Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1143

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 1143 ศิษย์พี่ของเว่ยหรันเฉว่

คุณชายฉู่แทบเข่าทรุด

C

เหตุผลที่ผมอยากชมการร่ายรำลับเฉพาะของเทพธิดาจื่อเหยียนก็เพราะอยากใกล้ชิดเธอ…ใครอยากดูผู้ชายอย่างคุณร่ายรำกันเล่า?

ผมไม่ได้เบี่ยงเบนแบบนั้นนะ!

“ปรมาจารย์จาง เงียบเถอะ!” สุดจะทนดูอีกต่อไป หูเหยาเหย่ารีบห้ามจางเซวียนไว้

หลัวฉีฉีกับหยู่เฟยเอ๋อต่างก็ตบหน้าผากอย่างจนปัญญา

พวกเธอพอรู้อยู่แล้วว่าปรมาจารย์จางไม่ค่อยจะมีอีคิวสักเท่าไร แต่นึกไม่ถึงว่าจะต่ำเตี้ยขนาดนี้?

เจ้าหมอฉู่เชียงเพิ่งน้ำลายยืดเลอะเสื้อผ้าอยู่เมื่อครู่ คุณคิดว่าสิ่งที่เขาคลั่งไคล้จริงๆ คือศาสตร์แห่งนาฎศิลป์หรือ?

คุณคิดจะไปร่ายรำให้เขาดู…

พูดกันตามตรงนะ จ้างให้เขาก็ไม่ดูหรอก แล้วคุณยังหวังจะให้เขามอบหินวิเศษขั้นสูงแบบเข้มข้นเป็นพิเศษให้? หวังมากไปไหม?

“คุณชายจาง ผมว่าคุณร่ายรำให้สาวสวยเหล่านี้ดูดีกว่า เกรงว่าผมจะไม่มีรสนิยมแบบนั้น” คุณชายฉู่รวบรวมลมหายใจและตอบด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“อย่างนั้นหรือ? น่าเสียดายจัง บอกเลยนะว่าคุณพลาดโอกาสงามเสียแล้ว!” จางเซวียนส่ายหน้า

เขาไม่ได้คิดจะเสนอการร่ายรำให้อีกฝ่ายเพียงเพราะอยากได้เงิน แต่จางเซวียนเปิดใช้งานดวงตาหยั่งรู้เพื่อประเมินสภาวะของชายหนุ่มที่นั่งข้างเขาเรียบร้อยแล้ว

ด้วยมูลค่าของหินวิเศษขั้นสูงแบบเข้มข้นเป็นพิเศษในจักรวรรดิฉิงหย่วน จะมีตระกูลไหนที่จะให้หินวิเศษกับลูกชายซึ่งเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่ร่อนเร่ไปทั่ว? อีกอย่าง จากข้อเท็จจริงที่ว่าเขามีวรยุทธระดับเซียนขั้น 3 ตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนี้ ก็ชัดเจนว่าเขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ความใคร่มีอำนาจเหนือกว่า

อาจฟังดูเหลวไหลสำหรับคนมีเหตุมีผลที่จะจ่ายเงินจำนวนมากขนาดนั้นเพียงเพื่อชมการร่ายรำ แต่เป้าหมายที่แท้จริงของคุณชายฉู่ก็คือเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่อยู่ในจิตวิญญาณของเขาและยกระดับวรยุทธ

ตราบใดที่ข้อบกพร่องนั้นยังอยู่ ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะยกระดับวรยุทธไปสู่ขั้นจิตวิญญาณต้นกำเนิด

เพราะจางเซวียนมองเห็นความจริงข้อนี้ เขาจึงเสนอที่จะร่ายรำให้อีกฝ่ายชม

แม้เทพธิดาจื่อเหยียนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 7 ดาว แต่ในด้านความสามารถของการเยียวยาจิตวิญญาณนั้น ไม่มีทางที่เธอจะเทียบเท่ากับจางเซวียนได้เลย

ถ้าคุณชายฉู่ตอบตกลง จางเซวียนมั่นใจว่าเขาจะสามารถเยียวยาจิตวิญญาณของอีกฝ่ายได้จนถึงขั้นที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบ แต่ก็น่าเสียดายที่เขาไม่ให้ราคากับโอกาสครั้งนี้

“โอกาสหรือ? ไม่เป็นไร ผมไม่ต้องการหรอก” คุณชายฉู่รีบส่ายหัว

ขณะที่ทั้งคู่กำลังสนทนากัน การประมูลด้านล่างก็สิ้นสุดลง

มูลค่าของหินวิเศษขั้นสูงแบบเข้มข้นเป็นพิเศษ 1 ก้อนนั้นเหนือกว่าหินวิเศษขั้นสูงแบบธรรมดา 1000 ก้อนเสียอีก แถมยังเป็นของหายากในจักรวรรดิฉิงหย่วน ต่อให้มีปัญญาซื้อ ดังนั้นตำแหน่งผู้ชนะการประมูลจึงตกเป็นของฉู่เชียง

ไม่นานหลังจากการประมูลสิ้นสุดลง ประตูห้องสวีทก็เปิดออก และเทพธิดาจื่อเหยียนซึ่งร่ายรำอยู่ด้านล่างเมื่อครู่ก่อนก็เยื้องกรายเข้ามาข้างใน

ตอนนี้เธอเปลี่ยนชุดเป็นอีกชุดหนึ่งแล้ว มันเปิดเผยเรือนร่างน้อยกว่าชุดที่เธอใส่เมื่อครู่ แต่ก็ยังขับความงามของเธอให้โดดเด่น ด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ชุดใหม่นี้ รังสีของความโอบอ้อมอารีที่เธอมีอยู่เมื่อครู่หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยความสวยสง่าและเกียรติยศตามแบบของตระกูลอันทรงเกียรติ

เมื่อมองดูใกล้ๆ ก็พบว่าผิวพรรณของเธอนั้นเรียบเนียนและงดงามราวกับไหม รังสีที่เธอแผ่ออกมานั้นทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นไม่อยากจะละสายตาไปแม้เพียงครู่เดียว

“จื่อเหยียนคารวะคุณชายฉู่” เทพธิดาจื่อเหยียนทักทายด้วยรอยยิ้ม

“คุณก็เกรงอกเกรงใจเกินไป” คุณชายฉู่รีบลุกขึ้นก่อนจะแนะนำ “นี่คือสหายของผม, จางเซวียน คุณชายจาง”

“ยินดีที่ได้พบคุณ คุณชายจาง” จื่อเหยียนโค้งคำนับเล็กน้อย

จางเซวียนพยักหน้าก่อนจะตั้งคำถาม “คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ของสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์แห่งนี้ ไม่ทราบว่าผมควรจะไปที่ไหนและพบใครหากต้องการเข้ารับการทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 7 ดาว?”

ก็เทพธิดาจื่อเหยียนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เป็นธรรมดาที่เขาควรจะฉวยโอกาสไถ่ถามเรื่องนี้

“การทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 7 ดาว?” จื่อเหยียนประหลาดใจกับคำถามปุบปับ เธอมองไปรอบๆ ห้องก่อนจะหยุดที่หูเหยาเหย่า “สาวน้อยคนนี้จะเข้ารับการทดสอบหรือ?”

“ไม่ใช่ ผมเองนี่แหละ” จางเซวียนตอบ

“คุณ?” เทพธิดาจื่อเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง

ไม่มีกฎเกณฑ์ใดที่ห้ามไม่ให้ผู้ชายเรียนนาฏศิลป์ แต่โดยทั่วไปอาชีพนี้จัดว่าสงวนไว้เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับชายที่ซักถามถึงการทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์

“ใช่แล้ว” จางเซวียนพยักหน้า

ภายใต้การแนะนำของเขา ตอนนี้ความเชี่ยวชาญของหูเหยาเหย่าในด้านนาฏศิลป์นั้นสูงขึ้นถึงระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดแล้ว แต่เธอก็ยังต้องการการฝึกฝนมากกว่านี้กว่าที่จะพร้อมสำหรับการทดสอบระดับ 7 ดาว

รู้ดีว่าเทพธิดาจื่อเหยียนกำลังคิดอะไร จางเซวียนจึงสะบัดข้อมือและนำตราสัญลักษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 6 ดาวออกมา

นั่นคือตราสัญลักษณ์ที่เว่ยหรันเฉว่ได้มอบให้เขาไว้ก่อนหน้านี้

หลังจากที่พี่พิจารณาตราสัญลักษณ์และแน่ใจแล้วว่ามันเป็นของจริง เทพธิดาจื่อเหยียนหันกลับมามองจางเซวียนด้วยแววตาขอโทษขอโพยและกล่าวว่า “คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 6 ดาวจริงๆ ฉันจะพาคุณไปเดี๋ยวนี้ คุณชายฉู่ ต้องขออภัยด้วย แต่ว่าคุณคงต้องรอสักครู่ ฉันจะกลับมาหลังจากจัดการเรื่องนี้เพื่อมาร่ายรำเป็นพิเศษให้กับคุณ”

“ไม่เป็นไร” คุณชายฉู่พยักหน้า “อันที่จริงตอนนี้ผมก็ว่างอยู่ ถ้าผมจะขอตามพวกคุณไปด้วยจะได้ไหม?”

พูดกันตามตรง เขาออกจะประหลาดใจที่ได้รู้ว่าจางเซวียนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์จริงๆ

การร่ายรำยั่วยวนของชายหนุ่มคนหนึ่ง…แค่คิดก็ทำเอาตื่นเต้นแล้ว…

“เอ่อ” เทพธิดาจื่อเหยียนหันไปมองจางเซวียนอย่างขอความเห็น

อันที่จริง การทดสอบควรจะถูกจัดขึ้นในพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวเพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้ารับการทดสอบจะมีสมาธิและสำแดงความสามารถออกมาได้เต็มที่ ในเมื่อจางเซวียนคือผู้ที่กำลังจะเข้ารับการทดสอบ ก็สมควรที่เธอจะไต่ถามความเห็นของเขาเสียก่อน

“ไม่มีปัญหา” จางเซวียนพยักหน้า

เพราะศาสตร์แห่งนาฏศิลป์คือการแสดงให้ผู้อื่นรับชมอยู่แล้ว ไม่ใช่ปัญหาเลยว่าเขาจะต้องร่ายรำต่อหน้าฝูงชนหรือไม่

“ถ้าอย่างนั้นก็ทางนี้เลย คุณชายจาง”

เมื่อรู้แล้วว่าอีกฝ่ายมาเพื่อเข้ารับการทดสอบระดับ 7 ดาว ทีท่าของเทพธิดาจื่อเหยียนก็เป็นมิตรมากขึ้น เธอรีบนำทางไป

เมื่อออกจากห้องโถงใหญ่ พวกเขาก็มาถึงห้องขนาดใหญ่อีกห้องหนึ่ง

สุภาพสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาหาและขมวดคิ้ว “จื่อเหยียน เธอพาคนอื่นเข้ามาที่นี่ทำไม?”

“ท่านอาจารย์ คุณชายจางคนนี้น่ะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 6 ดาว เขาตั้งใจจะมาเข้ารับการทดสอบระดับ 7 ดาว” หลังจากพูดจบ เทพธิดาจื่อเหยียนก็ยื่นตราสัญลักษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 6 ดาวของจางเซวียนห้ดู

“คุณชายจาง?” เมื่อก้มลงดูตราสัญลักษณ์นั้น สีหน้าของสุภาพสตรีวัยกลางคนแสดงความประหลาดใจ “คุณคือจางเซวียน, ปรมาจารย์จาง? จากจักรวรรดิหงหย่วนหรือ?”

“ฮะ?” จางเซวียนแปลกใจที่ได้ยินคำนั้น “คุณรู้จักผม?”

“ฉันคือเว่ยหลันฉิง เว่ยหรันเฉว่, หัวหน้าโรงเรียนผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์แห่งสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนน่ะเป็นรุ่นน้องของฉัน” สุภาพสตรีวัยกลางคนตอบพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน “เมื่อไม่นานมานี้ เธอส่งข้อความมาหาฉันและเล่าถึงวีรกรรมของคุณ ช่างน่าทึ่งจริงๆ ที่ชายหนุ่มอย่างคุณสามารถทำความเข้าใจในศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ได้”

“อ้อ” จางเซวียนพยักหน้ารับ

เว่ยหรันเฉว่เคยไม่เคยพูดถึงเว่ยหลันฉิงมาก่อน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายรู้ภูมิหลังของเขา สิ่งที่เธอพูดก็น่าจะเป็นเรื่องจริง

“ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจไปหรอก ด้วยความสามารถของเธอในฐานะปรมาจารย์ ศิษย์น้องเว่ยหรันเฉว่ไม่เคยปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงของเธอออกมาในการร่ายรำ ส่งผลให้การร่ายรำของเธอดูจะแข็งขืนไปบ้าง ทำให้เธอติดแหงกอยู่ที่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดมานานแล้ว ต้องขอขอบคุณคำชี้แนะของคุณที่ทำให้เธอก้าวผ่านปราการด่านสุดท้ายและได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 7 ดาว” ประธานสมาคมเว่ยหลันฉิงพูดยิ้มๆ

“เธอส่งข้อความมาเป็นพิเศษว่าคุณอาจจะมาเยี่ยมเยียนสมาคมของเราในเร็วๆ นี้ และฝากให้ฉันแสดงความสำนึกในบุญคุณของเธอให้ด้วย ในเมื่อคุณตั้งใจจะมาเข้ารับการทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 7 ดาว ก็ขอให้ฉันได้เตรียมการให้คุณตอนนี้เลยละกัน” ประธานสมาคมเว่ยหลันฉิงพยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้น ผมต้องขอรบกวนคุณด้วย” จางเซวียนประสานมือ

“ไม่มีปัญหา เป็นเรื่องดีสำหรับพวกเราที่จะได้มีอัจฉริยะเพิ่มขึ้นอีก” เว่ยหลันฉิงตอบยิ้มๆ จากนั้นเธอก็หันกลับไปสั่งการ “จื่อเหยียน อยู่ดูแลปรมาจารย์จางสักครู่หนึ่งระหว่างที่ฉันเตรียมการทดสอบนะ!”

“ได้”

เมื่อเว่ยหลันฉิงไปแล้ว จื่อเหยียนกับคุณชายฉู่ก็ประเมินจางเซวียนด้วยใบหน้างงงัน

สำหรับพวกเขา ประธานเว่ยถือเป็นคนเคร่งเครียด แทบจะไม่เคยแสดงสีหน้าหรืออารมณ์ออกมา ไม่ว่าจะเป็นอำนาจหรือเกียรติยศใดๆ ก็แทบไม่มีผลกับเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่เทพธิดาจื่อเหยียนได้เห็นท่านอาจารย์ของเธอตื่นเต้นแบบนี้

“น้องจาง คุณเป็น…ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์จริงๆ หรือ?” คุณชายฉู่ก็แทบไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่” จางเซวียนพยักหน้า

“ไอ้หยา! ทำไมผมถึงงี่เง่าแบบนี้นะ” เมื่อจางเซวียนยอมรับ คุณชายฉู่ตบหน้าผากและอุทานออกมา

“มีอะไรหรือ?” จางเซวียนออกจะงงๆ กับการกระทำปุบปับของคุณชายฉู่

“ถ้าผมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์เหมือนกัน ผมก็จะมีโอกาสใกล้ชิดกับนางรำคนอื่นๆ มากขึ้นนะสิ แถมยังจะได้ชมการร่ายรำมากเท่าที่ผมอยากจะชมโดยไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว เหมือนที่เขาว่ากันว่าผู้ที่อยู่ในศาลานั้นคือคนแรกที่จะได้ชมแสงจันทร์ นี่เองคือเหตุผลที่ทำให้น้องจางมีสาวสวยถึง 3 คนคอยติดตาม คุณนี่ช่างเจ๋งจริงๆ เป็นไอดอลของผมเลย!” คุณชายฉู่อุทานออกมาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกความเสียใจ

“ทำไมตอนนั้นผมถึงโง่เง่านักนะ ถ้าผมยืนกรานที่จะเรียนศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ล่ะก็ ชีวิตของผมคงจะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบหนึ่งเลย!”

“….” จางเซวียนถึงกับใบ้กิน

คร้านจะวุ่นวายกับชายหนุ่มที่ในหัวเต็มไปด้วยเรื่องเหลวไหลไร้สาระ จางเซวียนหันไปถามเทพธิดาจื่อเหยียน “ต้องขออภัยด้วย แต่ผมอยากทราบว่าการทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 7 ดาวนั้นต้องทำอย่างไร?”

“คุณไม่รู้หรือ?” เทพธิดาจื่อเหยียนถึงกับผงะ

จะเข้ารับการทดสอบโดยที่ไม่รู้อะไรเลย ช่างบ้าบิ่นเสียจริง!

“บอกตามตรงนะ ผมไม่รู้จริงๆ” จางเซวียนส่ายหัว

“การทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 7 ดาวนั้นไม่แตกต่างกับระดับ 6 ดาว คุณไม่ต้องกังวลอะไรมากหรอก” เทพธิดาจื่อเหยียนส่ายหน้าขณะอธิบาย

“แค่ก แค่ก ถ้าอย่างนั้น…ผมถามได้ไหมว่าการทดสอบระดับ 6 ดาวนั้นทำกันอย่างไร?” จางเซวียนเกาหัว

เขาไม่ได้เข้ารับการทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 6 ดาว ตราสัญลักษณ์ที่ได้มานั้น เว่ยหรันเฉว่เป็นผู้มอบให้เขาโดยตรง เขาจึงไม่รู้เรื่องเลยว่าการทดสอบนั้นทำกันอย่างไร

ได้ยินคำนั้น เทพธิดาจื่อเหยียนขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด

การที่คุณจะไม่รู้ว่าการทดสอบระดับ 7 ดาวทำกันอย่างไรนั้นก็เรื่องหนึ่ง แต่ส่วนการทดสอบระดับ 6 ดาว…คุณไม่คิดว่ามันเหลวไหลรึไงที่คุณไม่รู้ว่าการทดสอบระดับ 6 ดาวนั้นทำกันอย่างไร? เห็นฉันเป็นตัวตลกหรือ?

“บอกคุณตามตรงนะ ผมไม่ได้เข้ารับการทดสอบเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 6 ดาว ตราสัญลักษณ์นั้นผมได้รับมาโดยตรงจากหัวหน้าโรงเรียนเว่ยหรันเฉว่ ดังนั้นผมจึงไม่แน่ใจนักว่าขั้นตอนของการทดสอบระดับ 6 ดาวเป็นอย่างไร” เมื่อเห็นอีกฝ่ายเข้าใจเจตนาของเขาผิด จางเซวียนรีบแก้ตัว

“คุณได้รับตราสัญลักษณ์มาโดยตรง? เป็นไปได้อย่างไร? คนอื่นจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณมีความเข้าใจในศาสตร์แห่งนาฏศิลป์มากแค่ไหนหากไม่ผ่านการทดสอบอย่างเป็นทางการ? ช่างอวดดีเสียเหลือเกิน!” เทพธิดาจื่อเหยียนสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่พอใจ

ต่อให้อยากโม้ ก็ควรจะโม้ให้มันน่าเชื่อถือกว่านี้สักหน่อย!

ถึงสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์จะไม่เข้มงวดอย่างอาชีพใน 9 สถานะระดับบน แต่ก็ยังถือเป็นหนึ่งในอาชีพรองรับ ทุกอาชีพจะต้องมีผู้อาวุโสจำนวนหนึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ลดหลั่นกันไป และหลังจากได้การยอมรับจากคนส่วนใหญ่แล้วเท่านั้น ตราสัญลักษณ์ถึงจะตามมา

คุณได้ตราสัญลักษณ์มาโดยที่มายังไม่ได้ผ่านการทดสอบใดๆ เลย…ล้อฉันเล่นแล้วล่ะ!

ตัวเธอได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะด้านนาฏศิลป์ที่ร้อยปีจะมีสักคน แต่ก็ยังไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้

“เอ่อ” นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะแคลงใจในตัวเขาทั้งที่เขาพูดความจริง จางเซวียนไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่และเปลี่ยนเรื่องพูด “ช่างมันเถอะ ไม่ทราบว่าห้องสมุดของสถาบันของคุณอยู่ที่ไหน ผมอยากจะขอดูหนังสือสักหน่อยหากเป็นไปได้”

ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เต็มใจจะพูด เขาก็ควรจะให้หนังสือเป็นผู้ตอบ

อีกอย่าง เขาเพิ่งประมวลศาสตร์นาฏศิลป์เทียบฟ้าระดับ 6 ดาวขึ้นมา แม้ความสามารถของเขาจะเทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 7 ดาวแล้ว แต่เขาก็ยังต้องประมวลศาสตร์นาฏศิลป์เทียบฟ้าระดับ 7 ดาวขึ้นมาให้ได้ก่อนที่จะได้เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับ 7 ดาวอย่างเต็มตัว

“ท่านอาจารย์คงจะกลับมาเร็วๆ นี้ รออีกสักครู่หนึ่งเถอะ” เทพธิดาจื่อเหยียนโบกมืออย่างหมดความอดทน แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ ประธานเว่ยหลันฉิงก็พรวดพราดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเบิกบาน

“ยินดีด้วย ปรมาจารย์จาง ศิษย์น้องหรันเฉว่ได้รายงานเรื่องความเชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ของคุณไปยังสำนักงานใหญ่แล้ว และทางนั้นก็มีความเห็นเป็นที่ชัดเจน ด้วยเหตุนี้ เมื่อฉันร้องขอการทดสอบระดับ 7 ดาวสำหรับคุณ ทางสำนักงานใหญ่จึงตอบกลับมาว่าพวกเขาจะมอบตราสัญลักษณ์ระดับ 7 ดาวให้กับคุณโดยตรงเลย ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการทดสอบ” เว่ยหลันฉิงพูดขณะยื่นตราสัญลักษณ์ให้

“ขอบคุณมาก!” จางเซวียนรับตราสัญลักษณ์มาขณะถอนหายใจอย่างโล่งอก

“นี่เขาได้ตราสัญลักษณ์โดยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการทดสอบจริงๆ หรือนี่?” เทพธิดาจื่อเหยียนถึงกับผงะไป

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!