บทที่ 815 : เด็ดหัวมาร! (ต้น)
อาเฟิ่งสีหน้าถมึงทึง พร้อมออกหมัดพุ่งไปทางเบื้องขวาทันที
ตูม!
พลังอำนาจสามารถสกัดกั้นกระบี่ยาวใบมีดแบนกว้างให้ชะงักนิ่ง
ในขณะนั้นเอง จู่ๆ ปรากฏสตรีผู้หนึ่งขึ้นด้านหลังกระบี่แบนกว้าง ทันใดนั้นนางเอื้อมมือขวาฉวยจับด้ามกระบี่ไว้จนแน่นก่อนตวัดกลับโดยฉับพลัน
ตูม!
ความรุนแรงส่งให้ร่างอาเฟิ่งละลิ่วลอยไปไกลราวสามสิบจั้ง!
อาเฟิ่งมองดูสตรีคนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ผู้เข้ามาใหม่สวมชุดยาวสีดำบนผ้าคลุมยาวเขียนลวดลายนกเฟิ่งหวงโดดเด่นเห็นได้ชัด ดวงตาทอประกายเจิดจ้าแสดงถึงความหยิ่งทะนงต่อทุกสิ่งที่อยู่รอบข้าง
ฝ่ายที่มองดูพลางนิ่วหน้าเล็กน้อย “เจ้าเป็นใคร? ข้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”
สตรีแปลกหน้าหาได้ใส่ใจตอบคำถามของอาเฟิ่ง ทว่ากลับเบือนหน้าไปมองอีกด้านที่ไกลออกไป ขณะนั้นเยี่ยฉวนกำลังต่อสู้กับจั่วชิง ครู่ต่อมาการปะทะกันระหว่างคนสองคนมีทีท่าว่าใกล้จะสิ้นสุดลง
ทุกคนมองไปยังเยี่ยฉวนเป็นตาเดียว ด้วยในตอนนั้นในบริเวณเหลือเขาอยู่เพียงคนเดียว
อาเฟิ่งเห็นเช่นนั้นพลันสีหน้าแววตาแปรเปลี่ยนดุดัน พร้อมกับทะยานเข้าหาเยี่ยฉวนอย่างรวดเร็ว ด้านสตรีแปลกหน้าหายวับไปจากสถานที่ในเวลาไล่เลี่ยกัน
ตูม!
ในจังหวะนั้นบังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นครั่นครืน อาเฟิ่งชะงักหยุดลงกับที่
ใบหน้าของอาเฟิ่งถมึงทึงน่ากลัวขณะมือสองข้างกำแน่น ขณะนั้นลมหายใจหนาหนักแผ่กระจายออกมาจากร่างกาย ฉับพลันต่อมาเสียงออกคำสั่งดังขึ้นทางเบื้องหลัง “ถอย!”
อาเฟิ่งหันขวับไปทางที่มาของเสียงพร้อมจ้องมองไปยังโม่เยี่ย “เจ้าจะยืนดูเขาถูกฆ่าตายหรือ!”
ในตอนนั้น มีเสียงเรียกดังขึ้นจากข้างหลังโม่เยี่ย “อาเฟิ่ง……”
ทันทีที่ได้ยินเสียง หญิงสาวถึงกับมีสีหน้าตื่นตะลึง
ทุกคนในที่นั้นพลันแตกตื่นไปด้วยเช่นกัน
สายตาทุกคู่มองไปทางโม่เยี่ย ขณะที่ใครคนหนึ่งโผล่ออกมาจากด้านหลัง คนผู้นั้นคือจั่วชิงทว่าบัดนี้สีหน้าของจั่วชิงกลับกลายซีดจนเขียวปราศจากสีซับโลหิตอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งมีอาการอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงเป็นอันมาก
อาเฟิ่งมองจั่วชิงด้วยความฉงนใจยิ่ง “เจ้า……”
อีกฝ่ายพูดต่อให้ด้วยเสียงแผ่วเบา “ข้ายังไม่ตาย!”
พลันสายตาของจั่วชิงเหลือบมองไปทางเยี่ยฉวนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล “เจ้าชนะ!”
ห่างออกไป เยี่ยฉวนยืนนิ่งกระบี่แบนกว้างในมือปักลงไปบนพื้นท่าทีเหนื่อยอ่อนไม่น้อย
เมื่อสักครู่นั้น เขาใช้พลังกฎเต๋าแห่งสุญญากาศทำลายพลังชี่จิตวิญญาณที่อยู่โดยรอบในรัศมีนับร้อยจั้งจนสิ้นซากไม่มีเหลือ ภายหลังจากทำลายพลังชี่จิตวิญญาณรอบๆ จนสิ้นซากไม่เหลือแล้ว ชายหนุ่มใช้หนึ่งกระบี่ฟาดสังหารจั่วชิงในคราบ ‘กายาปรุงแต่ง’ ซึ่งเป็นดั่งคาด เมื่อไร้ซึ่งพลังชี่จิตวิญญาณ ‘กายาปรุงแต่ง’ ยากที่จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ใหม่
เยี่ยฉวนยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบโลหิตที่มุมปากก่อนหันไปทางสตรีสวมชุดยาวสีดำที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง สายตาของชายหนุ่มแสดงความแปลกใจเมื่อได้พบคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า “เจ้า……”
แน่นอนว่าเยี่ยฉวนคุ้นเคยกับคนผู้นี้เป็นอย่างดี นางคือ เหลียนว่านลี่ คนจากโลกชิงฉางนั่นเอง!
ชายหนุ่มไม่เคยลืมสตรีผู้นี้!
เหลียนว่านลี่เอ่ยทักมาพลางยิ้ม “แปลกใจล่ะสิ?”
คนถูกถามพยักหน้า
สตรียิ้มน้อยๆ “ข้าได้ข่าวว่าเจ้ามาแถวนี้……เลยตามมาพบ!”
เยี่ยฉวนตกใจถามออกไปอย่างงงงัน “ตามมาทำไม?”
แววตาของเหลียนว่านลี่ส่องประกายระยิบระยับ “ทำอะไรสนุกๆ ไงล่ะ!”
ชายหนุ่มหลุดปากถามออกไปแทบไม่รู้ตัว “สนุกกับอะไร?”
สตรีหันมามองเยี่ยฉวนตรงๆ “ถ้าเป็นเจ้า อยากสนุกกับอะไรเล่า?”
เยี่ยฉวนหุบปากนิ่ง “……”
จากนั้นเหลียนว่านลี่หมุนตัวกลับก่อนจะหันไปยังอาเฟิ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก “สู้กันไหม?”
อาเฟิ่งแสยะปากพลางตอบด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน “อันที่จริงข้าคิดอยู่เหมือนกัน!” ว่าแล้วนางจึงพุ่งตัวออกไปโดยเร็ว
เหลียนว่านลี่เหยียดมุมปากยิ้ม พลันสตรีก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่งพร้อมตวัดดาบชิงหลงฟาดลงตรงหน้า
ตูม!
อาเฟิ่งถูกซัดอย่างแรงกลับไปทว่าขณะต่อมา นางทะยานเข้าใส่อีกคำรบ……
ขณะมองดูคนสองคนกำลังต่อสู้กัน ในใจเยี่ยฉวนอดรู้สึกตระหนกตกใจไม่ได้ ด้วยประจักษ์ว่าพลังของเหลียนว่านลี่เพิ่มขึ้นกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า!
แกร่งกล้ามากทีเดียว!
เยี่ยฉวนยิ้มกับตัวเองพลางส่ายหน้า ความจริงไม่ได้มีชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่เติบโตพัฒนาขึ้น เมื่อเขาพัฒนาได้คนอื่นก็พัฒนาได้เหมือนกัน
อดหวนคิดถึงโม่อวิ๋นฉีกับคนที่เหลือไม่ได้ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรกันบ้าง!
ทว่าคงไม่เลวทีเดียว ไม่ว่าอย่างไรเยี่ยฉวนเคยส่งอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงกับของล้ำค่าไปให้แล้ว!
พวกโม่อวิ๋นฉีและคนอื่นๆ ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าคนที่ดินแดนสวรรค์เลย จะด้อยกว่าเพียงในด้านทรัพยากรล้ำค่าเท่านั้น!
ในตอนนั้นเอง เยี่ยฉวนหันหน้าขวับไปมองอีกด้าน จึงพบว่าคนอีกสองคนซึ่งต่อสู้อยู่ พลันเทียนซาและตี้ซาพลาดท่าล้มลงไปเสียแล้ว
บนกำแพงใหญ่จางเถี่ยน จ้านจุนรวมกับคนอื่นๆ ไม่ได้เข้าช่วยเหลือคนทั้งสองแต่อย่างใด
ครั้งนี้มิได้หมายความว่าพวกเขาใจคอเหี้ยมโหด สำหรับที่นี่ ณ ดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางและสำนักแมวดำ ล้วนปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ข้อตกลง!
ถ้าตกลงจะต่อสู้แบบตัวต่อตัว จะต้องรับผิดชอบต่อความเป็นความตายของตนเอง และใครหน้าไหนไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ทั้งสิ้น!
ในอดีตคนของดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางสังหารคนของสำนักแมวดำไปเป็นจำนวนไม่น้อย อีกทั้งคนของฝ่ายหลังไม่ได้แสดงปฏิกิริยาตอบโต้เช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้! ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเข้าช่วยเหลือพวกของตน คนของฝ่ายตรงข้ามจะออกมาขัดขวางทันที!
ฟังดูว่าโหดร้ายทารุณ ทว่าทำอะไรไม่ได้!
สายตาของชายหนุ่มเหลือบมองร่างไร้วิญญาณคนทั้งคู่บนพื้นนิ่งนาน ครู่ต่อมาเยี่ยฉวนมองเลยไปยังเทียนซา “พร้อมสู้กันหรือยัง?”
เทียนซามองคนพูดเขม็ง จากนั้น เป็นเยี่ยฉวนพูดกับอีกฝ่ายยิ้มๆ ว่า “เจ้าบาดเจ็บหนัก ส่วนข้าเจ็บไม่น้อยเหมือนกัน ค่อยสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย!”
คนตรงข้ามมองตรงมายังเยี่ยฉวนพลางพยักหน้าหงึก “ได้เลย!”
จากนั้นคนได้พุ่งตัวเข้าหาฝ่ายตรงข้ามทันที ขณะที่เยี่ยฉวนซึ่งอยู่ในระยะไกลหันหลังกลับพุ่งทะยานออกไป
คนที่ไล่ตามมา เทียนซายังคงติดตามอย่างไม่ลดละทว่าระยะทางค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ขึ้น เมื่อขยับตามหลังเยี่ยฉวนมาติดๆ จู่ๆ ศีรษะหลุดจากบ่าก่อนหล่นตุบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
หล่นกระทบพื้นก่อนจะกลิ้งหลุนๆ!
ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏต่อหน้าต่อตา ทุกคนในต่างนิ่งงันด้วยความตกตะลึง
ไม่ห่างออกไปนัก โม่เยี่ยมองไปทางเยี่ยฉวนสีหน้าสีตายังคงสงบราบเรียบไร้ความรู้สึก
บัดนี้คนที่อยู่ทั่วไปผู้ซึ่งจับตามอง เห็นการปฏิบัติการออกพลังฟาด จะมีใครเสียอีก เมื่อมีอยู่เพียงผู้เดียว……เยี่ยฉวน!



