Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1468

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 1468 การหลอมรวมกันของแก่นเพลงดาบ

ทันทีที่เกิดรอยร้าว ก็ยับยั้งความพินาศไว้ไม่ได้อีกต่อไป รอยร้าวนั้นขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ ภายในเวลาไม่ถึง 2 อึดใจ มันก็กระจายตัวทั่วทั้งตัวอักษรราวกับใยแมงมุม

C

“นี่มัน…เกิดอะไรขึ้น?” จางฉู่กับพรรคพวกแทบกระโดดด้วยความตกใจ

เมื่อครู่นี้ยังดีๆ อยู่เลย ทำไมจู่ๆ ตัวอักษรถึงถูกทำลาย?

“เป็นเพราะคุณหรือ?”

คนแรกที่พูดขึ้นมาคือจางชิง เขารีบหันไปหาจางเซวียน

หมอนี่สร้างความพินาศวอดวายให้กับทุกที่ที่ไป ดังนั้นจึงไม่อาจเป็นใครอื่นได้นอกจากเขา! แต่ถึงขนาดทำลายตัวอักษรคำว่า ‘ดาบ’ จนอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ ดูเหมือนพวกเขาจะประมาทอีกฝ่ายเกินไปเสียแล้ว

ในตอนนั้น จางเซวียนกำลังหลับตาสนิท พละกำลังมหาศาลของเจตจำนงเพลงดาบระเบิดออกจากร่างกายของเขาขึ้นสู่กลางอากาศ ราวกับดาบอันทรงพลังที่พุ่งขึ้นสู่สวรรค์ เจตจำนงเพลงดาบที่เขาปล่อยออกมานั้นแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะตัดขาดสวรรค์ให้เป็น 2 ส่วนได้

ครืนนนน!

ดาบจำนวนมากที่แขวนไว้กับผนังเริ่มสั่นสะท้านไม่หยุด ราวกับเจอแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้พวกมันเกิดความหวาดกลัวอย่างล้ำลึก ไม่เพียงเท่านั้น จางเหิงกับคนอื่นๆ ยังรู้สึกว่าพวกเขาสูญเสียการควบคุมกระแสดาบฉีในร่างกาย ดูเหมือนมีแม่เหล็กขนาดใหญ่ภายในร่างของหมอนั่นที่ควบคุมกระแสดาบฉีทั้งหมดที่อยู่รอบตัวเขา

“นั่นคือ…แก่นเพลงดาบหรือ?” จางเหิงหน้าซีด

“ไม่ใช่หรอกน่ะ! พวกเราทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบกันหมดแล้ว ไม่มีทางที่มันจะทรงพลังได้ขนาดนี้!” จางเหิงอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

เพราะเป็นผู้ที่โดดเด่นในหมู่ทายาทตระกูลจางในด้านศิลปะเพลงดาบ จึงแน่นอนว่าพวกเขาได้ทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบแล้ว แม้แต่เหล่าศิษย์พี่ของตระกูลจางก็ยังต้องยอมอ่อนข้อให้

แต่เมื่อครั้งที่พวกเขาทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบ ก็ไม่ได้สร้างปรากฏการณ์อันน่าสะพรึงแบบนี้!

การที่จะทำให้ดาบทั้งหมดเกิดความหวาดกลัวก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การส่งกระแสดาบฉีควบคุมมันและสร้างรอยร้าวให้เกิดขึ้นในตัวอักษรคำว่า ‘ดาบ’ ด้วย…ผู้นั้นจะต้องรู้ว่าพวกเขาได้ทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบแล้ว และตัวอักษรคำว่า ‘ดาบ’ ก็เป็นสิ่งที่ผู้ก่อตั้งตระกูลจางทิ้งไว้

เรื่องนี้เหนือกว่าที่แก่นเพลงดาบทั่วไปจะทำได้

“รอเดี๋ยว! หรือว่านี่เป็น…การหลอมรวมกันของแก่นเพลงดาบ?” จางฉู่พลันนึกได้ เขาได้แต่นัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความอัศจรรย์ใจ

“การหลอมรวมกันของแก่นเพลงดาบ?”

อีกสองคนหันหน้ามา ไม่เข้าใจสิ่งที่จางฉู่พูด

“ผมเชื่อว่าพวกคุณคงรู้กันอยู่แล้วว่าแก่นเพลงดาบมี 5 ประเภท” จางฉู่ขยายความ

อีก 2 คนพยักหน้า

แก่นเพลงดาบแบ่งออกได้เป็นความแข็งแกร่ง การป้องกันตัว ความคล่องแคล่ว ความรวดเร็ว และความว่างเปล่า นี่เป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบทุกคนซึ่งได้ทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบอย่างน้อย 1 ประเภทจะต้องรู้

“การที่ผู้ซึ่งมีความถนัดในแก่นเพลงดาบจะทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบได้สัก 1 ประเภทนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป แต่กระบวนการที่เหนือไปกว่านั้นมีความยากแสนสาหัส มีเพียงไม่กี่คนในโลกที่ทำได้ ร่ำลือกันว่าหัวหน้าตระกูลทั้งสองของเราคือเซียนดาบชิงและเซียนดาบเหมิงทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบได้ถึง 2 แบบ” จางฉู่พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ออกจะแหบแห้ง

“แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบที่ปราดเปรื่องอย่างน่าทึ่งบางคนที่ทำได้มากกว่านั้น ตราบใดที่ผู้นั้นทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบได้ถึง 3 ประเภท แก่นเพลงดาบแต่ละประเภทจะหลอมรวมเข้าด้วยกัน และจะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่าการหลอมรวมเข้าด้วยกันของแก่นเพลงดาบ ผู้เชี่ยวชาญที่ทำได้ถึงระดับนั้นจะพบว่าความเชี่ยวชาญในศิลปะเพลงดาบของตัวเองพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด เข้าถึงระดับที่นักดาบทั่วไปไม่อาจจินตนาการได้เลย…”

เมื่อได้ยินคำนั้น จางเหิงกับจางชิงตัวสั่นอย่างหนักขณะที่สีหน้าบ่งบอกความไม่อยากเชื่อ “คุณกำลังจะบอกว่า…เจ้าจางเซวียนนั่นทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบได้ถึง 3 ประเภทหรือ?”

“จะเป็นไปได้อย่างไรกันล่ะ? ปีนี้เขาเพิ่งอายุยี่สิบเท่านั้น! ต่อให้เริ่มเรียนศิลปะเพลงดาบตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก็ไม่มีทางทำได้หรอก”

แม้การจะทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบสัก 1 ประเภทก็ยังต้องใช้เวลาหลายปี ซึ่งการทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบประเภทที่ 2 ก็ยิ่งยากขึ้นไปอีกหลายเท่า เพราะผู้นั้นจะต้องขจัดความเคยชินและสไตล์การต่อสู้แบบเดิมออกไปก่อนเพื่อเปิดรับสิ่งใหม่ แล้วชายหนุ่มอายุเพียง 20 ปีจะมาเชี่ยวชาญแก่นเพลงดาบได้ถึง 3 ประเภทและถึงกับสร้างปรากฏการณ์การหลอมรวมของแก่นเพลงดาบขึ้นได้อย่างไร…เป็นไปไม่ได้ จะมีใครที่เก่งกาจราวกับปีศาจอยู่ในโลกนี้ด้วยหรือ?

น่าสะพรึงเกินไปแล้ว!

“นอกเหนือไปจากนั้น ผมก็ไม่คิดว่ามีเหตุผลอื่นสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น” จางชุนส่ายหน้า ในตอนนั้น เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ถ้าเกิดการหลอมรวมของแก่นเพลงดาบขึ้นจริง ตัวอักษรคำว่า ‘ดาบ’ ควรจะคืนสภาพกลับสู่รูปเดิมโดยเร็วที่สุดหลังจากที่มันซึมซับเจตจำนงเพลงดาบที่จางเซวียนแผ่ออกมาแล้ว…”

“กลับคืนสู่สภาพเดิม?”

ทั้งสองคนประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำนั้น

“ถึงผู้ก่อตั้งของเราจะทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบที่เน้นความรวดเร็วเมื่อตอนที่เขาทิ้งตัวอักษรนี้ไว้ แต่เขาก็รู้ดีว่าความเชี่ยวชาญในศิลปะเพลงดาบของเขายังไม่เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบ ดังนั้น เขาจึงออกแบบตัวอักษรนี้ให้ร่วงลงมาได้โดยอัตโนมัติหากมีทายาทตระกูลจางคนไหนเข้าถึงความเชี่ยวชาญในศิลปะเพลงดาบที่เหนือชั้นกว่าเขา และมันก็จะถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจที่ล้ำลึกกว่าของอีกฝ่าย…ผมได้ยินเรื่องนี้มาจากหัวหน้าตระกูลโดยตรง เพราะฉะนั้นมันก็น่าจะเป็นความจริง” จางฉู่พูด

เหตุผลที่ผู้ก่อตั้งทิ้งตัวอักษรคำว่า ‘ดาบ’ เอาไว้ก็เพื่อผลักดันให้คนรุ่นหลังทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบซึ่งเน้นความรวดเร็วที่เขามอบไว้ให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ความเข้าใจของเขาจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบที่เน้นความรวดเร็วหรือเปล่า?

แน่นอนว่าไม่!

หากจะพูดให้ง่ายขึ้น ตัวอักษรนี้ทำหน้าที่เพียงแค่แสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่ผู้ฝึกฝนเพลงดาบควรจะใช้เพื่อทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบ ไม่มีอะไรที่จะบอกได้ว่ามันเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดหรือดีที่สุดที่สมควรจะใช้ และผู้ก่อตั้งก็รู้ขีดจำกัดของความเข้าใจของตัวเขาเช่นกัน

ข้อเท็จจริงที่ว่าตัวอักษรคำว่า ‘ดาบ’ เกิดรอยร้าวในทันทีนั้นก็บ่งบอกถึงจุดนี้แล้ว

หากอำนาจในโลกนี้เป็นทรัพย์สมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์ทุกคนแสวงหา แก่นเพลงดาบก็คงจะถือเป็นเส้นทางหนึ่งที่นำไปสู่ทรัพย์สมบัตินั้น มีเส้นทางมากมายที่ผู้คนจะตามหาทรัพย์สมบัติได้ ตราบใดที่รู้เส้นทางที่ถูกต้อง ลงท้ายก็จะไปถึงเป้าหมายได้ในที่สุด

แต่ทุกเส้นทางก็มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง และปริมาณทรัพย์สมบัติที่จะค้นพบนั้นก็ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่แต่ละคนเลือก บางเส้นทางอาจแคบกว่าเส้นทางอื่นๆ ปริมาณทรัพย์สมบัติที่พวกเขาจะได้ก็ย่อมมีน้อยกว่า แต่หากเป็นเส้นทางที่สะดวกและกว้างขวางกว่า ก็จะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องไขว่คว้ามาให้ได้

เคร้งงงง!

ขณะที่ทั้ง 3 กำลังพูดกัน ตัวอักษรคำว่า ‘ดาบ’ ก็ถึงขีดจำกัดของมัน มันแตกเป็นเสี่ยงๆ

วิ้งงง!

ในตอนที่ตัวอักษรแตกเป็นเสี่ยงๆ นั้น กระแสเจตจำนงเพลงดาบกระแสใหม่ก็พุ่งขึ้นสู่หมู่เมฆ แรงกดดันมหาศาลทำให้พวกเขายืนนิ่งอยู่กับที่ จากนั้น เจตจำนงที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องก็เริ่มครอบคลุมผนังบริเวณที่ตัวอักษรคำว่า ‘ดาบ’ ซึ่งแตกสลายไปเมื่อครู่เคยติดตั้งอยู่

ฟึ่บ!

ภายในชั่วพริบตา ตัวหนังสือขนาดใหญ่ที่ใหม่เอี่ยมก็ปรากฏบนผนัง

เมื่อมองจากที่ไกลๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ขนาด หรือรูปแบบ ก็เหมือนกับตัวอักษรตัวเก่าเป๊ะ ไม่มีความแตกต่างที่มองเห็นได้แม้แต่น้อย

“มันเกิดอะไรขึ้น?” จางชิงหันไปถามจางฉู่ ผงะไปเล็กน้อยกับสถานการณ์ที่เห็น

ตัวอักษรคำว่า ‘ดาบ’ ที่มาแทนนั้นดูเหมือนจะไม่แตกต่างอะไรกันเลยกับตัวอักษรเก่า…ตัวอักษรนี้เหนือชั้นกว่าที่ผู้ก่อตั้งของเขาได้ทิ้งไว้จริงๆ หรือ?

“อย่าใช้ตาเปล่า ให้ใช้เจตจำนงเพลงดาบของคุณพิจารณามัน!” เห็นจางชิงมีสีหน้าไม่เข้าใจ จางฉู่ส่ายหัวและอธิบาย

“ใช้เจตจำนงเพลงดาบพิจารณา?”

จางชิงกับจางเหิงมองหน้ากันอย่างสับสน ทั้งคู่ยังคงไม่เข้าใจสิ่งที่จางฉู่พูด

“ในอีกแง่หนึ่งก็คือ มองลึกลงไปในเจตจำนงเพลงดาบของคุณเพื่อรับรู้ถึงตัวอักษรที่อยู่บนผนัง!” จางฉู่อธิบายอย่างอดทน

“เข้าใจแล้ว…ผมจะลองดู” ด้วยสีหน้าที่ยังงงงันอยู่เล็กน้อย จางชิงแปรเปลี่ยนร่างของเขาให้เป็นเจตจำนงเพลงดาบและค่อยๆ ปล่อยมันออกมาสู่ภายนอก

ไม่ช้าเจตจำนงเพลงดาบของเขาก็สัมผัสกับตัวอักษรที่อยู่บนผนัง ในตอนนั้นเอง เขาก็ตัวแข็งทื่อ

ดูเหมือนตัวอักษรนั้นจะฝังเข้าไปในหัวของเขาทันทีที่เขาทำความเข้าใจมัน แม้จะดูไม่แตกต่างอะไรเลยกับตัวอักษรตัวเก่า แต่ความยิ่งใหญ่ของมันนั้นต่างกันมาก

อันที่จริง ตัวอักษรใหม่ใหม่นี้ดูเรียบง่ายและบริสุทธิ์กว่าตัวเก่า ลดความซับซ้อนของเจตจำนงที่อยู่เบื้องหลังตัวอักษรไปได้มาก ดูจะกลมกลืนกับโลกใบนี้มากขึ้น

ตัวอักษรใหม่มีแนวคิดของความรวดเร็วในแบบเดียวกัน แต่คำว่า ‘ดาบ’ ที่อยู่ตรงหน้าเขานำเขาพุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางของแก่นเพลงดาบที่เน้นความรวดเร็ว

ราวกับตัวเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นแนวคิดและแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรแห่งกระแสดาบฉี

น้ำตาไหลอาบหน้าของจางชิงโดยไม่รู้ตัวขณะที่ร่างของเขาสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น “ผมทำอะไรผิดพลาดไว้เยอะในการทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบที่เน้นความรวดเร็ว…”

เขาได้เข้าถึงสาระสำคัญของแก่นเพลงดาบที่เน้นความรวดเร็วด้วยการรับรู้ของเขาเองแล้ว ต่อให้ต้องตายไปตอนนี้ก็ไม่รู้สึกเสียดายชีวิต!

นี่คือความรู้สึกที่เขารู้สึกได้ในตอนนั้น

เมื่อได้ศึกษาตัวอักษรที่อยู่ตรงหน้า ก็พลันรู้สึกตัวว่าความขยันหมั่นเพียรที่เคยใช้ไปกับการฝึกฝนศิลปะเพลงดาบตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้นน่าหัวเราะเยาะแค่ไหน

ถ้าความเข้าใจในแก่นเพลงดาบที่เน้นความรวดเร็วของผู้ก่อตั้งเปรียบเสมือนหลุมเล็กๆ ที่ใหญ่พอจะให้คนคนหนึ่งกระโดดลงไป แก่นเพลงดาบที่อยู่ตรงหน้าเขาก็เปรียบได้กับเส้นทางอันใหญ่โตมโหฬารที่กว้างขวางพอจะให้ฝูงม้าหลายตัววิ่งผ่านไปได้พร้อมกัน!

ถ้าเขาใช้ความรู้สึกนี้ในการฝึกฝนศิลปะเพลงดาบ เขาจะต้องพัฒนาศิลปะเพลงดาบของตัวเองได้เร็วขึ้นอย่างน้อยเป็น 2 เท่า

สำหรับชายหนุ่มอายุ 20 ปีที่ทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบที่เน้นความรวดเร็วในระดับที่สูงขึ้นกว่าพวกเขาได้ สูงกว่าแม้แต่ผู้ก่อตั้งได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที…

มันช่างเหลือเชื่อ!

จางชิงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองชายหนุ่ม เห็นอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้น เขาบอกไม่ได้ว่าชายหนุ่มคิดอะไร แต่บรรยากาศของความเคร่งขรึมราวกับผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีใครจะเทียบได้ล่องลอยออกมาจากร่างของเขา

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!