บทที่ 1211 แก่นแท้แห่งความแข็งแกร่ง
คลื่นความร้อนถาโถมเข้าใส่!
สิ่งที่เห็นรอบทิศคือเพลิงแผดเผา
ฟ้าดินแดงก่ำทั้งแถบ สว่างหาใดเปรียบ เจิดจรัสถ้วนทั่ว!
พื้นดินเกิดจากการรวมตัวของเพลิงผลาญ ม้วนตลบเนิบช้า มีของเหลวร้อนระอุพุ่งขึ้นฟ้าแผ่กระจายเป็นครั้งคราว
ห้วงอากาศแตกเป็นเสี่ยง ร่วงหล่นดังกัมปนาท กลางอากาศเป็นรอยอักขระเก่าแก่ลึกลับมากมาย
เมื่อมองจากไกลๆ เหมือนว่าที่นี่มีฝนอักขระโปรยปรายชั่วนิรันดร์
แต่เมื่ออักขระเหล่านี้ร่วงหล่นลงพื้นกลับเปลี่ยนเป็นสาหร่ายสีแดงมากมาย คิดเจริญเติบโตที่นี่ แต่น่าเสียดาย…ท่ามกลางความร้อนระอุนั่น สาหร่ายแทบดำรงอยู่ต่อไม่ได้
เพียงพริบตาก็เป็นเถ้าถ่านลอยล่อง ร่วงหล่นลงของเหลวร้อนระอุ กลายเป็นส่วนหนึ่งกับของเหลวเหล่านั้น
มีเพียงความบังเอิญหรือความเป็นไปได้น้อยมาก ถึงทำให้สาหร่ายบางต้นอยู่รอดต่อไป
เจริญเติบโตอย่างลำบาก
แต่ระหว่างเติบโตยังโดนแผดเผาจากความร้อนระอุ ตอนนี้สวี่ชิงจึงกวาดตามองรอบทิศ เห็นเพียง 1-2 ต้นกระจายกันอยู่
ทั้งกำลังแห้งเหี่ยว ชั่วพริบตาอาจกลายเป็นเถ้าถ่านลอยล่องหายไป
‘แม้ว่าที่นี่เป็นเพียงอาณาเขตเล็กของดวงตะวันนี้ แต่อนุมานจากจำนวน ต่อให้ทั่วดวงอาทิตย์มีสาหร่ายเหลือรอด…เกรงว่าคงไม่มาก’
สวี่ชิงครุ่นคิด เงยหน้ามองไปไกล หลังจากปรับตัวกับอุณหภูมิที่นี่ได้บ้าง เขาพลันเอ่ยปาก “สถานที่กักขังอยู่ทางไหน”
ผู้ที่เขาเอ่ยถามคือสาหร่ายต้นนั้นที่อยู่ข้างนอก
สักพักเจตจำนงเลือนรางหนึ่งดังก้องในใจเขา
‘ตรงกลาง…ด้วยคำสัตย์ ข้าไม่อาจหยั่งลึก สาหร่ายที่นี่…ข้าอยากช่วยเหลือ…’
เจตจำนงขาดหายเป็นช่วงๆ
เห็นชัดว่าสำหรับสาหร่ายอัศจรรย์ข้างนอกแล้ว ดวงอาทิตย์นี้ทำให้มันหวาดกลัว
พื้นฐานความหวาดกลัวอาจมาจากบางคำสัตย์ที่มันเอ่ยถึง หรืออาจเพราะสิ่งอื่น
‘วิธีถ่วงดุลหรือเจตนา’
สวี่ชิงครุ่นคิด นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เขาคิดว่าอย่างแรกเป็นไปได้มากกว่า แน่นอนว่าต้องระวังอย่างหลังเช่นกัน
ร่างเขาวาบไหว พุ่งตัวไปข้างหน้า
เขาอยากเห็นภาพรวมของดวงตะวันนี้
รวมถึงตามหาศูนย์กลางผนึกเทพองค์นั้น
ครั้นเห็นแล้วค่อยตัดสินใจ
เวลาล่วงเลยไปเช่นนี้
หลายวันต่อมา ความเร็วของสวี่ชิงทยอยลดลง
ต่อให้มีพลังบำเพ็ญอย่างเขา แต่อยู่ที่นี่นานเข้ากลับยิ่งรู้สึกอึดอัด ตอนนี้เมื่อมุ่งหน้าระยะหนึ่งแล้วจำต้องหยุดพัก อาศัยสาหร่ายบนพื้นเพื่อปรับตัวถึงเดินทางต่อได้
สุดท้ายหลังจากผ่านไปครึ่งเดือน สวี่ชิงค่อยถึงขีดจำกัดของตน
จำต้องพักหน้าสาหร่ายต้นหนึ่ง
ดีว่าตอนนี้แม้ว่าเขายังไม่ถึงแกนกลางของที่นี่ แต่จิตเทพของเขาสัมผัสถึงแกนกลางได้รางๆ
เมื่อแผ่จิตรับรู้สำรวจ นัยน์ตาสวี่ชิงพลันหดรัด
ในการรับรู้เขา ‘เห็น’ กระบี่มหึมาเล่มหนึ่ง!
กระบี่ใหญ่โต แทงทะลุดวงตะวันนี้
ส่วนที่พ้นจากพื้นคือด้ามกระบี่ที่เหมือนยอดเขามหึมา
จินตนาการได้ว่าอีกด้านหนึ่งของดวงตะวันคือปลายกระบี่ แทงทะลวงผืนดิน สะเทือนใต้หล้า
ชั่วพริบตาเมื่อเห็นภาพนี้ สวี่ชิงพลันรู้แจ้งในใจ
‘เทพเจ้าองค์นั้น ไม่ได้ถูกขังในดวงตะวัน แต่…องค์ท่านคือดวงตะวัน!’
‘ดวงตะวันนี้คือเทพองค์นั้น!’
‘เหมือนกับเซียนชั้นล่าง…เทพแท้!’
นัยน์ตาสวี่ชิงหดรัด ก้มหน้ามองพื้นดินใต้ฝ่าเท้าช้าๆ มองสาหร่ายแห้งเหี่ยวข้างกาย ในใจเกิดคลื่นสะเทือน
‘ถ้ากระบี่เล่มนั้นคือสิ่งกำราบเทพแท้ นั่นเท่ากับว่ากำลังผนึกเทพองค์นี้!’
‘มันปักหลักที่นี่ แทงทะลวงเทพ ทำให้เทพแท้ตกสู่สภาพกึ่งตาย เมื่อเป็นเช่นนี้…องค์ท่านย่อมไม่อาจหวนคืนด้วยนามแท้จริง!’
‘สำหรับเหล่าเทพเหนือใบ สาหร่ายคือคุกจริงๆ’
‘แต่สำหรับเทพแท้แล้ว มันเป็นเพียงผู้คุม!’
‘มันหวังอาศัยพลังบำเพ็ญของเทพแท้ยิ่งกว่าข้า ดังนั้นมันจึงหว่านเมล็ดโดยไม่ย่อท้อ ให้สาหร่ายหยั่งรากลึกที่นี่’
‘เป้าหมายคือเพื่อดูดซับ! เนื่องจากพวกสาหร่ายกระจายตัว ที่จริงแค่อยากดูดซับแก่นตั้งต้นจากเทพแท้องค์นี้…’
‘ทว่าด้วยสภาพแวดล้อมกับตำแหน่งที่นี่ สาหร่ายจึงมีจำนวนน้อยเกินไป กระทั่งแก่นตั้งต้นที่ดูดซับไม่เพียงพอ’
สวี่ชิงครุ่นคิดสักพัก ก่อนเอื้อมมือขวาหยิบแผ่นไม้รวบรวมไอพลังประหลาด กดลงบนผืนดินเบื้องล่าง
พลังบำเพ็ญถาโถม รอบด้านพลันปะทุ
แต่ต่างจากการดูดซับเทพองค์อื่น ครั้งนี้การรวบรวมของสวี่ชิงไม่ได้ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน ดวงตะวันก็เหมือนปกติ
ต่อให้มีเส้นไหมสีทองที่วิวัฒน์จากแก่นตั้งต้นโผล่พ้นพื้นบ้างรางๆ แต่ปริมาณยังน้อยนัก
คล้ายมีอุปสรรคหนักหน่วง ทำให้การรวบรวมไม่ถึงขั้นล้มเหลว แต่ผลลัพธ์กลับไม่ดีนัก
สักพักสวี่ชิงค่อยหยุดการรวบรวม เขาเงยหน้ามองทางด้ามกระบี่มหึมาที่สัมผัสได้ นัยน์ตาฉายแววอัศจรรย์
‘พื้นดินเหมือนเปลือกนอก รวบรวมแก่นตั้งต้นที่นี่ยากนัก’
‘สถานที่ซึ่งเหมาะแก่การเก็บเกี่ยว น่าจะเป็นส่วนที่กระบี่แทงเข้าไป!’
‘ที่นั่นคือปากแผลของเทพแท้องค์นี้!’
สวี่ชิงหรี่ตา ก่อนกล่าวฉับพลัน “หากพวกเราอยากกินสิ่งนี้ เจ้าต้องทุ่มเทเต็มกำลัง…เลือกผลาญทุกสิ่งที่เจ้าเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนข้าก็ไม่ออมแรง พวกเราจะใช้โอกาสนี้ ยอมเจ็บปวดหน่อย”
“ไม่อย่างนั้นก็ทำได้เพียงดูดซับแก่นตั้งต้นบางส่วน”
สวี่ชิงกล่าวจบแล้วรอเงียบๆ
สักพักสาหร่ายแห้งเหี่ยวตรงหน้าเขาพลันโบกไหว คล้ายตัดสินใจเด็ดขาด เพียงพริบตาสาหร่ายเปลี่ยนจากแห้งเหี่ยวเป็นแดงก่ำทันที
ไม่ใช่แค่มันเท่านั้น ตอนนี้สาหร่ายที่เหลือรอดบนดวงอาทิตย์ ทั้งหมดเปลี่ยนจากสภาพแห้งเหี่ยวเป็นแดงก่ำฉับพลัน จากนั้นค่อยลอยขึ้นฟ้า
มองจากไกลๆ คล้ายดอกพลับพลึงแดงมากมาย เคลื่อนย้ายมาทางสวี่ชิงจากทั่วสารทิศ
ต่อให้ระหว่างทางมีสาหร่ายไม่น้อยกลายเป็นเถ้าถ่านยามบุกฝ่าเปลวเพลิง แต่ยังทยอยเดินหน้าไม่ขาดสาย
เติบโตเต็มที่!
เพียงพริบตาห้วงอากาศรอบตัวสวี่ชิงบิดเบี้ยว สาหร่ายมากมายปรากฏขึ้นกะทันหัน รวมตัวมาทางเขาอย่างรวดเร็ว
สวี่ชิงไม่หลบหลีก ปล่อยให้สาหร่ายมาถึงตัว ล้อมตัวเขาเป็นชั้นๆ ทั้งกระบวนการสืบเนื่องเพียง 10 อึดใจ
จากนั้นสวี่ชิงที่ยืนอยู่จุดเดิมเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปมาก
เกราะแดงชาดที่สร้างขึ้นจากสาหร่ายปกคลุมตัวเขา ทำให้เขาสูงขึ้นหลายร้อยจั้ง
ยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนยักษ์ตนหนึ่ง
พลังชีวิตยิ่งใหญ่ระเบิดออกมาจากสาหร่าย ถาโถมทั่วร่างกายสวี่ชิง ก่อตัวเป็นสิ่งป้องกันชวนตะลึง
นี่คือรากฐานทั้งหมดที่สั่งสมมาหลายปี อาศัยความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าจากการดูดซับทีละน้อยบนดวงตะวันนี้!
นัยน์ตาสวี่ชิงส่องประกาย
เขาสัมผัสได้ว่าเจ้าสาหร่ายทุ่มสุดตัวแล้ว
ดังนั้นเขาเลยไม่ลังเลสักนิด 5 ขั้วแปรเปลี่ยน อาศัยวิชา 5 ธาตุคอยข่ม ต้านทานเต็มกำลัง จากนั้นค่อยระเบิดบัญญัติกาลอวกาศ ซ้อนจักรวาลเป็นภาพมายา
อาศัยสิ่งนี้สลายอานุภาพกดดันเบื้องหน้า
ต่อจากนั้นตัวอ่อนเซียนเปล่งประกาย ทั้งตัวเขาเหมือนสายฟ้าฟาด พุ่งตรงไปข้างหน้า
ห่างไปไกลชั่วพริบตา
ห้อตะบึงไปยัง…กระบี่ยักษ์ซึ่งสัมผัสได้เมื่อครู่!
ยิ่งเข้าใกล้อานุภาพกดดันของที่นี่ยิ่งหนักหน่วง เปลวไฟน่าพรั่นพรึงยิ่งกว่าเดิม ต่อให้รอบตัวสวี่ชิงมีเกราะสาหร่ายก็ยังลุกโชนจนเห็นด้วยตาเปล่า กลายเป็นเถ้าถ่านลอยล่องอย่างต่อเนื่อง
สวี่ชิงรู้ว่าหากพึ่งพาแค่ตัวเอง ไม่มีทางมาถึงที่นี่ได้ เมื่อสาหร่ายซ่านสลาย เกรงว่าตนคงไหม้เป็นเถ้าถ่านชั่วพริบตา
ถึงอย่างไรก็เป็นเทพแท้!
แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่อาจล้มเลิกความคิดของสวี่ชิง
ความเร็วเขาว่องไวขึ้น!
นัยน์ตาเขาฉายแววบ้าระห่ำ!
หากเอ้อร์หนิวอยู่ที่นี่ เมื่อเห็นภาพนี้ย่อมเอ่ยชม คิดว่าอาชิงน้อยครองแก่นแท้แห่งความแข็งแกร่งแล้ว
เวลาล่วงเลยไปเช่นนี้
สุดท้ายหลังจากสวี่ชิงห้อตะบึงเต็มกำลัง เสริมด้วยเกราะสาหร่าย เงาร่างเขาข้ามเขตแดนกว้างใหญ่ ปรากฏตัวกลางดวงตะวัน
ห่างออกไปกระบี่ยักษ์เล่มนั้นสะท้อนเข้าสู่สายตาสวี่ชิงอย่างแท้จริง
เมื่อเห็นกระบี่ยักษ์นั่น สวี่ชิงหายใจกระชั้นถี่ ทั้งตัวเขาสั่นสะท้าน จิตวิญญาณกับกายเนื้อแทบเผาไหม้
แต่ความบ้าระห่ำตรงนัยน์ตา เปลวไฟไม่อาจแผดเผาได้แม้แต่น้อย กลายเป็นว่าเมื่อเห็นกระบี่ยักษ์แล้วยิ่งลุกโชน!
ครู่ต่อมาสวี่ชิงกัดปลายลิ้นตัวเอง ก่อนกระอักเลือดคำโตทันที
อาศัยสิ่งนี้กระตุ้นตัวเอง ใช้วิชาเลือดรีดเร้นพุ่งตัวไป
ท่ามกลางเสียงกัมปนาท หลังจากเกราะสาหร่ายนอกกายหายไป 7 ส่วน เงาร่างสวี่ชิงพุ่งตัวจากจุดอุณหภูมิสูงถึงขีดสุดไปถึงหน้ากระบี่ยักษ์!
เมื่อเข้าประชิด ทั้งตัวเขาเริ่มลุกโชน เห็นที่นี่อย่างชัดเจน
นี่คือช่องแคบอัศจรรย์หนึ่ง เห็นพื้นดินตรงขอบกระบี่ว่ายังมีเลือดเนื้อเติบโต คล้ายต้องการสมานแผล ดันกระบี่ออก
ทว่ากระบี่แทงทะลวงหนักแน่น ไม่อาจสั่นคลอน ทำให้การฟื้นตัวไม่อาจทำสำเร็จ
ติดขัดอยู่ตรงนั้น
เมื่อเข้าใกล้ที่นี่ ในใจสวี่ชิงรู้สึกถึงความเป็นตาย
เขารู้ดีว่าครู่ต่อมาสาหร่ายอาจยืนหยัดไม่อยู่ ทุกการต้านทานของตนจะพังทลาย
ทว่า…
ยามเขาอยู่ระหว่างวิกฤติเป็นตาย แต่ยังสัมผัสถึงแก่นตั้งต้นเข้มข้นจากเลือดเนื้อนั่น!
ความเข้มข้นของแก่นตั้งต้นถือเป็นระดับที่สวี่ชิงไม่เคยเห็นมาก่อน!
หากเปรียบเทียบกันจริงอาจมีแค่ส่วนลึกของแดนทมิฬซึ่งเขาไม่อาจเข้าไปมากนัก ถึงจะพอเทียบได้
วาสนาเช่นนี้ ศุภโชคเช่นนี้…
สวี่ชิงยิ่งบ้าระห่ำขึ้น ในใจแผ่จิตเทพทันที ‘เจ้าจิ้งจอก คุ้มกันด้วย!’
ประทับของจิ้งจอกสาวบนแขนเขาแผ่ความเย็นออกมาทันที ตอนนี้พลังของนางพลันปะทุ ช่วยเสริมพลังสวี่ชิงอีกครั้ง
อาศัยสิ่งนี้เพื่อป้องกันความคุ้มดีคุ้มร้ายของสาหร่าย
เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ สวี่ชิงนั่งขัดสมาธิทันที เอื้อมมือขวาหยิบแผ่นไม้รวบรวมขึ้นมา ก่อนกดลงไป
พื้นดินสั่นสะเทือนทันที ไหมละเอียดสีทองมากมายพุ่งออกมาจากรอยกระบี่นั่นเหมือนน้ำพุพวยพุ่ง!
ตอนนี้จิ้งจอกดินตกตะลึง
สาหร่ายกำลังตื่นเต้น
สวี่ชิงกำลังคลุ้มคลั่ง!
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



