บทที่ 1210 ยักยอกทรัพย์
จุดยืนแตกต่างกัน ทัศนคติและการกระทำย่อมแตกต่างกันตามไป
ไม่สามารถใช้ความดีและความชั่วมาแบ่งได้ง่ายๆ
เพราะสัญลักษณ์ของความดีและความชั่วนี้ หลายครั้งมักเกิดขึ้นเพียงระหว่างเผ่าพันธุ์เดียวกัน
ดังนั้นสำหรับพวกต่างเผ่า สามารถเกลียด โกรธ และสิ้นหวังได้ ในเมื่อ บรรพบุรุษของพวกมันเคยเป็นเทพเจ้า หากระบบดาวที่ 5 ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซียน เช่นนั้น ตอนนี้พวกมันก็คือเผ่าพันธุ์ที่ชอบธรรม
เผ่ามนุษย์ ก็เป็นเพียงทาสที่พวกมันจะทำอะไรตามใจชอบก็ได้
ทว่าตอนนี้ เทพเจ้าถูกสังหาร ถูกเลี้ยง และถูกคุมขัง พวกต่างเผ่าเหล่านี้ก็กลายเป็นเหยื่อบนเขียงที่ไร้ทางสู้
ในบางมุม ก็เหมือนกับวัฏจักร
ไม่สามารถพูดได้ว่าใครถูกใครผิด ทำได้เพียงพูดว่า…ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ใด ไม่ว่าจะเป็นเซียนหรือเทพเจ้า จุดยืนของพวกเขาก็ได้กำหนดทุกสิ่งทุกอย่างไว้แล้ว
อ่อนแอ ก็ถูกกำหนดให้ถูกกลืนกินโดยผู้แข็งแกร่ง
ล้าหลัง ก็ถูกกำหนดให้สูญเสียคุณสมบัติในการเผชิญหน้า
ดังนั้นผู้บำเพ็ญ ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างเทพเจ้าในอดีต แต่แท้จริงแล้วนี่คือกฎเกณฑ์ของระบบดาวชั้นบนตลอดจนสรรพสิ่งทั้งปวงและสรรพชีวิตทั้งหลาย
ไม่อาจร้องขอให้ผู้ถูกกระทำเป็นผู้ถูกกระทำตลอดไป และไม่อาจคาดหวังให้ผู้กระทำเป็นผู้กระทำตลอดไปได้เช่นกัน
สุดท้ายแล้วก็เป็นวัฏจักร
หลักการเหล่านี้ สวี่ชิงเข้าใจตั้งแต่ยังอยู่ที่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์แล้ว
หลังจากมาถึงระบบดาวที่ 5 เรื่องราวที่ประสบพบเจอ และการจัดการกับเทพเจ้าที่นี่ ทำให้เขาเข้าใจกฎข้อนี้มากขึ้น
เหมือนกับความยึดติดของจิตหลงเหลือเหล่านั้นในสุสานเซียนวีรชน
นี่ความจริงแล้วก็เป็นทัศนคติของระบบดาวที่ 5 ที่มีต่อเทพเจ้า ที่มีต่อต่างเผ่า
เพียงแต่เขามีการตัดสินของตัวเอง ในบรรดาเทพเจ้าที่เย็นชาทั้งหลายเหล่านั้น ก็ยังมีเทพเจ้าบางตนที่เป็นมนุษย์มากกว่ามนุษย์
แต่ไม่รวมเทพเจ้าในคุกแห่งนี้
สวี่ชิงก็ไม่มีจิตใจเมตตายิ่งใหญ่ที่จะไปสัมผัสอย่างลึกซึ้งและตัดสินทีละองค์…ทีละองค์ แล้วเลือกที่จะเก็บเกี่ยว
ดังนั้น สำหรับการรีดเค้นทรัพยากรจนสิ้นซาก ในใจของเขาไม่มีระลอกคลื่นอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้เขามาถึงยังโลกจุดด่างดำสุดท้ายบนใบสาหร่ายนั่นแล้ว
สภาพแวดล้อมที่นี่ เป็นทะเลที่หนืดข้นสีดำ
ผิวน้ำสงบนิ่ง แต่กลับไม่มีความรู้สึกของความสงบสุข ในกลิ่นเหม็นคาวของน้ำทะเล มีไอพลังประหลาดเข้มข้นแผ่ออกมา ในขณะที่ปกคลุมไปทั่วทุกทิศทาง ก็พยายามส่งผลกระทบต่อสิ่งรอบข้าง
และใต้ทะเล มีศีรษะหนึ่งฝังอยู่
ศีรษะนี้เหมือนนก มีหนวดยาวเต็มไปหมด และขับเมือกออกมาตลอดเวลา
เมื่อเวลาผ่านไปนานวัน เมือกก็กลายเป็นทะเลสีดำแห่งนี้
ในเสี้ยวพริบตาที่สวี่ชิงลงมาเยือน ไอพลังประหลาดในฟ้าและทะเลก็ปั่นป่วนขึ้นทันที ผิวน้ำเกิดคลื่นลูกใหญ่ ศีรษะที่อยู่ใต้ทะเลก็สั่นสะเทือนขึ้นเล็กน้อย ดวงตาทั้ง 2 พลันลืมขึ้น
แสงสีทองทะลุผ่านทะเลจากดวงตาขององค์ท่าน มองไปยังท้องฟ้า
ยิ่งมีเสียงประหลาดที่สั่นสะเทือนจิตใจ ดังขึ้นในหูของสวี่ชิงทันที จากนั้นก็กลายเป็นความคิดที่ไม่ใช่ของเขา เติบโตขึ้นในสมองของเขา
เสี้ยวพริบตาต่อมา ความคิดที่ไร้รูปร่างเหล่านี้ก็กลายเป็นรูปร่างขึ้นมา กลายเป็นเส้นใยที่ขับเมือกสีดำออกมาเป็นสายๆ ต้องการที่จะพันรอบสมองของสวี่ชิง
ไอพลังประหลาดรอบๆ ก็กลายเป็นพายุ พุ่งเข้าหาสวี่ชิงจากทุกทิศทาง
คลื่นบนผิวน้ำก็ใหญ่ขึ้น โลกทั้งใบในเสี้ยวขณะนี้เกิดการพลิกกลับ ดังนั้นทะเลจึงกลายเป็นท้องฟ้า อยู่ด้านบน
ท้องฟ้ากลายเป็นพื้นดิน อยู่ด้านล่าง
จากนั้น…ทะเลสีดำก็เทลงมาอย่างหนัก
เสี้ยวพริบตาต่อมา โลกก็พร่ามัว ฟ้าดินคำรามลั่น ปกคลุมทุกสิ่ง
จนกระทั่งผ่านไปหลายอึดใจ กลิ่นอายเซียนเข้มข้นกลุ่มหนึ่งก็ปะทุออกมาจากความพร่ามัวนี้ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงดังกึกก้อง แข็งแกร่งทรงพลัง ในขณะที่แผ่ออกไปเป็นชั้นๆ ก็บังคับขับไล่ทุกสิ่งที่อยู่รอบๆ ออกไปอย่างรุนแรง
คืนความกระจ่างใสให้ฟ้าดิน คืนความชัดเจนให้แก่โลก
ไอพลังประหลาดสลายไปในกลิ่นอายของเซียน ทะเลที่หนืดข้น สลายกลายเป็นไอในกลิ่นอายเซียน ร่างของสวี่ชิงปรากฏออกมา
มือขวาของเขาชูขึ้น คว้าศีรษะของเทพเจ้าที่ใหญ่กว่าตัวเขามากนัก
นิ้วทั้ง 5 ออกแรง จิกเข้าไปในเนื้อชุ่มเลือด
และทั้งๆ ที่ขนาดของทั้ง 2 จากสายตามองไปแล้วจะแตกต่างกันมาก แต่ฝ่ายที่หวาดกลัวกลับเป็นศีรษะมหึมานั่น!
องค์ท่านกำลังสั่นสะท้าน!
พลังงานต้นกำเนิดสีทองมากมาย กำลังถูกดึงออกจากร่างกายขององค์ท่าน หลอมรวมเข้าไปในแผ่นหยกที่อยู่ในฝ่ามือของสวี่ชิง
ครู่หนึ่ง จากเสียงร้องอันโหยหวนที่ดังออกมา
ศีรษะของเทพเจ้าก็สั่นสะเทือน กลายเป็นสีเทา แปรเปลี่ยนเป็นธุลี สลายไปในฟ้าดิน
กลางอากาศ สวี่ชิงยืนอยู่เพียงลำพัง สายตาของเขาเย็นชา จ้องมองไปทั่วทุกทิศทาง
“ผนึกของที่นี่ ใกล้จะถูกทำลายหมดแล้ว…นี่จึงทำให้เทพเจ้าตนนี้ลงมือโจมตีได้”
“แต่ผนึกนี้ ไม่เหมือนถูกองค์ท่านทำลายด้วยตนเอง แต่ดูเหมือนจะมีตัวตนอื่น ช่วยองค์ท่านทำลายผนึกไปส่วนใหญ่ก่อนแล้ว จึงทำให้องค์ท่านมีโอกาสทำลายต่อไป สิ่งที่รอคอย คือให้องค์ท่านแหกคุกออกมา”
“ถ้าอย่างนั้น นี่เป็นการกระทำของต่างเผ่า หรือว่า…เป็นการยักยอกของคุกเอง”
สวี่ชิงคล้ายครุ่นคิด เขาเคยเป็นพัศดีมาก่อน จึงเข้าใจเรื่องวิ่งเต้นหาผลประโยชน์ส่วนตัวบางอย่างเป็นอย่างดี
ในขณะที่คิด สวี่ชิงก็หรี่ตาลง ร่างกายของเขาเพียงไหววูบ ก็ออกไปจากโลกจุดด่างดำนี้ มาปรากฏตัวบนท้องฟ้าดารา มองไปยังสาหร่ายทะเลสีแดงต้นนั้น
มองดูบนใบอื่นๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน
สาหร่ายทะเลส่ายไหว
ครู่หนึ่ง สวี่ชิงก็พลันกล่าวขึ้นมาว่า “บนใบอื่นๆ เทพเจ้าที่ถูกคุมขัง น่าจะตายไปกว่าครึ่งแล้วกระมัง ถูกเจ้า…กลืนกินไปแล้ว!”
ทันทีที่เสียงดังออกมา ความเร็วในการส่ายไหวของสาหร่ายทะเลก็พลันเพิ่มขึ้น ใบทั้งหมดแผ่ออกไป ค่อยๆ เข้าใกล้สวี่ชิงจากทุกทิศทาง
สวี่ชิงนิ่งไม่ไหวติง กล่าวต่อ “ใบที่เจ้าให้ข้าเมื่อครู่นี้ น่าจะเป็นใบที่เจ้าตั้งใจเก็บไว้เป็นพิเศษ เพื่อใช้ปกปิดเวลามีคนมาเก็บเกี่ยว ใช้มันในการปิดบังพฤติกรรมการยักยอกทรัพย์ของเจ้า ข้าพูดถูกหรือไม่”
เจตจำนงอันน่าสะพรึงกลัวในเสี้ยวขณะนี้เฉียบคมขึ้น ความกดดันอันน่าตื่นตะลึงก็แผ่ออกมา
ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวรอบๆ มีเสียงเปรี๊ยะๆ ดังขึ้น ตราประทับแปลกประหลาดมากมายปรากฏขึ้นทุกทิศทาง ล้อมรอบที่นี่ไว้
สวี่ชิงหรี่ตาลง พูดต่อไปอีกว่า “นายน้อยวังเซียนแสงเรืองรอง มีความสัมพันธ์กับข้าไม่เลวเลย เจ้าสามารถสัมผัสรับรู้กลิ่นอายของข้า เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ในวังเซียนแสงเรืองรองของข้าได้”
“ผู้นำเซียนจิ่วอั้นให้ความสำคัญกับข้ามาก กลิ่นอายบนของสิ่งนี้ เจ้าน่าจะสัมผัสได้”
“ในบรรดาผู้โบยบินสู่สวรรค์ของโลกนี้ ข้าเป็นอันดับ 1 หากข้าแตกดับที่นี่ เจ้าหนีไม่พ้น”
สวี่ชิงยกมือขึ้น หยิบแผ่นไม้แผ่นหนึ่งออกมา สิ่งนี้คือสิ่งที่ใช้นำทางเรือข้ามแม่น้ำโลหิตเทพเจ้า
สาหร่ายทะเลหยุดลงทันที เสี้ยวขณะต่อมา เจตจำนงอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงอยู่ภายในก็มาถึงทันที ปกคลุมไปยังแผ่นไม้ที่สวี่ชิงหยิบออกมา จากนั้นเจตจำนงนี้ก็ปั่นป่วนอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้น เจตจำนงนี้เคลื่อนจากแผ่นไม้มาปกคลุมสวี่ชิง
คล้ายว่ากำลังตรวจสอบในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สวี่ชิงสีหน้าเป็นปกติ
หลังจากการเดินทางในภาพสะท้อนวังเซียนแสงเรืองรองสิ้นสุดลง ในเมื่อคนอื่นยังสืบต่อเรื่องราวไปในโลกปัจจุบันได้ ก็ไม่เหตุผลที่เขาจะทำไม่ได้
แม้ว่าในสวรรค์นอกพิภพนี้ สวี่ชิงก่อนหน้านี้จะสัมผัสไม่ได้ แต่เขาวิเคราะห์ว่านี่เป็นเพราะวังเซียนแสงเรืองรองที่แท้จริงได้ซ่อนตัวอยู่
และการที่เขาไม่สามารถสัมผัสรับรู้ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าสาหร่ายทะเลที่เติบโตในสวรรค์นอกพิภพนี้ จะสัมผัสรับรู้ไม่ได้เช่นกัน
ดังนั้นเขากำลังลองพยายามด้วยวิธีทางอ้อม เพื่อพิสูจน์ฐานะของตนเอง!
หากล้มเหลวก็ไม่เป็นไร ชื่อของผู้นำเซียนจิ่วอั้นและตำแหน่งอันดับ 1 ของผู้โบยบินสู่สวรรค์ของโลกนี้ มากพอที่จะรักษาชีวิตไว้ได้
ดังนั้นสวี่ชิงจึงปล่อยให้เจตจำนงของอีกฝ่ายตรวจสอบ
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าเจตจำนงของสาหร่ายทะเลนี้ปั่นป่วนมากขึ้น กระทั่งว่าตัวสาหร่ายทะเลเองก็กำลังสั่นสะท้าน ดวงตาสวี่ชิงก็เผยประกายแสงที่เฉียบคม
เขารู้การคาดเดาของเขาถูกต้องแล้ว!
และสาหร่ายทะเลในเสี้ยวขณะที่สั่นสะท้านนี้ กลิ่นอายก็ปั่นป่วนเช่นกัน ราวกับว่ากำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจ
จากการตรวจสอบในระดับที่ลึกซึ้งนี้ มันสัมผัสได้จริงๆ ว่าภายในร่างกายของเผ่ามนุษย์ตรงหน้าคนนี้ มีสิทธิ์ในการเข้าถึงวังเซียนแสงเรืองรองซ่อนอยู่ อีกทั้งยังมีผลกรรมเวรยิ่งใหญ่อยู่ด้วย
สิทธิ์นี้ ทำให้มันต้องหวาดเกรง
ในเมื่อมันก็อยู่ภายใต้สังกัดของวังเซียนแสงเรืองรอง!
แม้ว่าสวรรค์นอกพิภพแห่งแสงเรืองรองในวันนี้จะไม่มีเจ้าของแล้ว แต่สถานะของมันก็ยังคงอยู่!
เพียงแต่ว่าการกระทำของมัน ได้ทำความผิดมหันต์ไปแล้ว ดังนั้นในเสี้ยวขณะนี้จึงตัดสินใจยาก…
และในเสี้ยวขณะนี้ เสียงของสวี่ชิงก็ก้องกังวานอีกครั้ง “สยบควบคุมคุกเทพเจ้าแห่งนี้มาเนิ่นนานปี หากบางครั้งหิวกินไปบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ”
สาหร่ายทะเลหยุดลง
“แม้ว่าจะกินจนเกือบจะหมดแล้ว แต่ก็ยังคิดที่จะเหลือไว้ใบหนึ่ง ก็หมายถึงว่ายังคงซื่อสัตย์ต่อหน้าที่!”
เจตจำนงของสาหร่ายทะเลเดือดพล่านขึ้นเล็กน้อย
“ท้ายที่สุดแล้ว ข้ามาถึงช้าไป ความผิดก็ไม่ได้อยู่ที่เจ้า”
ใบทั้งหมดของสาหร่ายทะเลสั่นไหวอย่างรวดเร็ว ความกดดันรอบๆ ก็หายไปกว่าครึ่ง
มันวิเคราะห์ได้ว่าสิ่งที่คนตรงหน้าพูด ไม่ใช่เรื่องโกหก แต่เป็นสิ่งที่เขาคิดเช่นนั้นจริงๆ
“ดังนั้น เรื่องในอดีต ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ส่วนตอนนี้ ข้าถามเจ้าว่า เจ้า…อยากจะกินองค์ท่านหรือไม่”
สวี่ชิงชี้ไปยังดวงอาทิตย์ที่ถูกรากของสาหร่ายทะเลปกคลุมไว้
ใบทั้งหมดของสาหร่ายทะเลก็สั่นไหวทันที จากนั้นจิตเทพต่ำทุ้มก็ดังก้องกังวานรอบๆ สวี่ชิง
“อยาก!”
สวี่ชิงพยักหน้า “ให้ข้าเข้าไป คุ้มครองข้า ข้าจะดูว่าสามารถ…ดึงบางส่วนออกมาได้หรือไม่ แล้วเราแบ่งกัน!”
สาหร่ายทะเลลังเลเล็กน้อย หลังจากตรวจสอบกลิ่นอายของสวี่ชิงอีกครั้ง รากของมันก็สั่นไหว แผ่ออกไปส่วนหนึ่งอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังจะเปิดเป็นเส้นทางหนึ่ง
แต่เส้นทางนี้ยังไม่ทันเปิดออก จิตเทพของสาหร่ายทะเลก็แผ่ออกไปทันที โหมกวาดไปยังโลกภายนอก
สวี่ชิงกล่าวอย่างสงบนิ่ง “ไม่ต้องกังวล คนของข้ามาแล้ว เจ้าเปิดช่องให้เขาเข้ามา”
สาหร่ายทะเลครุ่นคิด ครู่หนึ่งก็คลายการผนึกของที่นี่ออกเป็นช่องว่างช่องหนึ่ง เสี้ยวขณะต่อมา ร่างของโจวเจิ้งลี่ก็พุ่งเข้ามาจากด้านนอก
หลังจากปรากฏตัวที่นี่ เขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ทำเหมือนว่าไม่ได้พบเห็นอะไร โค้งตัวทำความเคารพสวี่ชิง
“มีเรื่องอะไร” สวี่ชิงถาม
“นายน้อย ผู้บำเพ็ญคนอื่นๆ ในเก็บเกี่ยวครั้งนี้ บางคนเก็บเกี่ยวได้อย่างราบรื่น บางคนก็ไม่ แต่โดยรวมแล้ว สามารถแก้ไขได้”
“แต่ว่า ที่ราชวงศ์นภาปั่นป่วน เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ดังนั้นข้าจึงมาที่นี่เพื่อเชิญนายน้อยเดินทางไป เพื่อใช้ฐานะของนายน้อยในสวรรค์นอกพิภพแสงเรืองรองนี้…กำราบพวกที่คิดว่าสวรรค์นอกพิภพแห่งนี้ไม่มีเจ้าของจริงๆ พวกนั้น!”
“แน่นอน หากนายน้อยไม่ต้องการใช้ฐานะกำราบ ข้าก็จะให้ซิงหวนจื่อไปจัดการแทนขอรับ”
โจวเจิ้งลี่กล่าวด้วยความเคารพ
สวี่ชิงมองโจวเจิ้งลี่ผาดหนึ่ง
ต้องบอกว่าโจวเจิ้งลี่เป็นคนฉลาด หากไม่คำนึงว่าเขามีความเป็นไปได้ที่จะทรยศ เช่นนั้น การใช้คนผู้นี้ก็ทำให้รู้สึกสบายใจนัก
สวี่ชิงเอ่ยเนิบนาบ “ให้ซิงหวนจื่อไปจัดการก็แล้วกัน”
“น้อมรับคำสั่งแสงเรืองรอง!” โจวเจิ้งลี่ได้ยินดังนั้น ก็ถอยหลังออกไปเคารพนอบน้อม จากไปตามทางออก
ทันทีที่ร่างของเขาหายไป ทางออกก็ปิดผนึกอีกครั้ง เจตจำนงที่มาจากสาหร่ายทะเลก็ปกคลุมไปทั่วอีกครั้ง
สวี่ชิงไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้ หันไปมองบริเวณราก
“เอาล่ะ ตอนนี้เปิดได้แล้ว ข้าหิวแล้ว คิดว่าเจ้าก็คงจะหิวเหมือนกัน”
สาหร่ายทะเลได้ยินดังนั้น ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เพียงพริบตา รากของมันก็แผ่ออก เผยให้เห็นทางที่มุ่งไปสู่ดวงอาทิตย์!
ดวงตาสวี่ชิงฉายประกายแสงเฉียบคม ก้าวเข้าไป!
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



