Skip to content

Outside Of Time 1277

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา

บทที่ 1277 เคราะห์หลงเหลือของซ่างฮวง

ลึกลงไปในห้วงอวกาศลึก ณ รอยแยกมิติของระบบดาวที่ 4

ที่แห่งนี้ขอบเขตกว้างใหญ่ไพศาลเทียบได้กระทั่งจักรวาลหลายจักรวาล ฝุ่นสีแดงว่ายวนล้อมรอบอยู่ตลอดเวลา เป็น 1 ใน 4 แดนต้องห้ามของระบบดาวที่ 4

นับตั้งแต่โบราณกาลมา ผู้บุกรุกเข้ามาน้อยนักที่จะรอดชีวิตกลับไป

และเทพเจ้าที่แตกดับลงที่นี่…จวบจนกระทั่งวันนี้ก็ไม่มีองค์ใดที่หวนกลับคืนมาเลย

ตอนนี้ ในเสี้ยวพริบตาที่เสียงระฆังดังก้อง ดาวแม่ดั้งเดิมปะทุ แดนต้องห้ามแห่งนี้…ก็แผ่ระลอกขึ้น!

ในส่วนลึกของแดนต้องห้าม สถานที่ที่เทพเจ้าน้อยนักจะมาถึงได้ ที่นั่นมีแท่นบูชากระดูกเทพเจ้าแท่นหนึ่ง

กระดูกเทพเจ้าจำนวนนับไม่ถ้วนและแมลงดุร้ายเหี้ยมเกรียมทั้งหลายที่คลานอยู่ในนั้น บนแท่นบูชาที่กองรวมกันขึ้นมา มีโลงศพสัมฤทธิ์ที่รายล้อมไปด้วยหมอกแห่งความโกลาหล

โซ่ตรวนเทพเจ้าจำนวนนับไม่ถ้วนมาจากความว่างเปล่า พันธนาการมันไว้อย่างแน่นหนา!

ในทันทีที่พายุภายนอกกวาดโหมไปในทะเลความทรงจำ โซ่ตรวนเทพเจ้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง โลงศพ…ระเบิดออกทันที!

ซากร่างที่ดูเหมือนจะหลับใหลมาเป็นเวลานับหมื่นนับล้านปีในนั้น ค่อยๆ ลุกขึ้นมาช้าๆ

การลุกขึ้นนั่งขององค์ท่านทำให้แดนต้องห้ามทั่วทั้งแดนสั่นคลอน อักขระเทพนับไม่ถ้วนได้ปรากฏขึ้นมาจากทุกทิศทาง สยบกำราบไปยังองค์ท่าน

สำหรับอักขระเทพเหล่านี้ ซากร่างที่ลุกขึ้นมาจากโลงเมินเฉย ปากก็ส่งเสียงหัวเราะที่แหบแห้งและบาดหูออกมา

“ราชาเทพหนานเคอ…อำนาจแห่งชะตากรรมของเจ้า…กำลังถูกช่วงชิงไป”

“เหมือนกับตอนนั้นที่เจ้าเป็นเหมือนแมลงกินเทพ อาศัยเคราะห์หลงเหลือของซ่างฮวงแอบช่วงชิงอำนาจบางส่วนขององค์ท่านไป ดังนั้นเจ้าจึงต้องเผชิญกับเคราะห์ที่ซ่างฮวงเคยประสบ!”

“เช่นนั้น ข้าจะกำราบเจ้าอีกครั้ง!”

จากการสะท้อนก้องของเสียง ในหน้าอกขององค์ท่านคุณสมบัติเทพที่เน่าสลายไปครึ่งหนึ่งเปล่งแสงสีเลือดเจิดจ้าออกมา และโซ่ตรวนเทพเจ้ามากมายเหล่านั้นที่เชื่อมโยงมาจากความว่างเปล่าในขณะนี้ก็ได้ขาดสะบั้นไปเป็นชุ่นๆ

“ส่วนผู้บำเพ็ญคนนั้นที่ใช้วิถีเซียนเดินมาถึงระดับขั้นของพวกเรานั้น กลับใช้ผลกรรมเวรของซ่างฮวง ปกปิดปัญญารอบรู้ของเจ้า การวางแผนเช่นนี้ เลิศล้ำ น่าสนใจ!”

วาจาเทพที่เน่าสลายสั่นคลอนความว่างเปล่า แมลงกินเทพมหาศาลที่เกาะบนโลงศพสลายกลายเป็นไอทันที

เพียงแต่ในเสี้ยวพริบตาต่อมา อักขระเทพในแดนต้องห้ามนี้ก็ได้ปรากฏขึ้นหมื่นเท่า ราวกับน้ำป่าที่พุ่งตรงมาที่เทพเจ้าองค์นี้ หลังจากที่ปกคลุมไปในเสี้ยวพริบตา ก็กำราบทุกอย่างลงไปอีกครั้ง

โลงศพที่แตกสลายไปปรากฏขึ้นอีกครั้ง โซ่ตรวนที่ขาดสะบั้นก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

เทพที่ซากร่างไม่สมบูรณ์ยังคงถูกผนึกอยู่ในโลงศพ

มีเพียงเสียงหัวเราะขององค์ท่านเท่านั้นที่ทะลุผ่านโลงศพ ยังคงสะท้อนก้อง สุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงเทพประโยคหนึ่ง

“ข้ามองเห็น…ชะตากรรมถูกทำลายได้ แต่สิ่งที่กำหนดไว้แล้วย่อมไม่อาจฝืน!”

……

ระบบดาวที่ 4 มีอาณาจักรเทพเจ้าอยู่หลายอาณาจักร ขอเพียงเป็นเทพเจ้าแท้จริง แผ่นดินเทวะของพวกองค์ท่านล้วนสามารถก่อเป็นอาณาจักรเทพเจ้าของตัวเองได้

และเหนืออาณาจักรเทพก็คือราชวงศ์เทพ

ทั้งระบบดาวที่ 4 มีนายแห่งเทพทั้งหมด 12 องค์ ดังนั้นจึงมีราชวงศ์เทพ 12 แห่งด้วย

ส่วนเหนือราชวงศ์เทพคือศาลเทพเจ้าซึ่งเป็นสิ่งสูงส่งสูงสุดของทั้งระบบดาวที่ 4 มาจากราชาเทพ!

ตอนนี้ ในราชวงศ์เทพทั้ง 12 จิตเทพของนายแห่งเทพที่น่าครั่นคร้ามแต่ละทาง…แต่ละทาง แผ่ออกมาจากเทวรูปในวังหลักของพวกตน ในขณะเดียวกับที่ปกคลุมไปยังระบบดาวที่ 4  และจมลึกลงไปในทะเลความทรงจำด้วย

แต่ก็ไม่ได้ประมาทบุ่มบ่าม ส่วนใหญ่แล้วคือจับตามองและเป็นประจักษ์พยานให้กับภาพแต่ละฉาก…แต่ละฉาก ที่นายแห่งเทพที่ไม่ธรรมดาดาวแม่ดั้งเดิมกำลังจะก่อตัวขึ้น!

เพราะศาลเทพเจ้า…ตั้งแต่ต้นจนจบล้วนเงียบงัน ราชาเทพไม่มีโองการใดๆ สั่งลงมา

นี่เป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก

จนกระทั่งเสียงระฆังดังก้องกังวานเกิน 9 อึดใจ ในราชวงศ์เทพทั้ง 12 ราชวงศ์เทพหย่งเหิง(ชั่วนิรันดร์) บนบัลลังก์เทพเจ้าสูงสุด

รูปร่างขององค์ท่านแปลกประหลาดและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพียงเสี้ยวพริบตาก็เป็นเผ่ามนุษย์ มีทั้งชายหญิง เด็กและคนชรา ราวกับสรรพชีวิตทั้งหลายอยู่รวมกัน

ในอีกเสี้ยวพริบตาหนึ่งรวมไว้ซึ่งรูปร่างหน้าตาแบบต่างๆ ในนั้นมีทั้งเผ่าพันธุ์ที่มีอยู่และมีวิญญาณที่สูญสิ้นไปเนิ่นนานแล้วในแม่น้ำแห่งประวัติศาสตร์

ในอีกเสี้ยวพริบตาก็เป็นเทพเจ้า แผ่อำนาจเทพเจ้าที่น่าสะพรึงกลัวออกมา

ในอีกเสี้ยวพริบตาก็กลายเป็นความตาย แสดงรูปแบบการตายที่นับไม่ถ้วนออกมา

รูปแบบต่างๆ สลับสับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ใน 1 อึดใจก็เปลี่ยนไปมากมายหลายอย่าง

ดังนั้นจึงเรียกว่าไม่อาจพรรณาได้!

และในขณะนี้ องค์ท่านพลันลืมตาขึ้น

ในเสี้ยวขณะที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างเปิดออก เงาร่างขององค์ท่านก็กลายเป็นสภาวะหยุดนิ่งทันที คงสภาพที่ลืมตาขึ้นในเสี้ยวขณะนั้น

มนุษย์หินสีทองตนหนึ่ง!

องค์ท่านคือจักรพรรดิเทพหย่งเหิง…1 ใน 12 จักรพรรดิเทพของระบบดาวที่ 4 !

ครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในทาสเทวะมากภายที่อยู่ใต้การปกครองของเทพเจ้า ภายหลังอาศัยตัวเองยกระดับเป็นนายแห่งเทพด้วยตัวเอง ตอนนี้นายแห่งเทพองค์อื่นๆ บางทีอาจจะเฝ้าจับตามอง แต่ภูมิหลังและภารกิจขององค์ท่านทำให้หลังจากที่เงียบงันแล้ว ก็มองไปยังกลุ่มแสงสีทองที่เป็นตัวแทนของพลังงานต้นกำเนิดราชวงศ์เทพข้างหน้า

กลุ่มแสงนั้นกำลังหมองหม่นไป

ดังนั้นองค์ท่านจึงหลับตาลงอีกครั้ง หลายอึดใจต่อมาก็พลันลืมตาขึ้น ยกมือขวาขึ้น งอนิ้วดีดเบาๆ

พลังแข็งแกร่งทรงพลังเกินต้านทานกลุ่มหนึ่งปะทุขึ้นทันที ฉีกทะเลความทรงจำที่อยู่ระหว่างความเป็นจริงและมายา!

หลังจากนั้น โองการเทพนิจนิรันดร์ 72 โองการแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งทะลุความว่างเปล่าไป

“จงหยุดองค์ท่านไว้ การถือกำเนิดของจักรพรรดิองค์ใหม่จะทำลายสมดุล”

เกือบจะในเวลาเดียวกัน นอกดาวแม่ดั้งเดิม ที่รอยแยกกาลอวกาศซึ่งมีอยู่ในความทรงจำของเหล่าเทพเจ้า แสงดาวสีเขียวคล้ำก็พลันหยุดชะงักลง จากนั้นก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว

สุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นประตูแสงสีเขียวคล้ำบานแล้วบานเล่า!

ประตูเหล่านี้ต่างเปิดออกทั้งหมดพร้อมกันทันที

เทพเจ้าแท้จริงที่ได้รับโองการจากจักรพรรดิเทพหย่งเหิงทั้งหลาย ต่างพุ่งออกมาจากประตูแสงที่เปิดออกเหล่านี้

พุ่งตรงไปยังดาวแม่ดั้งเดิม!

ในสายตาของพวกองค์ท่าน ดาวแม่ดั้งเดิมที่อยู่ไกลออกไปมีเปลือกหุ้มเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง

นั่นคือหนังของดาวแม่ดั้งเดิมที่หลังจากที่นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองฉีกออกไปแล้ว ก็ปกคลุมอยู่บนเลือดเนื้อของดวงดาวแม่ และกลายผืนนภา!

และภารกิจของพวกองค์ท่านก็คือการทำลายหนังของดาวดวงนี้ เพื่อหยุดยั้งสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นบนดาวแม่ดั้งเดิม!

ดังนั้นในเสี้ยวพริบตา เทพเจ้าแท้จริงที่รับคำสั่งมาเหล่านี้ หลังจากที่ประชิดเข้าใกล้แล้ว อำนาจเทพของตัวเองต่างส่งเสียงดังครืนครั่นเลื่อนลั่น ก่อเป็นวิชาเทพที่ยิ่งใหญ่ทรงพลังเป็นทาง…เป็นทาง

เพียงแต่…ผิวหนังของดาวแม่ดั้งเดิม เดิมทีก็มีความสามารถในการดูดซับพลังงานต้นกำเนิดอยู่แล้ว อีกทั้งจากการพัดหอบขึ้นด้วยฝีมือนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองเมื่อก่อนหน้านี้ ก็เพื่อทำให้มันกลายเป็นเกราะป้องกันชั้นแรก

ดังนั้นไม่ว่าเหล่าเทพเจ้าแท้จริงเหล่านี้จะมาถึงและลงมืออย่างไร และผิวหนังนี้ก็ส่งเสียงกึกก้อง แต่ในเสี้ยวขณะนี้มันก็ยังไม่ถูกทะลวง!

มีเพียงเสียงหนักทึบดังมาเท่านั้น

และดังขึ้นในหูของสวี่ชิงและเซียนหลิงหวง

สวี่ชิงสะกดความปั่นป่วนในใจลงไปทันที เงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าผิวหนังดวงดาวสีเลือด

เห็นเพียงท้องฟ้านูนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เลือดที่หยดลงมามากขึ้น แต่การป้องกันของมัน…ก็น่าตกใจจริงๆ

และในตอนนี้ นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองที่กำลังจะเลื่อนขั้นสู่นายแห่งเทพ ข้างหน้าเขาก็มีผลึกสีแดงที่ไม่สม่ำเสมอปรากฏขึ้นมาแล้ว

นั่นอาจจะเป็นสีของเลือด หรืออาจจะเป็นสีของแสงเรืองรองแห่งขั้วโลกก็ได้

อีกทั้งมันก็ดูเหมือนกับกระจก!

ทั้งก้อนฉายความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ออกมา ยิ่งมีพลังกดดันที่น่าสะพรึงกลัวราวกับว่าเป็นสมบัติที่สูงส่ง!

นั่นคือคุณสมบัติเทพ!

หรือจะพูดให้ถูกก็คือส่วนหนึ่งของคุณสมบัติเทพ

องค์ท่านกำลังดูดซับพลังจากเทพเจ้าทั้งหลายของระบบดาวที่ 4 ท่ามกลางตรรกะพื้นฐานและโครงสร้างของระบบดาวที่ 4 ที่เขียนขึ้นใหม่ เติบโตอย่างรวดเร็ว!

“ยังไม่พอ”

จ้องมองคุณสมบัติเทพ เสียงของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองกลายเป็นระลอกคลื่นกฎเกณฑ์ที่จับต้องได้ ดังสะท้อนก้องไปทั่วทุกทิศ

ทุกที่ที่ผ่าน กาลอวกาศเกิดรอยร้าวราวกับแก้ว

จากนั้นองค์ท่านก็มองไปยังท้องฟ้า รูม่านตาแยกออกเป็นวงแหวนสีทองที่กำลังหมุนวน 12 วง

“ต้องการ…สารอาหารที่มากกว่านี้”

ระหว่างพูด เส้นเลือดนับไม่ถ้วนที่อยู่ข้างหลังองค์ท่านก็เคลื่อนไหวขึ้นทันที ใช้ดาวแม่ดั้งเดิมเป็นสื่อกลาง เจาะลึกเข้าไปในทะเลความทรงจำของเหล่าเทพเจ้า และผ่านจากทะเลความทรงจำ แผ่ขยายไปยังสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในระบบดาวที่ 4

เพียงพริบตา ทะเลความทรงจำของระบบดาวที่ 4 ก็เกิดคลื่นยักษ์ การดูดซับจากนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองไหลไปตามทะเลความทรงจำเชื่อมต่อกับโลกทั้งหลาย!

ทำให้เทพเจ้านับไม่ถ้วนของระบบดาวที่ 4 ตอนนี้สั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้ ในความรางเลือนสัมผัสรับรู้ได้ถึงการเรียกขานจากตัวตนสูงส่งสูงสุด

ดังนั้นจึงร่วงโรยไปเป็นจำนวนมหาศาล แปรเปลี่ยนเป็นจุดแสงสีทองนับไม่ถ้วน ลอยขึ้นมาจากดวงดาวนับพันล้านดวง รวมตัวกันเป็นแม่สายน้ำสายยาวที่ทอดตัวผ่านมหาสมุทรดารา โหมทะลักไหลบ่าไปยังดาวแม่ดั้งเดิมในความทรงจำ

ทะลุผ่านผิวหนังของดวงดาวมา!

ที่นี่มันได้กลายเป็นกระแสน้ำที่เต็มไปด้วยเสียงพึมพำ ไหลบ่าเข้าไปในร่างกายของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรอง

คุณสมบัติที่อยู่ข้างหน้าองค์ท่านก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็วในชั่วขณะนี้

สวี่ชิงมองดูสิ่งเหล่านี้ คลื่นในใจแผ่ระลอกปั่นป่วน เมื่อก่อนเขาและศิษย์พี่ใหญ่เคยทำการใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเป็นบิดาแห่งวิถีสวรรค์ หรือวางแผนกับชื่อหมู่…แต่ในบรรดาการใหญ่เหล่านี้ นอกจากเลือดเนื้อของเสี้ยวหน้าครั้งนั้นแล้ว ล้วนเทียบกับวันนี้ไม่ได้เลย!

กระทั่งว่าดูจากระดับของขอบเขตแล้ว สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า!

และในขณะที่ความคิดของเขากำลังปั่นป่วน ท้องฟ้าก็พลันส่งเสียงก้องมา

ผิวหนังเกิดส่วนที่นูนขึ้นขนาดมหึมาขึ้นข้างใน ราวกับว่ามีพลังจากภายนอกที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นซัดลงมา ทำให้มันบุ๋มลงมาจากข้างนอก

เมื่อเห็นเช่นนี้ พลังบำเพ็ญภายในร่างกายของสวี่ชิงโคจรขึ้น ตัวอ่อนเซียนที่อยู่ข้งหลังแผ่ระลอกคลื่น เหล็กแหลมที่อยู่ข้างกายพุ่งออกไป ยิ่งมีธรรมนูญแห่งกาลอวกาศซ้อนทับอยู่รอบๆ ตัวเขา

นอกจากนี้ วิญญาณของเขาก็แผ่ระลอกเช่นกัน เหนี่ยวนำพลังแห่งนามแท้จริงมารวมตัวกับตัวเอง จะไปคุ้มกันการยกระดับของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองไปตามสัญชาตญาณ

แต่เซียนหลิงหวงที่อยู่ข้างๆ หยุดเขาไว้ สีหน้าของนางสงบ เอ่ยเสียงแผ่วเบา “การยกระดับของพี่ชายเจ้าไม่ต้องการให้พวกเราไปคุ้มกัน”

“เขาเคยกล่าวไว้ว่ามีเพียงผู้อ่อนแอเท่านั้นที่ต้องอาศัยพลังจากภายนอกคุ้มกัน”

“และเขา…ไม่ต้องการมัน!”

“และหน้าที่ในการเป็นสมอของพวกเราถึงจะเป็นจุดสำคัญและเป็นแกนหลัก จะหวั่นไหวจากพลังภายนอกไม่ได้”

สวี่ชิงได้ยินดังนั้น นึกย้อนถึงความมุ่งมั่นของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองในครั้งนี้ ในใจเกิดความรู้สึกสะท้อนใจ พยักหน้า

ขณะเดียวกัน นอกผิวหนังของดวงดาว หลังจากเทพเจ้าแท้จริงมากมาย ก็มีเทพเจ้า 49 องค์ที่ร่างกายสูงใหญ่เทียบได้กระทั่งกับดวงดาว แบกเทวรูป 49 องค์เดินออกมาจากทะเลความทรงจำ

เทวรูปที่พวกองค์ท่านแบกอยู่มีรูปร่างและหน้าตาแตกต่างกันไป แต่อำนาจเทพที่แผ่ออกมานั้นเหมือนกัน!

ล้วนเป็นของนายแห่งเทพองค์เดียว

จักรพรรดิเทพหย่งเหิง

ในเสี้ยวพริบตาที่เข้าใกล้ดาวแม่ดั้งเดิม เหล่าเทพแท้จริงที่อยู่รอบๆ ต่างหลีกทาง และเทพเจ้าสูงใหญ่ 49 องค์นั้นต่างก็คำรามเสียงต่ำทุ้มออกมาพร้อมกัน เทวรูปที่อยู่ข้างหลังลอยขึ้นทันที ปะทุพลังของนายแห่งเทพออกมา

ต่างหลอมละลายกลายเป็นทวนหินสีทองที่เต็มไปด้วยความเก่าแก่โบราณ 49 เล่ม มาพร้อมกับกลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พุ่งไปยังผิวหนังของดาวแม่ดั้งเดิม…อย่างรวดเร็ว!

สัมผัสเข้ากับผิวหนังของดวงดาวทันที

ผิวหนังของดวงดาวสั่นสะเทือนไปทันใด ไม่อาจทนรับได้อีกต่อไป หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจต่อมาก็เหมือนว่าจะกรีดร้องคร่ำครวญ กลับไปเป็นดวงที่ถูกฉีกทึ้งแทงทะลุ

ทวนยาว 49 เล่มก็ได้ทะลุผ่านผิวหนังของดวงดาว พุ่งตรงไปที่นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรอง!

ในช่วงเวลาสำคัญ ท่ามกลางสมาธิตั้งมั่นของสวี่ชิง นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองที่กำลังรวมคุณสมบัติเทพอยู่ก็พลันเงยหน้าขึ้น ที่หว่างคิ้วของเขาในเสี้ยวขณะนี้มีตาที่ 3 เปิดออก!

นั่นคือ ‘เนตรหยั่งรู้’ ที่หลอมรวมขึ้นจากนามแท้จริง 96,000 ชื่อขององค์ท่านจากกระบวนการก่อตัวของคุณสมบัติเทพในขณะนี้

“ตัวเองไม่กล้าลงมาเยือนด้วยตัวเอง ใช้วิธีนี้มาหยั่งเชิง มันช่าง…น่ารำคาญจริงๆ”

บัญชาเทวะเย็นชาดังก้องไปทั่วจักรวาล เพียงพริบตาทวนหินสีทอง 49 เล่มบนท้องฟ้าก็สั่นสะเทือน แหลกสลายเป็นท่อนๆ อย่างมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ราวกับถูกลอกออก

พลังงานต้นกำเนิดของนายแห่งเทพที่อยู่ในนั้น ภายใต้ตำแหน่งของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองก็ระเบิดกันติดๆ

เศษชิ้นส่วนกฎเกณฑ์ที่กระจัดกระจายยังไม่ทันได้เลือนหายไป ก็ถูกเลือดเนื้อที่กำลังขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวของดวงดาวแม่กลืนกินไปจนหมด และกลายเป็นต้นกำเนิดของการหลอมรวมคุณสมบัติเทพของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรอง!

ทำให้คุณสมบัติเทพในเสี้ยวขณะนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทันที

นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองเลียริมฝีปาก มองคุณสมบัติเทพสีแดงที่ห่างจากสมบูรณ์แบบอีกเพียงไม่กี่ส่วนเท่านั้นข้างหน้า เอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉย “ยังมีอีกไหม!”

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!