บทที่ 414 สุดยอดขุนศึกเต๋า! (ปลาย)
……
ทัวป้าเหยียนหันมามองชายหนุ่มเต็มตา ก่อนเอ่ยพูดเสียงแห้ง “ต่อให้แคว้นหนิงรวมกับแคว้นเจียง การจะหาอาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นแท้จริงก็ยังไม่ง่ายเลย และถึงแม้พวกเราจะสร้างขึ้นมาจนใด้ แต่ก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่ตามมา สถานการณ์ของพวกเราการทำเช่นนี้เกรงว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย และการพัฒนาของสองแคว้นเราจะพลอยหยุดชะงัก!” ……
……
เจียงจิ่วพยักหน้าสนับสนุน “ถูกต้อง อาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นแท้จริงเป็นของล้ำค่ายิ่งนัก” ……
..
ชายหนุ่มเอ่ยถามทันควัน “ถ้าเช่นนั้นเอาอย่างนี้ไหม? ข้ารับหน้าที่หาเงินส่วนพวกท่านหาคน”
สตรีสองคนหันมาทางเยี่ยฉวนโดยพร้อมเพรียงกัน เจียงจิ่วหน้านิ่วคิ้วขมวด “เจ้าจะหาเงินมาจากที่ไหน?”
เยี่ยฉวนยิ้มมีเล่ห์เหลี่ยม “ข้ามีวิธีและพวกท่านจัดการคัดเลือกคนมาให้ข้าก็แล้วกัน คนแคว้นเจียงห้าและแคว้นหนิงห้าคน และถ้าได้มากกว่าห้าก็ยิ่งดี เสี่ยวจิ่วท่านช่วยคัดคนจากกองกำลังขุนศึกเต๋า! แม่นางเหยียนก็เช่นกัน ช่วยเลือกคนฝีมือดีที่สุดของแคว้นหนิง หลังจากนั้นข้าจะเป็นคนทดสอบพวกเขาด้วยตัวเอง ก่อนตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้าย!”
คนพูดหยุดชะงักนิดหนึ่ง พร้อมกับวางมือลงบนโต๊ะก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งครัด “ข้าต้องการสร้างกองกำลังที่เป็นที่สุดของกองกำลังที่ดีที่สุด”
กองกำลังขุนศึกเต๋าแห่งสถานศึกษาฉางมู่ขึ้นชื่อว่ายอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ ทว่านั่นยังไม่เพียงพอสำหรับชายหนุ่ม เขาต้องการมีดที่คมกริบสำหรับใช้ฟาดฟันทุกสิ่งทุกอย่าง!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ยุคที่มีแต่ความยุ่งเหยิง เขาต้องการสุดยอดขุนศึกเต๋าซึ่งจะเป็นตัวช่วยที่จะทำให้เขาสามารถจัดการทุกสิ่งทุกอย่างได้!
และลำพังเยี่ยฉวนคนเดียวไม่สามารถสร้างกองกำลังขุนศึกเต๋าได้สำเร็จ!
เขาต้องการความช่วยเหลือจากทั้งแคว้นหนิง แคว้นเจียงและเช่นเดียวกันสำนักอัปสรเมรัย และถึงแม้จะได้ความช่วยเหลือจากคนเหล่านี้ เขาก็ยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าจะทำได้สำเร็จ
ถึงกระนั้นเขาต้องพยายาม
ตอนนี้เยี่ยฉวนยังไม่สามารถบรรลุขั้นผนึกยุทธ์ แม้ว่าจะสูบกลืนกระบี่ขั้นแท้จริงถึงยี่สิบเล่มก็ตาม ด้วยในการบรรลุผสานเทพพลังของเขายังไม่เสถียรสักเท่าไร หากถึงจะทำได้ เยี่ยฉวนก็ไม่กล้าทำอะไรหุนหันพลันแล่นอยู่ดี!
เขาถือคติว่าช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม!
บัดนี้ภาระกิจแรกที่ต้องทำคือการฝึกพลังปราณให้คงที่และบรรลุพลังขั้นผนึกยุทธ์!
ในระหว่างนั้นเขาสามารถสร้างทั้งกองกำลังขุนศึกเต๋าฉางหลาน รวมทั้งสุดยอดขุนศึกเต๋าไปพร้อมกัน
เสียงถามดังมาจากทัวป้าเหยียนซึ่งมองหน้าเยี่ยฉวนตรงๆ อย่างค้นหาความจริง “เจ้าพูดจริงใช่ไหม?”
ชายหนุ่มหันมาพยักหน้าตอบ “คงไม่ถึงกับสร้างความโกลาหลบนแผ่นดินชิง แต่อย่างน้อยแคว้นหนิงและแคว้นเจียงจะต้องกล้าแกร่ง ลำพังข้าเพียงคนเดียวอาจไม่สำเร็จ!”
คนฮ่องเต้สตรีหยิบเอาวงแหวนสัมภาระสีม่วงยื่นส่งให้เยี่ยฉวนหน้าตาเฉยโดยไม่พูดอะไร
“อะไรหรือ?” เยี่ยฉวนถาม
หญิงสาวพูดเสียงเบา “ในนี้มีสุดยอดศิลาจิตวิญญาณสามสิบล้านชิ้น”
คำตอบที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มตรงหน้ารวมทั้งเจียงจิ่วถึงกับตกตะลึงไปพร้อมกัน
สุดยอดศิลาจิตวิญญาณสามสิบล้าน!
เยี่ยฉวนรู้สึกตกอกตกใจไม่น้อย ด้วยว่าจำนวนนั้นมากกว่าคราวที่เคยยึดได้จากสถานศึกษาฉางมู่เสียอีก!
ดูเหมือนหญิงสาวจะเดาความคิดของชายหนุ่มได้ ทัวป้าเหยียนจึงอธิบายมายาวเหยียด “ฮ่องเต้แคว้นหนิงทุกรัชสมัยจะมีทุนขวัญถุงสำรองไว้ ซึ่งทุนส่วนนี้จะสะสมส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อแคว้นหนิงจะได้นำออกมาใช้ในยามคับขัน”
เยี่ยฉวนพูดเสียงแหบแห้ง “ทุนสำรองขวัญถุงของแคว้นหนิง! ท่านนำมาให้ข้า……”
ทัวป้าเหยียนหันมาพูดกับเยี่ยฉวนอย่างตั้งอกตั้งใจ “ถ้าไม่มีเจ้าแคว้นหนิงของเราคงพินาศย่อยยับ ถึงอย่างไรเจ้าต้องสัญญาว่าตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ จะไม่ปล่อยให้แคว้นหนิงต้องล่มสลาย!”
ชายหนุ่มตอบทันที “ข้าสัญญา”
ฮ่องเต้สตรีผงกศีรษะและไม่กล่าวอะไรต่อไป
เจียงจิ่วพูดขึ้นมาว่า “ข้าจะรีบกลับไปแคว้นเจียงและขอแบ่งสุดยอดศิลาจิตวิญญาณจากท่านบิดาของข้ามาสมทบ อย่างไรก็ตามคงได้มาไม่มากเพราะเวลานี้แคว้นเจียงก็มีปัญหามากพอแล้ว”
เยี่ยฉวนตอบเบาๆ “เยี่ยมเลยขอรับ! เอาละท่านทั้งสองไปคัดคนได้เลย! ส่วนเรื่องอื่นข้าจะจัดการเอง”
ราวครึ่งก้านธูปให้หลัง สตรีสองคนเจียงจิ่วและทัวป้าเหยียนจึงออกจากโถงพระโรง
คัดคน!
สิ่งที่พวกนางต้องทำคือการคัดคน เลือกคนห้าคนจากหนึ่งแคว้นนั้นมิใช่เรื่องง่าย!
เยี่ยฉวนมิได้ออกจากหอโถงพระโรง หากเขายังนั่งที่เดิมราวกับกำลังคอยบางอย่างราวครึ่งชั่วยาม พลันชายชราผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นภายในโถงพระโรงแห่งนั้น
จ้าวหอชั้นห้า!
ชายหนุ่มเห็นเข้ารีบส่งวงแหวนสัมภาระที่ถืออยู่ให้กับจ้าวหอชั้นห้าที่เพิ่งมาถึงทันที “ข้าต้องการแลกของล้ำค่าเหล่านี้เป็นสุดยอดศิลาจิตวิญญาณขอรับ!”
คนจ้าวหอชั้นห้ารับวงแหวนสัมภาระมาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เขาถึงกับสะดุ้งกายเล็กน้อยด้วยภายในวงแวนนั้นบรรจุไว้ด้วยคัมภีร์ทักษะยุทธ์ขั้นสวรรค์ รวมทั้งยังมีคัมภีร์ทักษะยุทธ์ขั้นปฐพีระดับสูงอีกราวสิบเล่ม มีศาสตราวุธจิตวิญญาณขั้นแท้จริงสองชิ้น กับศาสตราวุธจิตวิญญาณขั้นประกายแสงเกินสามสิบชิ้น สุดยอดศาสตราวุธจิตวิญญาณกว่าแปดสิบชิ้น และยังมีของล้ำค่าอื่นอีกหลายสิ่ง!
สมบัติล้ำค่าน่ามหัศจรรย์!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคัมภีร์ทักษะยุทธ์ขั้นสวรรค์และศาสตราวุธจิตวิญญาณขั้นแท้จริง หากนำไปประมูลขายคงได้ราคาน่าดู!
คนจ้าวหอไม่พูดอะไรอีก รับวงแหวนสัมภาระแล้วจึงกลับออกไปทันที
เมื่อคนกลับไปแล้ว เยี่ยฉวนจึงเข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำ ชายหนุ่มเดินไปหยุดที่มุมขณะนั้นกระบี่ยังคงสั่นอยู่เช่นเดิม
กระบี่ขั้นสวรรค์!
ชายหนุ่มยืนนิ่งเงียบชั่วอึดใจ จึงพูดพึมพำแผ่วเบา “เจ้าติดตามข้าต่อไปอีกหนึ่งปี หลังจากนั้นข้าจะปล่อยเจ้าให้เป็นอิสระ ข้ารับปาก!”
เห็นกระบี่นิ่งเงียบไม่แสดงปฏิกิริยา เยี่ยฉวนจึงหันหลังและกลับออกไปเงียบๆ
ในขณะที่เขาเดินมาหยุดที่ประตูทางเข้านั้นเอง ฉับพลันกระบี่ขั้นสวรรค์เล่มนั้นบังเกิดการสั่นน้อยๆ และในที่สุดก็ระเบิดเสียงกระบี่ดังกังวาน
ชายหนุ่มชะงักฝีเท้า
.
ณ อาณาจักรต้าอวิ๋น
สตรีนางหนึ่งยืนอยู่บนกำแพงมือทั้งสองข้างซ่อนอยู่ภายในแขนเสื้อกว้าง บนแขนเสื้อแต่ละข้างปักด้วยลวดลายไก่มีเท้าสีดำข้างละตัว
คนผู้นี้คือฮ่องเต้เกาซาน เหลียนว่านลี่แห่งอาณาจักรต้าอวิ๋น!
คนที่ยืนอยู่ในทิศทางตรงกันข้าม ชายชราสวมผ้าคลุมสีชมพูซึ่งบนผืนผ้าเขียนลวดลายหนึ่งชายและหนึ่งหญิง ทั้งสองมีท่วงท่ากอดกระหวัดรัดรึงขณะแสดงท่าทางอันไม่พึงประสงค์
ชายชราเหลือบตามองเหลียนว่านลี่ แววตาปรากฏร่องรอยหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดเหตุเพราะเขาเคยต่อสู้กับสตรีตรงหน้าผู้นี้มาแล้ว
ผลคือเขาพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว!
ชายชรากำหมัดแน่นจากนั้นจึงกดฝ่ามือวางทาบไปบนหน้าอกของตนแสดงคารวะต่อเหลียนว่านลี่ “แม่นางเหลียน เรื่องที่เคยคุยกันก่อนหน้าเรื่องที่จะฆ่าเยี่ยฉวนและทำลายแคว้นเจียงกับแคว้นหนิงนั้น ท่านจะว่าอย่างไร?”
“สังหารเยี่ยฉวน!”
เหลียนว่านลี่กระพริบตา “ข้าจะว่าอย่างไร? ไม่เห็นต้องคิด! ข้าจะสนับสนุนสำนักเหอฮ่วนของเจ้า ดีละ!”
ชายชราสีหน้าสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็น “จริงหรือขอรับ?”
สตรีผงกศีรษะขณะตอบเสียงจริงจัง “ใช่สิ แน่นอนที่สุด!”



