Scumbag System 1

0 Comments

ตัวร้ายอย่างข้าจะหนีเอาตัวรอดยังไงดี เล่ม 1

人渣反派自救系

บทที่ 1 เศษสวะ

ตอนที่ 1

‘เทพมารอหังการ’ เป็นนิยาย YY* แนวฮาเร็มเรื่องหนึ่ง

(นิยาย YY ย่อมาจากคำว่า 意淫 ‘Yiyin’ หมายถึงนิยายที่เต็มไปด้วยฉากเซ็กส์โลดโผน)

พูดอย่างเป็นรูปธรรมหน่อย ‘เทพมารอหังการ’ เป็นนิยายขายฟินแนวผู้ฝึกวิชาเซียนปราบภูตผีปีศาจที่ยาวสุดๆ พระเอกมีดัชนีทองคำ*เก่งจนผิดมนุษย์มนา มีสาวในฮาเร็มจำนวนหลักร้อย ตัวละครสาวๆทั้งเรื่องพากันหลงรักตัวเอกชนิดหัวปักหัวปำ

(ดัชนีทองคำ หมายถึง ตัวช่วยสารพัด เช่น อาจารย์เก่งกาจที่คอยช่วยเหลือ ทักษาพิเศษ สกิลเป็นอมตะ และอาวุธวิเศษของพระเอก)

ไม่มีนิยายแนวฮาเร็มเรื่องไหนในปีนี้จะร้อนแรงเท่าเรื่องนี้อีกแล้ว!

ลั่วปิงเหอซึ่งเป็นตัวเอกในนิยายมิได้มาแนวหลงอ้าวเทียน*หรือแนวเศษฟืนแต่อย่างใด แต่กระนั้นก็ยังฮิตในหมู่นักอ่านบนเน็ตชนิดยอดวิวเป็นล้านๆ จนก่อให้เกิดกระแสการเขียนนิยายแนว YY เลียนแบบนับไม่ถ้วน

(หลงอ้าวเทียน ใช้เสียดสีนิยายที่ตัวเอกเก่งกาจ เอาชนะอุปสรรคได้ง่ายๆ มีที่มาจากนิยายจีนเรื่อง ราชันย์อหังการ ส่วนแนวเศษฟืน คือตัวเอกไม่ฉลาด ปราศจากพรสวรรค์ ไม่มีความถนัดด้านใดเป็นพิเศษ แต่กลับเคราะห์ดีประสบเหตุเกื้อหนุนหรือพบเจอของวิเศษ ชะตาชีวิตจึงพลิกผันประสบความสำเร็จ)

แต่ลั่วปิงเหอมาสายดาร์ก

ก่อนลงเอยด้วยการเป็นพระเอกสายดาร์ก ชีวิตลั่วปิงเหอประสบชะตากรรมอันรันทดมาก่อน

ข้างล่างนี้ก็ให้เสิ่นหยวนนักอ่านผู้รู้ลึกรู้จริงของนิยายเรื่องนี้ตัดเนื้อหาส่วนที่เป็นฉากแฟนเซอร์วิสออก แล้วสรุปเนื้อเรื่องที่ยาวเป็นล้านตัวอักษรออกมาเป็นเรื่องย่อสั้นๆ ดังนี้

‘ลั่วปิงเหอพอถือกำเนิดก็ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง เขาถูกห่อด้วยผ้าขาว วางในถังไม้แล้วปล่อยให้ลอยไปตามน้ำ

วันที่เหน็บหนาวที่สุดของฤดูเหมันต์ ชาวประมงคนหนึ่งเก็บเขาขึ้นมาได้จากแม่น้ำ เขาจึงไม่แข็งตายก่อนวันอันควร ด้วยเหตุที่เขาลอยมาตามแม่น้ำลั่ว อีกทั้งเป็นช่วงที่น้ำในแม่น้ำลั่วจับตัวเป็นฝ้าน้ำแข็ง*บางๆ เขาจึงได้ชื่อนี้มา

(冰 ปิง แปลว่า น้ำแข็ง 河 เหอ แปลว่า แม่น้ำ)

วัยเด็กเขาเร่ร่อนอยู่ข้างถนน กินไม่อิ่ม สวมใส่ไม่อุ่น มีวัยเด็กที่แสนจะรันทด ต่อมาหญิงซักผ้าของตระกูลเศรษฐีเห็นว่าเด็กคนนี้น่าสงสาร ทั้งตัวนางเองก็ไม่มีลูก จึงเก็บเขาไปเลี้ยงราวกับเป็นลูกแท้ๆของตัวเอง สองแม่ลูกยากจนข้นแค้น ต้องอาศัยบ้านเศรษฐีคุ้มกะลาหัวและถูกกลั่นแกล้งรังแกสารพัด

สภาพวัยเด็กที่ต้องอยู่อย่างกระเสือกกระสนเป็นปมสำคัญที่ส่งผลให้ลั่วปิงเหอเมื่อเปลี่ยนเข้าสู่ด้านมืดจึงมีนิสัยบิดเบี้ยว ชอบฟื้นฝอยหาตะเข็บ นิดหน่อยเป็นต้องเอาคืน ปากสนทนายิ้มแย้ม แต่ในใจคิดสังหารไปแล้วพันตลบ

เพื่อโจ๊กเนื้อเย็นชืดหนึ่งถ้วย เขายอมทนรับการทุบตีของเหล่าคุณชายน้อยในบ้าน แต่สุดท้ายก็ยังสายไปก้าวหนึ่งอยู่ดี ไม่ทันเอาโจ๊กไปให้แม่บุญธรรมได้ชิมสักคำก่อนที่จะลาโลกไป

ต่อมาด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิต ลั่วปิงเหอจับพลัดจับผลูได้รับเลือกให้เข้าสำนักชางฉยงซาน อันเป็นหนึ่งในสี่สำนักผู้ฝึกวิชาเซียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุทธภพ และเข้าเป็นศิษย์ในสังกัดเสิ่นชิงชิวเจ้าของฉายากระบี่ซิวหย่า(ธำรงไว้ซึ่งความสง่างาม)

ลั่วปิงเหอยังหลงเข้าใจว่าจากนี้ไปชีวิตของเขาจะเข้ารูปเข้ารอยได้เสียที แต่นึกไม่ถึงว่าเสิ่นชิงชิวกลับเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก ต่ำช้าอย่างถึงที่สุด เสิ่นชิงชิวอิจฉาพรสวรรค์อันไร้เทียมทานของลั่วปิงเหอ ในใจนึกกริ่นเกรงลูกศิษย์ที่นับวันวิชาฝีมือมีแต่จะก้าวหน้ารวดเร็วปานก้าวกระโดด จึงคอยหาโอกาสเหยียงย่ำทุกที่ เย้ยหยันทุกทาง กระทั่งศิษย์ร่วมสำนักก็พากันดูถูกเขา

ฝึกวิชาอยู่หลายปี กล้ำกลืนความอัปยศถึงที่สุด นับเป็นชะตาชีวิตที่แสนจะโศกเศร้าเคล้าน้ำตาอีกเรื่องหนึ่ง

ลั่วปิงเหอฝ่าฟันหนทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามอย่างยากลำบากจนกระทั่งถึงวัย 17 ในที่สุดก็มาถึงงานชุมนุมนี่เองที่ลั่วปิงเหอถูกเสิ่นชิงชิวลอบทำร้าย จนตกลงไปในรอยต่อระหว่างภพมารกับภพมนุษย์ – ห้วงอเวจี

และนี่คือจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริงของเรื่อง

ลั่วปิงเหอไม่เพียงไม่ตาย กลับได้พบสุดยอดกระบี่วิเศา ‘ซินหมัว’(จิตมาร) ของตนในห้วงอเวจี และได้รับรู้ชาติกำเนิดของตัวเอง

ว่าที่แท้ลั่วปิงเหอเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของราชาภพมารกับหญิงมนุษย์ สายโลหิตของมนุษย์และสายโลหิตอันเก่าแก่ของมารบรรพกาลที่ตกจากสวรรค์จึงไหลเวียนอยู่ในภายของเขา ‘เทียนหลางจวิน’ พ่อแท้ๆของเขาถูกสะกดไว้ใต้ภูเขาสูง ไม่อาจหลุดออกมาได้ชั่วชีวิต ส่วนแม่แท้ๆนั้นเป็นศิษย์ของสำนักผู้ฝึกวิชาเซียนระดับแถวหน้า เนื่องจากนางลักลอบมีความสัมพันธ์กับเผ่ามารจึงถูกขับออกจากสำนัก หลังคลอดลั่วปิงเหอก็เสียชีวิตเพราะตกเลือด ก่อนสิ้นใจนางปล่อยบุตรชายแรกเกิดของตนเองลงจากเรือน้อย นี่เองจึงทำให้ลั่วปิงเหอมีโอกาสรอดชีวิตมาได้

ลั่วปิงเหอใช้กระบี่ซินหมัวปลดผนึกโลหิตมารบนร่างของตน ทุ่มเทฝึกฝนอยู่ในห้วงอันมืดมิดจนบรรลุวิชาชั้นสูงอย่างยากพบพาน ก่อนหวนคืนสู่สำนักชางฉยงซานอีกครั้ง

จากตรงนี้เอง ที่จิตใจของลั่วปิงเหอค่อยๆเปลี่ยนเข้าสู่ด้านมืดโดยไม่เหลียวหลังนับแต่นั้น

ศัตรูในวันวานไม่มีแม้สักรายที่ไม่จบชีวิตด้วยน้ำมือเขาอย่างสยดสยอง ต้องรับทัณฑ์ทรมานอย่างแสนสาหัส ลั่วปิงเหอใช้กลอุบายและวิธีตบตาสารพัดรูปแบบที่นับวันก็ยิ่งชำนาญ ไม่ว่าจะตีสองหน้า ตลบตะแลง ลอบแทงข้างหลัง ค่อยๆหลอกผู้คนให้ตายใจ จากนั้นก็ยึดอำนาจแล้วก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ก่อมรสุมโลหิตจนกลายเป็นคลื่นยักษ์ที่ถาโถมขึ้นฟ้า เรื่องราวดำเนินไปโดยที่ด้านมืดของลั่วปิงเหอรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขากลับไปสืบทอดตำแหน่งราชาแห่งภพมาร แค่นั้นยังไม่หนำใจ เขาเริ่มเข่นฆ่าสังหารผู้คนของสำนักผู้ฝึกวิถีพรตวิชาเซียนใหญ่ๆทั้งหลายในภพมนุษย์ ใครก็ตามที่ต่อต้านเขา เป็นต้องถูกกำจัดชนิดถอนรากถอนโคน

สุดท้ายลั่วปิงเหอเทพมารแห่งยุกในตำนาน ผู้รวบรวมอาณาจักรสามภพให้เป็นหนึ่ง ก็ได้ครอบครองฮาเร็มที่มีสาวๆเป็นร้อย ให้กำเนิดลูกหลานไม่มีที่สิ้นสุด’

“นักเขียนเฮงซวย! นิยายเฮงซวย!”

นี่คือประโยคสุดท้ายก่อนจะสิ้นลมของเสิ่นหยวน

นึกภาพชายหนุ่มดีๆคนหนึ่ง ที่ยอมเสียเงินค่าสมาชิกวีไอพีเพื่ออ่านนิยายบนเว็บอย่างถูกต้องตามกฎหมายเช่นเชา พอพบว่านิยายที่มุ่งมั่นจะอ่านให้จบก่อนตาย กลับเป็นนิยายแนวฮาเร็มที่หลอกเอาเงินผู้อ่านชนิดอ่านจบแล้วโกรธจนถึงกับขนชี้ชันแทบหายใจไม่ออก แล้วจะไม่ให้เขาด่าได้อย่างไร

ผู้เขียน ‘เทพมารอหังการ’ คือ เซี่ยงเทียนต่าเฟยจี* (ชักว่าวขึ้นสวรรค์)

(เซี่ยงเทียนต่าเฟยจี เป็นคำสแลงหมายถึง “ช่วยตัวเอง” ของผู้ชาย)

แค่เห็นชื่อไอดีนี้ ก็เหมือนมีรังสีแห่งความลามกกระแทกใส่หน้าแล้ว วิธีการเขียนยังกับนักเรียนประถม พล็อตป่วยๆเต็มไปหมด

เสิ่นหยวนรู้สึกละอายด้วยซ้ำที่จัดให้นิยายซึ่งเขียนมั่วซั่ว โครงเรื่องขี้หมูขี้หมาของนักเขียนพรรค์นี้ให้อยู่ในนิยายแนวผู้ฝึกวิชาเซียน

คุณเคยเห็นผู้ฝึกวิชาเซียนที่ขี่ม้า นั่งรถม้ามันทั้งวันไหม เคยเห็นผู้ฝึกวิชาเซียนที่ฝึกถึงขั้นปี้กู่*แล้วยังต้องกินต้องนอนอีกไหม คุณเคยเห็นนักเขียนคนไหนบ้างที่บางครั้งแม้แต่จู้จีกับหยวนอิงซึ่งเป็นระดับฌานก็ยังเอามาสลับกันมั่วไปหมด

(ปี้กู่ คือ สภาวะที่ไม่ต้องกินอาหาร ร่างกายก็อยู่ได้ คล้ายๆกับอิ่มทิพย์)

เวลาอยู่ต่อหน้าตัวเอก ไอคิวของตัวละครทุกตัวในเรื่องราวกลับถูกรัศมีของไอ้เวรตะไลนี่เขมือบหายไปหมด โดยเฉพาะเจ้าอาจารย์ของลั่วปิงเหอ ‘เสิ่นชิงชิว’ ผู้นั้น เรียกได้ว่าปัญญาอ่อนขั้นหนัก เป็นหลี่เทียนอี* ในหมู่เดนคน ความหมายในการคงอยู่ของตัวละครตัวนี้ก็เพื่อรนหาที่ตายโดยแท้ เพียงแต่รนหาที่ตายเองไม่สำเร็จ กลับถูกพระเอกจับฆ่าทิ้งเสียก่อน

(หลี่เทียนอีเป็นลูกชายนักร้องดัง หนึ่งในคนร้ายก่อคดีรุมโทรมหญิงปี 2013)

แล้วทำไมเสิ่นหยวนจะต้องอ่านนิยายแบบนี้ แถมยังอ่านจนจบด้วยล่ะนี่

อย่าเข้าใจผิดนะ เสิ่นหยวนไม่ใช่พวกชอบหาทุกข์ใส่ตัว และที่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาแสนจะเจ็บใจเป็นที่สุด

นิยายเรื่องนี้ผูกเงื่อนปมไว้นับไม่ถ้วน ขุดหลุมทิ้งๆขว้างๆมันทั่วทั้งเรื่อง ทุกอย่างล้วนเป็นปริศนายุ่งเหยิงอีรุงตุงนังไปหมด แต่สุดท้ายก็หาอะไรมาคลี่คลายไม่ได้สักอย่าง!

ล่อเสียคนอ่านกระอักเลือดสาดกระจายเต็มท้องฟ้าเลย

ทำไมพวกหญ้ามหัศจรรย์หายาก โอสถวิเศษ และสาวงามถึงหาได้เกลื่อนกลาดจนดูไม่มีค่า ทำไมท่าทางและบทพูดของพวกตัวโกง ไม่ว่าจะตอนรนหาที่ตายเองหรือตอนถูกกำจัดจนถึงแกความตายถึงได้เป็นสูตรสำเร็จตายตัวเหมือนๆกันหมด

น้องๆหนูๆคนสวยที่บอกว่าจะรับเข้าฮาเร็มตกลงแล้วไปอยู่ไหนกัน เอ่อ ข้ามตรงนี้ไปก่อนก็ได้ แล้วไอ้มือสังหารที่ก่อคดีสยองไปหลายคดีนั่น ตกลงแล้วเป็นใครกันแน่! ไหนจะตัวละครที่มีชื่อเสียง บอกว่าเก่งกาจเหลือเกินเหล่านั้นสุดท้ายแล้วเอ่ยถึงทำไมไม่ทราบ เพราะอะไรจวบจนท้ายเรื่องแล้วก็ไม่เห็นโผล่ออกมาสักคน

พี่เซี่ยงเทีย พี่เฟยจี พี่ๆ เรามาคุยกันหน่อยได้ไหม กลบ! หลุม! หน่อย! เถอะ!

เสิ่นหยวนรู้สึกโกรธเสียจนฟื้นคืนชีพขึ้นมาเลยทีเดียว

ในความมืดอันไร้ที่สิ้นสุด เสียงคอมพิวเตอร์สังเคราะห์ดังขึ้นที่ข้างหูเขา

[รหัสเปิดการใช้งาน ‘นักเขียนเฮงซวย นิยายเฮงซวย’ ได้กระตุ้นให้ระบบทำงานโดยอัตโนมัติ]

“ท่านคือผู้ใด”* วิธีการออกเสียงเหมือนเว็บแปลภาษาของกูเกิลเลย

(ประโยค “ท่านคือผู้ใด” เป็นสำนวนภาษาแบบโบราณ ที่เสิ่นหยวนพูดออกไปแบบนี้ เพราะเป็นหฏิกิริยาหลังจากเจอเสียงสังเคราะห์ของระบบ ด้วยประโยคนี้เป็นประโยคสนทนาที่มักปรากฏในเกมจีน เพื่อเป็นการแสดงบุคลิกของเสิ่นหยวนว่าเป็นคอเกม)

เสิ่นหยวนมองไปรอบๆ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในที่ว่างคล้ายโฮโลแกรม มืดสนิทชนิดมองไม่เห็นนิ้วทั้งห้า ส่วนเสียงนั้นดังมาจากทุกทิศทาง

[ขอต้อนรับเข้าสู่ระบบ ระบบนี้พัฒนาขึ้นมาจากแนวคิดที่ว่า you-can-you-up, no can-no-BB* เราหวังว่าจะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ท่าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าระหว่างการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ท่านจะได้รับผลสำเร็จตามที่ต้องการ สามารถปรับปรุงแก้ไขนิยายเฮงซวยให้เป็นไปตามที่ท่านปรารถนา จนกลายเป็นวรรณกรรมชั้นสูง คลาสสิคมีระดับ หวังว่าท่านจะได้รับความเพลิดเพลินอย่างเต็มที่]

(you-can-you-up, no can-no-BB เป็นภาษาอังกฤษสไตล์จีน หมายถึง คุณทำได้คุณลงมือ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดมาก)

ท่ามกลางความวิงเวียน เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหู “…ศิษย์น้อง? ศิษย์น้องได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่”

เสิ่นหยวนพลันรู้สึกตัว ตั้งสติและพยายามฝืนเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งอย่างยากลำบาก ภาพที่อยู่เบื้องหน้าเหมือนดอกไม้ใบไม้นับหมื่นปลิวคว้าง ผ่านไปสักพักจึงค่อยๆซ้อนทับรวมเป็นหนึ่ง ปรากฏเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

เขานอนอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง

มองขึ้นไป เห็นม่านผ้าโปร่งสีขาวยาว เพดานเตียงทั้งสี่มุมนั้นแขวนถุงหอมงามประณีต

มองลงไป เห็นตัวเองสวมชุดขาวแบบโบราณ พัดกระดาษเล่มหนึ่งวางพิงอยู่ข้างหมอน

มองทางซ้าย ชายหนุ่มในชุดดำแบบเสวียนตวน* ผู้หนึ่งหน้าตาหล่อเหลาอย่างยิ่งนั่งอยู่ข้างเตียง กำลังมองมาด้วยสีหน้ากังวล

(ชุดเสวียนตวน เป็นชุดแบบโบราณใช้ในงานพิธีการสำหรับบุรุษ ประกอบด้วยเสื้อคลุมตัวนอกสีดำยาวถึงเข่า ผ้าคาดเอวมีแถบว่าสองแถบห้อยอยู่ด้านหน้า และกระโปรงสีตามลำดับชนชั้น ปัจจุบันยังมีการนำมาใช้ในโอกาสต่างๆ รวมถึงงานแต่งงาน)

เสิ่นหยวนหลับตา ยื่นมือพรวดไปหยิบพัดด้ามจิ้ว* เล่มนั้นแล้วคลี่ออกโบกเบาๆ เพื่อไล่เหงื่อเย็นชื้นบนศีรษะออกไป

(พัดด้ามจิ้ว คือ พัดจีบที่คลี่และหุบได้)

ในดวงตาของชายหนุ่มมีแววปิติยินดีวาบขึ้น ก่อนถามเสียงนุ่ม “ศิษย์น้องนับว่าฟื้นเสียที บนร่างมีตรงไหนไม่สบายหรือไม่”

เสิ่นหยวนตอบอย่างระมัดระวัง “ไม่มีปัญหา”

คำพูดนี้มีปริมาณข้อมูลแฝงอยู่ค่อนข้างมาก เขาพยายามลุกขึ้นนั่งทั้งที่ยังมึนงง อีกฝ่ายเห็นดังนั้นก็ยื่นมือมาช่วยพยุงหลังให้เขานั่งพิงกับหัวเตียง

นิยายแนวเกิดใหญ่ทะลุมิติของเว็บจงเตี่ยน* นี่เขาอ่านมามาก เสิ่นหยวนเคยคิดเอาไว้นานแล้วว่าหากวันหนึ่งเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบตนเองนอนอยู่ในสถานที่ผิดไปจากปกติ ก่อนที่จะทำความเข้าใจกับสถานการณ์ได้อย่างแจ่มชัด จะได้ไม่ต้องยิ้มบื้ออย่างดีใจ แล้วพูดจาเหมือนคนปัญญาอ่อนที่แสวงหาความรู้สึกปลอดภัยอย่าง ‘กำลังถ่ายละครทีวีกันอยู่หรือครับ ฉากสมจริงมากเลย ทีมงานของพวกคุณเจ๋งมาก!’

(เว็บจงเตี่ย{จุดสิ้นสุด} เป็นการตั้งชื่อล้อเลียนเว็บนิยายจีนชื่อดังที่ชื่อฉีเตี่ยน{จุดเริ่มต้น})

เขาเพียงแสร้งทำหน้าตามึนๆ แบบคนเพิ่งฟื้น “ข้า…ที่นี่คือที่ไหน”

ชายหนุ่มตกตะลึง ถามว่า “เจ้านอนจนเลอะเลือนไปแล้วหรือไร ที่นี่ก็คือยอดเขาชิงจิ้งเฟิง(สงบบริสุทธิ์) ของเจ้าอย่างไรเล่า”

เสิ่นหยวนแอบตื่นตระหนก อยากเป็นลมต่อ “ข้า…เหตุใดข้าถึงสลบไปนานขนาดนี้”

ชายหนุ่มกล่าวว่า “ข้ายังไม่ได้ถามเจ้าเลย อยู่ดีๆ ไฉนจึงมีไข้สูงได้ ข้ารู้งานชุมนุมเซียนครั้งใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว เจ้าสอนลูกศิษย์ด้วยความร้อนใจ อยากให้ประสบความสำเร็จ แต่ด้วยรากฐานและชื่อเสียงของสำนักชางฉยงซานเรายามนี้ ต่อให้ครั้งนี้มิได้ส่งคนเข้าร่วม ก็ไม่น่ามีผู้ใดกล้าซักไซ้หรอก ไยต้องสนใจชื่อเสียงจอมปลอมเหล่านั้นด้วย”

เสิ่นหยวนยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติ

คำพูดพวกนี้ทำไมฟังคุ้นๆวะ ไม่ซิ พล็อตนี้ทำไมถึงฟังคุ้นๆจังวะ

ต่อมาชายหนุ่มผู้นั้นได้กล่าวประโยคหนึ่งด้วยท่าทางจริงจังและจริงใจซึ่งคลายข้อสงสัยของเขาในที่สุด “ศิษย์น้องชิงชิว เจ้ากำลังฟังศิษย์พี่พูดอยู่หรือไม่”

เวลานี้เองก็มีเสียง ‘ติ๊ง’ ดังขึ้น เสียงคอมพิวเตอร์สังเคราะห์ที่ไร้อารมณ์ประหนึ่งเสียงของเว็บแปลกูเกิลก็ดังขึ้นอีกครั้งเหมือนเมื่อตอนที่เขาคิดว่าตกอยู่ในห้วงฝัน

[ระบบเปิดใช้งานสำเร็จ!]

[บทตัวละครที่ลงทะเบียนผูกติด : เสิ่นชิงชิว อาจารย์ของลั่วปิงเหอ เจ้ายอดเขาชิงจิ้งเฟิงแห่งสำนักชางฉยงซาน]

[อาวุธ : กระบี่ซิวหย่า]

[ค่า B* ตั้งต้น : 100]

(B ในที่นี้มาจากคำว่า Bige ออกเสียงว่า ปีเก๋อ หมายถึง ระดับความสามารถในการทำเนียน หรือ เต๊ะท่า)

“เฮ้ยๆๆ คุณเป็นตัวอะไรเนี่ย ทำไมเหมือนพูดในหัวผมโดยตรงเลย ขโมยพล็อต ‘เทพมารอหังการ’ แบบนี้ เซี่ยงเทียนต่าเฟยจีเขารู้รึเปล่านี่”

แน่นวนว่าเสิ่นหยวนไม่ได้พูดออกไปจริงๆ แต่เสียงนั้นตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า

[ท่านได้กระตุ้นให้ระบบดำเนินงานตามคำสั่ง ระบบได้ผูกท่านไว้กับแอคเคาน์ ‘เสิ่นชิงชิว’ แล้ว]

[เมื่อเรื่องราวดำเนินไป จะมีการเปิดค่าคะแนนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โปรดดูให้แน่ใจว่าทุกๆค่าคะแนนจะต้องมีไม่ต่ำกว่า 0 ไม่เช่นนั้นจะมีการลงโทษจากระบบโดยอัตโนมัติ]

หยุดเลย พอได้ละ เสิ่นหยวนแน่ใจแล้วว่า เขาถูกหวยโป๊ะเช๊ะ ได้มาเกิดใหม่แล้ว!

มาเกิดใหม่ในนิยายฮาเร็มสายดาร์กที่เขาเพิ่งอ่านจบและสุดจะเกลียด แถมยังมีระบบบ้าๆนี่ติดมาด้วย ในฐานะนักอ่าน VIP เก่าแก่ของเว็บจงเตี่ยนจากศตวรรษที่ 21 ตะลุยอ่านนิยาย YY แบบทะลุมิติไปเกิดใหม่และแบบยืมร่างคืนชีพในรูปแบบต่างๆมาก็มาก

เดิมทีเสิ่นหยวนก็น่าจะยอมรับข้อเท็จจริงนี้ได้อย่างรวดเร็วและยินดี แต่แย่ตรงที่ร่างซึ่งเขายืมมานี้ดันเป็นเสิ่นชิงชิว ผู้ร้ายเศษสวะที่เป็นอาจารย์ของพระเอก นี่มัน…เอ่อ สถานการณ์ออกจะซับซ้อนไปหน่อยแล้ว

พี่ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ท่าทางจะคุยด้วยง่ายคนนี้ก็คือเยวี่ยชิงหยวน เจ้าสำนักชางฉยงซานคนปัจจุบัน ศิษย์พี่ของเสิ่นชิงชิว ฉายากระบี่เสวียนซู่(สารทฤดูอันเหน็บหนาว”

เวรละ!

ที่เสิ่นหยวนร้อง ‘เวรละ!’ ใส่เยวี่ยชิงหยวนโดยเฉพาะ ก็เพราะมีสาเหตุหลักๆคือ ในนิยายต้นฉบับ เยวี่ยชิงหยวนจะถึงแก่ความตายก็เพราะเสิ่นชิงชิวศิษย์น้องตัวดีของเขาน่ะซิ

ตายชนิดอเนจอนาถเสียด้วย

หมื่นศรเสียบทะลุร่างแม้กระทั่งศพก็ไม่เหลือ

แต่ในเวลานี้ผู้เป็นเหยื่อกำลังนั่งประจันหน้ากับ ‘ผู้ประทุษร้าย’ อย่างเขาคนนี้ แถมยังนั่งถามไถ่อย่างเป็นห่วง ช่างกดดันสุดๆ

แต่ตอนนี้ดูท่าว่าเนื้อเรื่องยังคงไม่คืบหน้าไปถึงขั้นนั้น เยวี่ยชิงหยวนยังอยู่ดี เป็นที่แน่ชัดว่าเวลานี้เปลือกแห่งความเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอมของเสิ่นชิงชิวยังไม่ถูกปอกออก ชื่อเสียงยังไม่เหม็นโฉ่

เยวี่ยชิงหยวนนั้นเป็นคนจิตใจดีคนหนึ่ง ไม่มีอะไรน่ากลัว ถึงจะน่าอึดอัดไปหน่อย ตอนเสิ่นหยวนอ่านนิยายเรื่องนี้ก็ชอบตัวละคนนี้ไม่น้อยทีเดียว

ขณะที่เขากำลังนึกวางใจขึ้นมาเล็กน้อย ข้อความแถวหนึ่งก็เรียงรายกันผุดขึ้นมาในหัวอย่างแปลกประหลาด

[ในห้องมืดสลัว โซ่เหล็กเส้นหนึ่งห้อยลงมาจากขื่อ ปลายโซ่มีห่วงกลมอันหนึ่งห้อยอยู่ ห่วงนี้รัดเอวคนผู้หนึ่งไว้ หากนั่นยังพอจะนับได้ว่าเป็น ‘คน’ อยู่ คนผู้นี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าตาสกปรกมอมแมมเหมือนคนเสียสติ ที่น่ากลัวที่สุดคือแขนขาทั้งสี่ของเขาถูกตัดขาดออกจากตัวจนหมด หัวไหล่กับต้นขามีเพียงท่อนเนื้อด้วนๆสี่ท่อน พอแตะถูกผู้นั้นก็จะร้อง อา…อา…ด้วยเสียงแหบแห้ง ลิ้นของเขาถูกตัดออกไปด้วย ดังนั้นเขาจึงพูดเป็นคำไม่ได้]

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 219
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 218
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 217
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: