บทที่ 1212 แย่งเนื้อจากปากเสือ
จำนวนแก่นตั้นต้นถึงขั้นสะเทือนใต้หล้า
ถึงอย่างไรก็เป็นเทพแท้องค์หนึ่ง!
ไม่ว่าเป็นวงแหวนชั้นบนแห่งใด เทพแท้ย่อมเป็นผู้ได้รับการโปรดปรานจากวงแหวน ถือเป็นศูนย์รวมความชื่นชอบจากกฎเกณฑ์ทุกอย่างของชั้นบน
ดังนั้นจึงมีพรสวรรค์อย่างเทพแท้อมตะที่ต่างจากเซียนชั้นล่างอย่างชัดเจน!
ขอเพียงนามแท้จริงยังอยู่ ขอแค่ยังถูกจดจำ เทพแท้…ย่อมไม่สิ้นชีพอย่างแท้จริง
นี่คือแก่นแท้ของวงแหวนชั้นบน ไม่อาจถูกสั่นคลอน
ต่อให้เป็นจอมเซียนก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง
ต่อให้เขากำราบเทพแท้นับไม่ถ้วนได้ แต่คิดขัดขวางการกลับมาย่อมทำไม่ได้
ถึงอย่างไรก็เป็นเทพชั้นบน!
โดยธรรมชาติแล้วเซียน…สู้เทพไม่ได้
ทั้งมีเพียงจอมเซียนคนเดียว
หลังจากจอมเทพแล้วยังมีวิสุทธิเทพในตำนาน แต่ตามระบบเซียน…จอมเซียนถือเป็นจุดสิ้นสุด
เหนือจอมเซียนขึ้นไป ไม่มีหนทางอีก
หรือกล่าวคืออาจมีอยู่ แต่ยังหาไม่เจอ
ดังนั้นถ้าคิดกำจัดเทพแท้องค์หนึ่งอย่างแท้จริง นอกจากว่าจอมเซียนเจอหนทางบนระบบเซียน ทั้งก้าวเดินสำเร็จ พัฒนาขึ้นอีกขั้น บรรลุระดับเซียนตามตำนานที่เหมือนวิสุทธิเทพ
ถึงจะทำได้!
ด้วยพรสวรรค์แต่กำเนิดที่เกี่ยวข้องกับแก่นแท้เบื้องบนนี้ ดังนั้นจึงมีวิธีกำราบเช่นนี้มากักขังเทพแท้
ทำให้เทพแท้อยู่ระหว่างความเป็นตาย ทำให้เสียอิสระ แต่กลับไม่ตายจริง เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมไม่อาจฟื้นคืนชีพ
มีเพียงเช่นนี้ ถึงจะทำให้จำนวนเทพแท้บนโลกน้อยลงเรื่อยๆ
ดังนั้นเมื่อปรากฏตัว ทั้ง 3 ที่ระดับต่ำกว่าจนองค์ท่านแค่ยกมือก็กำราบได้ยามมีสภาพสมบูรณ์ พวกเขากำลังดูดซับแก่นตั้งต้นขององค์ท่านอย่างบ้าคลั่งเหมือนเห็บหมัด!
จิ้งจอกดินสูดหายใจ
นางคิดว่าทั้งหมดนี้สะเทือนอารมณ์มากเกินไป!
ก่อนหน้านี้นางไม่เคยเผชิญหน้ากับเทพแท้!
ในจิตวิญญาณของนาง ในมรดกเทพเจ้าประทับความยำเกรงและวาดหวังที่มีต่อเทพแท้ ทุกอย่างนี้ทำให้นางเลือกยอมจำนนตามสัญชาตญาณ
ถึงขั้นไม่คิดช่วงชิง
คล้ายสวี่ชิงกับเอ้อร์หนิวเมื่อตอนนั้น ยามชิงเลือดเนื้อจากเสี้ยวหน้า เทพตะวัน, จันทรา, ดาราตื่นตระหนก แต่กลับไม่กล้าชิงผลกรรมไป
ตอนนี้ก็เช่นกัน
สิ่งที่ต่างคือเทพแท้องค์นี้ถูกกักขัง ต่อให้เกิดผลกรรมก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
ความแตกต่างอีกอย่างคือจิ้งจอกดินไม่ใช่ระดับเพลิงเทวะขั้นสมบูรณ์เหมือนตอนนั้นแล้ว นางก้าวสู่ระดับแท่นเทวะ ขอเพียงเลื่อนขั้นอีก 1 ระดับใหญ่ เทพซิงเหยียนก็ใช่ว่าไม่มีวันเป็นเทพแท้!
นอกจากนี้…สวี่ชิงก็กำลังดูดซับ!
เมื่อมีคนสาธิตตรงหน้า จิ้งจอกดินจึงสูดหายใจลึกก่อนกัดฟันกรอด เลือกมองข้ามความกริ่งเกรงที่มีต่อเทพแท้ในมรดกจิตวิญญาณ
นัยน์ตาบ้าระห่ำขึ้นมา
กลืนกินฉับพลัน
พริบตานั้นแก่นตั้งต้นเข้มข้นมุ่งตรงไปทางจิ้งจอกดิน เสริมร่างเทพของนาง หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ ทำให้อำนาจเทพของนางสมบูรณ์ ทำให้พลังของนางยกระดับต่อเนื่อง ทำให้อำนาจเทพของนาง…ก้าวสู่คุณสมบัติเทพ!
ความรู้สึกปลอดโปร่ง ความรู้สึกว่าตนแข็งแกร่งขึ้น ความรู้สึกว่าชีวิตกำลังก้าวกระโดด ทำให้จิ้งจอกดินครวญครางออกมาอย่างอดไม่ได้
สั่นสะเทือนอารมณ์
แต่น่าเสียดาย ไม่ว่าจะเป็นสวี่ชิงหรือสาหร่าย ทั้งหมดล้วนไม่มีคลื่นความรู้สึก
เจ้าสาหร่ายกำลังตื่นเต้น
ชีวิตมันพิเศษมาก แม้ว่าเป็นต่างเผ่า แต่กลับเป็นหนึ่งเดียวของเผ่าพันธุ์ในวงแหวนที่ 5
กล่าวคือตัวมันคือเผ่าพันธุ์
ทั้งสำหรับมันแล้ว ไม่ต้องฝึกบำเพ็ญ เมื่อเกิดมามันก็ดูดซับแก่นตั้งต้นกลางฟ้าดาราเพื่อเติบโตตามสัญชาตญาณ
ส่วนเติบโตได้ถึงขั้นไหน ตัวมันก็ยังไม่ทราบ
มันรู้แค่ว่าแก่นตั้งต้นที่ตัวเองต้องการมากมายหาใดเปรียบ หลายปีนี้ต่อให้มันคอยยักยอก แต่กลับไม่เคยเติบโตเต็มที่
ตามความเข้าใจของมัน การบรรลุเทียบเท่าเซียนชั้นล่าง ทัดเทียมเทพแท้
ดังนั้นมันเลยพยายามมาตลอด กระทั่งตอนนี้มันค่อยเห็นความหวัง ทั้งอยู่ท่ามกลางความหวัง
การกลืนกินของมันจึงไม่เผื่อแรง
เทียบกับพวกมันแล้ว ตอนนี้สวี่ชิงทุ่มเททุกอย่าง
เขาทราบดีว่าเวลาแสนสั้น!
ต่อให้รวมพลังทั้ง 3 ฝ่ายก็ไม่อาจยืนหยัดที่นี่ได้นานนัก ดังนั้นภายในเวลาอันสั้น ดูดซับได้เท่าไรขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน
ครู่ต่อมาสวี่ชิงใช้บัญญัติกาลอวกาศเต็มกำลัง ในจักรวาลทับซ้อนตัวเขาจากต่างห้วงกาลอวกาศออกมาพร้อมกัน ร่วมมือกับสวี่ชิงของกาลอวกาศนี้…
ดูดซับ!
อาศัยกาลอวกาศนี้เป็นจุดเชื่อมต่อกับกาลอวกาศอื่น ชักนำตัวตนจากกาลอวกาศทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนี้…ความเร็วการซึมซับของสวี่ชิงจึงถึงขั้นชวนตะลึงทันที
เพียงพริบตาแก่นตั้งต้นซึ่งพุ่งออกมาจากปากแผลดวงตะวันที่กระบี่แทงทะลุ 7 ส่วนล้วนทะยานมาทางสวี่ชิง
ถูกเขากลืนกิน
แม้ว่าไม่อาจย่อยสลายมากขนาดนั้นชั่วพริบตา แต่สวี่ชิงเตรียมพร้อมล่วงหน้าแล้ว ส่วนที่ไม่อาจดูดซับได้ทันทีถูกเขาส่งให้ตัวเองจากกาลอวกาศอื่น
ร่วมมือกันเขมือบกลืนอย่างต่อเนื่อง
แก่นตั้งต้นเข้มข้นเช่นนี้ ช่วยหล่อเลี้ยงตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ความคิดเอ่อล้นสมองเขา จิตวิญญาณเพิ่มขึ้น กายเนื้อแข็งแกร่งขึ้น ตัวอ่อนเซียนยิ่งเปล่งประกาย!
เดิมตัวอ่อนเซียนของเขาก้าวสู่ระดับอมตะ ตอนนี้ภายใต้การเลื่อนขั้นถึงขีดสุด ความแข็งแกร่งซึ่งเห็นได้ด้วยตาเปล่า ถูกแก่นตั้งต้นเข้มข้นเติมเต็ม เปล่งแสงเจิดจรัสออกมา
ยามแสงไหลวน กลิ่นอายอมตะบนตัวอ่อนเซียนเพิ่มขึ้นยิ่งกว่าเดิม
บรรลุขั้นอมตะอย่างสมบูรณ์ทันที!
ทั้งตัวสวี่ชิงสั่นสะท้าน นัยน์ตาฉายแววฮึกเหิม
เขารู้ดีว่าก้าวต่อไปของตัวอ่อนเซียนระดับอมตะ นั่นคือการหลอมรวมอย่างแท้จริงหลังจากระดับสัจจะมายากับอมตะถึงขั้นสมบูรณ์ การหลอมรวมนี้ต้องเสริมด้วยแก่นตั้งต้นจำนวนมาก
ทั้งเมื่อหลอมรวมสำเร็จเป็นหนึ่งเดียวแล้วจะทำให้ตัวอ่อนเซียนเป็นรูปร่างอย่างแท้จริง
นั่นหมายความว่า…พลังบำเพ็ญแท้จริงของสวี่ชิงจะทะลวงระดับเจ้าเหนือหัว ก้าวสู่ระดับกึ่งเซียน!
วาสนาและศุภโชคเช่นนี้ ทำให้สวี่ชิงยิ่งคลุ้มคลั่ง
ทั้งเมื่อตัวอ่อนเซียนบรรลุระดับอมตะ นั่นย่อมทำให้บัญญัติกาลอวกาศของสวี่ชิงยิ่งสมบูรณ์ ควบคุมกาลอวกาศคู่ขนานที่สร้างได้มากขึ้น
ถึงร้อยแดนชั่วพริบตา!
100 แดน เท่ากับตัวเขา 100 คน
ทำให้พลังกลืนกินเปลี่ยนเป็นมากขึ้น
ทุกอย่างกลายเป็นวัฏจักรเชิงบวก
ตอนนี้จิ้งจอกดินกับสาหร่ายบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม ทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วงชิงให้มากขึ้น
ภายใต้ความพยายามของ 3 ฝ่าย คลื่นแก่นตั้งต้นแรกซึ่งพวยพุ่งออกมาบางเบาทีละน้อย เมื่อเห็นว่าเป็นเช่นนี้ นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแวววาบ พยายามฝังแผ่นไม้รวบรวมที่ถือไว้บนมือขวาลงไปอีก
ชักนำแก่นตั้งต้นมามากขึ้น ทำให้แก่นตั้งต้นรวมตัว เตรียมพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง
ตอนนี้จิ้งจอกดินกับสาหร่ายรอคอยอาหารอย่างตื่นเต้น เตรียมตัวเขมือบกลืนอีกครั้ง
แต่เมื่อคลื่นแก่นตั้งต้นที่ 2 ถูกชักนำขึ้นมาข้างบน…ทันใดนั้นตรงปากแผลซึ่งกระบี่ยักษ์แทงทะลวง มีแสงสีเงินส่องประกายฉับพลัน
แสงบาดตาล้นฟ้า ก่อตัวเป็นวงแสงทรงกลม ปกคลุมปากแผลเบื้องล่างโดยมีกระบี่ยักษ์เป็นศูนย์กลางเหมือนผนึก
การปกคลุมนี้ทำให้แก่นตั้งต้นซึ่งพุ่งออกมาถูกขวางฉับพลัน
เสียงอึกทึกกึกก้อง แก่นตั้งต้น…ไม่อาจพุ่งออกมา!
ขณะเดียวกันมีเสียงทุ้มต่ำกรุ่นโกรธดังกระหึ่มออกมาจากแสงเงิน
“ใครมันบังอาจเช่นนี้ กล้าช่วงชิงเสบียงเทพของข้า!”
เมื่อเสียงดังขึ้น จิตสังหารพลันปรากฏ ก่อตัวเป็นพลังทำลายล้าง เคลื่อนกวาดไปโดยรอบ
ภาพนี้ทำให้นัยน์ตาสวี่ชิงหดรัด
เขามองออกว่าแสงเงินนี้คือผนึก ทั้งจากความรู้สึกหลังสืบสัมผัส ผนึกนี้กับกระบี่ยักษ์นั่นไม่ได้มาจากแหล่งเดียวกัน คล้ายเสริมเข้ามาภายหลัง
แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่เวลาคิดมากความ ชั่วพริบตายามจิตสังหารระเบิดออก เขาถอยหลังออกห่างฉับพลัน
บัญญัติกาลอวกาศอยู่เบื้องหน้า บัญญัติขนานคอยป้องกัน
รอยประทับที่วิวัฒน์จากจิ้งจอกสาวทุ่มเทเต็มที่ เสริมกำลังให้สวี่ชิง ทำให้สวี่ชิงว่องไวขึ้น ม้วนตัวเฉียดจิตสังหารไป
แม้ว่าพ้นฉิวเฉียด แต่ความน่ากลัวของจิตสังหารยังทำให้ร่างต่างกาลอวกาศมากมายของสวี่ชิงถูกทำลายชั่วพริบตา
ตัวเขากระอักเลือดอย่างต่อเนื่อง
ไม่ได้ปล่อยให้เลือดที่กระอักออกมาเสียเปล่า สวี่ชิงสำแดงวิชาเลือดรีดเร้นทุกคำ เคลื่อนหลบติดต่อกัน ท่ามกลางเสียงกัมปนาทต่อเนื่อง สุดท้ายเขาก็ถอยมาถึงรัศมีค่อนข้างปลอดภัย
สวี่ชิงหายใจกระชั้นถี่ หลบหลีกอีกครั้ง
กระทั่งพุ่งตัวออกมาจากทางเข้า
เมื่อยืนกลางฟ้าดารา ในใจสวี่ชิงค่อยผ่อนคลายลงบ้าง เขาสำรวจตัวเอง ก่อนตรวจสอบคลังแก่นตั้งต้นในกาลอวกาศคู่ขนานของตน
‘ปริมาณเท่านี้ ถ้าใช้ทั้งหมด น่าจะทำให้ตัวอ่อนเซียนของข้าบรรลุขั้นใหญ่ได้ ก้าวสู่ระดับกึ่งเซียน!’
‘ทว่าได้เพียงฝืนทำเท่านั้น หากมากกว่านี้เล็กน้อยย่อมไม่มีปัญหา…’
‘หลังจากก้าวสู่ระดับกึ่งเซียน พลังต่อสู้ข้าจะก้าวกระโดด!’
สวี่ชิงเลียริมฝีปาก มองดวงตะวันนั่น นัยน์ตาล้ำลึก
จิตสังหารเมื่อครู่ ไม่ใช่สิ่งที่กึ่งเซียนครอบครองได้
‘นั่นคือเซียนชั้นล่าง…’
‘ที่นี่มีเซียนชั้นล่างจัดเตรียมไว้ ใช้เป็นแหล่งรวบรวมแก่นตั้งต้นของตน คล้ายจำกัดขอบเขต…การมาของข้าเหมือนชุบมือเปิบ ดังนั้นจึงกระตุ้นพลังผนึก’
สมองสวี่ชิงขับเคลื่อนความคิด จากนั้นค่อยหันกลับ เบี่ยงสายตาจากดวงอาทิตย์ เหลือบมองสาหร่ายมหึมาต้นนั้น
จากการดูดซับเมื่อครู่ ใบสาหร่ายเพิ่มมา 1 ใบ แม้ว่าเป็นเพียงใบอ่อน แต่เห็นชัดว่ากลิ่นอายเข้มข้นกว่าก่อนหน้านี้
“เจ้ารู้อยู่แล้วกระมัง”
สาหร่ายเงียบไป สักพักจิตเทพค่อยดังก้อง “ในนภานอกแสงเหนือ เขาคือผู้คุมเรือนจำคนสุดท้ายของจักรวาลนี้ ปีนั้นเขาเป็นระดับกึ่งเซียน จากนั้นค่อยก้าวสู่ระดับเซียนชั้นล่าง ทั้งยังเปลี่ยนวิถี แต่ปีนั้นยามเลื่อนขั้นเป็นเซียน เขามีปัญหาบางอย่าง ทำให้ออกจากสถานที่ปิดด่านไม่ได้”
สาหร่ายตอบตามจริง หลังจากกินแก่นตั้งต้นครั้งหนึ่ง มันยังอยากกินต่อ ดังนั้นเลยไม่ปิดบังอีก
สวี่ชิงครุ่นคิด
แม้ว่าการสิ้นชีพของผู้นำเซียนจี๋กวง ทำให้วังเซียนแสงเหนือหม่นหมอง ทั้งทำให้พวกเบื้องบนของนภานอกแสงเหนือรับเคราะห์ทั้งหมด แต่กลับมีเพียงเซียนเท่านั้น
ผู้ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานแต่ง ผู้ไม่มีสิทธิ์เป็นพยานการผลัดเปลี่ยน ยังเหลือรอดมากนัก
‘ดังนั้นถ้าไม่คลายผนึกนี้คงยากดูดซับต่อ หากยอมแพ้ก็ไม่พอใจอยู่บ้าง’
นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววเยียบเย็น
แม้ว่าอีกฝ่ายเป็นเซียน แต่ใช่ว่าวงแหวนที่ 5 ไม่มีระเบียบ
‘ถ้าระดมพล ร่วมกับฐานะผู้รวบรวมทรัพยากร…ต่อให้เป็นเซียน ในวงแหวนที่ 5 ซึ่งมีระเบียบนี้ก็เหิมเกริมไม่ได้!’
‘เมื่อคนมากขึ้นย่อมแบ่งเบาพลังผนึก ขณะเดียวกันต้องมีหย่วนซานซู่กับซิงหวนจื่อด้วย พลังบำเพ็ญของพวกเขาถือเป็นกองหนุนอย่างดี’
เมื่อนึกถึงตรงนี้ สวี่ชิงตัดสินใจเด็ดขาด กำลังจะเรียกรวมพล
ทันใดนั้นสาหร่ายพลิ้วไหว แผ่นหยกบนตัวสวี่ชิงส่งข่าวมา
ผู้ส่งสารคือซิงหวนจื่อ!
‘ในราชวงศ์นภามัวมีสิ่งซ่อนเร้น ข้าสัมผัสได้ว่ามีสิ่งที่ข้าต้องการ แต่เผ่านี้มีคำสั่งยกเว้นซึ่งนภานอกแสงวิญญาณให้’
‘คำสั่งนี้ทำให้เผ่านี้ไม่ได้รับผลกระทบจากการรวบรวมทรัพยากร ทั้งในเผ่ายังมีผู้แข็งแกร่งด้วย!’
‘ตอนนี้พวกเขาใช้คำสั่งนี้เพื่อขัดขวาง ในนั้นมีผู้แข็งแกร่งคุกคาม สวี่ชิง สิ่งที่ข้าได้รับ ยกให้เจ้าครึ่งหนึ่ง’
‘เจ้ากล้าร่วมด้วยหรือไม่’
สารนี้ชัดเจนว่าเป็นการขอความช่วยเหลือ
ทั้งการขอความช่วยเหลืออย่างแข็งกร้าวเช่นนี้ ถือว่าสอดคล้องกับนิสัยเย่อหยิ่งของซิงหวนจื่อ
สวี่ชิงเลิกคิ้ว
สิ่งที่เขาคิดคือในเมื่อซิงหวนจื่อเลือกขอความช่วยเหลือ นี่บ่งบอกว่ามีสิ่งที่เขาต้องการเร่งด่วน อีกด้านหนึ่งยังบ่งชี้ว่าผู้แข็งแกร่งที่เขาเอ่ยถึง น่าจะแข็งแกร่งมาก!
สวี่ชิงครุ่นคิดก่อนสื่อเสียง
‘ทางข้าก็มีเรื่องหนึ่ง ต้องการร่วมมือกับเจ้าภายหลัง’
‘ตกลง!’ ซิงหวนจื่อไม่ถามสาเหตุ ตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว
‘ตกลง!’ สวี่ชิงเก็บแผ่นหยก กำลังจะจากไป แต่หลังจากครุ่นคิด เขาหันกลับมามองสาหร่าย นัยน์ตาฉายแววประหลาด ก่อนกล่าวฉับพลัน “เจ้าออกจากที่นี่ได้หรือไม่”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



