งดงาม”
“ดังนั้น ผู้เยาว์ ใจของเจ้า ความคิดของเจ้า เจตจำนงค์ของเจ้า อย่าได้คับแคบเช่นนี้”
“มหาวิถีไร้จิตใจ คิดอยากจะก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดหย่อย เช่นนั้น ดวงตาของเจ้าก็ต้องมองไปข้างหน้า”
เสียงราวอัสนีสวรรค์ดังสะท้อนก้องไปในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
สรรพชีวิตสดับรับฟัง สรรพสิ่งตระหนักรู้
หลักเหตุผลเช่นนี้ มีคนเห็นด้วย แต่ก็มีคนไม่เห็นด้วย ทว่าท้ายที่สุดแล้ว สำหรับการมาถึงของแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างกะทันหันในครั้งนี้ หมื่นเผ่าในที่สุดก็ได้ข้อสรุป
เพียงแต่ สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการนั้น ก่อนหน้านี้ใช้วิธีการลงมาเยือนกดขี่คุกคาม และทำสงคราม เช่นนั้นก็คาดเดาได้ว่า สิ่งที่เขาต้องการ…อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นรูปธรรม
อาจเป็นชีวิต อาจเป็นการบูชายัญด้วยเลือด อาจเป็นความตาย…ทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ ยามนี้ยังมิอาจรู้ได้
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ นั่นคือเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเทพเจ้า
และอีกฝ่ายก็ไม่มีทางอยู่ที่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ได้นานเกินไป
การมีอยู่ของเสี้ยวหน้า ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะต่อกรได้เลย
ดังนั้น…การมาถึงของแดนศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ เชื่อมโยงกับการกระทำของแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับเหลืองและระดับดำเมื่อก่อนหน้า ก็ยิ่งตอกย้ำข้อสรุปนั้นให้ชัดเจนขึ้น
มหาจักรพรรดิครองกระบี่ส่ายหน้า สายตาของเขาดึงกลับมาจากท้องฟ้า มองไปทางแผ่นดินทั่วทั้ง 8 ทิศ มองไปทางเผ่ามนุษย์ เอ่ยเสียงแผ่วเบา “ใจของข้านั้นคับแคบ เพราะในนั้นมีเพียงแค่เผ่ามนุษย์เท่านั้น”
เขายกมือขึ้น กระบี่จักรพรรดิชี้ไปทางท้องฟ้า ผืนนภาสั่นสะเทือน
“ความคิดของข้านั้นเรียบง่าย เพราะในนั้นมีเพียงแค่เผ่ามนุษย์”
ลมเมฆหอบทะลัก สายลมคลั่งพัดมาในฟ้าดินก่อเป็นลมพายุ แปรเปลี่ยนเป็นคลื่นวนโดยมีมหาจักรพรรดิครองกระบี่เป็นศูนย์กลาง ปกคลุมไปทั่วทุกสารทิศ แผ่ออกไปอย่างรวดเร็ว
พลานุภาพเกรียงไกร เสียงสะท้านกึกก้อง
“เจตจำนงของข้านั้นตื้นเขิน เพราะในนั้นก็ยังคงมีเพียงเผ่ามนุษย์เช่นเดิม”
ในดวงตาของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ฉายประกายล้ำลึก ฉายความเด็ดเดี่ยว ฉายความมุ่งมั่น กระบี่จักรพรรดิในมือ เขากำมันไว้อย่างแรง
กลิ่นอายบนร่างกำลังปะทุ
ดังนั้น ฟ้าดินเปลี่ยนสี เสียงสายฟ้าทุ้มหนักครืนครั่น ดังก้องไปทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
“มหาวิถีอาจเย็นชา ทว่าใต้ฟ้ายังมีความรักหลงเหลือ”
“บนฝีเท้าที่ก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดหย่อน สิ่งที่สายตาเห็นไม่ได้มีเพียงแค่เบื้องหน้าเท่านั้น…แต่ยังมีทิวทัศน์รายทาง ทั้งยังมีญาติมิตรที่เคียงข้าง”
“หากเส้นทางนี้ก้าวต่อไปด้วยการเหยียบย่ำบนซากศพของเผ่าพันธุ์ ดื่มเลือดไพร่ฟ้าประชาชน เช่นนั้น…ข้าขอปฏิเสธ!”
3 คำสุดท้าย ทันทีที่มหาจักรพรรดิครองกระบี่เอ่ยออกมา ในดวงตาของเขาก็ปะทุประกายแสงแรงกล้าออกมา พลันเงยหน้าขึ้น จับจ้องไปยังนอกพิภพ
กลิ่นอายบนร่างในเสี้ยวขณะนี้ก็ท่วมฟ้า
พลังที่แปรเปลี่ยนมาจากชีวิตของมหาจักรพรรดิและศัตรูทุกคนที่เขาดูดซับ เผาไหม้อย่างต่อเนื่อง ปะทุขึ้นไม่หยุด ต่อให้กลิ่นอายความตายในร่างจะมาถึงขีดสูงสุดแล้ว แต่การไต่ของพลังและการเผาไหม้ก็ยังดำเนินต่อไป
เพียงพริบตา คลื่นวนที่มหาจักรพรรดิครองกระบี่อยู่ ขอบเขตก็พลันขยายออกอย่างรวดเร็ว ปกคลุมไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์แต่ละแดน…แต่ละแดน เงาร่างของเขาก็ขยายใหญ่อย่างไรขอบเขต สูงขึ้นเรื่อยๆ ราวยักษ์
กระบี่จักรพรรดิที่ขยายใหญ่ขึ้นเช่นกันในมือของเขายกขึ้นช้าๆ
ปากส่งเสียงทรงอำนาจยิ่งใหญ่
“กระบี่ที่ข้าสร้างในชั่วชีวิตนี้ บรรลุขึ้นในแต่ละช่วงอายุ ในแต่ละช่วงระดับขอบเขต”
“มีทั้งหมด 5 กระบี่”
“สมบัติปฐพี แหวนภา วังสวรรค์ ประกายดาว…”
“สำหรับกระบี่สุดท้ายนี้ บรรลุขึ้นในยามชีวิตดับสูญ เมื่อคราศึกที่ปกป้องเซี่ยเอ๋อร์ศึกนั้น เดิมคิดว่าไม่มีโอกาสที่จะได้สำแดงมันแล้ว”
“แต่วันนี้ ในที่สุดก็ได้สำแดงกระบี่นี้ให้ปรากฏขึ้นในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เป็นครั้งแรก”
“กระบี่นี้ชื่อว่า…โลกมนุษย์!”
มหาจักรพรรดิครองกระบี่พึมพำ ท่ามกลางความรางเลือนในสมองมีความทรงจำเก่าแก่ปรากฏขึ้น
ในความทรงจำ เขาเห็นฟ้าดินที่รุ่งเรืองเจิดจรัสแห่งหนึ่ง
ไม่มีสงคราม ไม่มีเทพเจ้า เผ่าพันธุ์มากมายมหาศาลภายใต้การนำพาของจักรพรรดิโบราณ เดินไปสู่จุดสูงสุด
นั่นคือโลกช่วงรุ่งเรืองก่อนที่เสี้ยวหน้าจะมาเยือน
มหาจักรพรรดิครองกระบี่ถอนหายใจเบาๆ มือขวาที่ยกขึ้นฟันฟาดกระบี่ที่ถือไว้ไปทางท้องฟ้า
กระบี่โลกมนุษย์ที่แฝงไว้ด้วยชีวิตมนุษย์ที่เต็มไปด้วยสีสันอันรุ่งโรจน์ก็ทะยานขึ้นฟ้า
จากนั้น ในสายตาของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ก็มีช่วงเวลาอันมืดมนที่สุดช่วงนั้นเมื่อเสี้ยวหน้าเทพเจ้าลงมาเยือนและจักรพรรดิโบราณเสวียนโยวจากไป
ซากศพเกลื่อนกลาด ทุกที่ล้วนเป็นความโศกเศร้าร้องครวญคร่ำ
ท้องฟ้าที่มืดมิด เผ่ามนุษย์ที่สิ้นหวัง
นั่นคือ…โลกมนุษย์ที่ตกอยู่ในความสิ้นหวัง
มหาจักรพรรดิครองกระบี่ยกมือสะบัด กระบี่โลกมนุษย์ที่แฝงไว้ด้วยความสิ้นหวังของสรรพชีวิตทั้งหลายก็พุ่งสู่ท้องฟ้า!
จากนั้นก็เป็นโลกมนุษย์ที่ยากเข็ญหลังจากที่จักรพรรดิมนุษย์ตงเซิ่งล้มเหลว
เป็นโลกมนุษย์ที่ต้องดิ้นรนในยุคจักรพรรดิมนุษย์เซิ่งเทียน
เป็นโลกมนุษย์ที่ฟื้นฟูในการปกครองของจักรพรรดิมนุษย์จิ้งอวิ๋น
เป็นโลกมนุษย์ที่ไม่ยอมสยบก้มหัวให้ใครในยุคของจักรพรรดิมนุษย์เต้าซื่อ
เป็นโลกมนุษย์ที่ปั่นป่วนวุ่นวายหมื่นปีในยุคของจักรพรรดิมนุษย์เสวียนจั้น
ในความทรงจำของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ โลกมนุษย์ในทุกช่วง ในเสี้ยวขณะนี้ล้วนกลายเป็นกระบี่ส่องประกายเจิดจ้าพร่างพรายบนม่านฟ้า
จวบจนกระทั่งสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ปรากฏในดวงตาของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ คือเงาร่างของจักรพรรดินีหลีเซี่ย
เป็นหลังจากที่นางขึ้นครองราชย์ โลกมนุษย์ที่ผงาดขึ้น!
มหาจักรพรรดิครองกระบี่ยิ้มแล้ว
“นี่ ก็คือโลกมนุษย์ที่ข้าปกป้อง”
เงาร่างของเขาเริ่มรางเลือน กลิ่นอายแห่งความตายปกคลุมทุกสิ่ง ในยามที่ท่วมจมทุกอย่าง กระบี่ที่แปรเปลี่ยนมาจากโลกมนุษย์ที่ผงาดขึ้น ก็พวยพุ่งขึ้นอย่างน่าครั่นคร้าม
บนท้องฟ้า ประวัติศาสต์เผ่ามนุษย์ที่มหาจักรพรรดิครองกระบี่ประสบพบเจอแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่ทั้งหมด พลันซ้อนทับเข้าด้วยกัน รวมเป็นกระบี่โลกมนุษย์เล่มหนึ่งอย่างแท้จริง
ภายใต้พลังเฮือกสุดท้ายของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ก็ฟันไปทางท้องฟ้า ฟันไปยังนอกพิภพ ฟันไปยัง…แดนศักดิ์สิทธิ์!
กระบี่เล่มนี้ฉีกทำลายม่านฟ้า แข็งแกร่งไม่อาจต้านทาน ทั่วหล้ากึกก้องคำราม
เลิศล้ำหาใดเปรียบ พูดได้ว่าเป็นความเจิดจรัสพราวพร่างหนึ่งเดียวแห่งยุค
หากเซียนโบราณคือเจตจำนงแห่งสวรรค์ เช่นนั้นกระบี่นี้ก็คือเจตจำนงแห่งมนุษย์! คือการต่อกรกับสวรรค์!
ในพริบตานี้พุ่งทะยานมาจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ปะทะเข้ากับแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับพสุธาทั้ง 4 แดนที่ขวางกั้นอยู่ข้างหน้า
เสียงที่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ราวกับถูกความว่างเปล่ากลืนกิน แต่ภาพที่สะท้อนสู่สายตาของสรรพชีวิตทั้งหลายกลับกลายเป็นเสียงสะท้อนกังวาน ที่มากพอจะสั่นคลอนความทรงจำชั่วชีวิต
แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับปฐพีทั้ง 4…ต่างสั่นไหว การลงมาเยือนถูกขัดจังหวะในทันที ถูกหอบม้วนกลับไปทั้งสิ้น ไม่สามารถต้านทานได้เลย!
ในดวงตาของเซียนโบราณเผยแววเสียดายเล็กน้อย
“เพลงกระบี่เพลงนี้ไม่ธรรมดาเลย หากเจ้ามิได้อยู่ในสภาพเช่นตอนนี้ หากเป็นเซียนคิมหันต์อย่างแท้จริง เช่นนั้นกระบี่นี้นี้ก็คงทำให้ข้ารู้สึกหวาดเกรงอยู่บ้าง”
“ทว่าตอนนี้…”
เซียนโบราณส่ายหน้า ยกมือขวาขึ้น กดไปทางกระบี่เล่มนี้เบาๆ
จะทำลายมัน
ทว่าเสี้ยวขณะต่อมา ดวงตาของเขาพลันจ้องมอง การกดลงไปครั้งนี้ กลับกดพลาดไป
เพราะ…
กระบี่นี้ เป้าหมายของมันไม่ใช่เขา!
แต่เป็นผนึกที่จำกัดสรรพชีวิตบนฟากฟ้าแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ที่สามารถเข้าได้แต่ไม่ออกได้ผนึกนั้น!
แสงกระบี่เจิดจรัส ฟันไปบนผนึก ใช้เจตจำนงแห่งมนุษย์ และความคิดของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ หลอมรวมเข้ากับผนึกนี้ ปลายอีกด้านหนึ่งจับเป้าหมายไปยังเสี้ยวหน้าซ่างฮวงที่หลับตาอยู่
ทันทีที่ปะทุพลัง เสี้ยวหน้าเทพเจ้าถึงจะเป็นสิ่งที่รับกับพลังก่อนเป็นอันดับแรก จะต้องลืมตาขึ้นมาอย่างแน่นอน
สำหรับว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างล้วนไม่รู้
แต่จะต้องควบคุมไม่ได้อย่างแน่นอน
ต่อให้เป็นเซียนโบราณสีหน้าก็ยังเคร่งเครียดไปในทันทีเช่นกัน
เขามองออกแล้วว่าการหลอมรวมของกระบี่มนุษย์นี้ ถูกจัดเตรียมไว้เพื่อรับมือกับตนโดยเฉพาะ ผู้อื่นสัมผัสแล้วจะไม่ระเบิด แต่หากเขาเข้าใกล้เมื่อใด มันจะระเบิดขึ้นทันที
ดังนั้น สายตาของเขาฉายแววล้ำลึก สายตาทอดมองมหาจักรพรรดิครองกระบี่ผ่านผนึก
“เจ้าเด็กน้อยชนรุ่นหลังผู้นี้ช่างดีแท้ เดิมทีเจ้ายังมีโอกาสที่จะฟื้นคืนชีพได้อย่างแท้จริงอยู่บ้าง แต่เจ้ากลับทิ้งมันไป แลกกับการชะลอการลงมาเยือนของข้า”
“ช่างเถิด จิตกระบี่ของเขาอยู่ได้เพียง 30 ปีเท่านั้น…ข้าให้เวลาพวกเจ้าก็แล้วกัน”
“ข้าจะอยู่นอกพิภพ รอคอยจิตกระบี่ของเจ้าสลายไป”
เซียนโบราณเอ่ยเนิบนาบ ร่างค่อยๆ รางเลือนไป ล้วนถอยร่นกลับไป และพร้อมกันนั้น แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับนภาที่เขาอยู่ รวมถึงแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับพสุธาทั้ง 4 ที่ในที่สุดก็สงบลงแล้ว ก็ค่อยๆ ถอยร่นกลับไปด้วยเช่นกัน
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



