บทที่ 1263 เทพแท้กระชับวงล้อม
เมื่อสวี่ชิงกลับมา ทุกอย่างในห้องลับฟื้นคืนสภาพปกติ บรรยากาศรัญจวนหายไป
สิ่งที่ปรากฏในสายตาสวี่ชิงคือภาพแปลกประหลาด
ธิดาเทพซิงโหมวนั่งหลับตาอยู่ตรงนั้น
จิ้งจอกดินอยู่ด้านหลัง กำลังหวีผมองค์ท่าน ใช้หวีไม้สางผมยาวสลวย ธิดาเทพแน่นิ่งไม่ไหวติง
สวี่ชิงสีหน้าแปลกไป หลังจากพิจารณาอย่างละเอียด พบว่าแก่นตั้งต้นในตัวธิดาเทพ ถึงขั้นเปลี่ยนจากสภาวะปิดกั้นด้วยเกินขีดจำกัดก่อนหน้านี้เป็นมีชีวิตชีวา
ทั้งเพิ่มจำนวนขึ้นไม่น้อย
ทำให้เขาเหลือบมองจิ้งจอกดินอย่างอดไม่ได้
จิ้งจอกดินหัวเราะเบาๆ “นายน้อย ภายหน้าท่านอย่าหยาบคายกับน้องซิงโหมวเช่นนั้นอีก น้องซิงโหมวรับปากแล้ว นางจะให้ความร่วมมือในการเก็บเกี่ยวเต็มกำลัง”
“ใช่หรือไม่ น้องซิงโหมว”
ขณะกล่าวจิ้งจอกดินก้มหน้าเป่าลมข้างหูซิงโหมว
ซิงโหมวตัวสั่นสะท้าน ลืมตามองสวี่ชิง
ครั้งนี้ความแค้นขององค์ท่านที่มีต่อสวี่ชิงน้อยลงมากโดยไม่รู้ตัว
ถึงขั้นว่าจากความรู้สึกขององค์ท่าน ตอนนี้สวี่ชิงไม่ใช่ฝันร้ายอีก
สวี่ชิงแค่ทำเพื่อฝึกบำเพ็ญ ดังนั้นจึงดูดซับแก่นตั้งต้นของตน ไม่นับว่าเป็นอะไร จุดยืนทั้ง 2 ฝ่ายตัดสินไว้นานแล้ว
แต่ฝันร้ายแท้จริงคือจิ้งจอกดินที่อยู่ด้านหลัง
นางคือมารร้าย นางคือเหวลึก นางคือมารบาปซึ่งวนเวียนในใจตนชั่วนิรันดร์
ด้วยเป็นถึงสายเลือดผู้นำเทพ แก่นตั้งต้นบริสุทธิ์ ฐานะสูงส่ง ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยถูกดูหมิ่นเช่นนั้น ยามจิตวิญญาณพังทลาย ความรู้สึกปั่นป่วน…
องค์ท่านรู้ว่าตนไม่ผ่องแผ้วอีก
ในใจองค์ท่านเกิด 7 อารมณ์ 6 ปรารถนา เกิดความรู้สึกไม่คุ้นเคยนับไม่ถ้วน
องค์ท่านเสียความเป็นเทพแล้ว
ดังนั้นนางเลยมองสวี่ชิง ก่อนยกมือขึ้น
แก่นตั้งต้นโผล่ออกมาจากมือเป็นระลอก ส่งมาตรงหน้าสวี่ชิง ซึมซาบเข้า 7 ทวาร ในตัวปั่นป่วน ทำให้พลังบำเพ็ญสวี่ชิงเกิดคลื่นสะเทือน
ภาพนี้ทำให้นัยน์ตาสวี่ชิงยิ่งฉายแววอัศจรรย์
การยอมมอบให้กับเก็บเกี่ยวด้วยตัวเองแตกต่างกัน ถือว่าลดขั้นตอนหลอมเจตจำนงไป
แก่นตั้งต้นจะยิ่งบริสุทธิ์
“เจ้าทำได้อย่างไร” สวี่ชิงถามจิ้งจอกดิน
สิ่งที่เขาถามไม่ใช่การกระทำของจิ้งจอกดินหลังหยดเทียน แต่เป็นหลักการและเหตุผลของเรื่องนี้
จิ้งจอกดินลูบเรือนผมงามของธิดาเทพ ยิ้มพลางเอ่ยกล่าว “ในสภาวะปกติ แน่นอนว่าข้ายากสั่นคลอนจิตใจของน้องซิงโหมว ทั้งนางเคยเป็นเทพแท้ด้วย แต่ผนึกบนตัวองค์ท่าน ตัดขาดจากสรรพสิ่ง ทำให้องค์ท่านหมดแรงขัดขืน”
“นอกจากนี้ยังเป็นเพราะนายน้อยช่วยไว้มาก การเก็บเกี่ยวนานัปการที่ท่านทำกับน้องซิงโหมวก่อนหน้านี้ ทำให้สภาพของนางเหมือนเขื่อนใกล้พัง”
“ข้าเพียงใช้ไหวพริบในช่วงสำคัญ ออกแรงผลักเล็กน้อย…”
“ทำให้น้องซิงโหมวมาเยือนโลกมนุษย์ ผนึกนั้นจึงคลายออกตามธรรมชาติ”
จิ้งจอกดินกะพริบตาให้สวี่ชิง
“นายน้อยออกไปครั้งนี้ ราบรื่นหรือไม่”
สวี่ชิงกวาดสายตามองจิ้งจอกดินกับซิงโหมว ไม่ล้วงลึกอีก ก่อนกล่าวเรียบๆ “พวกเราออกจากที่นี่ ไปสถานที่ใหม่ได้ ที่นั่นน่าจะซ่อนตัวดีกว่า”
“ส่วนธิดาเทพ…จากนี้เจ้าเป็นคนดูแล เจ้ามั่นใจว่าจะไม่เกิดข้อผิดพลาดหรือไม่”
จิ้งจอกดินได้ยินแล้วตาเป็นประกาย “นายน้อยวางใจ ข้าทำอะไรไม่เคยเกิดเรื่องผิดคาด”
เมื่อกล่าวจบจิ้งจอกดินสะบัดแขนเสื้อ ม้วนตัวธิดาเทพซิงโหมวที่เงียบมาตลอด กลายเป็นแสงเคลื่อนหายไปในฝ่ามือสวี่ชิงพร้อมกัน
แปรเปลี่ยนเป็นรอยประทับหนึ่ง
สวี่ชิงก้มหน้ามองเล็กน้อย จากนั้นค่อยลบร่องรอยถ้ำพำนักแห่งนี้ ร่างเลือนหาย บนท้องฟ้าเหนือเทือกเขาผลึกม่วง เขากลายเป็นผีเสื้อปีกหลากสีตัวหนึ่ง
กระพือปีกสร้างแสง 7 สี ซ่อนตัวกลางความว่างเปล่า
ที่ตั้งใหม่ซึ่งเขาบอกจิ้งจอกดิน แน่นอนว่าคือศาลเจ้าตรงอาณาจักรวัวเกล็ด
ไม่นานยามเหล่าวัวเกล็ดกราบไหว้ สวี่ชิงในร่างผีเสื้อกลับมาที่นี่ บินเข้าศาลเจ้า ผลุบเข้ารูปปั้นผีเสื้อที่สร้างใหม่
แผ่พลังอำนาจเทพออกมาจากรูปปั้นเป็นระลอก แผ่กว้างทั่วนอกอาราม ปกคลุมอาณาจักรเผ่านี้
หลังจากสัมผัสถึงพลังอำนาจเทพ เหล่าวัวเกล็ดล้วนเก็บปีก นัยน์ตาฉายแววเลื่อมใส ทยอยก้มกราบ
โดยเฉพาะผู้บวงสรวงยิ่งส่งเสียงอึงอลอย่างตื่นเต้น เล่าปาฏิหาริย์ด้วยภาษาของพวกมัน
เมื่อสวี่ชิงเห็นภาพนี้ ในใจนิ่งสงบ
ช่วงต่อจากนี้เขาเตรียมยึดรัง ใช้ร่างเทพผีเสื้อ ทำให้ตนเป็นเหมือนองค์ท่าน!
เท่านี้ก็ซ่อนตัวแนบเนียนขึ้น
ส่วนเวลาออกจากดาวนี้ สวี่ชิงมีตัวเลือกใหม่
ในความทรงจำเทพผีเสื้อ สิ่งที่เขาพบไม่ใช่เพียงโครงสร้างของดาวกับระยะห่างจากสนามรบ เขายังเห็นค่ายกลส่งข้ามของเทพแห่งหนึ่งด้วย
ค่ายกลนี้ตั้งอยู่ตรงเผ่าเทพที่ปกครองดาวนี้และเคยมีเทพแท้ปรากฏ
ทว่าตามความเข้าใจของเทพผีเสื้อ ตระกูลนี้ไม่มีเทพแท้แล้ว มีเพียงระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดนั่งบัญชา แต่อย่างไรก็เคยมีเทพแท้ปรากฏตัว เป็นไปได้ว่าอาจมีวิธี
หากสวี่ชิงดึงดันบุกเข้าไป ถ้าราบรื่นย่อมดียิ่ง แต่หากเกิดข้อผิดพลาด ตัวเขาย่อมถูกเปิดโปง
เมื่อเผยตัวดึงดูดเทพแท้มา ความสำเร็จของการส่งข้ามก็ย่อมลดลงด้วยเหตุนี้
สวี่ชิงเงียบไป ไม่ได้บุ่มบ่าม
เนื่องจาก…ไม่นานก็มีโอกาสหนึ่ง
ในความทรงจำของเทพผีเสื้อ หลายเดือนก่อนตระกูลที่ปกครองดาวเคยเรียกตัวเทพเจ้าทั้งหมดบนดาวนี้
เกณฑ์พลเทพเจ้ากับเผ่าเทพบนดาว มุ่งหน้าไปยังแดนลับของตระกูล
สถานที่ตั้งของแดนลับคือส่วนลึกใต้ดินของดาวนี้!
เมื่อวิเคราะห์ร่วมกับสิ่งที่จิตเทพสวี่ชิงสัมผัสได้ นั่นคือสถานที่ซึ่งมีเสียงหายใจของชีพจรปฐพี
‘เมื่อเหล่าองค์ท่านเข้าแดนลับ นั่นคือโอกาสเหมาะที่ข้าจะออกจากที่นี่!’
‘อีก 2 เดือน…’
สวี่ชิงหรี่ตา ส่วนเทพผีเสื้อที่เขายึดร่างจะใช้วิธีอะไรเพื่อไม่ไปเข้าร่วมแดนลับ ในใจเขามีแผนการแล้ว
‘เทียบกับการออกจากดาวนี้ทันที ในทะเลดาวกว้างใหญ่เปี่ยมด้วยเทพเจ้า การเร่งเดินทางและหาโอกาสอย่างระวัง ทั้งอาศัยค่ายกลส่งข้ามถือเป็นวิธีปลอดภัยที่สุด’
‘ย่นระยะทางได้มาก ทำให้ข้าเข้าใกล้เขตวงแหวนที่ 4 ในที่สุด’
‘ส่วนการทลายปราการ…’
นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววล้ำลึก เขามีหญ้าวงแหวน ทั้งมีหอคอยดารา การทลายปราการกลับไป ถือว่ามั่นใจระดับหนึ่ง
เมื่อนึกถึงตรงนี้ สวี่ชิงหลับตา ใช้รูปปั้นเทพผีเสื้อเป็นร่างหลัก ดูดซับแก่นตั้งต้นซึ่งธิดาซิงโหมวมอบให้อย่างเงียบเชียบ เริ่มการฝึกบำเพ็ญ
เวลาผ่านไปทีละน้อยเช่นนี้
เนื่องจากเทพเจ้าล้วนเป็นอิสระ ทั้งมีอาณาเขตของตน ดังนั้นเรื่องที่สวี่ชิงยึดร่างจึงไม่ถูกสังเกตเห็น
นอกจากนี้ยังส่งสัญญาณตอบรับเผ่าเทพซึ่งปกครองดาวนี้กับเทพมากมายแล้ว มุ่งหน้าไปยังวงแหวนหยกบนเวิ้งฟ้า ไปเตรียมตัวล่วงหน้าที่นั่น
ขณะเดียวกันยังเกี่ยวข้องกับความคุ้นเคยในหมู่เทพเจ้า การช่วยเหลือจากจิ้งจอกดินกับผิวหนังนั่นมีผลอย่างมาก
ทุกอย่างทำให้สวี่ชิงเชื่อมโยงได้ กลายเป็นผลลัพธ์เพื่อการซ่อนตัวที่ดีขึ้น
แต่สุดท้ายยังไม่อาจเลี่ยงจิตเทพของเทพแท้
ต่อจากนั้นมีจิตเทพของเทพแท้เคลื่อนกวาดผ่านฟ้าดาราเป็นครั้งคราว สวี่ชิงอาศัยผนึกผู้นำเซียนในตัวธิดาเทพซิงโหมวมาคอยเบี่ยงเบน
ทว่า…เมื่อวันสำรวจแดนลับของตระกูลซึ่งปกครองดาวนี้ใกล้เข้ามา บางทีอาจเพราะเหล่าเทพแท้ซึ่งรับคำสั่งจากจักรพรรดิเทพหลีจูค้นหานอกวงแหวนที่ 4 แล้วไม่ได้ผล…
ดังนั้นจึงเริ่มค้นหาใหม่อีกครั้ง
ครั้งนี้เห็นชัดว่าละเอียดเข้มงวดกว่าก่อน สิ่งสำคัญคือทิศทางการค้นหา ทั้งแก้ไขข้อบกพร่องที่สวี่ชิงพบก่อนหน้านี้
นอกจากค้นหากลิ่นอายธิดาเทพกับวิญญาณเซียนแล้ว เทพแท้เหล่านั้นยังเริ่มค้นหาเทพทั่วไปด้วย!
คล้ายกำลังกระชับวงล้อม ทั้งตาข่ายดักครั้งนี้ยังละเอียดหาใดเปรียบ ต้องการควานหาความผิดปกติทุกอย่าง
หลังจากผ่านประสบการณ์ครั้งหนึ่ง ในใจสวี่ชิงหนักอึ้ง
ปัญหาไม่ใช่เพียงจิ้งจอกดินจะถูกเปิดโปงหรือไม่แล้ว ตอนนี้การแปลงกายของสวี่ชิงก็เสี่ยงถูกเปิดโปงเช่นกัน
นอกจากว่าเขากับจิ้งจอกดินจะซ่อนตัวด้วยเลือดเนื้อธิดาเทพ
แต่หากปล่อยธิดาเทพไว้ข้างนอกลำพัง ต่อให้ตอนนี้ธิดาเทพว่าง่ายแล้ว แต่สวี่ชิงยังไม่อยากให้โอกาสนาง
ด้วยเหตุนี้จึงลำบากใจ
‘เมื่อครู่เพียงจิตเทพของเทพแท้ 2 องค์ก็ทำให้ข้าเกือบถูกเปิดโปง…’
‘หรือเหล่าองค์ท่านรู้ข้อมูลเกี่ยวกับข้ามากขึ้น รู้ว่าข้างกายข้ามีเทพเจ้า หรือรู้ว่าข้ามีวิธีแปลงกายเป็นเทพ’
สวี่ชิงขมวดคิ้ว
ขณะเดียวกันเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ไม่ใช่แค่เทพแท้ค้นหาอย่างละเอียดมากขึ้น ผนึกผู้นำเซียนในตัวธิดาเทพซิงโหมวยังซ่านสลายต่อเนื่อง เมื่อผ่านการตรวจสอบจากจิตเทพครั้งแล้วครั้งเล่า
เหลือเพียงครึ่งเดียวแล้ว
‘อีก 7 วัน…’
สวี่ชิงคำนวณเงียบๆ นัยน์ตามีเปลวไฟลุกโชน ความรู้สึกกระสับกระส่ายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ไม่อาจเดิมพันกับเวลาต่อจากนี้ จิตเทพแท้ซึ่งสำรวจ ห้ามเกิน 2 องค์!”
สวี่ชิงหรี่ตา เผยแววดุดัน ลุกขึ้นก้าวเดิน กำลังตัดสินใจเด็ดขาด จิ้งจอกดินพลันเอ่ยปาก “นายน้อย ข้ามีวิชาลับอย่างหนึ่ง…”
สวี่ชิงชะงัก
“วิชาลับนี้ต้องสำแดงวิชาเทพเฉพาะ ทำให้กลิ่นอายเทพของข้าผสานรวมกับโลกภายนอก สร้างวิชาเทพวงกว้าง”
“ถ้าโลกภายนอกเหมือนน้ำสะอาด เมื่อสำแดงวิชานี้ แน่นอนว่าย่อมเห็นชัดเจน”
“แต่หากโลกภายนอกมีกลิ่นอายเทพปะปน เมื่อข้าสำแดงวิชานี้เพื่อหลอมรวม…ข้าจะเป็นส่วนหนึ่งของความปั่นป่วน”
จิ้งจอกดินกล่าวอย่างรีบเร่ง องค์ท่านร้อนรนแล้ว ถ้าสวี่ชิงโดนเจอตัว องค์ท่านรู้ดีว่าด้วยเรื่องที่ตัวเองทำกับธิดาเทพ ฉากจบของตนคงอนาถกว่าสวี่ชิงหลายเท่า
ถึงอย่างไรด้วยคำสั่งผู้นำเทพ สวี่ชิงก็ยังถูกจับเป็น…
ดังนั้นองค์ท่านเลยเค้นสมองหาวิธี
สวี่ชิงได้ยินดังนี้ นัยน์ตาฉายแววอัศจรรย์ “ความหมายของเจ้าคือ…ในเมื่อพวกเราไม่อาจลดการมีตัวตน มิสู้หาสถานที่เปี่ยมด้วยตัวตนอื่นดีกว่า”
จิ้งจอกดินเห็นด้วยทันที “นายน้อย ถ้าเป็นเช่นนี้ พวกเรายังซ่อนตัวได้ อย่างน้อย…ก็ปกปิดได้อีกหน่อย ยกระดับความปลอดภัยของพวกเรา!”
“เจ้ามีความมั่นใจกี่ส่วน” สวี่ชิงเอ่ยถามทันที
“ครึ่งหนึ่ง…” จิ้งจอกดินลังเล
สวี่ชิงครุ่นคิด สักพักค่อยพยักหน้า “เจ้าถ่ายทอดวิชานี้ให้ข้า ถึงตอนนั้นพวกเราค่อยสำแดงวิชาพร้อมกัน!”
จิ้งจอกดินได้ยินแล้วรีบใช้จิตเทพถ่ายทอดวิชานี้ให้สวี่ชิง
วิชาลับนี้ไม่ยาก สวี่ชิงหยั่งรู้สักพัก ในใจพลันกระจ่าง ดังนั้นเลยไม่ลังเลอีก
“สถานที่ซึ่งมีกลิ่นอายปะปน มีอยู่แห่งหนึ่ง”
เพียงพริบตาร่างสวี่ชิงหายไปจากศาลเจ้า ปรากฏตัวเหนือเวิ้งฟ้า มุ่งตรงไปยัง…วงแสงมรกต 360 วงบนฟ้า
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



